หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เมืองสุพรรณบุรี >ต.ท่าพี่เลี้ยง > พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์)
TL;DR: พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์) สถานที่ท่องเที่ยวสุพรรณบุรี ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก, พิพิธภัณฑ์.

สุพรรณบุรี

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์)

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์)

วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: วันพุธ – วันศุกร์ 10.00 – 16.00 น. / วันเสาร์ – วันอาทิตย์ 09.00 – 16.20 น.
 
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หรืออุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย–จีนที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลาง ตั้งอยู่ภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จุดเด่นที่เห็นได้ชัดตั้งแต่แรกมาถึงคืออาคารทรงมังกรขนาดใหญ่สีทองอร่าม ซึ่งออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมจีน ความยิ่งใหญ่ ความศักดิ์สิทธิ์ และความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างชาวไทยกับชาวจีนในแผ่นดินไทย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีนครบ 20 ปี ในช่วงที่ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย และเกิดจากแรงศรัทธาของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี พ่อค้า ประชาชน และผู้สนใจในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจีนที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ระดับประเทศขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี
 
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรไม่ได้เป็นเพียงอาคารรูปมังกรที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อารยธรรมจีนยาวนานกว่า 5,000 ปี ผ่านนิทรรศการถาวรภายในตัวมังกรอย่างเป็นลำดับ ผู้เข้าชมจะได้เดินทางผ่านเรื่องเล่าตั้งแต่ตำนานการกำเนิดโลก ตำนานกำเนิดมนุษย์ ปฐมกษัตริย์จีน ราชวงศ์สำคัญ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ ปรัชญา ภูมิปัญญา ประดิษฐกรรมจีน ตลอดจนประวัติความเป็นมาของชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย การเล่าเรื่องทั้งหมดใช้สื่อจัดแสดงที่ทันสมัย เช่น ภาพยนตร์ ระบบแสง สี เสียง โสตทัศนูปกรณ์ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ หุ่นจำลอง ฉากจำลอง และห้องจัดแสดงที่ออกแบบให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางเข้าไปในประวัติศาสตร์จีนทีละยุคสมัย
 
ความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ไทย–จีนที่แนบแน่นมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ ชาวจีนจำนวนมากอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย สร้างครอบครัว ประกอบอาชีพ ค้าขาย และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของไทยในหลายพื้นที่ สุพรรณบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีชุมชนไทยเชื้อสายจีนเข้มแข็ง โดยมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีเป็นศูนย์รวมจิตใจ อาคารพิพิธภัณฑ์รูปมังกรจึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของประเทศจีน แต่เป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึงบรรพบุรุษ ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย และความภาคภูมิใจของลูกหลานชาวจีนที่เติบโตภายใต้พระบรมโพธิสมภารในสังคมไทย
 
