หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เมืองสุพรรณบุรี >ต.สระแก้ว > สระศักดิ์สิทธิ์
TL;DR: สระศักดิ์สิทธิ์ อยู่ที่บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา ช่วงกลางวัน เหมาะแก่การชมโบราณสถานและพื้นที่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์.
สระศักดิ์สิทธิ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวัน เหมาะแก่การชมโบราณสถานและพื้นที่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์
สระศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งน้ำโบราณสำคัญของไทย ตั้งอยู่ในเขตบ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ริมถนนสายดอนเจดีย์–สุพรรณบุรี หรือทางหลวงหมายเลข 322 ช่วงกิโลเมตรที่ 7–8 ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 13 กม. พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีสำคัญของแผ่นดิน เช่น พระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พระราชพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี น้ำจากสระศักดิ์สิทธิ์เมืองสุพรรณบุรีจึงไม่ใช่เพียงน้ำธรรมชาติในท้องถิ่น แต่เป็นน้ำที่มีสถานะทางพิธีกรรม ศาสนา และราชประเพณีอย่างสูง
พื้นที่สระศักดิ์สิทธิ์เดิมรู้จักกันจากสระหลัก 4 สระ ได้แก่ สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษ ต่อมามีการพบเพิ่มเติมอีก 2 สระ คือ สระอมฤต 1 และสระอมฤต 2 ทำให้พื้นที่นี้มีความน่าสนใจทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ โบราณคดี ภูมิศาสตร์วัฒนธรรม และคติความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ ชื่อสระทั้ง 4 สระหลักยังสัมพันธ์กับตำนานท้องถิ่นและเรื่องเล่าของชุมชน โดยเฉพาะตำนานเกี่ยวกับพระธิดา 4 องค์ ชื่อ แก้ว คา ยมนา และเกต ซึ่งช่วยอธิบายความหมายของชื่อสระและทำให้พื้นที่นี้มีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนสุพรรณบุรีมาจนถึงปัจจุบัน
สระศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 แห่งเมืองสุพรรณบุรีมีความสำคัญในพระราชพิธีของไทยมาอย่างยาวนาน เพราะน้ำจากสระเหล่านี้ถูกนำไปใช้ประกอบพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของบ้านเมือง ในคติพราหมณ์และคติราชสำนัก น้ำไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสำหรับชำระล้างทางกาย แต่เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความชอบธรรม และการรับรองสถานะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระราชพิธี การนำน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งมาประกอบพิธีจึงเป็นการรวบรวมพลังมงคลจากแผ่นดินเข้าสู่พิธีกรรมของชาติ
ความสำคัญของน้ำจากสระศักดิ์สิทธิ์สุพรรณบุรีปรากฏชัดในพระราชพิธีสรงมุรธาภิเษก ซึ่งเป็นพิธีสรงน้ำบนพระเศียรตามโบราณราชประเพณี น้ำที่ใช้ในพิธีต้องมาจากแหล่งน้ำที่ได้รับการยอมรับว่าศักดิ์สิทธิ์ สะอาด และมีความหมายทางประวัติศาสตร์ การที่สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษถูกเลือกเป็นแหล่งน้ำในพิธีสำคัญของราชสำนัก สะท้อนว่าชาวไทยและราชสำนักมองพื้นที่นี้ว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีความหมายเกินกว่าภูมิทัศน์ทั่วไป
นอกจากพระราชพิธีสรงมุรธาภิเษกแล้ว น้ำจากสระศักดิ์สิทธิ์ยังเกี่ยวข้องกับพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพิธีสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับการถวายสัตย์หรือการแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ พิธีลักษณะนี้ต้องใช้น้ำเป็นสื่อกลางของคำสัตย์ ความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำทำให้คำสาบานมีน้ำหนักทางจิตใจและทางสังคม สระศักดิ์สิทธิ์สุพรรณบุรีจึงมีบทบาทในฐานะแหล่งน้ำที่ผูกพันกับระบบความเชื่อเรื่องสัตย์ ความมั่นคง