หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.อู่ทอง >ต.อู่ทอง > ประเพณีกำฟ้า
TL;DR: ประเพณีกำฟ้า เปิดวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี และกิจกรรมวันสุกดิบในวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3 เวลา ตามกำหนดการของชุมชนไทยพวนในแต่ละปี.

สุพรรณบุรี

ประเพณีกำฟ้า

ประเพณีกำฟ้า

วันเปิดทำการ: วันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี และกิจกรรมวันสุกดิบในวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3
เวลาเปิดทำการ: ตามกำหนดการของชุมชนไทยพวนในแต่ละปี
 
ประเพณีกำฟ้า เป็นงานบุญสำคัญของชาวไทยพวนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี แถบตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดโบสถ์ และตำบลโพธิ์ศรี ประเพณีนี้จัดขึ้นในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามคติของชาวไทยพวน คำว่า “กำฟ้า” หมายถึงการนับถือฟ้า การสักการะฟ้า หรือการแสดงความเคารพต่อเทพยดาผู้รักษาฟ้า เพราะชาวไทยพวนเชื่อว่าฟ้าเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สัมพันธ์กับฝน ฤดูกาล การเพาะปลูก ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลของชีวิต
 
ประเพณีกำฟ้าเป็นประเพณีที่สะท้อนโลกทัศน์ของสังคมเกษตรกรรมอย่างชัดเจน เพราะวิถีชีวิตของชาวไทยพวนในอดีตผูกพันกับการทำนา การเพาะปลูก และการพึ่งพาฝนตามฤดูกาล การบูชาฟ้าจึงไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อทางพิธีกรรม แต่เป็นการแสดงความเคารพต่อธรรมชาติและพลังเหนือมนุษย์ที่มีผลต่อปากท้องของชุมชน เมื่อถึงวันกำฟ้า ชาวบ้านจึงหยุดทำงาน หยุดไถนา หยุดกิจกรรมหนัก ๆ ในไร่นา แล้วมาร่วมกันทำบุญ ถวายอาหารพระ สังสรรค์ในหมู่ญาติพี่น้อง และประกอบพิธีกรรมเพื่อขอให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล นาข้าวอุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น และครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข
 
หัวใจของประเพณีกำฟ้าคือความกตัญญูต่อฟ้า ความเคารพต่อธรรมชาติ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในชุมชนไทยพวน งานนี้ไม่ได้เป็นงานบุญของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นงานรวมญาติ รวมชุมชน และรวมความทรงจำทางชาติพันธุ์ของชาวไทยพวนไว้ด้วยกัน คนเฒ่าคนแก่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้ลูกหลาน หนุ่มสาวได้พบปะสังสรรค์ เด็ก ๆ ได้เห็นอาหารพื้นบ้าน การละเล่น และพิธีกรรมที่อาจไม่พบในชีวิตประจำวัน ประเพณีกำฟ้าจึงเป็นทั้งงานบุญ งานปีใหม่ งานขอพรจากฟ้า และพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวไทยพวนในเวลาเดียวกัน
 
ในจังหวัดสุพรรณบุรี ประเพณีกำฟ้าเป็นที่รู้จักในกลุ่มชาวไทยพวนอำเภอบางปลาม้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนไทยพวนตั้งถิ่นฐานและรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแถบตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดโบสถ์ และตำบลโพธิ์ศรี ชุมชนเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับวัด บ้านนา และเครือญาติอย่างแนบแน่น การจัดงานกำฟ้าจึงมักเกี่ยวข้องกับวัดในชุมชน ลานกิจกรรมหมู่บ้าน ศาลากลางบ้าน หรือพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้ประกอบกิจกรรมร่วมกัน
 
คำว่า “กำ” ในภาษาพวนมีความหมายในเชิงสักการะหรือเคารพบูชา ส่วนคำว่า “ฟ้า” หมายถึงฟ้า เทวดา เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน หรือผู้ที่อยู่สูงเทียมฟ้า ความหมายของคำนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ท้องฟ้าในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่หมายถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือมนุษย์และสามารถคุ้มครองชีวิตคน สัตว์เลี้ยง บ้านเรือน ไร่นา และผลผลิตทางการเกษตรได้ การทำบุญกำฟ้าจึงเป็นการประกาศความเคารพต่อฟ้า พร้อมกับขอพรให้ชุมชนได้รับความร่มเย็นและความอุดมสมบูรณ์ตลอดปี
 
