หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.อู่ทอง >ต.พลับพลาไชย > ศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพเกษตร
TL;DR: ศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพเกษตร อยู่ที่ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชม เวลา ติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชม. จุดเด่นคือ มีโรงเรือนอนุบาลและผลิตพืชเพาะเลี้ยง 7 โรงเรือน ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์.
ศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพเกษตร

วันเปิดทำการ: ติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชม
เวลาเปิดทำการ: ติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชม
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุพรรณบุรี หรือศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรด้านพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การอนุบาลต้นพันธุ์ การขยายพันธุ์พืชคุณภาพ และการฝึกอาชีพด้านการเกษตรที่สำคัญของอำเภออู่ทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พื้นที่แห่งนี้มีบทบาทในการพัฒนางานด้านพันธุ์พืชให้สอดคล้องกับเกษตรกรรมสมัยใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีในห้องปฏิบัติการ โรงเรือนอนุบาล ระบบควบคุมสภาพแวดล้อม และกระบวนการส่งเสริมความรู้ให้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา คณะศึกษาดูงาน และผู้สนใจการผลิตต้นพันธุ์พืชที่มีคุณภาพ
ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญเพราะต้นพันธุ์คือจุดเริ่มต้นของผลผลิตทางการเกษตร หากเกษตรกรเริ่มจากต้นพันธุ์ที่แข็งแรง ปลอดโรค เหมาะกับพื้นที่ และได้รับการอนุบาลอย่างถูกต้อง โอกาสในการได้ผลผลิตดีจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในทางกลับกัน หากเริ่มจากต้นพันธุ์ที่อ่อนแอหรือมีโรคติดมา การจัดการในแปลงปลูกจะยากขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น และผลผลิตอาจเสียหายก่อนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจึงทำหน้าที่เป็นฐานความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นพันธุ์ การดูแลต้นกล้า การขยายเพิ่มปริมาณ การทดลองปลูก การสาธิต และการถ่ายทอดวิทยาการให้ผู้ใช้พันธุ์นำไปใช้ได้จริง
ภารกิจหลักของศูนย์คือการพัฒนางานด้านพันธุ์พืชและการฝึกอาชีพเกษตร โดยเฉพาะการผลิตพืชด้วยเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ จากนั้นนำพืชขนาดเล็กที่ได้จากขวดเพาะเลี้ยงเข้าสู่กระบวนการอนุบาลในโรงเรือนหลายระดับ ก่อนขยายเพิ่มปริมาณและส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกต่อ กระบวนการนี้ต้องอาศัยความละเอียดสูง เพราะพืชที่ออกจากขวดเพาะเลี้ยงยังมีขนาดเล็ก อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม และต้องปรับตัวจากสภาพปลอดเชื้อในห้องปฏิบัติการไปสู่สภาพโรงเรือนและแปลงปลูกจริง
เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นกระบวนการขยายพันธุ์พืชที่นำชิ้นส่วนของพืช เช่น ยอด ตา หรือเนื้อเยื่อที่คัดเลือกแล้วมาเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ ภายใต้สูตรอาหารพืชและสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เมื่อต้นพืชเพิ่มจำนวนและเจริญเติบโตจนเหมาะสม จึงนำออกจากขวดเพาะเลี้ยงเข้าสู่ขั้นตอนอนุบาล กระบวนการนี้ช่วยให้สามารถผลิตต้นพันธุ์จำนวนมากได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ได้ต้นพันธุ์ที่มีลักษณะสม่ำเสมอ และช่วยลดความเสี่ยงจากโรคบางชนิดที่อาจติดไปกับต้นพันธุ์จากวิธีขยายพันธุ์ทั่วไป
สิ่งที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้โดดเด่นคือระบบโรงเรือนอนุบาลและผลิตพืชเพาะเลี้ยงจำนวน 7 โรงเรือน ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โรงเรือนเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกันทั้งหมด แต่ถูกจัดให้รองรับพืชในแต่ละช่วงอายุและแต่ละวัตถุประสงค์ ตั้งแต่การอนุบาลพืชขนาดเล็กที่เพิ่งนำออกจากขวด การปรับสภาพพืชให้แข็งแรงขึ้น การเตรียมพืชก่อนนำไปปลูก การขยายเพิ่มปริมาณ การสาธิตการปลูก การเก็บแม่พันธุ์ปลอดโรค และการผลิตต้นกล้าจากเมล็ดหรือการปักชำ ระบบเช่นนี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นว่าเบื้องหลังต้นพันธุ์คุณภาพไม่ได้เกิดจากขั้นตอนเดียว แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องควบคุมหลายปัจจัยอย่างรอบคอบ