และความเป็นระเบียบของบ้านเมือง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมาทอดพระเนตรสระศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ตำบลสระแก้ว การเสด็จครั้งนั้นมีความสำคัญมากต่อความทรงจำของชุมชน เพราะเป็นเหตุให้หมู่บ้านในพื้นที่เปลี่ยนชื่อเป็น “บ้านท่าเสด็จ” ชื่อนี้จึงไม่ใช่เพียงชื่อหมู่บ้านธรรมดา แต่เป็นชื่อที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นไว้โดยตรง แสดงให้เห็นว่าพื้นที่สระศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้สำคัญเฉพาะในเชิงพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับพระราชประวัติและความทรงจำของชาวบ้านอย่างลึกซึ้ง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหัตถเลขากล่าวถึงสภาพสระศักดิ์สิทธิ์ไว้ โดยมีใจความสำคัญว่าเหตุใดสระนี้จึงขลังนักไม่ปรากฏ คงจะมีตัวครูบาที่สำคัญเป็นอันมาก น้ำในสระก็ไม่ใช้ ปลาในสระก็ไม่กิน สระมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มีจระเข้อาศัยอยู่ทั้ง 4 สระ น้ำสระคาและสระยมนาไม่สู้สะอาด มีสีแดง แต่น้ำสระเกษและสระแก้วใสสะอาด ข้อความนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก เพราะสะท้อนทั้งสภาพภูมิทัศน์จริงของสระในอดีต ความเชื่อเรื่องความขลัง และข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำในแต่ละสระ
ข้อความในพระราชหัตถเลขาทำให้เห็นว่าสระศักดิ์สิทธิ์ในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์จนผู้คนไม่ใช้ประโยชน์แบบทั่วไป น้ำในสระไม่ถูกนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ปลาในสระไม่ถูกจับกิน และพื้นที่สระยังคงลักษณะกึ่งธรรมชาติ มีหญ้าขึ้นรกและมีจระเข้อาศัยอยู่ การเว้นไม่ใช้ทรัพยากรในสระเช่นนี้สะท้อนระบบความเชื่อที่ทำให้แหล่งน้ำได้รับการคุ้มครองโดยธรรมชาติ เพราะความศักดิ์สิทธิ์ทำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่
ในมุมของภูมิศาสตร์วัฒนธรรม สระศักดิ์สิทธิ์เมืองสุพรรณบุรีแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับความศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนไทย น้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานของชีวิต แต่เมื่อน้ำบางแหล่งถูกเชื่อมโยงกับตำนาน พระราชพิธี และประวัติศาสตร์ ก็จะกลายเป็นพื้นที่พิเศษที่มีสถานะต่างจากแหล่งน้ำทั่วไป สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษจึงเป็นตัวอย่างของแหล่งน้ำที่ได้รับการยกระดับจากภูมิทัศน์ธรรมชาติเป็นโบราณสถานและปูชนียสถานของชาติ
ชื่อสระแก้วให้ความรู้สึกถึงความใสสะอาดและความบริสุทธิ์ คำว่าแก้วในภาษาไทยมักสื่อถึงสิ่งมีค่า ความสว่าง ความใส และความเป็นมงคล สระแก้วจึงถูกจดจำในฐานะสระที่มีน้ำใสสะอาดและมีคุณค่าเชิงพิธีกรรม ส่วนสระคาอาจสัมพันธ์กับพืชน้ำหรือสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ขณะที่สระยมนาเป็นชื่อที่ให้ความรู้สึกเก่าแก่และมีมิติทางคติชน ส่วนสระเกษหรือสระเกตสัมพันธ์กับตำนานธิดาเกตและลิงเผือกที่ช่วยขุดสระจนกลายเป็นสระสำคัญที่สุดในเรื่องเล่าท้องถิ่น
ตำนานท้องถิ่นของสระศักดิ์สิทธิ์เล่าว่า ครั้งหนึ่งมีเจ้าเมืองผู้ครองนคร มีธิดา 4 องค์ ชื่อ แก้ว คา ยมนา และเกต พระธิดา 3 องค์แรกมีสวามีเป็นคนธรรมดา ส่วนธิดาองค์สุดท้องคือเกตมีสวามีเป็นลิงเผือก เมื่อเจ้าเมืองชราภาพลงจึงตั้งกติกาว่าให้ธิดาทั้งหมดช่วยกันขุดสระให้เสร็จภายใน 7 วัน ผู้ใดขุดสระได้ใหญ่ที่สุด สวามีของธิดาผู้นั้นจะได้รับราชสมบัติ ธิดา 3 องค์แรกมีผู้ช่วยขุดสระ แต่ธิดาเกตต้องขุดเพียงลำพังและถูกกลั่นแกล้ง จนต้องขอความช่วยเหลือจากลิงเผือก
พญาลิงเผือกได้พาบริวารลิงมาช่วยธิดาเกตขุดสระในคืนสุดท้าย ทำให้สระของธิดาเกตใหญ่กว่าสระของธิดาผู้พี่ทั้ง 3 และยังทำเป็นเกาะกลางน้ำปลูกต้นเกตไว้เป็นสัญลักษณ์ เมื่อเจ้าเมืองสิ้นพระชนม์ บรรดาเสนาอำมาตย์เห็นว่าสระของธิดาเกตใหญ่ที่สุด จึงมอบราชสมบัติให้แก่ธิดาเกตและพญาลิงเผือก เรื่องเล่านี้สะท้อนคติพื้นบ้านเรื่องความดี ความอดทน ความยุติธรรม และการช่วยเหลือจากผู้ที่ถูกมองต่ำกว่าคนทั่วไป แต่กลับมีคุณธรรมและความสามารถมากกว่า
