หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี >อ.เมืองอุทัยธานี >ต.น้ำซึม > วัดสังกัสรัตนคีรี
TL;DR: วัดสังกัสรัตนคีรี อยู่ที่เชิงเขาสะแกกรัง ถนนท่าช้าง ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น.
วัดสังกัสรัตนคีรี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น.
วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาสะแกกรัง ในเขตตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี ใกล้ตัวเมืองและย่านชุมชนเก่าของจังหวัด วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับเขาสะแกกรัง ซึ่งเป็นภูเขาสำคัญที่มองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างไกล วัดสังกัสรัตนคีรีจึงเป็นทั้งสถานที่สักการะ ศูนย์กลางประเพณีสำคัญ และจุดชมวิวเมืองที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ภูมิประเทศ และวิถีชีวิตของคนอุทัยธานีอย่างชัดเจน
สำหรับผู้มาเยือนอุทัยธานี วัดสังกัสรัตนคีรีเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรจัดไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวตัวเมือง เพราะเดินทางง่ายจากย่านเมืองเก่า ถนนท่าช้าง ตลาดเช้า และพื้นที่ริมแม่น้ำสะแกกรัง จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่เพียงการไหว้พระพุทธรูปสำคัญ แต่ยังรวมถึงการเดินขึ้นบันได 449 ขั้นสู่ยอดเขาสะแกกรัง การชมมณฑปสิริมหามายากุฏาคาร พระพุทธบาทจำลอง ระฆังใหญ่ อนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกแห่งรัชกาลที่ 1 และทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีจากมุมสูง วัดแห่งนี้จึงให้ประสบการณ์ครบทั้งด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ประเพณี และธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน
ประวัติของวัดสังกัสรัตนคีรีมีความเกี่ยวข้องกับเขาสะแกกรังหรือเขาแก้ว ซึ่งเป็นภูเขาที่มีความสำคัญต่อเมืองอุทัยธานีมาแต่เดิม พื้นที่วัดมีทั้งส่วนที่อยู่บนพื้นราบบริเวณเชิงเขาและส่วนที่อยู่บนยอดเขา ทำให้มีลักษณะพิเศษต่างจากวัดเมืองทั่วไป วัดเดิมมีชื่อว่า วัดสังกัสรัตนคีรีมงคลประไพอุทัยเขตร์ และมีความเกี่ยวข้องกับพระครูประไพคุณาอาจารย์หรือหลวงพ่อใจ อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้ว ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ศาสนสถานบนเขาสะแกกรัง เมื่อพิจารณาประวัติของวัด จะเห็นว่าวัดแห่งนี้เกิดขึ้นจากศรัทธาของพระสงฆ์และประชาชนที่ร่วมกันสร้างทางขึ้นเขา สร้างบันได สร้างวิหาร และสร้างมณฑปเพื่อเป็นปูชนียสถานคู่เมือง
พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์เป็นหัวใจสำคัญของวัดสังกัสรัตนคีรีและเป็นพระพุทธรูปที่ชาวอุทัยธานีให้ความเคารพอย่างสูง พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก มีประวัติความเกี่ยวพันกับสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดจากส่วนกลางไปประดิษฐานตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อกระจายสิริมงคลสู่ประชาชน เมืองอุทัยธานีได้รับพระพุทธรูป 3 องค์ โดยอัญเชิญลงแพขึ้นฝั่งบริเวณท่าพระ ก่อนนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด
หนึ่งในพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้นคือพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ที่ต่อมาได้รับนามว่า พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ รูปแบบศิลปะขององค์พระมีความเกี่ยวข้องกับช่างฝีมือสุโขทัย และมีการกล่าวถึงว่าสร้างขึ้นในสมัยพระยาลิไท ลักษณะขององค์พระมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะส่วนเศียรและส่วนองค์พระเป็นคนละองค์กัน แสดงให้เห็นร่องรอยการซ่อมแซมหรือประกอบรวมก่อนนำมาประดิษฐานที่เมืองอุทัยธานี เรื่องราวนี้ทำให้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปสำหรับสักการะ แต่เป็นหลักฐานทางศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ที่สะท้อนการเคลื่อนย้าย การอนุรักษ์ และการสืบทอดพระพุทธรูปสำคัญในสังคมไทย