โรงเรือนที่ 1 เป็นโรงเรือนอนุบาลสำหรับพืชขนาดเล็กที่เพิ่งนำออกจากขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พืชในระยะนี้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะยังปรับตัวจากสภาพห้องปฏิบัติการสู่สภาพภายนอกได้ไม่เต็มที่ ระบบความชื้น แสง อุณหภูมิ ความสะอาด และการให้น้ำต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม หากพืชได้รับแสงมากเกินไป แห้งเกินไป หรือมีเชื้อโรคเข้าทำลาย อาจเสียหายได้ง่าย โรงเรือนที่ 1 จึงเป็นเหมือนห้องปรับตัวเบื้องต้นของพืชก่อนเข้าสู่ขั้นตอนที่แข็งแรงขึ้น
โรงเรือนที่ 2 เป็นโรงเรือนอนุบาลสำหรับพืชที่ผ่านการอนุบาลจากโรงเรือนที่ 1 มาแล้ว ในระยะนี้พืชเริ่มปรับตัวกับสภาพโรงเรือนได้ดีขึ้น แต่ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ราก ใบ และลำต้นเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ การควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนที่ 2 จึงมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นพืชแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดความเครียดจากการย้ายสภาพแวดล้อม และเตรียมพร้อมเข้าสู่การอนุบาลในระดับถัดไป
โรงเรือนที่ 3 เป็นโรงเรือนอนุบาลสำหรับพืชที่ผ่านโรงเรือนที่ 2 มาแล้ว และใช้ดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะพร้อมนำไปปลูก ระยะนี้เป็นช่วงสำคัญของการสร้างความแข็งแรงให้ต้นพันธุ์ เพราะต้นพืชต้องพร้อมต่อการย้ายไปสู่แปลงปลูกหรือระบบปลูกที่มีสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปมากกว่าในโรงเรือน การอนุบาลในโรงเรือนที่ 3 จึงช่วยให้ต้นพันธุ์มีความสมบูรณ์ ลดความสูญเสียหลังปลูก และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้รับต้นพันธุ์ที่พร้อมใช้งานมากขึ้น
โรงเรือนที่ 4 เป็นโรงเรือนขยาย ทำหน้าที่รับพันธุ์พืชจากโรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรคหรือปลูกพันธุ์พืชหลักเพื่อขยายเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น โรงเรือนนี้มีบทบาทสำคัญต่อการกระจายพันธุ์ เพราะเมื่อมีแม่พันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกและดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว การเพิ่มจำนวนต้นพันธุ์ต้องทำภายใต้ระบบที่ควบคุมได้ เพื่อรักษาคุณภาพ ลดการปนเปื้อน และทำให้เกษตรกรได้รับพันธุ์พืชที่ตรงตามลักษณะที่ต้องการ
โรงเรือนที่ 5 เป็นโรงเรือนสาธิต ใช้สำหรับสาธิตและทดสอบการใช้หรือการปลูกพืชเพาะเลี้ยง เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้ใช้พันธุ์ โรงเรือนนี้มีความสำคัญต่อการถ่ายทอดความรู้ เพราะเกษตรกรและผู้สนใจไม่ได้ต้องการเพียงต้นพันธุ์ แต่ต้องเข้าใจวิธีนำต้นพันธุ์ไปปลูก ดูแล และจัดการต่อให้เกิดผลจริง การสาธิตช่วยให้เห็นขั้นตอนหลังจากได้รับต้นพันธุ์ เช่น วิธีลงปลูก การจัดระยะ การให้น้ำ การให้ปุ๋ย การป้องกันโรค และการดูแลในระยะต้นกล้า
โรงเรือนที่ 6 เป็นโรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรค มีระบบควบคุมโรคและแมลงที่เข้มงวด ใช้เก็บหรือเตรียมแม่พันธุ์เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงหรือขยายเพิ่มปริมาณต่อไป โรงเรือนนี้ถือเป็นหัวใจของความน่าเชื่อถือด้านพันธุ์พืช เพราะหากแม่พันธุ์มีปัญหา ต้นพันธุ์ที่ผลิตต่อเนื่องอาจได้รับผลกระทบทั้งหมด การควบคุมความสะอาด โรคแมลง และสภาพแวดล้อมของแม่พันธุ์จึงเป็นขั้นตอนที่ต้องให้ความสำคัญสูงมาก
โรงเรือนผลิตต้นกล้าใช้สำหรับอนุบาลพืชที่ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำ ทำให้ศูนย์ไม่ได้จำกัดเฉพาะพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเท่านั้น แต่ยังรองรับการผลิตต้นกล้าจากวิธีขยายพันธุ์อื่นที่เหมาะสมกับพืชบางชนิด การมีโรงเรือนผลิตต้นกล้าช่วยให้ศูนย์สามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องการขยายพันธุ์พืชหลายรูปแบบ ทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ในห้องปฏิบัติการและวิธีอนุบาลต้นกล้าที่เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในพื้นที่ของตนเอง