วันสุกดิบของประเพณีกำฟ้าตรงกับวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่สมาชิกในครอบครัวช่วยกันเตรียมอาหารและเครื่องประกอบพิธี บ้านเรือนจะมีบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้า เพราะทุกคนช่วยกันทำข้าวปุ้นหรือขนมจีน น้ำพริก น้ำยา และอาหารพื้นบ้านอื่น ๆ เพื่อใช้เลี้ยงญาติพี่น้องและเตรียมไปทำบุญ ในอดีตชาวบ้านนิยมทำข้าวจี่เป็นอาหารสำคัญของงาน แต่ในหลายพื้นที่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นข้าวหลาม ซึ่งสะดวกต่อการนำไปถวายพระและแจกจ่ายกันในงานบุญ ข้าวหลามจึงกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของประเพณีกำฟ้าในปัจจุบัน
 
ในช่วงบ่ายของวันสุกดิบ เวลาประมาณบ่าย 3 โมง ชาวบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้ว พราหมณ์หรือผู้ประกอบพิธีตามคติชุมชนจะสวดบูชาเทพยดา เปิดบายศรี และอ่านประกาศอัญเชิญเทวดาให้มารับเครื่องสังเวย พิธีนี้แสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องเทพยดา และพิธีกรรมพื้นบ้านของชาวไทยพวนอย่างกลมกลืน เป็นลักษณะสำคัญของประเพณีไทยในสังคมเกษตรกรรมที่ไม่ได้แยกศาสนา ความเชื่อ และวิถีชีวิตออกจากกันอย่างเด็ดขาด
 
ในคืนวันสุกดิบ คนเฒ่าคนแก่ในบ้านจะเอาไม้ไปเคาะที่เตาไฟ แล้วกล่าวถ้อยคำเป็นมงคลในทำนองขอให้เทพยดาปกป้องรักษา บ้านเรือน ไร่นา คนในครอบครัว วัวควาย หมู หมา เป็ด ไก่ และทรัพย์สินของครอบครัว การเคาะเตาไฟเป็นพิธีกรรมในครัวเรือนที่มีความหมายลึกซึ้ง เพราะเตาไฟคือศูนย์กลางของบ้าน เป็นที่ปรุงอาหาร เป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่นและความอยู่รอดของครอบครัว การกล่าวคำมงคลต่อหน้าเตาไฟจึงเหมือนการขอให้ฟ้าและเทพยดาคุ้มครองชีวิตประจำวันตั้งแต่ระดับบ้านเรือนไปจนถึงไร่นา
 
วันกำฟ้าตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ทุกคนจะตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารคาวหวานไปถวายพระที่วัด อาหารสำคัญที่มักปรากฏในพิธีคือข้าวหลามและข้าวจี่ ซึ่งเป็นอาหารที่สะท้อนวิถีชีวิตชนบทและความสัมพันธ์กับข้าว ข้าวหลามทำจากข้าวเหนียว กะทิ และส่วนผสมต่าง ๆ ใส่ในกระบอกไม้ไผ่แล้วเผาไฟจนสุก ส่วนข้าวจี่เป็นข้าวเหนียวปั้นย่างไฟ บางแห่งชุบไข่หรือปรุงรสก่อนย่าง อาหารเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของกิน แต่เป็นสัญลักษณ์ของการทำบุญจากผลผลิตพื้นบ้านและแรงร่วมมือของครอบครัว
 
หลังจากถวายอาหารแด่พระสงฆ์แล้ว ชาวบ้านจะรับประทานอาหารร่วมกัน บรรยากาศในช่วงนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นของญาติพี่น้องและคนในชุมชน ผู้ใหญ่ได้พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ลูกหลานได้กลับมาร่วมงานในหมู่บ้าน คนที่ทำงานต่างถิ่นได้ใช้โอกาสนี้กลับมาพบครอบครัว ประเพณีกำฟ้าจึงมีความหมายคล้ายวันรวมญาติของชาวไทยพวน เพราะเป็นวันที่คนในชุมชนหยุดงานและให้เวลากับการทำบุญ การกินอาหารร่วมกัน และการรักษาความสัมพันธ์ของเครือญาติ
 
