หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เมืองสุพรรณบุรี >ต.รั้วใหญ่ > กำแพงเมืองเก่า และประตูเมือง
TL;DR: กำแพงเมืองเก่า และประตูเมือง อยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ และบริเวณถนนมาลัยแมน อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.
กำแพงเมืองเก่า และประตูเมือง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00 น.
กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรี เป็นโบราณสถานสำคัญของเมืองสุพรรณบุรีเก่า ตั้งอยู่บริเวณตำบลรั้วใหญ่ หรือพื้นที่บ้านขุนช้าง ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี โดยยังคงปรากฏร่องรอยแนวกำแพงดิน คูเมือง และประตูเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากรในตำแหน่งที่สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองสุพรรณบุรีในฐานะเมืองโบราณริมแม่น้ำ ไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวร่วมสมัย แต่เป็นเมืองที่มีโครงสร้างการตั้งถิ่นฐาน การป้องกันเมือง และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ยาวนาน
เมืองสุพรรณบุรีเก่ามีความสำคัญทั้งในด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรีซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญของภาคกลางตะวันตก แม่น้ำทำหน้าที่เป็นทั้งเส้นทางคมนาคม แหล่งน้ำ พื้นที่เศรษฐกิจ และแนวป้องกันเมืองในอดีต การมีเมืองตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับสายน้ำอย่างชัดเจน เมืองโบราณจำนวนมากในภาคกลางมักตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำหรือคลองใหญ่ เพราะสายน้ำช่วยให้การเดินทาง การค้าขาย การเกษตร และการควบคุมพื้นที่เป็นไปได้สะดวก เมืองสุพรรณบุรีจึงเติบโตขึ้นในภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเป็นชุมชนใหญ่และเมืองหน้าด่านสำคัญในหลายช่วงเวลา
ร่องรอยที่ยังเห็นได้ในปัจจุบันคือแนวกำแพงดินและคูเมืองที่หลงเหลืออยู่ระหว่างเส้นทางไปวัดป่าเลไลยก์วรวิหารกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี โดยแนวโบราณสถานเหล่านี้อาจดูเรียบง่ายเมื่อเทียบกับโบราณสถานที่เป็นอาคารอิฐหรือปราสาทขนาดใหญ่ แต่สำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่า แนวคูเมืองและกำแพงดินมีคุณค่ามาก เพราะเป็นหลักฐานที่บอกขอบเขตเมือง รูปแบบการป้องกันเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับแม่น้ำได้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนที่สังเกตภูมิประเทศโดยรอบจะเห็นว่าเมืองสุพรรณบุรีเก่าไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ทิศทาง แต่มีการกำหนดขอบเขตและวางแนวป้องกันตามลักษณะภูมิประเทศ
กำแพงทางด้านทิศตะวันตกของเมืองทำอย่างแข็งแรงเป็นพิเศษ มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น โดยมีคูน้ำกั้นอยู่ชั้นนอก มีเนินดิน และมีกำแพงอยู่ชั้นใน แนวกำแพงยาวประมาณ 3,500 เมตร ส่วนด้านกว้างของกำแพงยาวประมาณ 1,000 เมตรไปจดแม่น้ำ ลักษณะดังกล่าวสะท้อนว่าด้านตะวันตกเป็นด้านที่ต้องให้ความสำคัญด้านการป้องกันมากกว่าด้านที่ติดแม่น้ำ เพราะแม่น้ำทำหน้าที่เป็นแนวธรรมชาติอยู่แล้ว การสร้างกำแพงและคูน้ำซ้อนกันจึงเป็นระบบป้องกันเมืองที่ใช้ทั้งสิ่งก่อสร้างและสภาพภูมิประเทศควบคู่กัน
ด้านตะวันออกของเมืองไม่พบตัวกำแพงอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการรื้อถอนในอดีต โดยพื้นที่เมืองเก่าที่เคยต่อเนื่องกับแนวแม่น้ำและเส้นทางชุมชนได้เปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาเมือง ถนน อาคาร และการใช้ที่ดินสมัยใหม่ สิ่งนี้ทำให้การมาเยือนกำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีต้องใช้การอ่านภูมิทัศน์ควบคู่กับข้อมูลประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้เห็นแนวกำแพงสมบูรณ์ทุกด้าน แต่ยังสามารถเข้าใจรูปแบบเมืองเก่าได้จากแนวคูเมือง แนวดิน ประตูเมือง และตำแหน่งสถานที่สำคัญรอบเมือง
หลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เห็นภาพกำแพงเมืองสุพรรณบุรีในอดีตคือพระราชหัตถเลขาเรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่าในรัชกาลที่ 5 ซึ่งบรรยายภาพกำแพงเมืองสุพรรณบุรีไว้ว่าเมืองสุพรรณบุรีมีกำแพงเป็นสองฟากเหมือนเมืองพิษณุโลก ยื่นขึ้นไปจากฝั่งแม่น้ำราว 25 เส้น ดูกว้างประมาณ 6 วา นอกเชิงเทิน ข้อความนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นหลักฐานเชิงบันทึกที่ช่วยยืนยันว่ากำแพงเมืองสุพรรณบุรีเคยมีลักษณะเด่นและเป็นที่สังเกตได้ชัดเจนในช่วงเวลาที่พระองค์เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า
คำบรรยายดังกล่าวยังช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่ากำแพงเมืองสุพรรณบุรีไม่ใช่แนวกำแพงเล็ก ๆ แต่เป็นโครงสร้างเมืองที่มีความกว้าง ความยาว และระบบป้องกันชัดเจน การเปรียบกับเมืองพิษณุโลกในพระราชหัตถเลขายิ่งสะท้อนว่ากำแพงเมืองสุพรรณบุรีมีลักษณะเป็นเมืองโบราณที่ควรแก่การศึกษา ทั้งในด้านสัณฐานเมือง การป้องกันเมือง และความสัมพันธ์กับแม่น้ำ ผู้ที่เดินทางมาชมในปัจจุบันจึงควรเข้าใจว่าสิ่งที่เหลืออยู่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบเมืองที่เคยมีขนาดใหญ่และมีบทบาทสำคัญมากในอดีต
ประตูเมืองสุพรรณบุรีที่เห็นในปัจจุบันตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมนบนแนวกำแพงเมืองเก่า เป็นประตูเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากร ตรงบริเวณที่สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม ประตูเมืองจึงทำหน้าที่ทั้งเป็นสัญลักษณ์ทางภูมิทัศน์ของเมืองเก่าและเป็นจุดอ้างอิงสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการตามรอยแนวกำแพงเมืองสุพรรณบุรี แม้ประตูที่เห็นจะไม่ใช่โครงสร้างเดิมทั้งหมด แต่ตำแหน่งและรูปแบบช่วยให้ผู้มาเยือนจินตนาการถึงช่องทางเข้าออกเมืองในอดีตได้ชัดเจนขึ้น
ในทางประวัติศาสตร์ ประตูเมืองมีความหมายมากกว่าช่องทางเข้าออก เพราะเป็นจุดควบคุมการเดินทาง การค้า การรักษาความปลอดภัย และพิธีกรรมของเมือง เมืองโบราณที่มีกำแพงและประตูมักจัดวางพื้นที่ภายในอย่างเป็นระบบ โดยมีเส้นทางหลักเชื่อมต่อประตูเมืองกับศูนย์กลางชุมชน วัด ตลาด และพื้นที่ราชการหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แม้เมืองสุพรรณบุรีปัจจุบันจะเปลี่ยนสภาพไปมาก แต่การมีประตูเมืองตั้งอยู่บนแนวกำแพงเก่ายังช่วยรักษาความทรงจำของโครงสร้างเมืองเดิมไว้ให้คนรุ่นหลังมองเห็น
ตำบลรั้วใหญ่และพื้นที่บ้านขุนช้างมีนัยสำคัญทางวัฒนธรรมอีกด้านหนึ่ง เพราะชื่อบ้านขุนช้างเชื่อมโยงกับวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่ผูกพันกับเมืองสุพรรณบุรีอย่างลึกซึ้ง การมาเยือนกำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองจึงไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะประวัติศาสตร์การป้องกันเมือง แต่ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น วรรณคดี และภาพจำของสุพรรณบุรีในฐานะเมืองที่มีทั้งเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าทางวรรณกรรมซ้อนทับกันอยู่
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำความเข้าใจเมืองเก่า เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดป่าเลไลยก์วรวิหารและศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ทั้งสองแห่งเป็นสถานที่สำคัญที่ช่วยเติมภาพของเมืองสุพรรณบุรีให้ครบขึ้น วัดป่าเลไลยก์สะท้อนมิติศาสนาและความศรัทธา ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสะท้อนความเชื่อและศูนย์กลางจิตใจของเมือง ส่วนกำแพงและประตูเมืองสะท้อนมิติด้านผังเมืองและการป้องกันเมือง เมื่อจัดเส้นทางชมทั้ง 3 จุดร่วมกัน นักท่องเที่ยวจะเข้าใจสุพรรณบุรีในฐานะเมืองเก่าได้ลึกขึ้น
บรรยากาศของกำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองเหมาะกับการแวะชมแบบใช้เวลาสั้นถึงปานกลาง ผู้มาเยือนสามารถถ่ายภาพประตูเมือง สังเกตแนวคูเมืองและแนวดิน อ่านบริบทของสถานที่ และต่อยอดไปยังสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก เนื่องจากอยู่ในเขตเมืองสุพรรณบุรี การเดินทางจึงไม่ยุ่งยาก เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเอง นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยวในเมืองสุพรรณบุรีแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน
ความน่าสนใจของกำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีอยู่ที่การเป็นโบราณสถานที่ต้องใช้การมองอย่างเข้าใจ เพราะสิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่ซากใหญ่โตสมบูรณ์แบบ แต่เป็นร่องรอยเมืองที่กระจายอยู่ในภูมิทัศน์ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่ทราบข้อมูลก่อนเดินทางจะเห็นคุณค่ามากกว่าการมองเป็นเพียงประตูเมืองริมถนนหรือแนวดินเก่า ๆ เพราะจะเข้าใจว่าแนวเหล่านี้คือหลักฐานของเมืองที่เคยมีระบบป้องกันและขอบเขตชัดเจนมาก่อน
ในแง่การอนุรักษ์ โบราณสถานประเภทคูเมืองและกำแพงดินมักเผชิญความท้าทายมากกว่าโบราณสถานที่เป็นอาคาร เพราะแนวดินและคูน้ำสามารถถูกกลืนไปกับการใช้ที่ดินสมัยใหม่ได้ง่าย การถนน การถมดิน การก่อสร้าง และการเปลี่ยนสภาพพื้นที่อาจทำให้ร่องรอยเมืองเก่าค่อย ๆ ลดลง การมีประตูเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากรจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะจุดเตือนความทรงจำว่าบริเวณนี้เคยเป็นแนวเมืองเก่าและควรได้รับการดูแลในฐานะมรดกทางประวัติศาสตร์
ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมอย่างระมัดระวัง ไม่ปีนป่ายหรือทำให้พื้นที่โบราณสถานเสียหาย และควรรักษาความสะอาดโดยรอบ เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองและใกล้เส้นทางสัญจร การเที่ยวชมอย่างเหมาะสมจะช่วยให้พื้นที่ประวัติศาสตร์นี้อยู่ร่วมกับเมืองปัจจุบันได้ดีขึ้น โบราณสถานลักษณะนี้ต้องอาศัยทั้งการดูแลของหน่วยงานรัฐและความเข้าใจของประชาชน เพราะคุณค่าของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่ความงามภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความหมายทางประวัติศาสตร์ที่ยังอ่านได้จากภูมิทัศน์
หากต้องการจัดเส้นทางเที่ยวในเมืองสุพรรณบุรีอย่างมีความหมาย สามารถเริ่มจากกำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง จากนั้นเดินทางต่อไปยังศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และหอคอยบรรหาร–แจ่มใส เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นทั้งเมืองเก่า ศาสนสถาน ศูนย์กลางความเชื่อ พิพิธภัณฑ์ และจุดชมวิวเมืองในวันเดียวกัน โดยไม่ต้องเดินทางไกลออกนอกตัวเมืองมากนัก
การเดินทาง ไปยังกำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารที่เข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรี หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่ถนนมาลัยแมนในเขตเมือง จุดประตูเมืองตั้งอยู่บนแนวกำแพงเมืองเก่าใกล้เส้นทางไปวัดป่าเลไลยก์วรวิหารและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง หากเดินทางจากสถานีขนส่งสุพรรณบุรี สามารถต่อรถรับจ้างท้องถิ่นไปยังบริเวณประตูเมืองได้ไม่ยาก เพราะอยู่ในเขตเมืองและใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจนเกินไปและแสงธรรมชาติช่วยให้ถ่ายภาพประตูเมืองได้สวยขึ้น ผู้ที่ต้องการศึกษาแนวคูเมืองและกำแพงดินควรเตรียมข้อมูลแผนที่หรืออ่านข้อมูลประวัติก่อนเดินทาง เพื่อให้เข้าใจตำแหน่งของเมืองเก่ามากขึ้น การแวะชมสถานที่นี้อาจใช้เวลาไม่นาน แต่หากเชื่อมโยงกับวัดป่าเลไลยก์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จะทำให้การเที่ยวมีเนื้อหาครบและน่าจดจำกว่าเดิม
กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่ามากสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักสุพรรณบุรีในมิติเมืองโบราณ ร่องรอยกำแพงดิน คูเมือง ประตูเมือง และคำบรรยายในพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 5 ล้วนช่วยยืนยันว่าเมืองสุพรรณบุรีเคยมีระบบเมืองที่ชัดเจน มีความสำคัญริมแม่น้ำ และมีบทบาทในประวัติศาสตร์ภาคกลางมาอย่างยาวนาน แม้สิ่งที่เห็นในปัจจุบันจะเป็นเพียงร่องรอยบางส่วน แต่ร่องรอยเหล่านี้ยังเพียงพอที่จะทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นภาพเมืองสุพรรณบุรีเก่าและเข้าใจว่าทำไมพื้นที่แห่งนี้จึงควรได้รับการอนุรักษ์และเล่าต่ออย่างจริงจัง
| ชื่อสถานที่ | กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรี |
| ที่ตั้ง | ตำบลรั้วใหญ่ และบริเวณถนนมาลัยแมน อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ / เขตเมืองเก่าสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี 72000 |
| พิกัด | ละติจูด 14.4869483528, ลองจิจูด 100.112144776 |
| ไฮไลต์ | แนวกำแพงดิน คูเมืองเก่า และประตูเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากรในตำแหน่งที่สันนิษฐานว่าเป็นประตูเมืองเดิม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นส่วนหนึ่งของเมืองสุพรรณบุรีเก่า ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี มีร่องรอยระบบป้องกันเมืองแบบกำแพงดินและคูเมือง |
| หลักฐานสำคัญ | แนวคูเมือง กำแพงดิน ประตูเมือง และพระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ 5 เรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า ซึ่งกล่าวถึงลักษณะกำแพงเมืองสุพรรณบุรี |