ตอนท้ายของตำนานเล่าว่า ธิดาผู้พี่ทั้ง 3 และสวามีไม่พอใจ จึงขโมยพระขรรค์ศักดิ์สิทธิ์หนีไป พญาลิงเผือกติดตามไปทันกันที่สระเกต พวกพี่จึงขว้างพระขรรค์ลงสระ พระขรรค์ไปถูกต้นเกตขาดสะบั้นและจมสูญหายลงไปในสระ ตั้งแต่นั้นมาสระดังกล่าวจึงกลายเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ เพราะเชื่อว่ามีพระขรรค์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายใน ตำนานนี้ทำให้สระศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำ แต่เป็นพื้นที่ที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอำนาจ ความยุติธรรม ความอิจฉา และวัตถุศักดิ์สิทธิ์ฝังอยู่ในความทรงจำของชุมชน
การมีทั้งหลักฐานพระราชพิธี พระราชหัตถเลขา และตำนานพื้นบ้าน ทำให้สระศักดิ์สิทธิ์จังหวัดสุพรรณบุรีมีความสำคัญหลายมิติ ในมิติราชสำนัก สระเป็นแหล่งน้ำสำหรับพิธีสูงสุดของแผ่นดิน ในมิติโบราณคดี สระได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ในมิติท้องถิ่น สระคือพื้นที่ของตำนานธิดา 4 องค์และพญาลิงเผือก ในมิติการท่องเที่ยว สระคือสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าเมืองสุพรรณบุรีมีรากวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับน้ำ พิธีกรรม และความเชื่อของผู้คนอย่างแนบแน่น
กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนสระศักดิ์สิทธิ์เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ และต่อมามีการกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ดำเนินการขุดลอก อนุรักษ์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ และถ่ายโอนภารกิจการบำรุงรักษาให้เทศบาลตำบลท่าเสด็จดูแล การดำเนินงานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้คงอยู่ในสภาพที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้และการประกอบพิธีในอนาคต เพราะสระน้ำโบราณจำเป็นต้องได้รับการดูแลทั้งด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม และความหมายทางวัฒนธรรมควบคู่กัน
ผู้มาเยือนสระศักดิ์สิทธิ์ควรเข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้เป็นโบราณสถานและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่สระน้ำสำหรับเล่นน้ำ ตกปลา หรือใช้ประโยชน์ทั่วไป ควรเดินชมด้วยความสงบ ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนสภาพแวดล้อม ไม่ลงไปในสระ และไม่จับสัตว์น้ำหรือพืชน้ำในพื้นที่ การท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือการชมภูมิทัศน์ อ่านข้อมูลประวัติศาสตร์ ทำความเข้าใจความสำคัญของน้ำในพระราชพิธี และถ่ายภาพด้วยความเคารพต่อสถานที่
สระศักดิ์สิทธิ์เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และผู้ที่สนใจพระราชพิธีไทย เพราะที่นี่เป็นสถานที่จริงซึ่งเชื่อมโยงกับพิธีสำคัญของแผ่นดิน การได้มายืนอยู่ริมสระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษ ทำให้เข้าใจว่าพระราชพิธีไทยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพระบรมมหาราชวังหรือศูนย์กลางราชธานีเท่านั้น แต่ยังผูกพันกับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในหัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทนพลังมงคลของแผ่นดินทั้งประเทศ
พื้นที่บ้านท่าเสด็จและตำบลสระแก้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถจัดเส้นทางร่วมกันได้ เช่น สวนนกท่าเสด็จ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี หากเดินทางแบบครึ่งวัน สามารถแวะชมสระศักดิ์สิทธิ์และสวนนกท่าเสด็จได้ในเส้นทางเดียวกัน หากมีเวลาทั้งวัน สามารถต่อเข้าตัวเมืองสุพรรณบุรีเพื่อเที่ยวศาลหลักเมือง วัดสำคัญ และพิพิธภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง ไปสระศักดิ์สิทธิ์สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ถนนสายดอนเจดีย์–สุพรรณบุรี หรือทางหลวงหมายเลข 322 มุ่งหน้าไปทางตำบลสระแก้วและบ้านท่าเสด็จ บริเวณสระอยู่ช่วงกิโลเมตรที่ 7–8 ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 13 กม. ผู้เดินทางสามารถใช้สวนนกท่าเสด็จเป็นจุดสังเกตสำคัญ เพราะสระศักดิ์สิทธิ์อยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้าสวนนกและมองหาได้ไม่ยากเมื่อชะลอรถบริเวณกิโลเมตรดังกล่าว