อาคารมังกรมีขนาดใหญ่และโดดเด่นมาก โดยมีความยาวประมาณ 135 เมตร สูงประมาณ 35 เมตร และกว้างประมาณ 18 เมตร ภายนอกออกแบบเป็นมังกรยักษ์ที่ทอดตัวยาวอยู่เหนือกลุ่มเมฆ สื่อถึงมังกรในคติจีนซึ่งเป็นสัตว์มงคล เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความรุ่งเรือง ปัญญา และพลังแห่งฟ้า เมื่อผู้มาเยือนเดินเข้าสู่พื้นที่อุทยานมังกรสวรรค์จะสัมผัสได้ถึงการผสมผสานระหว่างศาลเจ้า สวนจีน พิพิธภัณฑ์ และสถาปัตยกรรมเชิงสัญลักษณ์ ภายในพื้นที่เดียวกันยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี หอระฆังสัมฤทธิ์ ศาลากลางน้ำ 7 ชั้น ศาลาเทียนอันเหมิน และองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจีนที่ช่วยให้พื้นที่นี้เป็นมากกว่าพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นศูนย์รวมความศรัทธาและวัฒนธรรมไทย–จีนของจังหวัดสุพรรณบุรี
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพื้นที่อุทยานมังกรสวรรค์ เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานเจ้าพ่อหลักเมืองซึ่งเป็นประติมากรรมสลักหินแบบนูนต่ำ สันนิษฐานว่าเป็นรูปพระนารายณ์สี่กร มีอายุประมาณ 1,300 – 1,400 ปี และได้รับความเคารพศรัทธาจากชาวไทยเชื้อสายจีนและประชาชนทั่วไปมายาวนาน เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวว่าชาวจีนพบองค์เจ้าพ่อหลักเมืองจมโคลนอยู่ริมคลองเมื่อประมาณ 150 ปีก่อน จึงอัญเชิญขึ้นและสร้างศาลให้เป็นที่ประดิษฐาน ต่อมามีการบูรณะพัฒนาเรื่อยมา โดยเฉพาะในสมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชาและคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองปรับปรุงพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้น สร้างอาคารแบบจีน และพัฒนาพื้นที่โดยรอบจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสุพรรณบุรีในปัจจุบัน
 
ภายในพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรเริ่มต้นด้วยห้องฉายภาพยนตร์ซึ่งทำหน้าที่ปูพื้นความเข้าใจให้ผู้เข้าชมก่อนเข้าสู่เส้นทางประวัติศาสตร์จีน ห้องนี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพรวมของอารยธรรมจีน ความยาวนานของประวัติศาสตร์ และความหมายของมังกรในฐานะสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม จากนั้นผู้เข้าชมจะค่อย ๆ เดินต่อไปยังห้องจัดแสดงต่าง ๆ ที่เรียงลำดับตามยุคสมัย การเข้าชมเป็นรอบทำให้การเดินชมมีจังหวะชัดเจน และช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือระบบบรรยายสามารถพาผู้ชมไล่เรียงเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สับสนกับจำนวนห้องและรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างมาก
 
ส่วนต้นของนิทรรศการเล่าเรื่องตำนานการกำเนิดโลกและกำเนิดมนุษย์ตามคติจีน ห้องเทพนิยายกำเนิดโลกกล่าวถึงเทพบิดรผานกู่ ผู้สละชีวิตแยกแผ่นดินและแผ่นฟ้าออกจากกัน ธรรมชาติต่าง ๆ เช่น พระอาทิตย์ พระจันทร์ ขุนเขา และสายน้ำ เกิดจากเลือดเนื้อและร่างกายของผานกู่ เรื่องเล่านี้ทำให้เห็นว่าชาวจีนมองโลกในฐานะสิ่งที่มีรากกำเนิดจากพลังศักดิ์สิทธิ์และการเสียสละ ส่วนห้องเทพนิยายกำเนิดมนุษย์กล่าวถึงเทพธิดาหนี่วาที่ปั้นมนุษย์ชายหญิงคู่แรกจากดินแม่น้ำเหลืองแล้วชุบเสกให้มีชีวิต เป็นตำนานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ดิน น้ำ และแม่น้ำเหลือง ซึ่งถือเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญของจีน
 
ถัดจากตำนานกำเนิดโลกและมนุษย์ พิพิธภัณฑ์นำเสนอเรื่องเสินหนง บิดาแห่งสมุนไพร ผู้เกี่ยวข้องกับความรู้ด้านพืช ยา และการค้นพบใบชา ซึ่งต่อมากลายเป็นเครื่องดื่มสำคัญของวัฒนธรรมจีน จากนั้นเข้าสู่เรื่องปฐมกษัตริย์หวงตี้และเอี๋ยนตี้ ผู้นำชนเผ่าที่ชาวจีนยกย่องให้เป็นบรรพบุรุษ จนเกิดคำเรียกตนเองว่า “ลูกหลานเอี๋ยน–หวง” เนื้อหาในช่วงนี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าประวัติศาสตร์จีนไม่ได้เริ่มจากราชวงศ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ยังมีชั้นของตำนาน บรรพชน ความเชื่อ และการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของชาวจีนตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
 