ระบบต่าง ๆ ภายในโรงเรือนอนุบาลพืชเป็นส่วนที่สะท้อนความทันสมัยของศูนย์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความเย็น ระบบพ่นหมอก ระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบควบคุมความเข้มของแสง ระบบการให้แสง ระบบควบคุมศัตรูพืช ระบบการวางพืช ระบบการให้น้ำ ระบบการให้ปุ๋ย ระบบฆ่าเชื้ออุปกรณ์และวัสดุอนุบาล ระบบเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และระบบควบคุมการทำงานโดยคอมพิวเตอร์ ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชแต่ละระยะ
การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญมากในโรงเรือนอนุบาล เพราะพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่เพิ่งออกจากขวดมักมีความอ่อนไหวต่อการสูญเสียน้ำ ระบบพ่นหมอกช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ลดความเครียดของพืช และช่วยให้ต้นเล็กค่อย ๆ ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมภายนอก ขณะที่ระบบทำความเย็นและระบบควบคุมอุณหภูมิช่วยป้องกันความร้อนสะสมในโรงเรือน ซึ่งอาจกระทบต่อการเจริญเติบโตและอัตราการรอดของต้นพันธุ์
ระบบควบคุมแสงมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะพืชแต่ละชนิดและแต่ละระยะต้องการความเข้มของแสงต่างกัน พืชที่เพิ่งออกจากขวดอาจยังไม่เหมาะกับแสงจัดโดยตรง จึงต้องได้รับแสงในระดับที่พอดี เมื่อพืชแข็งแรงขึ้นจึงค่อยปรับให้ได้รับแสงมากขึ้น ระบบการให้แสงและควบคุมความเข้มของแสงจึงช่วยให้การอนุบาลต้นพันธุ์เป็นไปอย่างเป็นระบบ ลดความเสียหายจากแสงที่มากหรือน้อยเกินไป และช่วยให้พืชพัฒนาได้สม่ำเสมอ
ระบบการให้น้ำและให้ปุ๋ยภายในโรงเรือนช่วยให้ต้นพันธุ์ได้รับปัจจัยการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม การให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้รากขาดอากาศหรือเกิดโรค ส่วนการให้น้ำน้อยเกินไปทำให้พืชเหี่ยวและชะงักการเจริญเติบโต การให้ปุ๋ยก็ต้องเหมาะกับระยะของพืช เพราะต้นเล็กไม่สามารถรับความเข้มข้นของธาตุอาหารได้เหมือนต้นที่แข็งแรงแล้ว ระบบควบคุมจึงช่วยให้การดูแลต้นพันธุ์มีมาตรฐานและลดความผิดพลาดจากการจัดการด้วยมือเพียงอย่างเดียว
ระบบควบคุมศัตรูพืชและระบบฆ่าเชื้ออุปกรณ์มีความสำคัญอย่างมากในงานผลิตต้นพันธุ์ เพราะโรคพืชและแมลงสามารถสร้างความเสียหายต่อพืชจำนวนมากได้ในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะในสภาพโรงเรือนที่มีพืชอยู่หนาแน่นและมีความชื้นเหมาะต่อการเจริญของเชื้อโรคบางชนิด การรักษาความสะอาด การฆ่าเชื้อวัสดุอนุบาล และการควบคุมแมลงจึงเป็นมาตรการพื้นฐานที่ช่วยรักษาคุณภาพของต้นพันธุ์และลดความเสี่ยงต่อการกระจายโรค
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรยังทำหน้าที่ฝึกอบรมวิทยาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพันธุ์พืชและอาชีพเกษตร เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมสามารถเรียนรู้ทั้งหลักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การอนุบาลต้นพันธุ์ การดูแลหลังย้ายปลูก การจัดการโรงเรือน และการนำพันธุ์พืชคุณภาพไปใช้ในระบบการผลิตจริง สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ศูนย์แห่งนี้เป็นห้องเรียนภาคสนามที่ช่วยให้เข้าใจวิทยาศาสตร์พืช เทคโนโลยีชีวภาพ และการเกษตรสมัยใหม่จากสถานที่จริง
ในมิติการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้มากกว่าการเที่ยวชมแบบทั่วไป ผู้เข้าชมจะได้เห็นกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการสู่โรงเรือน ได้เข้าใจว่าพืชที่ปลูกในแปลงเกษตรต้องผ่านการเตรียมต้นพันธุ์อย่างไร และได้เห็นระบบควบคุมโรงเรือนที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลพืช การเที่ยวลักษณะนี้เหมาะกับครอบครัว นักเรียน เกษตรกรรุ่นใหม่ ผู้สนใจไม้ดอก ไม้ผล ไม้ประดับ และผู้สนใจการพัฒนาพืชพันธุ์ดีในระดับชุมชน
การเข้าชมควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและโรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรคที่ต้องควบคุมความสะอาดและโรคแมลงอย่างเข้มงวด การประสานงานล่วงหน้าช่วยให้ทราบว่าช่วงเวลาใดเหมาะกับการเข้าชม มีเจ้าหน้าที่บรรยายหรือไม่ พื้นที่ใดเปิดให้เข้าชมได้ และควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อไม่กระทบต่อกระบวนการผลิตต้นพันธุ์
การเดินทาง ไปยังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถเริ่มจากอำเภออู่ทองไปตามเส้นทางอู่ทอง – ด่านช้างประมาณ 6 กิโลเมตร เมื่อถึงบริเวณโรงงานน้ำตาลให้เลี้ยวซ้าย ข้ามสะพานคลองชลประทานแล้วเลี้ยวขวาเลียบคลองชลประทานต่อไปประมาณ 10 กิโลเมตร ศูนย์จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่อำเภออู่ทองและตำบลพลับพลาไชย การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด เพราะศูนย์ตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรนอกตัวเมือง
ผู้มาเยือนสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภออู่ทองได้ เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง เมืองโบราณอู่ทอง วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ วัดเขาทำเทียม และอุทยานแห่งชาติพุม่วง หากต้องการเน้นเส้นทางเกษตรและการเรียนรู้ สามารถเชื่อมต่อกับศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีวภาพ หรือแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอื่นในจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้เห็นภาพรวมของเกษตรสมัยใหม่ตั้งแต่การผลิตต้นพันธุ์ไปจนถึงการจัดการศัตรูพืชและระบบการผลิตปลอดภัย
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุพรรณบุรีจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าสำหรับจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะช่วยอธิบายว่าเกษตรกรรมยุคใหม่ต้องอาศัยทั้งภูมิปัญญา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการที่เป็นระบบ ต้นพันธุ์ที่แข็งแรงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ผ่านการคัดเลือก การเพาะเลี้ยง การอนุบาล การควบคุมสภาพแวดล้อม และการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ใช้พันธุ์อย่างต่อเนื่อง สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเบื้องหลังของพืชพันธุ์ดีและอนาคตของเกษตรกรรมไทยอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุพรรณบุรี / ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรด้านพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง / ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่ตั้ง | ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | 1 หมู่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160 |
| พิกัด | ละติจูด 14.416404, ลองจิจูด 99.972468 |
| ไฮไลต์ | แหล่งเรียนรู้ด้านพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โรงเรือนอนุบาลพืช โรงเรือนขยายพันธุ์ โรงเรือนสาธิต โรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรค และการฝึกอาชีพด้านการเกษตร |
| ลักษณะเด่น | มีโรงเรือนอนุบาลและผลิตพืชเพาะเลี้ยง 7 โรงเรือน ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมตั้งแต่การอนุบาลพืชออกจากขวดจนถึงการขยายพันธุ์และสาธิตการปลูก |
| การเดินทาง | จากอำเภออู่ทอง ใช้เส้นทางอู่ทอง – ด่านช้างประมาณ 6 กม. ถึงโรงงานน้ำตาลเลี้ยวซ้าย ข้ามสะพานคลองชลประทานแล้วเลี้ยวขวาเลียบคลองชลประทานประมาณ 10 กม. ศูนย์อยู่ทางด้านซ้ายมือ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นศูนย์เรียนรู้และหน่วยงานด้านการขยายพันธุ์พืชของจังหวัดสุพรรณบุรี ควรติดต่อประสานงานก่อนเข้าชม |
| วันเปิดทำการ | ติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชม |
| เวลาเปิดทำการ | ติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ตึกอำนวยการ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โรงเรือนอนุบาลพืช โรงเรือนขยายพันธุ์ โรงเรือนสาธิต โรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรค โรงเรือนผลิตต้นกล้า พื้นที่อบรม พื้นที่สาธิต และพื้นที่จอดรถตามหน่วยงาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ตึกอำนวยการ 2. ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 3. โรงเรือนที่ 1 โรงเรือนอนุบาลพืชออกจากขวด 4. โรงเรือนที่ 2 โรงเรือนอนุบาลระยะต่อเนื่อง 5. โรงเรือนที่ 3 โรงเรือนอนุบาลก่อนนำไปปลูก 6. โรงเรือนที่ 4 โรงเรือนขยายพันธุ์พืช 7. โรงเรือนที่ 5 โรงเรือนสาธิตและทดสอบการปลูก 8. โรงเรือนที่ 6 โรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรค 9. โรงเรือนผลิตต้นกล้าจากเมล็ดหรือปักชำ 10. โซนระบบควบคุมโรงเรือนด้วยคอมพิวเตอร์ |