นอกจากพิธีทำบุญแล้ว งานกำฟ้ายังมีการเล่นกีฬาพื้นบ้านและการละเล่นพื้นเมือง เช่น มอญซ่อนผ้า ช่วงชัย และการละเล่นที่สร้างความสนุกสนานให้แก่หนุ่มสาว การละเล่นเหล่านี้ทำให้งานกำฟ้ามีชีวิตชีวา ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมที่เคร่งขรึม แต่เป็นเทศกาลชุมชนที่ทุกวัยมีส่วนร่วม เด็กได้เล่น หนุ่มสาวได้พบปะ ผู้ใหญ่ได้ชมความสนุกสนาน และผู้เฒ่าผู้แก่ได้เห็นลูกหลานสืบทอดบรรยากาศของงานบุญประจำปี
 
หนึ่งในความเชื่อสำคัญของประเพณีกำฟ้าคือการฟังเสียงฟ้าร้องเพื่อทำนายฝนและการเพาะปลูก ผู้เฒ่าผู้แก่จะคอยฟังเสียงฟ้าร้องในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับงาน หากฟ้าร้องทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะทำนายว่าปีนั้นฝนดี ทำนาได้ผลดี หากฟ้าร้องทางทิศใต้หรือทิศตะวันตก จะทำนายว่าฝนแล้ง การทำนาจะเสียหาย ข้าวจะยาก หมากจะแพง หากฟ้าร้องทางทิศตะวันออก จะทำนายว่าฝนตกปานกลาง นาลุ่มจะดี แต่นาดอนอาจเสียหาย ความเชื่อนี้สะท้อนภูมิปัญญาชาวนาในการสังเกตธรรมชาติผ่านเสียงฟ้า ทิศทางลม และฤดูกาล
 
แม้ในปัจจุบันสังคมจะมีข้อมูลพยากรณ์อากาศและเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น แต่ความเชื่อเรื่องการฟังฟ้าร้องในประเพณีกำฟ้ายังคงมีคุณค่าในฐานะภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะเป็นวิธีที่คนรุ่นก่อนใช้เชื่อมโยงการสังเกตธรรมชาติกับการตัดสินใจทางเกษตรกรรม การฟังเสียงฟ้าไม่ใช่เพียงการทำนายโชคชะตา แต่เป็นการให้ความสำคัญกับสัญญาณจากธรรมชาติและการอยู่ร่วมกับฤดูกาลอย่างระมัดระวัง
 
ในมิติทางสังคม ประเพณีกำฟ้าทำหน้าที่รักษาความเป็นชาวไทยพวนอย่างชัดเจน ชาวไทยพวนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษา วัฒนธรรม อาหาร การแต่งกาย เพลง การละเล่น และประเพณีเฉพาะของตนเอง การจัดงานกำฟ้าทุกปีทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นภาษาพวน คำกล่าวมงคล อาหารอย่างข้าวหลาม ข้าวจี่ ข้าวปุ้น การละเล่น และพิธีบูชาฟ้า สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ความเป็นไทยพวนยังคงมีชีวิต ไม่กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในหนังสือหรือความทรงจำของคนสูงวัย
 
สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรี ประเพณีกำฟ้าเป็นอีกหนึ่งมิติทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้เห็นความหลากหลายของจังหวัด นอกจากสุพรรณบุรีจะมีแหล่งประวัติศาสตร์ วัดสำคัญ ตลาดโบราณ และเรื่องเล่าทางวรรณคดีแล้ว ยังมีชุมชนชาติพันธุ์ที่รักษาประเพณีของตนเองอย่างเข้มแข็ง ประเพณีกำฟ้าของไทยพวนอำเภอบางปลาม้าจึงเป็นหลักฐานว่าจังหวัดสุพรรณบุรีไม่ได้มีเพียงประวัติศาสตร์เมืองเก่า แต่ยังมีประวัติศาสตร์ชีวิตของผู้คนที่สืบทอดผ่านงานบุญและความเชื่อในระดับชุมชน
 
ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวงานประเพณีกำฟ้าควรเข้าใจว่างานนี้เป็นประเพณีชุมชน ไม่ใช่งานท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ การไปเยือนด้วยความเคารพและความเข้าใจจึงสำคัญมาก ควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัดหรือร่วมพิธี ไม่รบกวนผู้ประกอบพิธี ไม่ล้อเลียนความเชื่อเรื่องฟ้าร้องหรือการเคาะเตาไฟ และควรถ่ายภาพอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีพิธีทางศาสนา การเข้าไปชมในฐานะผู้เรียนรู้จะทำให้สัมผัสคุณค่าของงานได้ลึกกว่าการไปชมเพียงความแปลกใหม่
 
การเดินทาง ไปยังพื้นที่ประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวนในอำเภอบางปลาม้า สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่เขตอำเภอบางปลาม้าและพื้นที่ชุมชนไทยพวนแถบตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดโบสถ์ และตำบลโพธิ์ศรี หากเริ่มจากตัวเมืองสุพรรณบุรี ใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอบางปลาม้า ระยะทางประมาณ 15–20 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับจุดจัดกิจกรรมในแต่ละปี การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะเที่ยววัดในชุมชน ตลาดเก้าห้อง วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อุทยานมังกรสวรรค์ และตัวเมืองสุพรรณบุรีได้ในทริปเดียวกัน
 
หากต้องการจัดทริปเชิงวัฒนธรรม สามารถเริ่มจากการชมงานกำฟ้าในชุมชนไทยพวนช่วงเช้า จากนั้นเดินทางต่อไปตลาดเก้าห้องเพื่อชมวิถีตลาดเก่า ริมแม่น้ำ และอาหารท้องถิ่น แล้วต่อไปวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ หรือหอคอยบรรหาร–แจ่มใสในตัวเมืองสุพรรณบุรี เส้นทางนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นสุพรรณบุรีทั้งในมิติประเพณีชาติพันธุ์ วิถีชุมชน วัดสำคัญ และเมืองเก่า
 
ประเพณีกำฟ้าจึงเป็นประเพณีที่ควรได้รับการสืบสานอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นมากกว่างานบุญตามปฏิทิน หากมองให้ลึกลงไป งานนี้คือระบบความรู้ของสังคมเกษตรกรรม เป็นพิธีกรรมขอฝน เป็นวันปีใหม่ของชาวไทยพวน เป็นวันรวมญาติ เป็นพื้นที่ถ่ายทอดภาษาและอาหารพื้นบ้าน เป็นเวทีของการละเล่นพื้นเมือง และเป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับฟ้ายังมีความหมายในวัฒนธรรมไทยพวน แม้โลกปัจจุบันจะเปลี่ยนไปมาก แต่การทำบุญกำฟ้ายังคงทำให้ผู้คนกลับมาระลึกถึงฟ้า ดิน น้ำ ข้าว ครอบครัว และชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตไทยชนบท
 
ชื่อประเพณีประเพณีกำฟ้า
พื้นที่จัดงานชุมชนไทยพวนในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี แถบตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดโบสถ์ และตำบลโพธิ์ศรี
ช่วงเวลาจัดงานวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี โดยมีวันสุกดิบในวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3
ความสำคัญเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยพวนและเป็นพิธีบูชาฟ้าเพื่อขอฝน ความอุดมสมบูรณ์ ความเป็นสิริมงคล และความเจริญในการทำมาหากิน
ที่มาของชื่อคำว่า “กำ” หมายถึงการสักการะหรือเคารพบูชา ส่วน “ฟ้า” หมายถึงฟ้า เทวดา หรือผู้ที่อยู่สูงเทียมฟ้า
ลักษณะเด่นมีพิธีทำบุญถวายพระ พิธีบูชาเทพยดา เปิดบายศรี อ่านประกาศอัญเชิญเทวดา เคาะเตาไฟ กล่าวคำมงคล ฟังเสียงฟ้าร้อง และเล่นการละเล่นพื้นบ้าน
อาหารสำคัญในงานข้าวปุ้นหรือขนมจีน น้ำพริก น้ำยา ข้าวจี่ และข้าวหลาม ซึ่งนิยมใช้ใส่บาตรและเลี้ยงญาติพี่น้องในงานบุญ
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่อำเภอบางปลาม้าและพื้นที่ชุมชนไทยพวนในตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดโบสถ์ หรือโพธิ์ศรี ตามจุดจัดงานในแต่ละปี
สถานะปัจจุบันยังเป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยพวนในอำเภอบางปลาม้าและเป็นมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดสุพรรณบุรี
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชมพื้นที่งานชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. พื้นที่วัดหรือศาลากลางชุมชนสำหรับทำบุญ
2. พื้นที่เตรียมอาหารพื้นบ้าน เช่น ข้าวปุ้น ข้าวจี่ และข้าวหลาม
3. พื้นที่ประกอบพิธีบูชาเทพยดาและเปิดบายศรี
4. พื้นที่รวมญาติและรับประทานอาหารร่วมกัน
5. พื้นที่การละเล่นพื้นบ้านและกีฬาชุมชน
6. ชุมชนไทยพวนตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดโบสถ์ และตำบลโพธิ์ศรี
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องชุมชนไทยพวนในอำเภอบางปลาม้า วัดในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตลาดเก้าห้อง ประมาณ 7 กม.
2. วัดไผ่โรงวัว ประมาณ 16 กม.
3. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ประมาณ 17 กม.
4. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีและอุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 18 กม.
5. หอคอยบรรหาร–แจ่มใส ประมาณ 19 กม.
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประมาณ 21 กม.
7. ตลาดสามชุก 100 ปี ประมาณ 35 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารแม่ทองคำปลาเผา อำเภอบางปลาม้า ประมาณ 8 กม. โทร. 064-593-6524
2. กุ่ยหมง บางปลาม้า ประมาณ 10 กม.
3. แม่บ๊วย บางปลาม้า ประมาณ 10 กม.
4. ร้านอาหารท้องถิ่นบริเวณตลาดเก้าห้อง ประมาณ 7 กม.
5. นพรัตน์ ภัตตาคาร ตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 20 กม. โทร. 035-555-333, 081-587-6154
6. สุรชัยปลาเผา ประมาณ 22 กม. โทร. 081-763-6102, 081-942-4654
ที่พักใกล้เคียง1. The Bo House Resort อำเภอบางปลาม้า ประมาณ 8 กม. โทร. 081-007-6852
2. วาสิฐี ซิตี้โฮเต็ล สุพรรณบุรี ประมาณ 20 กม. โทร. 035-526-111, 035-526-123
3. โรงแรมสองพันบุรี ประมาณ 20 กม.
4. โรงแรมฮ็อป อินน์ สุพรรณบุรี ประมาณ 22 กม. โทร. 02-080-2222
5. โรงแรมบีทู สุพรรณบุรี พรีเมียร์ ประมาณ 22 กม.
6. ที่พักและรีสอร์ทในเขตอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 20 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีกำฟ้าคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีกำฟ้าเป็นงานบุญของชาวไทยพวนที่จัดขึ้นเพื่อบูชาฟ้า ขอพรจากเทพยดาให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำมาค้าขึ้น และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวและชุมชน
 
