หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เดิมบางนางบวช >ต.บ่อกรุ > กลุ่มทอผ้าพื้นบ้านเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่..
TL;DR: กลุ่มทอผ้าพื้นบ้านเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่ง อยู่ที่บ้านทุ่งก้านเหลือง หมู่ 5 ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเข้าชม เวลา ติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเข้าชม.

สุพรรณบุรี

กลุ่มทอผ้าพื้นบ้านเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่ง

กลุ่มทอผ้าพื้นบ้านเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่ง

วันเปิดทำการ: ติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเข้าชม
เวลาเปิดทำการ: ติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเข้าชม
 
กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองโบราณลาวซี-ลาวครั่ง บ้านทุ่งก้านเหลือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าทอพื้นบ้านที่สำคัญของตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 5 บ้านทุ่งก้านเหลือง ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 72120 เป็นศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เกิดจากความตั้งใจของชุมชนในการฟื้นฟู สืบสาน และถ่ายทอดภูมิปัญญาผ้าทอโบราณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวซีและลาวครั่ง ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่มีรากวัฒนธรรม ภาษา ประเพณี และการแต่งกายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าจก ผ้าขิด ผ้ามัดหมี่ ผ้าสิ้นตีนแดง ผ้าขาวม้า ผ้าโพกหัวนาค และเครื่องใช้จากผ้าทอที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในครัวเรือน
 
ชุมชนลาวซีและลาวครั่งในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชเป็นกลุ่มคนไทยเชื้อสายลาวที่มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าอพยพมาจากเวียงจันทน์ ก่อนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าสะแก ตำบลบ่อกรุ และตำบลหนองกระทุ่ม จังหวัดสุพรรณบุรี ชุมชนเหล่านี้มีภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะของตนเอง แม้เวลาจะผ่านไปหลายชั่วอายุคน แต่ร่องรอยทางวัฒนธรรมยังคงปรากฏชัดในพิธีกรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ อาหารพื้นบ้าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมการแต่งกายที่ถ่ายทอดผ่านผ้าทอมือ สี ลวดลาย และเทคนิคงานฝีมือที่ไม่เหมือนผ้าทอทั่วไป
 
จุดเด่นของผ้าทอลาวซี-ลาวครั่งอยู่ที่ความละเอียดของลวดลายและความหมายที่ซ่อนอยู่ในผืนผ้า ผ้าแต่ละผืนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นเครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นสิ่งที่บอกตัวตนของผู้สวมใส่ บอกฐานะทางสังคม บอกพิธีกรรม บอกช่วงวัย และบอกความสัมพันธ์ระหว่างคนกับชุมชน ในอดีตผู้หญิงในครัวเรือนจะทอผ้าไว้ใช้เอง ตั้งแต่ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า ผ้าพื้น ผ้าโพกหัวนาค หมอนหนุน หมอนท้าว ผ้าบังหน้ามุ้ง มุ้ง และผ้าขาวม้า 5 สี ผ้าทอจึงเป็นทั้งของใช้ ของงาม ของมงคล และหลักฐานทางวัฒนธรรมที่บันทึกชีวิตของผู้คนไว้ในเส้นฝ้ายและเส้นไหม
 
เทคนิคสำคัญของผ้าทอโบราณในกลุ่มนี้คือการจกและการขิด การจกเป็นเทคนิคการเพิ่มลวดลายด้วยการใช้ขนเม่น ไม้ หรืออุปกรณ์ปลายแหลมช่วยยกเส้นด้ายพุ่งพิเศษขึ้นเป็นลวดลายตามที่ต้องการ เป็นงานที่ต้องใช้สมาธิ ความชำนาญ และความแม่นยำสูง เพราะลายจะเกิดขึ้นทีละช่วงตามจังหวะมือของผู้ทอ ส่วนการขิดเป็นการยกเส้นด้ายให้เกิดลายซ้ำอย่างเป็นระเบียบ ทำให้เกิดลวดลายที่มีมิติและมีจังหวะทางสายตา เมื่อนำเทคนิคเหล่านี้มาผสานกับสีธรรมชาติและลายดั้งเดิมของลาวซี-ลาวครั่ง ผ้าทอจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก
 