| ระบบสำคัญของโรงเรือน | ระบบทำความเย็น ระบบพ่นหมอก ระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบควบคุมความเข้มของแสง ระบบการให้แสง ระบบควบคุมศัตรูพืช ระบบการวางพืช ระบบการให้น้ำ ระบบการให้ปุ๋ย ระบบฆ่าเชื้ออุปกรณ์และวัสดุอนุบาล ระบบเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และระบบควบคุมการทำงานโดยคอมพิวเตอร์ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 035-440360, 061-3868815, 089-8373277 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีวภาพ / ศูนย์อารักขาพืชสุพรรณบุรี ประมาณ 1 กม. 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ประมาณ 12 กม. 3. เมืองโบราณอู่ทอง ประมาณ 13 กม. 4. วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ประมาณ 14 กม. 5. พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ / หลวงพ่ออู่ทอง ประมาณ 16 กม. 6. วัดเขาทำเทียม ประมาณ 17 กม. 7. ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย นาเฮียใช้ ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารท้องถิ่นในอำเภออู่ทอง ประมาณ 12 กม. 2. The Little Hut Cafe อู่ทอง ประมาณ 13 กม. 3. GreenBough Cafe อู่ทอง ประมาณ 15 กม. โทร. 064-661-4936 4. ร้านอาหารบริเวณพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ ประมาณ 16 กม. 5. ร้านอาหารในเส้นทางอู่ทอง – สุพรรณบุรี ประมาณ 15 กม. 6. ร้านอาหารในตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 30 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เปรม แมนชั่น อู่ทอง ประมาณ 12 กม. โทร. 099-481-8899, 090-880-9997 2. U Thong Hotel ประมาณ 13 กม. 3. Tolopoti Hotel & Resort ประมาณ 14 กม. โทร. 082-333-3308 4. ที่พักและรีสอร์ทในเขตอำเภออู่ทอง ประมาณ 15 กม. 5. ที่พักบริเวณเส้นทางอู่ทอง – สุพรรณบุรี ประมาณ 20 กม. 6. โรงแรมในตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 30 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่ 1 หมู่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160
ถาม: ศูนย์แห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร?
ตอบ: จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนางานด้านพันธุ์พืช ฝึกอาชีพการเกษตร ผลิตพืชด้วยเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ อนุบาลต้นพันธุ์ ขยายเพิ่มปริมาณ และถ่ายทอดวิทยาการที่เกี่ยวข้องแก่เกษตรกรและผู้สนใจ
ถาม: ภายในศูนย์มีโรงเรือนกี่โรงเรือน?
ตอบ: มีโรงเรือนอนุบาลและผลิตพืชเพาะเลี้ยง 7 โรงเรือน รวมถึงโรงเรือนอนุบาล โรงเรือนขยาย โรงเรือนสาธิต โรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรค และโรงเรือนผลิตต้นกล้า
ถาม: เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคืออะไร?
ตอบ: เป็นการนำชิ้นส่วนของพืชมาเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อภายใต้สูตรอาหารและสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เพื่อเพิ่มจำนวนต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพและมีลักษณะสม่ำเสมอ
ถาม: โรงเรือนแม่พันธุ์ปลอดโรคมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นพื้นที่เก็บหรือเตรียมแม่พันธุ์ที่ควบคุมโรคและแมลงอย่างเข้มงวด เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงหรือขยายเพิ่มปริมาณต่อไป ช่วยรักษาคุณภาพของต้นพันธุ์ตั้งแต่ต้นทาง
ถาม: ศูนย์นี้เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา คณะศึกษาดูงาน ผู้สนใจพันธุ์พืช เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การผลิตต้นกล้า และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ถาม: ต้องติดต่อก่อนเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อประสานงานล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานจริงและต้องควบคุมความสะอาด โรคแมลง และระบบโรงเรือน
ถาม: เที่ยวศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีวภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง เมืองโบราณอู่ทอง วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ วัดเขาทำเทียม และนาเฮียใช้
โทร : 035551399
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