นิทรรศการต่อเนื่องเข้าสู่ราชวงศ์เซี่ยและซาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานต้าอวี่ ผู้แก้ปัญหาอุทกภัยแม่น้ำเหลือง และยุคสำคัญของการค้นพบสำริดกับอักษรกระดองเต่า ซึ่งเป็นอักษรจีนยุคแรกในประวัติศาสตร์ ห้องนี้ช่วยให้เห็นจุดเริ่มต้นของรัฐโบราณ การบริหารจัดการน้ำ เทคโนโลยีโลหะ และระบบการบันทึกของจีน ต่อมาในห้องราชวงศ์โจว ผู้ชมจะได้พบยุคแห่งนักคิด นักปราชญ์ และแนวคิดร้อยสำนักประชัน เช่น เล่าจื้อ ผู้ให้กำเนิดลัทธิเต๋า ขงจื้อ ผู้วางหลักจริยธรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม ซุนอู่ ผู้แต่งตำราพิชัยสงคราม และชวีหยวน กวีผู้รักชาติที่เกี่ยวข้องกับตำนานขนมบะจ่างและการแข่งเรือมังกร
 
ราชวงศ์ฉินเป็นอีกช่วงสำคัญที่พิพิธภัณฑ์นำเสนอผ่านเรื่องจิ๋นซีฮ่องเต้ ฮ่องเต้องค์แรกของจีน ผู้รวบรวมแผ่นดิน สร้างกำแพงเมืองจีน ปฏิรูประบบตัวอักษร เงินตรา มาตราชั่งตวงวัด และมีสุสานทหารดินเผาที่เลื่องลือไปทั่วโลก ห้องราชวงศ์ฉินจึงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจความหมายของการรวมอำนาจรัฐและการสร้างมาตรฐานทางการปกครอง ต่อจากนั้นห้องราชวงศ์ฮั่นเล่าเรื่องยุคแห่งความรุ่งเรือง เส้นทางสายแพรไหม การค้นพบกระดาษ การรับพุทธศาสนามหายานเข้าสู่จีน และเหตุผลที่ชาวจีนจำนวนมากเรียกตนเองว่า “ชาวฮั่น” ซึ่งเป็นคำที่ยังคงมีความหมายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมจนถึงปัจจุบัน
 
ห้องสามก๊กเป็นหนึ่งในห้องที่ผู้ชมจำนวนมากสนใจ เพราะสามก๊กเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อโลกจีนและโลกไทยมายาวนาน เนื้อหาเล่าถึงปลายราชวงศ์ฮั่นเมื่อแผ่นดินจีนแตกออกเป็นสามก๊ก พร้อมนำเสนอเหตุการณ์สำคัญ เช่น ยุทธนาวีที่ผาแดง หรือเหตุการณ์โจโฉแตกทัพเรือ ความน่าสนใจของห้องนี้อยู่ที่การทำให้ผู้ชมเห็นว่าประวัติศาสตร์จีนไม่ได้เป็นเพียงลำดับกษัตริย์และราชวงศ์ แต่ยังเต็มไปด้วยกลยุทธ์ ความขัดแย้ง ความจงรักภักดี การเมือง และบุคลิกของวีรบุรุษที่ถูกเล่าขานต่อเนื่องผ่านวรรณกรรม งิ้ว ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมสมัยนิยม
 