| ลักษณะเด่น | กำแพงด้านทิศตะวันตกมีลักษณะแข็งแรงเป็นพิเศษสองชั้น มีคูน้ำชั้นนอก เนินดิน และกำแพงชั้นใน แนวยาวประมาณ 3,500 เมตร และด้านกว้างประมาณ 1,000 เมตรไปจดแม่น้ำ |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 เข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่ถนนมาลัยแมน บริเวณประตูเมืองอยู่ใกล้เส้นทางไปวัดป่าเลไลยก์วรวิหารและศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเก่าสุพรรณบุรี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ริมถนนสำหรับแวะชม จุดถ่ายภาพบริเวณประตูเมือง และเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองสุพรรณบุรี |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ประตูเมืองสุพรรณบุรีริมถนนมาลัยแมน 2. แนวกำแพงดินเมืองเก่า 3. แนวคูเมืองเก่า 4. พื้นที่เมืองเก่าตำบลรั้วใหญ่ / บ้านขุนช้าง 5. เส้นทางเชื่อมต่อวัดป่าเลไลยก์วรวิหารและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง |
| ผู้ดูแล | หน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรีและหน่วยงานด้านศิลปากรที่เกี่ยวข้อง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0-3554-3774 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีและอุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 1 กม. 2. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ประมาณ 2 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประมาณ 2 กม. 4. หอคอยบรรหาร–แจ่มใส ประมาณ 3 กม. 5. ตลาดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์สุพรรณบุรี / ตลาดเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 3 กม. 6. วัดแค ประมาณ 4 กม. 7. ตลาดสามชุก 100 ปี ประมาณ 37 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. นพรัตน์ ภัตตาคาร ประมาณ 2 กม. 2. ร้านอาหารบริเวณวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ประมาณ 2 กม. 3. ร้านอาหารในตลาดเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 3 กม. 4. ร้านอาหารบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและอุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 1 กม. 5. ร้านอาหารเดิมบางนางบวช / ครัวนอกเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 8 กม. โทร. 035-450-811, 086-996-9970, 085-693-9795 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. วาสิฐี ซิตี้โฮเต็ล สุพรรณบุรี ประมาณ 3 กม. โทร. 035-526-111, 035-526-123 2. โรงแรมสองพันบุรี ประมาณ 3 กม. 3. B2 สุพรรณบุรี พรีเมียร์ โฮเทล ประมาณ 4 กม. 4. โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ ประมาณ 3 กม. 5. ฮ็อป อินน์ สุพรรณบุรี ประมาณ 5 กม. 6. ที่พักและรีสอร์ทในเขตอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 5 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่บริเวณตำบลรั้วใหญ่และถนนมาลัยแมน อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ใกล้เส้นทางไปวัดป่าเลไลยก์วรวิหารและศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี
ถาม: กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นร่องรอยของเมืองสุพรรณบุรีเก่า แสดงระบบคูเมือง กำแพงดิน และประตูเมืองที่สะท้อนการวางผังและการป้องกันเมืองในอดีต
ถาม: ประตูเมืองสุพรรณบุรีที่เห็นปัจจุบันเป็นของเดิมหรือไม่?
ตอบ: ประตูเมืองที่เห็นปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากรในตำแหน่งที่สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม
ถาม: กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.
ถาม: กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและถ่ายภาพบริเวณประตูเมืองได้ฟรี
ถาม: ควรเที่ยวกำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และหอคอยบรรหาร–แจ่มใส
ถาม: กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองเก่า นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมร่องรอยสุพรรณบุรีในอดีต
ถาม: เดินทางไปกำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรีอย่างไร?
ตอบ: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 เข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่ถนนมาลัยแมน จุดประตูเมืองอยู่ในเขตเมืองและใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