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยือนสระศักดิ์สิทธิ์คือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและแสงเหมาะแก่การชมภูมิทัศน์สระน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางช่วงค่ำ เพราะพื้นที่เป็นโบราณสถานกลางแจ้งและควรชมในช่วงที่มีแสงเพียงพอ หากเดินทางในฤดูฝนควรระมัดระวังพื้นเปียกและควรเดินตามทางที่จัดไว้ ไม่ควรลงพื้นที่ชื้นหรือบริเวณขอบสระที่อาจลื่น
สำหรับชาวต่างชาติ สระศักดิ์สิทธิ์สุพรรณบุรีเป็นตัวอย่างที่ดีของ sacred water landscape หรือภูมิทัศน์น้ำศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมไทย สถานที่แห่งนี้ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ พิธีกรรม พระมหากษัตริย์ ศาสนาพราหมณ์ พระพุทธศาสนา และความเชื่อพื้นบ้านได้ชัดเจน ชาวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมไทยจะเข้าใจได้ว่าแหล่งน้ำบางแห่งไม่ได้เป็นเพียงธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางพิธีกรรมของชาติ
ในภาพรวม สระศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานที่ที่มีคุณค่ามากกว่าแหล่งท่องเที่ยวริมทาง เพราะเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เป็นแหล่งน้ำในพระราชพิธี เป็นพื้นที่ที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จทอดพระเนตร เป็นที่มาของชื่อบ้านท่าเสด็จ และเป็นพื้นที่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าถึงธิดา 4 องค์ พญาลิงเผือก และพระขรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ราชสำนักกับความเชื่อท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกันอย่างชัดเจน สระศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของสุพรรณบุรีที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และควรแวะชมด้วยความเคารพ
| ชื่อสถานที่ | สระศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่ตั้ง | บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | ริมถนนสายดอนเจดีย์–สุพรรณบุรี ทางหลวงหมายเลข 322 กิโลเมตรที่ 7–8 ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ไฮไลต์ | แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 4 สระหลัก ได้แก่ สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษ ใช้ในพระราชพิธีสรงมุรธาภิเษก พระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพระราชพิธีสำคัญของแผ่นดิน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์โบราณของเมืองสุพรรณบุรี มีความสำคัญในโบราณราชประเพณีตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ |
| ที่มาของชื่อ | ตำบลสระแก้วและบ้านท่าเสด็จสัมพันธ์กับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยชื่อบ้านท่าเสด็จเกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมาทอดพระเนตรสระในพื้นที่นี้ |
| ลักษณะเด่น | เป็นกลุ่มสระน้ำโบราณที่มีทั้งความสำคัญทางราชพิธี คติพราหมณ์ ความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ พระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 5 และตำนานธิดา 4 องค์กับพญาลิงเผือก |
