หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี >อ.ลานสัก >ต.ทุ่งนางาม > หุบป่าตาด
TL;DR: หุบป่าตาด อยู่ที่ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.00 น. จุดเด่นคือ เป็นหุบเขาหินปูนที่มีผืนป่าอยู่ภายใน ต้องเดินผ่านถ้ำมืดก่อนเข้าสู่พื้นที่ป่าด้านใน มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะไป-กลับประมาณ 700 เมตร.

อุทัยธานี

หุบป่าตาด

หุบป่าตาด

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.00 น.
 
หุบป่าตาด จังหวัดอุทัยธานี เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ภายใต้การดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน พื้นที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นหุบเขาหินปูนที่ซ่อนผืนป่าโบราณไว้ภายใน นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านอุโมงค์ถ้ำที่มืดสนิทก่อนจะพบกับปล่องแสงขนาดใหญ่และป่าตาดอันร่มครึ้มเบื้องหน้า บรรยากาศภายในทำให้รู้สึกเหมือนก้าวเข้าสู่โลกยุคดึกดำบรรพ์ที่ยังคงความชุ่มชื้น ความสงบ และความลึกลับของธรรมชาติไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
 
หุบป่าตาดเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติในรูปแบบแตกต่างจากป่าทั่วไป เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินป่า แต่เป็นระบบนิเวศเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นภายในหุบเขาหินปูนสูงชัน ภายนอกดูเหมือนภูเขาหินปูนธรรมดา แต่เมื่อเดินผ่านช่องถ้ำเข้าไปด้านใน จะพบโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยต้นตาด พืชโบราณในตระกูลเดียวกับปาล์ม ซึ่งขึ้นหนาแน่นทั่วหุบจนกลายเป็นภาพจำของสถานที่แห่งนี้ ต้นตาดจำนวนมากที่ยืนต้นอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมด้วยผาหินสูงทำให้หุบป่าตาดมีบรรยากาศแปลกตา คล้ายฉากป่าดึกดำบรรพ์ที่แยกตัวออกจากโลกภายนอก
 
สถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยพระครูสันติธรรมโกศล หรือหลวงพ่อทองหยด เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง ท่านได้ปีนลงไปสำรวจภายในหุบเขาและพบว่ามีต้นตาดขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ ความแปลกตาของภูมิประเทศและความหนาแน่นของพืชโบราณทำให้พื้นที่นี้ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ได้มีการเจาะถ้ำเพื่อทำเป็นทางเข้าอย่างเป็นทางการ เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความมหัศจรรย์ของป่าตาดได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบมากขึ้น
 
หลังจากนั้นกรมป่าไม้ ซึ่งต่อมาคือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประกาศให้พื้นที่หุบป่าตาดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ภายใต้การดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน การประกาศพื้นที่อนุรักษ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหุบป่าตาดเป็นแหล่งธรรมชาติที่เปราะบาง มีลักษณะภูมิประเทศเฉพาะตัว และมีพืชพรรณหายากหลายชนิด เช่น ต้นตาด เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก ขนุนดิน และพืชป่าที่ปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมชื้น เย็น และมีแสงจำกัด การคุ้มครองพื้นที่จึงช่วยรักษาระบบนิเวศปิดล้อมแห่งนี้ให้คงอยู่ได้อย่างสมบูรณ์
 
ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของหุบป่าตาดเกิดจากภูเขาหินปูนที่ผ่านกระบวนการธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน น้ำฝนและการละลายของหินปูนค่อย ๆ กัดเซาะจนเกิดโพรงถ้ำขนาดใหญ่ เมื่อเพดานถ้ำบางส่วนยุบตัวลง จึงเกิดเป็นปล่องเปิดให้แสงแดดส่องลงสู่พื้นที่ด้านล่าง พืชพรรณที่ตกลงมาและเมล็ดพันธุ์จากธรรมชาติค่อย ๆ เติบโตจนเกิดเป็นผืนป่าในหุบเขา สภาพดังกล่าวทำให้หุบป่าตาดมีลักษณะคล้ายห้องธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีกำแพงผาหินปูนล้อมรอบ และมีช่องแสงด้านบนเป็นแหล่งพลังงานหลักของระบบนิเวศ
 
เส้นทางเข้าสู่หุบป่าตาดเริ่มจากบริเวณทางเข้าของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน นักท่องเที่ยวจะเดินผ่านอุโมงค์ถ้ำที่ค่อนข้างมืด จึงควรมีไฟฉายติดตัวหรือใช้ไฟฉายที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ บรรยากาศช่วงแรกให้ความรู้สึกตื่นเต้นเพราะแสงจากภายนอกค่อย ๆ ลดลง เสียงรอบตัวเงียบลง และอากาศเริ่มเย็นชื้นขึ้น เมื่อเดินต่อไปไม่นาน ปลายทางของอุโมงค์จะค่อย ๆ เปิดออกสู่ปล่องแสงขนาดใหญ่ ภาพของต้นตาดจำนวนมากที่ขึ้นแน่นอยู่ในหุบเขาจะปรากฏขึ้นอย่างน่าประทับใจ ช่วงเวลานี้เป็นเสน่ห์สำคัญของหุบป่าตาด เพราะเป็นจังหวะที่นักท่องเที่ยวรู้สึกเหมือนเดินทะลุจากโลกภายนอกเข้าสู่พื้นที่ลับของธรรมชาติ
 
ภายในหุบป่าตาดมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่จัดไว้เป็นระยะทางไป-กลับประมาณ 700 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที เส้นทางไม่ได้ยาวมากและสามารถเดินได้ค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวถ้ำหรือป่าหินปูนหลายแห่ง แต่ผู้มาเยือนควรระมัดระวังพื้นชื้น ทางเดินบางช่วง และสภาพแสงที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา การเดินชมควรเดินตามทางที่กำหนด ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่เหยียบย่ำพืช และไม่สัมผัสหินงอกหินย้อยหรือผนังถ้ำโดยไม่จำเป็น เพื่อรักษาสภาพธรรมชาติให้คงอยู่
 
ต้นตาดเป็นหัวใจสำคัญของหุบป่าตาด พืชชนิดนี้เป็นพืชโบราณในตระกูลเดียวกับปาล์ม มีลักษณะใบขนาดใหญ่ แตกใบเป็นพุ่ม และสามารถเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมชื้นและร่มรำไร เมื่ออยู่รวมกันจำนวนมากภายในหุบเขา ต้นตาดจึงสร้างภาพภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากป่าทั่วไปอย่างชัดเจน ใบตาดขนาดใหญ่ที่แผ่คลุมพื้นที่ทำให้แสงภายในหุบกรองลงมาอย่างนุ่มนวล เกิดบรรยากาศเย็น สงบ และชุ่มชื้นตลอดเส้นทางเดิน
 
นอกจากต้นตาดแล้ว หุบป่าตาดยังมีพืชอีกหลายชนิดที่สะท้อนความหลากหลายของระบบนิเวศหินปูน เช่น เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก ขนุนดิน เฟิน และพืชที่ชอบความชื้นอีกจำนวนหนึ่ง พืชเหล่านี้ปรับตัวให้อยู่รอดในพื้นที่ที่มีแสงไม่มาก มีความชื้นสูง และมีดินสะสมในพื้นที่จำกัด ลักษณะเช่นนี้ทำให้หุบป่าตาดเป็นเหมือนห้องเรียนธรรมชาติที่ช่วยให้เห็นว่าพืชสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง
 
ช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดในการเดินชมภายในหุบคือช่วงประมาณ 11.00 – 13.00 น. เพราะเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ส่องลงมาถึงกลางหุบได้ชัดเจน แสงที่ตกกระทบผาหิน พื้นป่า และใบตาดจะทำให้มองเห็นมิติของพื้นที่ได้สวยงามขึ้น บางช่วงแสงจะสะท้อนกับผิวหินจนเกิดประกายระยิบระยับ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ อย่างไรก็ตาม ช่วงเที่ยงอากาศภายนอกอาจร้อน นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ และวางแผนเวลาเดินทางให้เหมาะสม
 
บรรยากาศภายในหุบป่าตาดมักถูกเปรียบเทียบกับโลกยุคดึกดำบรรพ์ เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่กระตุ้นจินตนาการ ทั้งผาหินปูนสูงชัน ช่องแสงจากด้านบน ความชื้นของป่าปิด พืชใบใหญ่ และความเงียบที่แตกต่างจากพื้นที่ภายนอก เมื่อเดินอยู่กลางหุบ นักท่องเที่ยวจะรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่ที่ธรรมชาติปกป้องไว้เป็นพิเศษ ความรู้สึกนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้หุบป่าตาดกลายเป็นหนึ่งในจุดหมาย Unseen ของจังหวัดอุทัยธานี และเป็นสถานที่ที่หลายคนอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง
 
ในเชิงการอนุรักษ์ หุบป่าตาดมีความสำคัญมาก เพราะเป็นระบบนิเวศเฉพาะถิ่นที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มีความละเอียดอ่อนสูง การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น การทิ้งขยะ การเหยียบย่ำพืช การส่งเสียงดัง การนำพืชออกจากพื้นที่ หรือการรบกวนสัตว์และแมลงภายในหุบ อาจส่งผลต่อสมดุลของพื้นที่ได้มากกว่าที่คิด นักท่องเที่ยวจึงควรตระหนักว่าการมาเยือนหุบป่าตาดไม่ใช่เพียงการซื้อบัตรเข้าชม แต่เป็นการได้รับอนุญาตให้เข้าไปสัมผัสพื้นที่ธรรมชาติที่ควรได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง
 
ภายในและรอบหุบป่าตาดยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์และแมลงหลายชนิด หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ทำให้พื้นที่นี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นคือกิ้งกือมังกรสีชมพู ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่มีสีสันโดดเด่นและพบได้ง่ายขึ้นในช่วงที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว แม้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้พบเห็น แต่การรู้ว่าพื้นที่นี้มีสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นอยู่ก็ช่วยเพิ่มคุณค่าให้การเดินชมธรรมชาติมากขึ้น ผู้มาเยือนควรดูสัตว์และแมลงโดยไม่จับ ไม่ไล่ และไม่รบกวนวงจรชีวิตของพวกมัน
 
หุบป่าตาดเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ครอบครัวสามารถพาเด็กมาเรียนรู้ธรรมชาติได้ เพราะเส้นทางไม่ยาวมากและมีความตื่นตาตื่นใจตลอดทาง นักถ่ายภาพจะได้มุมภาพทั้งปากถ้ำ ช่องแสง ผาหินปูน และป่าตาดที่ดูแปลกตา ผู้ที่สนใจธรณีวิทยาจะได้เรียนรู้กระบวนการเกิดภูเขาหินปูน ถ้ำ และหุบยุบตัว ส่วนผู้ที่ชอบธรรมชาติจะได้สัมผัสระบบนิเวศแบบปิดล้อมที่มีความชุ่มชื้นและสงบ แตกต่างจากป่าโปร่งหรือป่าเขาทั่วไป
 
แม้เส้นทางเดินจะไม่ยาว แต่การเตรียมตัวก่อนเข้าหุบป่าตาดยังเป็นเรื่องสำคัญ นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเกาะพื้นดี เพราะภายในถ้ำและเส้นทางป่ามีความชื้น ควรพกไฟฉายหรือใช้ไฟฉายที่จุดบริการ ควรเตรียมยาทากันยุง น้ำดื่ม และถุงสำหรับนำขยะกลับออกมา เสื้อผ้าควรเป็นแบบคล่องตัว ไม่รุ่มร่าม และไม่ควรใช้กลิ่นน้ำหอมแรงเกินไป เพราะพื้นที่ชื้นอาจมีแมลงมากกว่าปกติ
 
การเข้าไปในถ้ำช่วงแรกควรเดินช้า ๆ และระวังศีรษะกับพื้นทางเดิน เนื่องจากแสงน้อยและสายตาต้องใช้เวลาปรับตัว หากมาเป็นกลุ่มควรเดินตามกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่แซงในจุดแคบ และไม่ส่งเสียงดังสะท้อนในถ้ำ เมื่อเข้าสู่พื้นที่หุบด้านในแล้วควรเดินตามทางศึกษาธรรมชาติที่กำหนด หลีกเลี่ยงการแยกออกไปตามจุดที่ไม่มีทางเดิน เพราะพื้นที่บางส่วนอาจลื่น เปราะบาง หรือมีพืชเล็ก ๆ ที่ถูกเหยียบเสียหายได้ง่าย
 
หุบป่าตาดตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขาปลาร้า จึงสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันได้ แต่ลักษณะการเที่ยวของทั้ง 2 แห่งต่างกันอย่างชัดเจน หุบป่าตาดเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการเดินชมธรรมชาติในระยะสั้นและปลอดภัยกว่า ส่วนเขาปลาร้าเหมาะกับผู้ที่มีความพร้อมด้านร่างกาย ต้องการเดินขึ้นเขา และสนใจภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ หากมีเวลาเพียงวันเดียว นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักเลือกหุบป่าตาดเป็นจุดหลัก แล้วแวะพื้นที่ใกล้เคียง เช่น บ้านชายเขา คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือจุดชมวิวที่เข้าถึงง่ายกว่า
 
พื้นที่รอบหุบป่าตาดยังเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน เช่น เขาปลาร้า เขาฆ้องชัย และถ้ำประทุน แต่ละแห่งมีลักษณะเฉพาะต่างกัน เขาปลาร้าโดดเด่นเรื่องภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์และเส้นทางเดินเขา เขาฆ้องชัยเป็นภูเขาหินปูนที่มีบรรยากาศธรรมชาติ ส่วนถ้ำประทุนเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สะท้อนความหลากหลายของภูมิประเทศหินปูนในอำเภอลานสัก การรู้จักภาพรวมของพื้นที่เหล่านี้ช่วยให้นักท่องเที่ยววางแผนเส้นทางได้ดีขึ้น และเข้าใจว่าหุบป่าตาดเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศหินปูนขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติสูง
 
การเดินทาง ไปหุบป่าตาดสามารถเริ่มจากตัวเมืองอุทัยธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 333 ผ่านอำเภอหนองฉาง จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3438 สายหนองฉาง-ลานสัก เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวกับการไปเขาปลาร้า โดยทางเข้าหุบป่าตาดจะอยู่ก่อนถึงเขาปลาร้าประมาณ 1 กิโลเมตร หากขับรถมาเองจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถควบคุมเวลาเข้าออกพื้นที่และแวะสถานที่ใกล้เคียงได้ตามแผน ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนต่อรถจากอำเภอลานสักหรือเหมารถท้องถิ่นล่วงหน้า เนื่องจากรถสาธารณะเข้าสู่จุดท่องเที่ยวไม่ได้มีตลอดเวลา
 
จากตัวเมืองอุทัยธานีถึงหุบป่าตาดใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและจุดเริ่มต้น เส้นทางโดยรวมไม่ซับซ้อน แต่ช่วงเข้าใกล้พื้นที่ควรขับด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นเส้นทางท้องถิ่น มีทางแยก ชุมชน และรถจักรยานยนต์ของคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรเติมน้ำมันให้พร้อมก่อนออกจากเมือง เตรียมน้ำดื่ม และตรวจเวลาเปิดบริการก่อนเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าไปช่วงบ่าย เพราะพื้นที่เปิดถึงช่วงเย็นและควรเผื่อเวลาเดินชมให้ครบโดยไม่เร่งรีบ
 
ค่าบริการเข้าชมหุบป่าตาดมีการจัดเก็บเพื่อใช้ดูแลพื้นที่และจัดการการท่องเที่ยวในเขตอนุรักษ์ อัตราล่าสุดที่พบจากข้อมูลท่องเที่ยวคือชาวไทยผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท นักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินสดไว้ เพราะพื้นที่ธรรมชาติบางแห่งอาจไม่สะดวกสำหรับการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ การจ่ายค่าบริการถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการดูแลพื้นที่ เส้นทางเดิน จุดบริการ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
 
มารยาทในการท่องเที่ยวหุบป่าตาดควรเริ่มตั้งแต่พื้นที่จอดรถไปจนถึงภายในหุบ นักท่องเที่ยวควรทิ้งขยะในจุดที่กำหนดหรือเก็บกลับออกมา ไม่เก็บพืช ไม่หักใบตาด ไม่จับสัตว์หรือแมลง ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่ใช้เสียงดัง และไม่เดินออกนอกทางที่จัดไว้ หากต้องการถ่ายภาพควรถ่ายจากเส้นทางเดิน ไม่ปีนขึ้นไปบนหินหรือรากไม้เพื่อหามุมภาพ เพราะพื้นที่บางส่วนบอบบางและฟื้นตัวช้า การรักษากติกาง่าย ๆ เหล่านี้ช่วยให้หุบป่าตาดยังคงความสวยงามสำหรับผู้มาเยือนรุ่นต่อไป
 
หุบป่าตาดยังเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน ทั้งด้านธรณีวิทยา พฤกษศาสตร์ ระบบนิเวศ การจัดการพื้นที่อนุรักษ์ และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจธรรมชาติสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นตัวอย่างของการเกิดถ้ำหินปูน การยุบตัวของเพดานถ้ำ การเกิดหุบเขาปิดล้อม และการปรับตัวของพืชในพื้นที่แสงจำกัด การเรียนรู้ผ่านการเดินชมจริงช่วยให้เข้าใจธรรมชาติได้ดีกว่าการอ่านคำอธิบายเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ หุบป่าตาดมีมุมภาพที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์มาก ทั้งปากอุโมงค์ถ้ำที่แสงภายนอกค่อย ๆ หายไป ช่องแสงกลางหุบที่ส่องลงมายังผืนป่า ใบตาดขนาดใหญ่ที่เรียงตัวแน่น ผาหินปูนสูงชัน และทางเดินธรรมชาติที่คดเคี้ยวผ่านป่าโบราณ ช่วงแสงที่สวยที่สุดคือใกล้เที่ยง แต่หากต้องการภาพที่มีคนน้อยและบรรยากาศสงบ ช่วงเช้าก็เป็นตัวเลือกที่ดี การถ่ายภาพควรใช้แสงธรรมชาติเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชรบกวนสัตว์ในถ้ำ
 
แม้หุบป่าตาดจะมีชื่อเสียงในฐานะจุดท่องเที่ยว Unseen แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของสถานที่นี้อยู่ที่ความสมดุลระหว่างความแปลกตากับความเรียบง่าย เส้นทางเดินไม่ได้ยาวจนเหนื่อยเกินไป แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดให้สังเกตตลอดทาง ทุกช่วงของการเดินเปลี่ยนความรู้สึกของผู้มาเยือน ตั้งแต่พื้นที่ภายนอกที่สว่างและเปิดโล่ง อุโมงค์ถ้ำที่มืดและเย็น ไปจนถึงหุบเขาด้านในที่สว่างขึ้นด้วยแสงจากปล่องธรรมชาติ การเปลี่ยนผ่านของแสงและบรรยากาศนี้ทำให้การเดินระยะสั้นกลายเป็นประสบการณ์ที่จดจำได้ยาวนาน
 
การมาเที่ยวหุบป่าตาดสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันจากตัวเมืองอุทัยธานีได้อย่างสะดวก หากออกเดินทางช่วงเช้า นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมหุบป่าตาดช่วงสาย รอชมแสงสวยในช่วงใกล้เที่ยง จากนั้นรับประทานอาหารหรือพักที่คาเฟ่ใกล้หุบป่าตาด แล้วต่อไปยังบ้านชายเขา เขาปลาร้า หรือกลับเข้าเมืองอุทัยธานีเพื่อเดินเล่นตลาดริมน้ำสะแกกรังและถนนคนเดินตรอกโรงยา หากต้องการทริปที่ไม่เร่งรีบ สามารถพักในที่พักใกล้หุบป่าตาดหรืออำเภอลานสัก แล้วค่อยเที่ยวพื้นที่ใกล้เคียงในวันถัดไป
 