ราชวงศ์สุยและถังสะท้อนยุคของการรวมแผ่นดินและความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ห้องราชวงศ์สุยกล่าวถึงการขุดคลองต้าอวิ่นเหอซึ่งเป็นคลองขุดขนาดใหญ่และมีบทบาทต่อการคมนาคมและการค้า ส่วนราชวงศ์ถังเป็นยุคแห่งความเฟื่องฟู ทั้งด้านศิลปะ วรรณกรรม ศาสนา และความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับโลกภายนอก ภายในนิทรรศการมีการกล่าวถึงวัดเส้าหลิน บูเชคเทียน ฮ่องเต้หญิงองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน และหยางกุ้ยเฟย หญิงงามผู้เป็นหนึ่งในตำนานสำคัญของจีน ช่วงนี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพจีนในยุคที่เปิดกว้าง รุ่งเรือง และเต็มไปด้วยสีสันทางวัฒนธรรม
 
ห้องราชวงศ์ซ่งเหนือและซ่งใต้เล่าเรื่องบุคคลสำคัญ เช่น เปาบุ้นจิ้น ผู้ทรงความยุติธรรมแห่งศาลไคฟง และงักฮุย ขุนพลผู้รักชาติที่ถูกกังฉินใส่ร้ายจนเสียชีวิต เรื่องของเปาบุ้นจิ้นเชื่อมโยงกับคติความยุติธรรม ความกล้าหาญทางศีลธรรม และภาพจำในงิ้วจีน ส่วนเรื่องของงักฮุยสะท้อนความรักชาติ ความซื่อสัตย์ และการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม นิทรรศการยังเชื่อมโยงเรื่องงักฮุยกับตำนานปาท่องโก๋หรืออิ้วจาก้วย ซึ่งใช้แป้งเป็นสัญลักษณ์แทนกังฉินผัวเมียนำมาทอดน้ำมัน แสดงให้เห็นว่าอาหารจีนหลายอย่างมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำร่วมซ่อนอยู่
 
ราชวงศ์หยวนเล่าเรื่องช่วงที่ชาวจีนอยู่ภายใต้การปกครองของมองโกลและการลุกฮือต่อต้าน โดยมีตำนานการสอดสารลับไว้ในขนมไหว้พระจันทร์เพื่อรวมกำลังโค่นล้มมองโกล ห้องนี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านทางอำนาจและความหมายของขนมไหว้พระจันทร์ในฐานะสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ต่อจากนั้นราชวงศ์หมิงนำเสนอเรื่องเจิ้งเหอ มหาขันทีผู้บัญชากองเรือมหาสมบัติออกสมุทรยาตราทั่วโลกถึง 7 ครั้ง และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเดินเรือคนสำคัญของโลก เนื้อหานี้เชื่อมโยงประวัติศาสตร์จีนกับโลกทางทะเล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตำนานเทพเจ้าซำปอกงที่ชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากนับถือ
 
ห้องราชวงศ์หมิงยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องลายคราม ซึ่งเป็นเครื่องกระเบื้องเคลือบสีขาวเขียนลายน้ำเงินที่กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของศิลปะจีนและเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักทั่วโลก การจัดสวนสไตล์จีนและเครื่องเรือนจีนที่ปรากฏในนิทรรศการช่วยให้ผู้ชมเห็นความประณีตของรสนิยมจีนในด้านศิลปะ การตกแต่ง และวิถีชีวิตชนชั้นสูง ต่อมาในราชวงศ์ชิง พิพิธภัณฑ์นำเสนอเรื่องโรงงิ้ว โรงฝิ่น สงครามฝิ่น การสูญเสียฮ่องกง และปูยี ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของจีน เนื้อหาช่วงนี้ทำให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากจักรวรรดิจีนสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมัยใหม่อย่างชัดเจน
 
ห้องยุคสาธารณรัฐเล่าเรื่องตั้งแต่ซุนยัดเซ็น ผู้นำการปฏิวัติโค่นล้มระบอบฮ่องเต้ เปลี่ยนจีนเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐ มาถึงเหมาเจ๋อตุง ผู้นำประเทศจีนเข้าสู่สังคมนิยม และเติ้งเสี่ยวผิง ผู้ปฏิรูปจีนสู่ยุค 4 ทันสมัย จนประเทศจีนกลายเป็นมหาอำนาจสำคัญของโลก เนื้อหาช่วงนี้ช่วยให้ผู้ชมเชื่อมโยงจีนโบราณกับจีนสมัยใหม่ได้ต่อเนื่อง เห็นทั้งความรุ่งเรือง ความแตกแยก การปฏิวัติ การปฏิรูป และการพัฒนาเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อโลกปัจจุบัน
 