การย้อมสีธรรมชาติเป็นอีกมิติหนึ่งที่ทำให้ผ้าทอลาวซี-ลาวครั่งมีคุณค่า สีจากธรรมชาติให้โทนสีที่นุ่ม ลึก และกลมกลืนกับวิถีชนบท เช่น สีจากครั่ง สีจากคราม สีจากเปลือกไม้ ใบไม้ หรือพืชพื้นถิ่นอื่น ๆ สีธรรมชาติไม่ฉูดฉาดแบบสีเคมี แต่มีเสน่ห์จากความไม่สม่ำเสมอเล็กน้อยของเส้นด้าย ทำให้ผืนผ้ามีชีวิตและมีบุคลิกเฉพาะ ผ้าทอแต่ละผืนจึงไม่เหมือนกันทั้งหมด แม้จะใช้ลายเดียวกัน เพราะสี น้ำหนักมือ ความแน่นของการทอ และอารมณ์ของผู้ทอมีผลต่อผืนผ้าทุกชิ้น
 
ตำนานบ้านทุ่งก้านเหลืองเป็นเรื่องเล่าที่ช่วยให้เข้าใจรากของชุมชนแห่งนี้มากขึ้น จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ เดิมบริเวณที่ตั้งบ้านเรือนในปัจจุบันเคยมีบ่อน้ำใหญ่ และมีต้นไม้ใหญ่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าต้นก้านเหลืองขึ้นอยู่กลางทุ่ง ผู้คนจึงเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า “บ้านทุ่งก้านเหลือง” ชื่อบ้านสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับภูมิประเทศ เพราะชื่อหมู่บ้านจำนวนมากในชนบทไทยมักเกิดจากลักษณะธรรมชาติที่คนในพื้นที่มองเห็นร่วมกัน เช่น ต้นไม้ แหล่งน้ำ ทุ่งนา ป่า หรือสิ่งที่เป็นจุดสังเกตสำคัญของชุมชน
 
บ้านทุ่งก้านเหลืองเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีบรรพบุรุษเป็นลาวซีและลาวครั่ง ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนานมากกว่า 200 ปีโดยประมาณ ปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลป่าสะแก มีถนน รพช. ผ่านไปยังตำบลป่าสะแก ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นกว่าสมัยก่อน ภายในหมู่บ้านมีวัดเก่าแก่คือวัดขวางเวฬุวัน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่อ้อย เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย และมีอาชีพรองที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาผ้าทอ เช่น ทอผ้า ย้อมผ้า เย็บผ้า และปลูกคามสำหรับใช้ย้อมสีธรรมชาติ
 
การทอผ้าในบ้านทุ่งก้านเหลืองเดิมเป็นงานในครัวเรือน ผู้หญิงทอผ้าไว้ใช้เอง ใช้ในพิธีกรรม และใช้เป็นเครื่องแต่งกายประจำกลุ่ม ไม่ได้เริ่มต้นจากการผลิตเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์เหมือนในปัจจุบัน การทอผ้าจึงผูกพันกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ผ้าใช้รับขวัญเด็ก ผ้าใช้ในพิธีบวชนาค ผ้าใช้แต่งกายในงานบุญ ผ้าใช้ในงานแต่งงาน ผ้าใช้มอบเป็นของสำคัญ และผ้าใช้ประดับเรือน ผ้าทอจึงเป็นเหมือนภาษาทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าโลกของผู้หญิงลาวซี-ลาวครั่งในอดีตอย่างลึกซึ้ง
 