ต่อมาเมื่อวัดขวิดถูกยุบรวมกับวัดทุ่งแก้ว พระพุทธรูปองค์นี้จึงถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดสังกัสรัตนคีรี พร้อมประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร และถวายพระนามว่า พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ นามนี้มีความหมายเชิงมงคลอย่างชัดเจน และยิ่งทำให้องค์พระกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเมืองอุทัยธานี ผู้คนเดินทางมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพร และระลึกถึงความคุ้มครองทางจิตใจที่พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมอบให้แก่ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
วิหารพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา เป็นจุดที่ผู้มาเยือนมักเข้ากราบสักการะก่อนขึ้นเขาสะแกกรัง วิหารหลังนี้สร้างขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2520 มีทางขึ้นด้านหน้าและด้านข้างตกแต่งด้วยลายกระหนก ส่วนบานประตูจำหลักเป็นภาพพุทธประวัติอย่างงดงาม การจัดวางวิหารที่เชิงเขามีความหมายเชิงพื้นที่อย่างน่าสนใจ เพราะเป็นเหมือนประตูทางศรัทธาก่อนเดินขึ้นสู่ยอดเขา ผู้ที่มากราบพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์จึงเริ่มต้นจากการสักการะพระคู่บ้านคู่เมือง แล้วค่อยเดินทางต่อสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บนเขาสะแกกรัง
เขาสะแกกรังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วัดสังกัสรัตนคีรีมีเอกลักษณ์ ผู้มาเยือนสามารถเลือกเดินขึ้นบันได 449 ขั้นจากบริเวณลานวัด หรือใช้เส้นทางรถขึ้นไปยังยอดเขาได้ บันไดที่ทอดขึ้นจากเชิงเขาเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางทางกายและทางใจ เพราะการขึ้นบันไดทีละขั้นทำให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ ออกจากความวุ่นวายของตัวเมืองไปสู่พื้นที่ที่สงบและสูงขึ้น เมื่อถึงยอดเขาจะมองเห็นเมืองอุทัยธานี แม่น้ำสะแกกรัง บ้านเรือน วัด และแนวภูมิทัศน์โดยรอบได้อย่างชัดเจน ทำให้เข้าใจว่าเหตุใดเขาแห่งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง
บนยอดเขาสะแกกรังมีมณฑปสำคัญประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง มณฑปหลังปัจจุบันสร้างขึ้นแทนหลังเดิมที่ถูกไฟป่าไหม้ในอดีต โดยเริ่มสร้างใน พ.ศ. 2497 และสร้างสำเร็จใน พ.ศ. 2511 รูปทรงของมณฑปจำลองแนวคิดจากมณฑปพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ภายในพื้นที่ยอดเขายังมีระฆังใหญ่ หล่อด้วยสำริด สูง 141 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 120 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 2 ตัน สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2443 รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ยอดเขาสะแกกรังไม่ใช่เพียงจุดชมวิว แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวมงานศิลปกรรม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์หลายยุคไว้ด้วยกัน
สิ่งสำคัญอีกแห่งบนยอดเขาคืออนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกแห่งรัชกาลที่ 1 ซึ่งทำให้พื้นที่เขาสะแกกรังมีความหมายทางประวัติศาสตร์ราชวงศ์เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาถึงยอดเขาจึงได้สัมผัสทั้งพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ชาติ และภูมิทัศน์เมืองในเวลาเดียวกัน บรรยากาศบนยอดเขาเหมาะกับการชมวิว ถ่ายภาพ ทำจิตใจให้สงบ และพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับภูเขา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของอุทัยธานีที่หาได้ยากในเมืองอื่น