ห้องสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับชาวไทยในประเทศสยามมีความสำคัญมากสำหรับผู้มาเยือนชาวไทย เพราะเป็นห้องที่เล่าประวัติความเป็นมาของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย ตั้งแต่การอพยพจากแผ่นดินจีน ต้นกำเนิดตระกูลแซ่ต่าง ๆ การลงหลักปักฐาน การสร้างฐานะ และการเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย ห้องนี้ทำให้คำว่า “ลูกหลานพันธุ์มังกร” ไม่ได้หมายถึงการผูกติดกับจีนเพียงฝ่ายเดียว แต่หมายถึงผู้สืบสายบรรพบุรุษจีนที่เติบโตและสร้างชีวิตในแผ่นดินไทยอย่างภาคภูมิ
 
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพิพิธภัณฑ์ออกแบบให้ผู้เข้าชมได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน มีห้องฉายภาพยนตร์ ห้องรับฝากของ จุดจำหน่ายหนังสือ ห้องจำหน่ายของที่ระลึก และระบบบรรยายสำหรับผู้เข้าชมเป็นรอบ นอกจากนี้ยังมีชุดหูฟังเสียงบรรยายภาษาอังกฤษและภาษาจีนให้บริการ ทำให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าใจเนื้อหาของพิพิธภัณฑ์ได้สะดวกขึ้น สำหรับผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็น มีทางลาดเข้าอาคาร แต่ควรมีผู้ช่วยเหลือในการขึ้นทางลาด ห้องน้ำสำหรับผู้พิการมีอยู่บริเวณด้านนอกอาคารแบบไม่แยกเพศ ซึ่งช่วยรองรับการเข้าชมของผู้ที่ต้องการความสะดวกเพิ่มเติม
 
การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5 – 2 ชั่วโมง เพราะภายในมีหลายห้องจัดแสดงและเนื้อหาประวัติศาสตร์จีนค่อนข้างละเอียด ผู้เข้าชมควรเข้าชมตามรอบที่กำหนด ฟังคำบรรยายหรือใช้ชุดหูฟังตามภาษาที่สะดวก และควรปฏิบัติตามกฎของพิพิธภัณฑ์ เช่น ไม่หยอกล้อหรือเล่นกันภายในพิพิธภัณฑ์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่หยิบจับวัตถุจัดแสดง ไม่นำอาหารเข้าไปในพื้นที่จัดแสดง และไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าภายในพิพิธภัณฑ์ การปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ช่วยรักษาบรรยากาศการเรียนรู้และดูแลทรัพย์สินทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สำหรับผู้ชมรุ่นต่อไป
 
การเดินทาง ไปยังพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง และการเดินทางต่อภายในตัวเมืองสุพรรณบุรี หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ส่วนตัว เส้นทางที่สะดวกคือใช้ถนนรัตนาธิเบศร์เชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าอำเภอบางบัวทอง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 340 ผ่านพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอำเภอบางปลาม้าเข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรี จากนั้นเดินทางไปยังศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ถนนมาลัยแมน หากเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถจากสถานีขนส่งหมอชิตหรือสถานีขนส่งสายใต้ไปจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วต่อรถสองแถว รถรับจ้าง หรือบริการท้องถิ่นไปยังพื้นที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองได้
 