ผ้าสิ้นตีนแดงเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่โดดเด่นของกลุ่มลาวครั่งและลาวซี เพราะมีสีแดงบริเวณเชิงผ้าเป็นเอกลักษณ์ สีแดงในวัฒนธรรมพื้นบ้านมักสื่อถึงพลังชีวิต ความมงคล ความอบอุ่น และความเข้มแข็ง เมื่อผสานกับลวดลายจกหรือขิดที่ทออย่างประณีต ผ้าสิ้นตีนแดงจึงกลายเป็นผ้าที่มีทั้งความงามและความหมาย ผู้หญิงที่สวมใส่ผ้าสิ้นตีนแดงไม่ได้เพียงแต่งกายให้สวยงาม แต่กำลังสวมอัตลักษณ์ของชุมชนและแสดงความภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของตน
 
ผ้าขาวม้า 5 สีเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของชุมชน ผ้าขาวม้าเป็นผ้าที่ใช้ได้หลากหลาย ทั้งนุ่ง ห่ม คาดเอว โพกศีรษะ ห่อของ หรือใช้ในพิธีกรรมบางอย่าง การมีผ้าขาวม้า 5 สีทำให้เห็นรสนิยมด้านสีและการจัดจังหวะลายของช่างทอพื้นบ้าน สีแต่ละสีไม่ได้ถูกวางอย่างสุ่ม แต่เกิดจากประสบการณ์ของผู้ทอที่รู้ว่าสีใดอยู่ร่วมกันแล้วงาม สีใดให้ความรู้สึกเป็นมงคล และสีใดเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
 
ผ้าโพกหัวนาคเป็นผ้าที่มีความสำคัญในพิธีบวช ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญของสังคมไทยและกลุ่มลาวในภาคกลาง การโพกหัวนาคไม่ได้เป็นเพียงการแต่งกายให้สวยงาม แต่เป็นการแสดงสถานะของผู้ที่จะเข้าสู่เพศบรรพชิต ผ้าทอที่ใช้ในพิธีจึงต้องมีความประณีตและมีความหมายทางมงคล การที่กลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งก้านเหลืองยังคงรักษาความรู้เรื่องผ้าโพกหัวนาคไว้ จึงเป็นการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างผ้าทอกับพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาและชีวิตชุมชนไว้พร้อมกัน
 
เครื่องใช้จากผ้าทอ เช่น หมอนหนุน หมอนท้าว ผ้าบังหน้ามุ้ง และมุ้ง แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาการทอผ้าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเครื่องแต่งกาย แต่ขยายไปสู่พื้นที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตในบ้าน หมอนและผ้าประดับเรือนมักถูกทำอย่างประณีต เพราะเป็นของใช้ที่แสดงฝีมือ ความเอาใจใส่ และความพร้อมของครัวเรือน บางชิ้นใช้เป็นของรับแขก บางชิ้นใช้ในพิธี และบางชิ้นเป็นของสำคัญที่ส่งต่อในครอบครัว สิ่งเหล่านี้ทำให้ผ้าทอลาวซี-ลาวครั่งมีสถานะเป็นทั้งงานหัตถกรรมและมรดกครอบครัว
 
กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองโบราณลาวซี-ลาวครั่งบ้านทุ่งก้านเหลืองเริ่มจัดตั้งที่ทำการกลุ่มเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2541 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชน แหล่งให้บริการฝึกอบรมและศึกษาดูงานแก่ผู้สนใจ แหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ แหล่งฟื้นฟูการผลิตผ้าโบราณ แหล่งประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมลาวซี-ลาวครั่ง และแหล่งฝึกอาชีพให้แก่ผู้ยากไร้และผู้สูงอายุในชุมชน การจัดตั้งกลุ่มจึงไม่ใช่เพียงการรวมตัวเพื่อผลิตสินค้า แต่เป็นการสร้างระบบอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ชุมชนเป็นเจ้าของเอง
 
บทบาทของกลุ่มมีความสำคัญมาก เพราะเมื่อวิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้คนรุ่นใหม่ห่างจากกี่ทอผ้าและงานฝีมือแบบดั้งเดิม ภูมิปัญญาหลายอย่างก็เสี่ยงที่จะสูญหาย การมีศูนย์เรียนรู้ช่วยให้ความรู้ที่เคยอยู่ในมือของแม่ ยาย และผู้เฒ่าผู้แก่ ถูกถ่ายทอดต่ออย่างเป็นระบบมากขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถมาศึกษาวิธีการเตรียมเส้นด้าย การย้อมสี การขึ้นกี่ การจก การขิด การอ่านลาย และการดูแลผ้าทอ ทำให้ผ้าทอไม่หยุดอยู่เพียงของเก่าในตู้ แต่กลับมาเป็นความรู้ที่มีคนสืบทอดได้จริง
 
ภายใต้การนำของนางสมจิตร ภาเรือง กลุ่มทอผ้าลวดลายโบราณลาวซี-ลาวครั่งได้ทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์รวมช่างทอ แหล่งจำหน่ายผลงานของสมาชิก และพื้นที่ต้อนรับผู้มาเยือน ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ที่ทำการบ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 5 บ้านทุ่งก้านเหลือง ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 72120 โทร. 089-926-2864 การติดต่อก่อนเดินทางมีความสำคัญ เพราะที่นี่เป็นศูนย์ชุมชน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่เปิดแบบมีรอบคงที่ทุกวัน การนัดหมายล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับข้อมูลครบถ้วนและสามารถชมกิจกรรมได้เหมาะสม
 
เสน่ห์ของการไปเยือนกลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งก้านเหลืองคือการได้เห็นกระบวนการทอผ้าจริงจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงผ้าสำเร็จรูป แต่สามารถเรียนรู้เบื้องหลังของผืนผ้า ตั้งแต่แนวคิดของลาย การเตรียมด้าย การย้อมสีธรรมชาติ การขึ้นกี่ และการทอด้วยมือในจังหวะที่ต้องอาศัยความชำนาญ ช่างทอแต่ละคนทำงานด้วยความอดทนและความละเอียด ผ้าหนึ่งผืนอาจใช้เวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ขึ้นอยู่กับขนาด เทคนิค และความยากของลวดลาย
 
การชมการทอผ้าด้วยตนเองช่วยให้เข้าใจว่าราคาของผ้าทอมือไม่ได้มาจากวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเวลา ฝีมือ ประสบการณ์ ความรู้ทางลาย และความทรงจำของชุมชนที่ถูกใส่ลงไปในผืนผ้า งานทอมือไม่สามารถเร่งให้เร็วเหมือนเครื่องจักร และไม่สามารถทำซ้ำให้เหมือนกันทุกผืนได้อย่างสมบูรณ์ ความแตกต่างเล็กน้อยในแต่ละผืนคือเสน่ห์ของงานทำมือที่บอกว่าผ้านั้นผ่านมือมนุษย์จริง ผ่านสายตา สมาธิ และหัวใจของช่างทอจริง
 
กลุ่มทอผ้าลวดลายโบราณลาวซี-ลาวครั่งยังมีบทบาทสำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้มาศึกษาดูงานด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นพิธีต้อนรับตามวัฒนธรรมลาวและไทยพื้นบ้าน พิธีบายศรีสู่ขวัญมีความหมายในการเรียกขวัญ ให้กำลังใจ และอวยพรแก่ผู้มาเยือน ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือแขกสำคัญ เป็นพิธีที่สะท้อนความเชื่อว่ามนุษย์มีขวัญซึ่งควรได้รับการดูแล เมื่อมีผู้มาเยือนจากต่างถิ่น การทำบายศรีสู่ขวัญจึงเป็นการต้อนรับด้วยความปรารถนาดีและแสดงน้ำใจของชุมชน
 
อีกประเพณีสำคัญของชุมชนคือพิธีสู่ขวัญข้าว ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกจากท้องนาและนำข้าวเข้ายุ้ง ก่อนจะนำไปเก็บหรือจำหน่าย ชาวบ้านจะทำพิธีเรียกขวัญข้าวและไหว้แม่พระโพสพ พิธีนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับข้าวในฐานะสิ่งมีชีวิตและแหล่งเลี้ยงชีวิต ไม่ใช่เพียงผลผลิตทางเศรษฐกิจ การสู่ขวัญข้าวจึงเป็นพิธีกรรมที่บอกความกตัญญูต่อธรรมชาติ ผืนนา และแรงงานของคนในชุมชน
 
การที่กลุ่มทอผ้าอยู่ในชุมชนเกษตรกรรมทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างนา ผ้า และพิธีกรรมอย่างชัดเจน คนในบ้านทุ่งก้านเหลืองจำนวนมากมีอาชีพหลักคือทำนา ทำไร่อ้อย เลี้ยงสัตว์ และค้าขาย ส่วนงานทอผ้า ย้อมผ้า เย็บผ้า และปลูกคามเป็นอาชีพรองที่เติมเต็มรายได้และรักษาภูมิปัญญาในครัวเรือน วิถีเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจชุมชนไม่ได้แยกขาดจากวัฒนธรรม งานผ้าไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตหลังฤดูทำนาและเป็นพื้นที่ให้ผู้สูงอายุมีบทบาทในชุมชนต่อไป
 
กลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งก้านเหลืองยังช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยมีงานทำ มีพื้นที่ทางสังคม และมีคุณค่าในสายตาของคนรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุที่เคยเป็นช่างทอหรือมีความรู้เรื่องลายผ้าไม่ถูกปล่อยให้ความรู้สูญหายไปกับกาลเวลา แต่ได้กลับมาเป็นครู เป็นผู้ถ่ายทอด และเป็นผู้รักษาความทรงจำของชุมชน ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ที่สนใจสามารถเรียนรู้และนำภูมิปัญญาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยได้โดยไม่ตัดขาดจากรากเดิม
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่กลุ่มทอผ้าชวนผู้มาเยือนสัมผัสไม่ได้มีเพียงการชมผ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการท่องเที่ยวตำบลป่าสะแกและชุมชนโดยรอบ เช่น การชมเรือเก่าแก่โบราณอายุประมาณ 100-120 ปี การไหว้รอยพระพุทธธาตุเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่วัดดอนมะเกลือ และการเดินทางต่อมายังกลุ่มทอผ้าเพื่อชมผ้าทอเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 100-150 ปี เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีริมน้ำ และภูมิปัญญาผ้าทอในคราวเดียว
 
วัดขวางเวฬุวันซึ่งตั้งอยู่ในบ้านทุ่งก้านเหลืองเป็นวัดเก่าแก่ของชุมชน มีบทบาทเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านและเป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจในหมู่บ้าน การมีวัดอยู่ในชุมชนที่ยังคงรักษาผ้าทอโบราณไว้ช่วยสะท้อนโครงสร้างวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยอย่างชัดเจน เพราะวัด บ้าน และงานหัตถกรรมมักเชื่อมโยงกันผ่านงานบุญ งานประเพณี การแต่งกาย และการรวมตัวของชุมชน ในงานบุญสำคัญ ผ้าทอพื้นบ้านอาจปรากฏอยู่ทั้งในรูปแบบเครื่องแต่งกาย ของถวาย หรือองค์ประกอบพิธีกรรม
 
วัดดอนมะเกลือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรจัดอยู่ในเส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรม เพราะมีรอยพระพุทธธาตุเก่าแก่ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา การเริ่มต้นจากการไหว้พระหรือชมโบราณวัตถุที่วัด แล้วเดินทางต่อไปชมผ้าทอโบราณที่กลุ่มทอผ้า ทำให้ผู้มาเยือนเห็นภาพวัฒนธรรมของชุมชนลาวซี-ลาวครั่งในหลายมิติ ทั้งมิติศาสนา มิติชุมชน และมิติภูมิปัญญาสตรีในครัวเรือน
 
ผู้มาเยือนที่สนใจเลือกซื้อผ้าทอควรให้ความสำคัญกับการถามที่มาของลายและกระบวนการผลิต เพราะผ้าทอแต่ละชิ้นมีเรื่องราวของตนเอง การถามว่าลายนี้ชื่ออะไร ใช้เทคนิคใด ใช้เวลาทอนานเพียงใด ย้อมสีด้วยอะไร และเหมาะสำหรับใช้งานแบบใด จะทำให้การซื้อผ้ามีความหมายมากขึ้น การซื้อผ้าจากกลุ่มโดยตรงยังช่วยสนับสนุนรายได้ของช่างทอและทำให้การสืบทอดภูมิปัญญาดำเนินต่อไปได้จริง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งก้านเหลืองเหมาะกับการเดินทางแบบเรียนรู้ ไม่ใช่การแวะเพียงชั่วครู่ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาในการพูดคุยกับช่างทอ ชมการทอผ้า ฟังเรื่องเล่าของลายผ้า และเดินชมชุมชนโดยรอบ การท่องเที่ยวแบบนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าผืนผ้าหนึ่งผืนเป็นผลลัพธ์ของประวัติศาสตร์การอพยพ ความทรงจำของบรรพบุรุษ ภูมิปัญญาสตรี งานเกษตร พิธีกรรม และความพยายามของชุมชนในการรักษารากของตนเอง
 
สำหรับชาวต่างชาติ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองโบราณลาวซี-ลาวครั่งสามารถอธิบายได้ว่าเป็น community textile learning center หรือศูนย์เรียนรู้ผ้าทอชุมชนที่รักษา heritage weaving traditions ของกลุ่มชาติพันธุ์ Lao Si และ Lao Khrang จุดเด่นคือการทอมือ เทคนิคจกและขิด การย้อมสีธรรมชาติ เครื่องแต่งกายพื้นถิ่น และพิธีบายศรีสู่ขวัญซึ่งสะท้อน hospitality หรือการต้อนรับแบบไทย-ลาวพื้นบ้าน ที่นี่ช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าผ้าทอไทยไม่ได้เป็นเพียงของที่ระลึก แต่เป็น living cultural heritage หรือมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต
 
การเดินทาง ไปยังกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองโบราณลาวซี-ลาวครั่ง บ้านทุ่งก้านเหลือง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลป่าสะแก บ้านทุ่งก้านเหลือง หมู่ที่ 5 ที่ทำการกลุ่มตั้งอยู่บ้านเลขที่ 25/1 ผู้เดินทางควรโทรติดต่อคุณสมจิตร ภาเรือง โทร. 089-926-2864 ล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพื่อสอบถามวันเวลา การต้อนรับ การสาธิตทอผ้า และการเข้าศึกษาดูงาน หากจัดเป็นทริปชุมชนสามารถเที่ยวร่วมกับวัดขวางเวฬุวัน วัดดอนมะเกลือ วัดบ่อกรุ และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเดิมบางนางบวชได้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยือนคือช่วงกลางวัน เพราะสามารถชมรายละเอียดสี ลวดลาย และกระบวนการทอผ้าได้ชัดเจน หากเดินทางเป็นหมู่คณะควรประสานล่วงหน้าเพื่อให้ชุมชนจัดเตรียมการต้อนรับหรือการสาธิตได้เหมาะสม ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่ของชาวบ้าน ไม่หยิบจับผ้าทอโบราณหรืออุปกรณ์ทอผ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรถ่ายภาพด้วยความสุภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีการสาธิตงานฝีมือหรือพิธีบายศรีสู่ขวัญ
 
ในภาพรวม กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองโบราณลาวซี-ลาวครั่ง บ้านทุ่งก้านเหลือง เป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่มีคุณค่ามากของจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะรวมเรื่องราวการอพยพของกลุ่มลาวซี-ลาวครั่ง วิถีชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปี ตำนานบ้านทุ่งก้านเหลือง ผ้าทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ เทคนิคจกและขิด พิธีบายศรีสู่ขวัญ พิธีสู่ขวัญข้าว และความพยายามของชุมชนในการสร้างอาชีพให้ผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ไว้ในสถานที่เดียวกัน ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นว่าผ้าทอพื้นบ้านไม่ใช่เพียงงานหัตถกรรม แต่เป็นประวัติศาสตร์ของชุมชนที่ยังหายใจอยู่ในทุกเส้นด้าย
 
ชื่อสถานที่กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองโบราณลาวซี-ลาวครั่ง บ้านทุ่งก้านเหลือง
ที่ตั้งบ้านทุ่งก้านเหลือง หมู่ 5 ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่อยู่25/1 หมู่ 5 บ้านทุ่งก้านเหลือง ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 72120
ไฮไลต์ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอโบราณลาวซี-ลาวครั่ง เทคนิคจก ขิด มัดหมี่ ผ้าฝ้ายทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ ผ้าสิ้นตีนแดง ผ้าขาวม้า 5 สี ผ้าโพกหัวนาค และพิธีบายศรีสู่ขวัญ
ประวัติ / ความสำคัญเป็นชุมชนลาวซี-ลาวครั่งที่สืบทอดภูมิปัญญาผ้าทอโบราณจากบรรพบุรุษ กลุ่มจัดตั้งที่ทำการเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และฟื้นฟูการผลิตผ้าโบราณ
ที่มาของชื่อบ้านทุ่งก้านเหลืองมาจากเรื่องเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่กล่าวว่าเดิมมีบ่อน้ำใหญ่และต้นก้านเหลืองขึ้นอยู่กลางทุ่ง จึงเรียกพื้นที่นี้ว่าบ้านทุ่งก้านเหลือง
ลักษณะเด่นเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าทอที่หลงเหลือและสืบทอดรูปแบบโบราณของลาวซี-ลาวครั่งในจังหวัดสุพรรณบุรี มีการสาธิตทอผ้า ถ่ายทอดความรู้ และจำหน่ายผลงานของสมาชิกชุมชน
งานประเพณี / พิธีกรรมพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน และพิธีสู่ขวัญข้าวในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 เพื่อเรียกขวัญข้าวและไหว้แม่พระโพสพก่อนนำข้าวเปลือกเข้ายุ้งหรือจำหน่าย
การเดินทางเดินทางเข้าสู่อำเภอเดิมบางนางบวช แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลป่าสะแก บ้านทุ่งก้านเหลือง หมู่ 5 ควรติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเดินทาง
สถานะปัจจุบันเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน แหล่งอนุรักษ์ผ้าทอโบราณลาวซี-ลาวครั่ง แหล่งฝึกอาชีพ และแหล่งศึกษาดูงานด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น
วันเปิดทำการติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเข้าชม
เวลาเปิดทำการติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเข้าชม
ค่าเข้าชมติดต่อสอบถามกลุ่มโดยตรงก่อนเข้าชมหรือศึกษาดูงาน
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ จุดชมการทอผ้า พื้นที่จำหน่ายผ้าทอ ผลิตภัณฑ์ชุมชน การสาธิตงานฝีมือ และการต้อนรับหมู่คณะตามการประสานงานล่วงหน้า
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพื้นที่สาธิตการทอผ้า
พื้นที่เรียนรู้เทคนิคจกและขิด
พื้นที่ย้อมสีธรรมชาติ
พื้นที่จัดแสดงผ้าทอโบราณและผลิตภัณฑ์ชุมชน
พื้นที่ต้อนรับผู้ศึกษาดูงาน
พื้นที่จำหน่ายผ้าทอและของที่ระลึก
ผู้ดูแล / ผู้ประสานงานนางสมจิตร ภาเรือง
เบอร์ติดต่อหลัก089-926-2864
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดขวางเวฬุวัน บ้านทุ่งก้านเหลือง ประมาณ 1 กม.
2. วัดดอนมะเกลือ ประมาณ 5 กม.
3. วัดบ่อกรุ ประมาณ 8 กม.
4. ตลาดเก่าสามชุก ประมาณ 18 กม.
5. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 25 กม.
6. วัดเดิมบาง ประมาณ 20 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารท้องถิ่นตำบลป่าสะแก ประมาณ 3 กม.
2. ร้านอาหารในอำเภอเดิมบางนางบวช ประมาณ 10 กม.
3. ร้านอาหารบริเวณตลาดสามชุก ประมาณ 18 กม.
4. ร้านอาหารใกล้บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 25 กม.
5. ร้านอาหารในตัวอำเภอสามชุก ประมาณ 18 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. ท่าช้างวินเทจ ประมาณ 18 กม.
2. โรงแรมและรีสอร์ตในอำเภอสามชุก ประมาณ 18 กม.
3. ที่พักใกล้บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 25 กม.
4. บ้านสวนรีสอร์ตในอำเภอเดิมบางนางบวช ประมาณ 15-25 กม.
5. ที่พักในตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 55 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองโบราณลาวซี-ลาวครั่งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 5 บ้านทุ่งก้านเหลือง ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 72120
 