ถาม: ประเพณีกำฟ้าจัดวันไหน?
ตอบ: จัดในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี โดยมีวันสุกดิบในวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3 สำหรับเตรียมอาหาร พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีบูชาเทพยดา
 
ถาม: ประเพณีกำฟ้าในจังหวัดสุพรรณบุรีพบได้ที่ไหน?
ตอบ: พบในชุมชนไทยพวนอำเภอบางปลาม้า แถบตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดโบสถ์ และตำบลโพธิ์ศรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สืบทอดวัฒนธรรมไทยพวนมาอย่างต่อเนื่อง
 
ถาม: วันสุกดิบของประเพณีกำฟ้าทำอะไรบ้าง?
ตอบ: ชาวบ้านจะช่วยกันทำอาหาร เช่น ข้าวปุ้น น้ำพริก น้ำยา ข้าวจี่ หรือข้าวหลาม แล้วช่วงบ่ายนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นมีพิธีบูชาเทพยดา เปิดบายศรี และอ่านประกาศอัญเชิญเทวดา
 
ถาม: ทำไมต้องฟังเสียงฟ้าร้องในประเพณีกำฟ้า?
ตอบ: ชาวไทยพวนเชื่อว่าทิศทางของเสียงฟ้าร้องสามารถทำนายฝนและผลผลิตทางการเกษตรได้ เช่น ฟ้าร้องทางทิศเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือหมายถึงฝนดีและทำนาได้ผลดี
 
ถาม: อาหารสำคัญในประเพณีกำฟ้าคืออะไร?
ตอบ: อาหารสำคัญคือข้าวปุ้นหรือขนมจีน น้ำพริก น้ำยา ข้าวจี่ และข้าวหลาม ซึ่งใช้ทั้งทำบุญถวายพระและรับประทานร่วมกันในครอบครัวและชุมชน
 
ถาม: ประเพณีกำฟ้าเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม เพราะเป็นงานประเพณีชุมชน แต่ผู้มาเยือนควรตรวจสอบสถานที่จัดงานในแต่ละปีและเข้าร่วมอย่างสุภาพ
 
ถาม: เที่ยวประเพณีกำฟ้าแล้วควรไปเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ตลาดเก้าห้อง วัดไผ่โรงวัว วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อุทยานมังกรสวรรค์ และหอคอยบรรหาร–แจ่มใส

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ประเพณีกำฟ้า

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(2)
วัด วัด(36)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
โรงละคร โรงละคร(1)