เมื่อเดินทางมาถึงพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงได้ง่าย เพราะพื้นที่นี้อยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรีและเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร หอคอยบรรหาร–แจ่มใส พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย หากมีเวลาครึ่งวันสามารถเน้นเที่ยวอุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และพื้นที่เมืองเก่า หากมีเวลาเต็มวันสามารถต่อยอดไปยังวัดป่าเลไลยก์ หอคอยบรรหาร–แจ่มใส และตลาดในตัวเมืองสุพรรณบุรีได้อย่างสะดวก
 
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจประวัติศาสตร์จีน ผู้สนใจวัฒนธรรมไทย–จีน ช่างภาพ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดเด่นของสถานที่อยู่ที่การรวมความรู้ ความบันเทิง ความศรัทธา และสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ไว้ในพื้นที่เดียว ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งความยิ่งใหญ่ของมังกรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมจีน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จีน 5,000 ปี ได้เข้าใจรากเหง้าของชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย และได้สัมผัสบรรยากาศศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน
 
สำหรับสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นแลนด์มาร์ก เพราะเป็นตัวอย่างของการพัฒนาพื้นที่วัฒนธรรมให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ การนำประวัติศาสตร์จีนมาจัดแสดงในอาคารรูปมังกรกลางเมืองสุพรรณบุรี ทำให้จังหวัดนี้มีภาพจำที่แตกต่างและน่าจดจำ ช่วยเสริมให้สุพรรณบุรีไม่ได้เป็นเพียงเมืองวัด เมืองประวัติศาสตร์ หรือเมืองเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่สะท้อนความสัมพันธ์ไทย–จีนอย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรจึงเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวสุพรรณบุรีสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวอย่างได้ความรู้ ได้ภาพสวย และได้เข้าใจรากทางวัฒนธรรมของผู้คนในจังหวัดนี้อย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร / อุทยานมังกรสวรรค์
ที่ตั้งภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่อยู่491/1 หมู่ 1 ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี 72000
พิกัดละติจูด 14.4828833877, ลองจิจูด 100.114828096
ไฮไลต์อาคารทรงมังกรขนาดใหญ่ ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์อารยธรรมจีนกว่า 5,000 ปี ผ่านภาพยนตร์ แสง สี เสียง หุ่นจำลอง และห้องนิทรรศการหลายยุคสมัย
ประวัติ / ความเป็นมาก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีนครบ 20 ปี โดยมีแรงบันดาลใจจากนายบรรหาร ศิลปอาชา ร่วมกับคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี พ่อค้า และประชาชนผู้ศรัทธา
ลักษณะเด่นอาคารรูปมังกรยาวประมาณ 135 เมตร สูงประมาณ 35 เมตร กว้างประมาณ 18 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมจีนและความสัมพันธ์ไทย–จีน
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนรัตนาธิเบศร์หรือถนนกาญจนาภิเษกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่ถนนมาลัยแมนบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี หากเดินทางด้วยรถโดยสารให้ลงสถานีขนส่งสุพรรณบุรีแล้วต่อรถท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จีนและแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมไทย–จีนสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี
วันเปิดทำการวันพุธ – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร ยกเว้นบางกรณีที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามประกาศของสถานที่
เวลาเปิดทำการวันพุธ – วันศุกร์ 10.00 – 16.00 น. / วันเสาร์ – วันอาทิตย์ 09.00 – 16.20 น. เข้าชมเป็นรอบทุก 30 นาที
ค่าเข้าคนละ 99 บาท ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และผู้สูงอายุ / เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเข้าชมฟรี
สิ่งอำนวยความสะดวกห้องฉายภาพยนตร์ ห้องรับฝากของ จุดจำหน่ายหนังสือ ห้องจำหน่ายของที่ระลึก ชุดหูฟังเสียงบรรยายภาษาอังกฤษและภาษาจีน ทางลาดเข้าอาคาร และห้องน้ำสำหรับผู้พิการบริเวณด้านนอกอาคาร