| งานประเพณี / พิธีกรรม | น้ำจากสระใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พระราชพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 322 สายดอนเจดีย์–สุพรรณบุรี ไปทางตำบลสระแก้วและบ้านท่าเสด็จ ประมาณ 13 กม. สระอยู่ช่วงกิโลเมตรที่ 7–8 ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติและแหล่งเรียนรู้เรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเมืองสุพรรณบุรี อยู่ภายใต้การดูแลบำรุงรักษาของท้องถิ่น |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ช่วงกลางวัน เหมาะแก่การชมโบราณสถานและพื้นที่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เดินชมโบราณสถาน จุดชมสระ ป้ายข้อมูล พื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่ และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงริมทางหลวงหมายเลข 322 |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ พื้นที่สระอมฤต 1 และสระอมฤต 2 พื้นที่เดินชมโบราณสถานและภูมิทัศน์โดยรอบ |
| ผู้ดูแล | เทศบาลตำบลท่าเสด็จและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ภายใต้สถานะโบราณสถานของกรมศิลปากร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สวนนกท่าเสด็จ ประมาณ 1 กม. 2. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ประมาณ 12 กม. 3. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีและอุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 13 กม. 4. หอคอยบรรหาร-แจ่มใส ประมาณ 13 กม. 5. สวนเฉลิมภัทรราชินี ประมาณ 13 กม. 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประมาณ 15 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารท้องถิ่นบริเวณบ้านท่าเสด็จ ประมาณ 2 กม. 2. ร้านอาหารริมทางสายดอนเจดีย์–สุพรรณบุรี ประมาณ 3 กม. 3. Café Amazon สาขาในเส้นทางตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 8 กม. 4. ร้านอาหารในตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 13 กม. 5. ร้านขัวะ ถนนนางพิม ประมาณ 13 กม. โทร. 035-521-045 6. ร้านอาหารบริเวณอุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 13 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมเลิศศรี ประมาณ 6 กม. 2. ม้วนรีสอร์ท ประมาณ 8 กม. 3. ละมุน บูทีก โฮเทล ประมาณ 10 กม. 4. โรงแรมสองพันบุรี ประมาณ 12 กม. โทร. 035-522-555-7 5. โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ ประมาณ 13 กม. โทร. 035-501-290 6. ฮ็อป อินน์ สุพรรณบุรี ประมาณ 14 กม. โทร. 065-945-9006 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สระศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: สระศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ริมทางหลวงหมายเลข 322 ช่วงกิโลเมตรที่ 7–8 ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ
ถาม: สระศักดิ์สิทธิ์สุพรรณบุรีมีสระอะไรบ้าง?
ตอบ: สระหลักที่เป็นที่รู้จักมี 4 สระ ได้แก่ สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษ ต่อมาพบเพิ่มเติมอีก 2 สระ คือ สระอมฤต 1 และสระอมฤต 2
ถาม: สระศักดิ์สิทธิ์สำคัญต่อพระราชพิธีไทยอย่างไร?
ตอบ: น้ำจากสระศักดิ์สิทธิ์ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พระราชพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี
ถาม: ทำไมหมู่บ้านนี้จึงชื่อบ้านท่าเสด็จ?
ตอบ: ชื่อบ้านท่าเสด็จเกิดจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมาทอดพระเนตรสระศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่นี้
ถาม: สระศักดิ์สิทธิ์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเดินชมพื้นที่โบราณสถานได้โดยควรเคารพสถานที่ ไม่ลงไปในสระ และไม่รบกวนสภาพแวดล้อม
ถาม: ควรไปสระศักดิ์สิทธิ์ช่วงเวลาใด?
ตอบ: ควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะแก่การชมภูมิทัศน์สระน้ำโบราณกลางแจ้ง
ถาม: เที่ยวสระศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับสวนนกท่าเสด็จ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรีได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