ถาม: จุดเด่นของผ้าทอลาวซี-ลาวครั่งคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือผ้าฝ้ายทอมือ ลวดลายโบราณ เทคนิคจก ขิด มัดหมี่ การย้อมสีธรรมชาติ ผ้าสิ้นตีนแดง ผ้าขาวม้า 5 สี และผ้าใช้ในพิธีกรรมของชุมชน
 
ถาม: กลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งก้านเหลืองเริ่มจัดตั้งเมื่อไร?
ตอบ: กลุ่มเริ่มจัดตั้งที่ทำการเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ ฟื้นฟูผ้าทอโบราณ ฝึกอาชีพ และสืบสานวัฒนธรรมลาวซี-ลาวครั่ง
 
ถาม: สามารถเข้าชมการทอผ้าได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมและศึกษาดูงานได้ โดยควรติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพื่อสอบถามวันเวลา การสาธิต และการต้อนรับหมู่คณะ
 
ถาม: ติดต่อกลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งก้านเหลืองได้ที่ใด?
ตอบ: ติดต่อได้ที่นางสมจิตร ภาเรือง โทร. 089-926-2864 ที่ทำการบ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 5 บ้านทุ่งก้านเหลือง ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
 
ถาม: พิธีบายศรีสู่ขวัญเกี่ยวข้องกับกลุ่มทอผ้าอย่างไร?
ตอบ: พิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นพิธีต้อนรับผู้มาเยือน ผู้หลักผู้ใหญ่ และนักท่องเที่ยวตามวัฒนธรรมไทย-ลาวพื้นบ้าน สะท้อนความเชื่อเรื่องขวัญ การอวยพร และไมตรีของชุมชน
 
ถาม: พิธีสู่ขวัญข้าวจัดขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: พิธีสู่ขวัญข้าวจัดขึ้นในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 หลังเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกจากท้องนาและนำเข้ายุ้ง เพื่อเรียกขวัญข้าวและไหว้แม่พระโพสพ
 
ถาม: เที่ยวกลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งก้านเหลืองร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดขวางเวฬุวัน วัดดอนมะเกลือ วัดบ่อกรุ ตลาดเก่าสามชุก และบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติได้

มือถือ : 0899262864

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่กลุ่มทอผ้าพื้นบ้านเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่ง

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(2)
วัด วัด(36)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
โรงละคร โรงละคร(1)