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี
2. อาคารพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร
3. ห้องฉายภาพยนตร์
4. ห้องตำนานกำเนิดโลกและกำเนิดมนุษย์
5. ห้องปฐมกษัตริย์จีนและเสินหนง
6. ห้องราชวงศ์เซี่ย ซาง โจว ฉิน ฮั่น และสามก๊ก
7. ห้องราชวงศ์สุย ถัง ซ่ง หยวน หมิง และชิง
8. ห้องยุคสาธารณรัฐและชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย
9. หอระฆังสัมฤทธิ์
10. ศาลากลางน้ำ 7 ชั้น
11. ศาลาเทียนอันเหมิน
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
เบอร์ติดต่อหลัก0 3552 6212, 08 9443 9709
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมไม่หยอกล้อหรือเล่นกันภายในพิพิธภัณฑ์ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่นำอาหารเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ ไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าไป และไม่หยิบจับวัตถุจัดแสดง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 0 กม.
2. กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 1 กม.
3. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ประมาณ 2 กม.
4. หอคอยบรรหาร–แจ่มใส ประมาณ 3 กม.
5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประมาณ 4 กม.
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย ประมาณ 4 กม.
7. หอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ประมาณ 5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Café Amazon สาขาอุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 0.1 กม.
2. Playground Bistro ประมาณ 0.5 กม. โทร. 061-446-9442
3. ก๋วยเตี๋ยว เจ๊ไพ ประมาณ 0.4 กม.
4. แซ่บยกครก ส้มตำสุพรรณบุรี ประมาณ 0.6 กม.
5. นพรัตน์ ภัตตาคาร ประมาณ 3 กม. โทร. 035-555-333, 081-587-6154
6. สุรชัยปลาเผา ประมาณ 6 กม. โทร. 081-763-6102, 081-942-4654
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมสองพันบุรี ประมาณ 3 กม.
2. วาสิฐี ซิตี้โฮเต็ล สุพรรณบุรี ประมาณ 3 กม. โทร. 035-526-111, 035-526-123
3. โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ ประมาณ 3 กม.
4. โรงแรมฮ็อป อินน์ สุพรรณบุรี ประมาณ 4 กม. โทร. 02-080-2222
5. โรงแรมบีทู สุพรรณบุรี พรีเมียร์ ประมาณ 4 กม.
6. คันทรี่ เลควิว โฮเทล ประมาณ 6 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรตั้งอยู่ภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรจัดแสดงเรื่องอะไร?
ตอบ: จัดแสดงประวัติศาสตร์อารยธรรมจีนกว่า 5,000 ปี ตั้งแต่ตำนานกำเนิดโลก ปฐมกษัตริย์จีน ลำดับราชวงศ์สำคัญ ยุคสาธารณรัฐ และประวัติชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรเปิดวันไหน?
ตอบ: เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร โดยวันพุธถึงวันศุกร์เปิด 10.00 – 16.00 น. และวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์เปิด 09.00 – 16.20 น.
 
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมคนละ 99 บาท ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และผู้สูงอายุ ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเข้าชมฟรี
 
ถาม: จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคารรูปมังกรขนาดใหญ่ ภายในใช้สื่อแสง สี เสียง ภาพยนตร์ และหุ่นจำลองถ่ายทอดประวัติศาสตร์จีนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคตำนานจนถึงจีนสมัยใหม่
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจประวัติศาสตร์จีน ผู้สนใจวัฒนธรรมไทย–จีน ช่างภาพ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีนในรูปแบบเข้าใจง่าย
 
ถาม: มีเสียงบรรยายภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนหรือไม่?
ตอบ: มีชุดหูฟังเสียงบรรยายภาษาอังกฤษและภาษาจีนให้บริการ จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจเนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์
 
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร หอคอยบรรหาร–แจ่มใส พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พิพิธภัณฑ์กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์)

อัลบั้มรูป

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(2)
วัด วัด(36)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
โรงละคร โรงละคร(1)