สำหรับชาวต่างชาติ หุบป่าตาดเป็นสถานที่ที่อธิบายความหลากหลายของธรรมชาติไทยได้ดีมาก เพราะไม่ใช่ภาพทะเล ภูเขาสูง หรือวัดที่พบได้ทั่วไป แต่เป็นป่าซ่อนตัวในหุบเขาหินปูนที่มีลักษณะเฉพาะ การเดินผ่านถ้ำมืดสู่ป่าโบราณด้านในเป็นประสบการณ์ที่เข้าใจง่ายแม้ไม่รู้ภาษาไทยมากนัก หากมีการอธิบายเรื่องต้นตาด ระบบนิเวศปิดล้อม และความสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มเติม นักท่องเที่ยวต่างชาติจะยิ่งเข้าใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงมีคุณค่ามากกว่าการเป็นจุดถ่ายภาพสวย
 
หุบป่าตาดจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรค่าแก่การมาเยือนของจังหวัดอุทัยธานี เพราะรวมความงดงามของภูเขาหินปูน ความลึกลับของถ้ำ ความร่มครึ้มของป่าตาด พืชโบราณ ระบบนิเวศเฉพาะถิ่น และการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่เดียว การเดินทางมาที่นี่ไม่เพียงทำให้ได้ชมธรรมชาติที่แปลกตา แต่ยังทำให้เข้าใจว่าธรรมชาติที่ดูเงียบสงบนั้นมีประวัติการก่อเกิดอันยาวนานและมีความเปราะบางเพียงใด ผู้มาเยือนทุกคนจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาโลกใบเล็กที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไป
 
ชื่อสถานที่หุบป่าตาด
ชื่อภาษาอังกฤษHup Pa Tat
ที่ตั้งตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
ที่อยู่พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน หมู่ 1 ตำบลป่าอ้อ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี 61160
ไฮไลต์ป่าตาดในหุบเขาหินปูน ทางเดินผ่านถ้ำมืด ปล่องแสงกลางหุบ พืชโบราณ ระบบนิเวศชุ่มชื้น และบรรยากาศคล้ายโลกยุคดึกดำบรรพ์
ประวัติ / สมัย / ยุคค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยพระครูสันติธรรมโกศล หรือหลวงพ่อทองหยด เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง และมีการเจาะถ้ำเพื่อเป็นทางเข้าอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2527
ที่มาของชื่อมาจากลักษณะพื้นที่ที่เป็นหุบเขาซึ่งมีต้นตาดขึ้นหนาแน่นอยู่ภายใน จึงเรียกว่า หุบป่าตาด
ลักษณะเด่นเป็นหุบเขาหินปูนที่มีผืนป่าอยู่ภายใน ต้องเดินผ่านถ้ำมืดก่อนเข้าสู่พื้นที่ป่าด้านใน มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะไป-กลับประมาณ 700 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
พืชและสัตว์น่าสนใจต้นตาด เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก ขนุนดิน เฟิน พืชชอบความชื้น ค้างคาว และกิ้งกือมังกรสีชมพูในช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสม
การเดินทางจากตัวเมืองอุทัยธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 333 ผ่านอำเภอหนองฉาง ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3438 สายหนองฉาง-ลานสัก เส้นทางเดียวกับเขาปลาร้า โดยทางเข้าหุบป่าตาดอยู่ก่อนถึงเขาปลาร้าประมาณ 1 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตามเวลาที่กำหนด ภายใต้การดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.00 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. จุดบริการและจำหน่ายบัตร
2. ทางเดินเข้าสู่ถ้ำ
3. อุโมงค์ถ้ำมืด
4. ปล่องแสงกลางหุบ
5. เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
6. ป่าตาดภายในหุบเขา
7. จุดชมพืชโบราณและระบบนิเวศชุ่มชื้น
8. พื้นที่บริการของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน
สิ่งอำนวยความสะดวกจุดบริการนักท่องเที่ยว พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้าชุมชนบริเวณด้านหน้า และไฟฉายสำหรับใช้ในเส้นทางถ้ำตามการจัดบริการของพื้นที่
ผู้ดูแลเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เบอร์ติดต่อหลักเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน โทร. 056-989127
เว็บไซต์ / เพจทางการเพจเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน และข้อมูลโครงการ TAT STAR เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. เขาปลาร้า ประมาณ 1 กม.
2. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ประมาณ 1 กม.
3. เขาฆ้องชัย ประมาณ 5 กม.
4. บ้านชายเขา สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ประมาณ 7 กม.
5. เขาปฐวี ประมาณ 40 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. At The Mountain ที่พัก คาเฟ่ และร้านอาหาร หุบป่าตาด ประมาณ 1 กม. โทร. 087-784-2525, 099-951-6653
2. Hup Pa Tad Bike Camp ประมาณ 2 กม. โทร. 081-902-7175
3. บ้านชายเขา ประมาณ 7 กม. โทร. 096-008-9949
4. ครัวลุงยันต์ อำเภอลานสัก ประมาณ 12 กม. โทร. 084-942-7233
5. ร้านอาหารแตน ลานสัก ประมาณ 20 กม. โทร. 087-201-5878, 056-537-074
ที่พักใกล้เคียง1. At The Mountain ที่พัก คาเฟ่ และร้านอาหาร หุบป่าตาด ประมาณ 1 กม. โทร. 087-784-2525, 099-951-6653
2. Hup Pa Tad Bike Camp ประมาณ 2 กม. โทร. 081-902-7175
3. บ้านชายเขา โฮมสเตย์ ประมาณ 7 กม. โทร. 096-008-9949
4. บ้านภูผา ประมาณ 7 กม. โทร. 081-303-8801
5. เขาน้ำนารีสอร์ท อำเภอลานสัก ประมาณ 25 กม. โทร. 092-257-6030, 097-109-6498
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หุบป่าตาดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: หุบป่าตาดตั้งอยู่ในตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี อยู่ในพื้นที่ดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน และอยู่ก่อนถึงเขาปลาร้าประมาณ 1 กม.
 
ถาม: หุบป่าตาดมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือการเดินผ่านถ้ำมืดเข้าสู่ป่าตาดในหุบเขาหินปูน มีต้นตาดจำนวนมาก ระบบนิเวศชุ่มชื้น ปล่องแสงธรรมชาติ และบรรยากาศคล้ายป่าดึกดำบรรพ์
 
ถาม: หุบป่าตาดเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.00 น. ช่วงแสงสวยสำหรับชมปล่องแสงและป่าด้านในคือประมาณ 11.00 – 13.00 น.
 
ถาม: ค่าเข้าชมหุบป่าตาดเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
 
ถาม: ต้องใช้เวลาเดินชมหุบป่าตาดนานแค่ไหน?
ตอบ: เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะไป-กลับประมาณ 700 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ควรเผื่อเวลาเพิ่มสำหรับถ่ายภาพ พักชมธรรมชาติ และรอจังหวะแสงสวย
 
ถาม: ต้องเตรียมอะไรไปหุบป่าตาด?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย ไฟฉาย น้ำดื่ม ยาทากันยุง และถุงสำหรับเก็บขยะกลับออกมา ภายในถ้ำและหุบมีความชื้นสูง จึงควรแต่งกายให้คล่องตัว
 
ถาม: หุบป่าตาดเหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่?
ตอบ: เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุที่เดินได้สะดวก เพราะเส้นทางไม่ยาวมาก แต่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงทางถ้ำที่มืด พื้นชื้น และจุดที่แสงน้อย
 
ถาม: เที่ยวหุบป่าตาดแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับเขาปลาร้า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน เขาฆ้องชัย บ้านชายเขา และเขาปฐวี หรือกลับเข้าเมืองอุทัยธานีเพื่อเที่ยวตลาดริมน้ำและถนนคนเดินตรอกโรงยาได้

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

ดอย และภูเขากลุ่ม: ●ดอย และภูเขา

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(31)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(7)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(5)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)