ศาลาการเปรียญของวัดสังกัสรัตนคีรีเป็นอีกอาคารที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2465 โดยขุนกอบกัยกิจและพุทธบริษัท ลักษณะเป็นศาลาชั้นเดียว ไม่มีใต้ถุน มีรูปแบบศิลปะที่ผสมผสานจีนและไทย เครื่องหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องซีเมนต์ แนวสันหลังคาและองค์ประกอบประดับมีรายละเอียดแบบจีน ขณะที่หน้าบันและลวดลายบางส่วนยังคงความเป็นไทย รวมถึงเรื่องราวจากรามเกียรติ์ ศาลาการเปรียญหลังนี้ใช้เป็นสถานที่ทำบุญตักบาตรในเทศกาลสำคัญ วันธรรมสวนะ และยังเคยใช้เป็นพื้นที่ประชุมของส่วนราชการ จึงมีคุณค่าทั้งด้านความงามและประโยชน์ใช้สอย
วิหารพุทธรัตนมุนีเป็นอาคารสำคัญอีกหลังหนึ่ง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2446 โดยขุนกอบกัยกิจ อาคารมีลักษณะสถาปัตยกรรมจีนผสมไทย มีลายปูนปั้นประดับตามประตูและหน้าต่างเป็นลายเครือเถาและมังกร ภายในมีพระพุทธรัตนมุนีเป็นพระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่ภายในบรรจุพระแก้วมรกตที่นำมาจากเมืองจีน พร้อมพระพุทธรูปอื่นรวมเป็น 7 องค์ และมีเจดีย์ทองเหลือง 5 องค์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดสังกัสรัตนคีรีเป็นพื้นที่ที่รวมศิลปะจีน ไทย และพุทธศิลป์ไว้อย่างน่าสนใจ
ความสำคัญด้านประเพณีของวัดสังกัสรัตนคีรีโดดเด่นที่สุดในงานตักบาตรเทโว ซึ่งจัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หลังวันออกพรรษา ประเพณีนี้จำลองเหตุการณ์เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์จำนวนมากจะเดินลงบันได 449 ขั้นจากยอดเขาสะแกกรังมายังลานวัดด้านล่างเพื่อรับบิณฑบาต ภาพพระสงฆ์เรียงแถวลงจากเขา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่มารอใส่บาตร เป็นภาพประเพณีที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ระดับจังหวัด
งานตักบาตรเทโวของวัดสังกัสรัตนคีรีไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางศาสนา แต่เป็นวาระที่ชาวเมืองอุทัยธานีร่วมแรงร่วมใจกันรักษาประเพณีท้องถิ่น มีทั้งการเตรียมของใส่บาตร การแต่งกายสุภาพ การรวมตัวของครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน และนักท่องเที่ยว บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความศรัทธาและความเป็นเมืองเล็กที่ผู้คนยังใกล้ชิดกัน ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมไทยควรมาสัมผัสประเพณีนี้อย่างน้อยครั้งหนึ่ง เพราะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการสืบสานพุทธประเพณีผ่านภูมิประเทศจริง คือการใช้เขาสะแกกรังเป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงจากสวรรค์
นอกจากช่วงประเพณีใหญ่แล้ว วัดสังกัสรัตนคีรียังเหมาะกับการมาเยือนในวันธรรมดา เพราะบรรยากาศสงบกว่าและสามารถใช้เวลาชมรายละเอียดต่าง ๆ ได้เต็มที่ ผู้ที่ต้องการไหว้พระควรเริ่มจากวิหารพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเดินชมศาลาการเปรียญ วิหารพุทธรัตนมุนี และเลือกขึ้นยอดเขาสะแกกรัง หากมีเวลาและร่างกายพร้อม การเดินขึ้นบันไดจะทำให้สัมผัสบรรยากาศของวัดได้ลึกกว่า ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันไดสามารถใช้เส้นทางรถขึ้นยอดเขาได้
การแต่งกายเมื่อเข้าวัดสังกัสรัตนคีรีควรสุภาพและเหมาะสม ควรสวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวพอเหมาะ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูปหรือเปิดเผยเกินไป เพราะพื้นที่ทั้งเชิงเขาและยอดเขาเป็นศาสนสถาน ควรรักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดังภายในวิหาร ไม่ปีนป่ายองค์ประกอบศาสนสถาน และไม่รบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์ ไหว้พระ หรือปฏิบัติธรรม หากขึ้นเขาในช่วงกลางวันควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม เพราะบันไดและพื้นที่ยอดเขาอาจได้รับแดดค่อนข้างมาก
การเดินทาง ไปวัดสังกัสรัตนคีรีทำได้สะดวกจากตัวเมืองอุทัยธานี โดยใช้ถนนท่าช้างไปจนสุดทาง เมื่อมาถึงบริเวณเชิงเขาจะเห็นวิหารพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์อยู่ทางด้านซ้าย ส่วนทางด้านขวาเป็นบันไดขึ้นเขาสะแกกรัง ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถบริเวณพื้นที่ใกล้วัดและเลือกเดินขึ้นบันไดหรือขับรถขึ้นยอดเขาได้ ผู้ที่พักอยู่ในตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้างท้องถิ่นหรือรถจักรยานยนต์รับจ้างมายังวัดได้ไม่ยาก เพราะวัดอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่าและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง
วัดสังกัสรัตนคีรีเหมาะกับการจัดรวมในเส้นทางเที่ยวตัวเมืองอุทัยธานี โดยสามารถเริ่มจากตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ถนนคนเดินตรอกโรงยา บ้านจงรัก วัดธรรมโฆษก วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม วัดอุโปสถาราม แล้วปิดท้ายด้วยวัดสังกัสรัตนคีรีและจุดชมวิวเขาสะแกกรังในช่วงบ่ายหรือเย็น เส้นทางนี้ทำให้เห็นทั้งวิถีเมืองเก่า อาหารท้องถิ่น ศิลปกรรมวัดไทย พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และทิวทัศน์เมืองจากมุมสูงในวันเดียว
สำหรับนักถ่ายภาพ วัดสังกัสรัตนคีรีมีมุมที่น่าสนใจจำนวนมาก ทั้งวิหารพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ บันได 449 ขั้นที่ทอดขึ้นเขา มณฑปบนยอดเขา ระฆังใหญ่ อนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก และวิวเมืองอุทัยธานีจากด้านบน ช่วงเช้าจะเหมาะกับการถ่ายบรรยากาศศรัทธาและแสงนุ่มบริเวณวัด ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมเมืองในแสงอุ่นและบรรยากาศสงบ ผู้ถ่ายภาพควรเคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนพิธีกรรมหรือผู้มาสักการะ
วัดสังกัสรัตนคีรีเป็นตัวอย่างของวัดที่มีความหมายหลายระดับ ในระดับศาสนา วัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์และพระพุทธบาทจำลอง ในระดับประวัติศาสตร์ วัดเชื่อมโยงกับการสร้างศาสนสถานบนเขาสะแกกรัง การเสด็จขึ้นนมัสการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และการพัฒนาวัดในหลายยุค ในระดับวัฒนธรรม วัดเป็นศูนย์กลางงานตักบาตรเทโวที่สำคัญของจังหวัด และในระดับภูมิทัศน์ วัดเป็นจุดชมเมืองที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นอุทัยธานีจากมุมกว้าง
โดยสรุป วัดสังกัสรัตนคีรีเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่งเมื่อมาอุทัยธานี เพราะเป็นวัดที่รวมพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มณฑปบนยอดเขา บันได 449 ขั้น ประเพณีตักบาตรเทโว ศิลปกรรมไทยจีน และวิวเมืองอุทัยธานีไว้ในพื้นที่เดียวกัน การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่เป็นการเข้าใจหัวใจของเมืองอุทัยธานีผ่านศรัทธา ภูเขา สายน้ำ ชุมชน และประเพณีที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดสังกัสรัตนคีรี |
| ที่ตั้ง | เชิงเขาสะแกกรัง ถนนท่าช้าง ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี |
| ที่อยู่ | หมู่ 3 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี 61000 |
| พิกัด | 15.378751, 100.016927 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี บันได 449 ขั้น เขาสะแกกรัง มณฑปพระพุทธบาทจำลอง ระฆังใหญ่ จุดชมวิวเมืองอุทัยธานี และประเพณีตักบาตรเทโว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดมีพัฒนาการจากศาสนสถานบริเวณเขาสะแกกรัง สร้างเป็นวัดราว พ.ศ. 2433 และมีการพัฒนามณฑป วิหาร ศาลาการเปรียญ และทางขึ้นเขาอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายรัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับคำว่า สังกัส หรือสังกัสสะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคติพุทธเรื่องพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ และสอดคล้องกับประเพณีตักบาตรเทโวที่จัดขึ้นบนเขาสะแกกรัง |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดที่มีพื้นที่ทั้งเชิงเขาและยอดเขา ผู้มาเยือนสามารถสักการะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่เชิงเขา แล้วขึ้นไปชมมณฑป พระพุทธบาทจำลอง ระฆังใหญ่ และวิวเมืองอุทัยธานีบนยอดเขา |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุทัยธานีใช้ถนนท่าช้างไปจนสุดทาง วิหารพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์อยู่บริเวณเชิงเขาด้านซ้าย ส่วนบันไดขึ้นเขาสะแกกรังอยู่ด้านขวา สามารถเดินขึ้นบันได 449 ขั้นหรือใช้เส้นทางรถขึ้นยอดเขาได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม สักการะ และขึ้นชมทิวทัศน์เขาสะแกกรัง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่ไหว้พระ บันไดขึ้นเขา ทางรถขึ้นยอดเขา จุดชมวิว ลานจอดรถบริเวณใกล้วัด และร้านค้าในย่านตัวเมืองอุทัยธานี |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. วิหารพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ 2. ศาลาการเปรียญ 3. วิหารพุทธรัตนมุนี 4. บันได 449 ขั้นขึ้นเขาสะแกกรัง 5. มณฑปพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา 6. ระฆังใหญ่บนยอดเขา 7. อนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกแห่งรัชกาลที่ 1 8. จุดชมวิวเมืองอุทัยธานี |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการสิงห์ชัย ฐิตธมฺโม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวเขาสะแกกรัง ประมาณ 1 กม. 2. ถนนคนเดินตรอกโรงยา ประมาณ 2 กม. 3. บ้านจงรัก ประมาณ 2 กม. 4. ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ประมาณ 2 กม. 5. วัดอุโปสถาราม ประมาณ 3 กม. 6. วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านหัวมุม อุทัยธานี ประมาณ 2 กม. โทร. 082-164-6603 2. เล็กส้มตำ หน้าไปรษณีย์ อุทัยธานี ประมาณ 2 กม. โทร. 081-046-9950 3. ร้านอาหารบ้านบัวหลวง ประมาณ 3 กม. โทร. 056-525-047, 062-252-9445 4. ครัวริมสวน อุทัยธานี ประมาณ 3 กม. โทร. 089-008-3062 5. ร้านป้าสำราญ อุทัยธานี ประมาณ 7 กม. โทร. 056-980-085, 083-874-0376 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านเรา อุทัยธานี โฮมสเตย์ ประมาณ 2 กม. โทร. 082-595-3344 2. บ้านน่านอน ประมาณ 2 กม. โทร. 085-874-2846, 083-018-8866 3. ค่ำนี้ที่อุทัย ประมาณ 2 กม. โทร. 089-907-2098, 086-652-7749 4. พญาไม้รีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 081-674-1992 5. กลางเมืองวิลล่า ประมาณ 3 กม. โทร. 056-049-713, 098-781-4564, 096-675-5466 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสังกัสรัตนคีรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสังกัสรัตนคีรีตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาสะแกกรัง ถนนท่าช้าง ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
ถาม: วัดสังกัสรัตนคีรีมีอะไรสำคัญ?
ตอบ: วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี และมีมณฑปพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขาสะแกกรัง
ถาม: พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์คือพระอะไร?
ตอบ: พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยที่ชาวอุทัยธานีเคารพเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
ถาม: ขึ้นเขาสะแกกรังที่วัดสังกัสรัตนคีรีต้องเดินกี่ขั้น?
ตอบ: หากเดินขึ้นจากเชิงเขาจะใช้บันได 449 ขั้นไปยังยอดเขาสะแกกรัง แต่สามารถใช้เส้นทางรถขึ้นยอดเขาได้เช่นกัน
ถาม: วัดสังกัสรัตนคีรีมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ากราบสักการะและขึ้นชมวิวได้ตามเวลาเปิดของวัด
ถาม: ประเพณีตักบาตรเทโววัดสังกัสรัตนคีรีจัดเมื่อใด?
ตอบ: จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังวันออกพรรษา โดยมีพระสงฆ์เดินลงจากเขาสะแกกรังมารับบิณฑบาตที่ลานวัด
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดสังกัสรัตนคีรีนานแค่ไหน?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการไหว้พระ เดินขึ้นเขา ชมมณฑป และถ่ายภาพวิวเมืองอุทัยธานี
ถาม: เที่ยววัดสังกัสรัตนคีรีแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ถนนคนเดินตรอกโรงยา บ้านจงรัก ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง วัดอุโปสถาราม และวัดมณีสถิตย์กปิฏฐารามได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว




