หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.ด่านช้าง >ต.ด่านช้าง > พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน
TL;DR: พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน อยู่ที่บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดติดต่อเข้าชมล่วงหน้าก่อนเดินทาง เวลา ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าก่อนเดินทาง.
พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน

วันเปิดทำการ: ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าก่อนเดินทาง
เวลาเปิดทำการ: ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าก่อนเดินทาง
พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน หรือพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดพุน้ำร้อน ตั้งอยู่ที่บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์ และวิถีชีวิตชุมชนที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บโบราณวัตถุในชุมชน แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในอำเภอด่านช้างตั้งแต่สมัยหินใหม่เมื่อประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ต่อเนื่องถึงร่องรอยกิจกรรมถลุงโลหะในยุคต่อมา และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ เช่น กะเหรี่ยง ละว้า และลาวครั่ง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญต่ออัตลักษณ์ของด่านช้างในปัจจุบัน
พื้นที่อำเภอด่านช้างมีลักษณะพิเศษในเชิงภูมิศาสตร์ เพราะตั้งอยู่บริเวณชายขอบของจังหวัดสุพรรณบุรีทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ใกล้แนวเทือกเขาและรอยต่อกับจังหวัดกาญจนบุรีและอุทัยธานี ลักษณะพื้นที่เช่นนี้ทำให้ด่านช้างมีทั้งพื้นที่ราบ ป่าเขา ลำน้ำ แหล่งแร่ และเส้นทางธรรมชาติที่เหมาะต่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่อดีต เมื่อสำรวจทางโบราณคดีพบหลักฐานหนาแน่นในเขตบ้านพุน้ำร้อน บ้านโป่งคอม และพื้นที่ใกล้เคียง จึงทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญมากต่อการศึกษาพัฒนาการของชุมชนมนุษย์ในสุพรรณบุรีตอนตะวันตก
ความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนอยู่ที่การทำให้เรื่องราวของด่านช้างไม่ได้ถูกมองเฉพาะในฐานะพื้นที่ธรรมชาติ ป่าเขา หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีรากยาวลึกถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานที่พบในพื้นที่ เช่น เครื่องมือหิน เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา ชิ้นส่วนโบราณวัตถุ และร่องรอยกิจกรรมถลุงโลหะ ล้วนช่วยยืนยันว่าผู้คนในอดีตเคยใช้พื้นที่ด่านช้างเป็นทั้งแหล่งอยู่อาศัย แหล่งผลิตเครื่องมือ แหล่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับชุมชนอื่น ๆ
การก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนมีจุดเริ่มจากการที่วัดพุน้ำร้อนเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้โบราณที่พบในพื้นที่อำเภอด่านช้างมาเป็นเวลานาน โดยมีพระครูวิสิฐสุวรรณคุณ หรือพระอาจารย์เสน่ห์ เจ้าอาวาสวัดพุน้ำร้อน เป็นผู้ดูแลรักษาและเห็นคุณค่าของหลักฐานเหล่านี้ ต่อมาเมื่อหน่วยงานราชการ นักโบราณคดี และผู้นำท้องถิ่นเข้ามาร่วมมือกัน จึงเกิดแนวคิดจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนเพื่อให้โบราณวัตถุเหล่านี้ไม่ถูกเก็บไว้อย่างกระจัดกระจาย แต่ถูกนำมาจัดแสดงอย่างเป็นระบบและใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชนและผู้มาเยือน
การดำเนินงานจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เกิดจากความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้งชุมชนบ้านพุน้ำร้อน วัดพุน้ำร้อน องค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้าง กองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าอำเภอด่านช้าง กรมศิลปากร และผู้นำท้องถิ่น โดยมีนายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ นายอำเภอด่านช้างในขณะนั้น เป็นผู้บูรณาการความร่วมมือให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พิพิธภัณฑ์จึงไม่ใช่ผลงานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นผลจากระบบความร่วมมือแบบบ้าน วัด ราชการ และชุมชน ซึ่งสะท้อนพลังของท้องถิ่นในการดูแลมรดกวัฒนธรรมของตนเอง
พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา โดยมีเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบในพื้นที่ และบอกเล่าประวัติความเป็นมาของชาวด่านช้างตั้งแต่อดีตยุคหินใหม่จนถึงยุคปัจจุบัน เนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่โบราณวัตถุ แต่เชื่อมโยงไปถึงชาติพันธุ์ วิถีชีวิต การตั้งถิ่นฐาน ความเชื่อ อาชีพ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการฟื้นฟูชุมชนในช่วงเวลาร่วมสมัย
หลักฐานยุคหินใหม่ที่พบในเขตบ้านพุน้ำร้อนและพื้นที่ใกล้เคียงมีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ด่านช้างเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ในภาคกลางตะวันตก คนยุคหินใหม่รู้จักใช้เครื่องมือหินในการดำรงชีวิต มีความสามารถในการเลือกวัสดุจากธรรมชาติ เช่น หินเชิร์ต มาทำเป็นเครื่องมือ มีการผลิตเครื่องประดับ เช่น ลูกปัดหิน กำไลเปลือกหอย และมีการใช้ภาชนะดินเผาในชีวิตประจำวัน วัตถุเหล่านี้สะท้อนทั้งเทคโนโลยี ความงาม ความเชื่อ และระบบความสัมพันธ์ของคนโบราณ
ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ที่พบในพื้นที่อำเภอด่านช้าง เช่น เครื่องมือหิน ขวานหิน หินบดยา แท่นหินบดยา ลูกปัดหิน กำไลเปลือกหอย ภาชนะดินเผา ขวานสำริด และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับหลุมฝังศพหรือพิธีกรรมโบราณ วัตถุเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพชีวิตของผู้คนในอดีตได้ชัดเจนขึ้น เพราะแต่ละชิ้นไม่ได้เป็นเพียงของเก่า แต่เป็นหลักฐานของการกินอยู่ การทำงาน การประกอบพิธีกรรม และการใช้ทรัพยากรในภูมิประเทศของด่านช้าง
อีกประเด็นที่ทำให้พื้นที่ด่านช้างมีความสำคัญคือร่องรอยกิจกรรมถลุงเหล็กและตะกั่วที่พบกระจายอยู่ในหลายตำบล หลักฐานเหล่านี้สะท้อนว่าด่านช้างไม่ได้เป็นเพียงชุมชนเกษตรกรรมหรือชุมชนป่าเขา แต่เคยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการใช้แร่โลหะและเทคโนโลยีการผลิตในอดีต การพบร่องรอยถลุงโลหะช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ก็อาจมีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ได้
นอกจากโบราณคดีแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังสะท้อนเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภอด่านช้าง พื้นที่นี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มกะเหรี่ยง ละว้า และลาวครั่ง โดยเฉพาะบ้านพุน้ำร้อนซึ่งมีชาวลาวครั่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชุมชน ลาวครั่งมีวัฒนธรรมเฉพาะตัวทั้งภาษา การแต่งกาย ผ้าทอ อาหาร พิธีกรรม และความทรงจำเรื่องถิ่นฐาน การนำเรื่องชาติพันธุ์เข้ามาเชื่อมกับโบราณคดีทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความสมบูรณ์ เพราะเล่าเรื่องผู้คนในพื้นที่ทั้งอดีตไกลและอดีตใกล้เข้าด้วยกัน
วัดพุน้ำร้อนมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างชัดเจน ทั้งในฐานะศาสนสถาน แหล่งเก็บรักษาโบราณวัตถุ พื้นที่เรียนรู้ และจุดเริ่มต้นของการพัฒนาชุมชน พระครูวิสิฐสุวรรณคุณเป็นพระนักพัฒนาที่มีบทบาททั้งด้านการอนุรักษ์ป่าชุมชน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน การดูแลโบราณวัตถุ และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาลาวครั่ง เช่น ผ้าทอซิ่นตีนจกลายโบราณ บทบาทเช่นนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนไม่ได้แยกตัวจากชีวิตชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม
พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจโบราณคดีท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ชุมชน ชาติพันธุ์ศึกษา การพัฒนาชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้เข้าชมจะได้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ระดับชาติเท่านั้น แต่ยังอยู่ในวัด ชุมชน โบราณวัตถุที่ชาวบ้านพบ เรื่องเล่าของปราชญ์ท้องถิ่น และความร่วมมือของผู้คนในหมู่บ้าน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงมีเสน่ห์แบบพิพิธภัณฑ์ชุมชน คือไม่ใหญ่โต แต่มีราก มีชีวิต และมีความผูกพันกับพื้นที่จริงอย่างลึกซึ้ง
การเดินชมพิพิธภัณฑ์ควรใช้เวลาอ่านป้ายคำอธิบาย สังเกตวัตถุในตู้จัดแสดง และมองความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับภูมิประเทศของด่านช้าง ตัวอย่างเช่น เครื่องมือหินช่วยให้เข้าใจการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลูกปัดและกำไลช่วยให้เห็นมิติความงามและสถานะทางสังคม ภาชนะดินเผาเกี่ยวข้องกับการกินอยู่และพิธีกรรม ส่วนหลักฐานถลุงโลหะสะท้อนเทคโนโลยีและเศรษฐกิจในอดีต หากมีเจ้าหน้าที่หรือคนในชุมชนช่วยเล่าเรื่อง ผู้เข้าชมจะได้รายละเอียดที่ลึกและมีชีวิตมากกว่าการอ่านข้อมูลจากป้ายเพียงอย่างเดียว
บริบทของบ้านพุน้ำร้อนยังเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีชื่อเสียง คืออ่างเก็บน้ำหุบเขาวง หรือป่าชุมชนบ้านพุน้ำร้อน – หินลาด พื้นที่นี้เกิดจากการฟื้นฟูป่าชุมชนและการใช้แหล่งน้ำเป็นฐานการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมเส้นทางจากพิพิธภัณฑ์ชุมชนไปยังอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง เพื่อสัมผัสธรรมชาติ ป่าเขา แพพัก กางเต็นท์ และวิถีชุมชน การจัดเส้นทางเช่นนี้ทำให้การเที่ยวบ้านพุน้ำร้อนไม่ได้มีเฉพาะประวัติศาสตร์ในอาคาร แต่มีทั้งโบราณคดี ชาติพันธุ์ วัด ป่า น้ำ และการท่องเที่ยวชุมชนในทริปเดียวกัน
บ้านพุน้ำร้อนเป็นตัวอย่างของชุมชนที่ใช้ทุนวัฒนธรรมและทุนธรรมชาติร่วมกันอย่างน่าสนใจ โบราณวัตถุช่วยเล่าอดีต ป่าชุมชนช่วยรักษาทรัพยากร อ่างเก็บน้ำช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และวัดช่วยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือของผู้คน การมาเยือนพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนจึงไม่ควรมองเป็นการแวะดูของเก่าเพียงสั้น ๆ แต่ควรมองเป็นการเข้าไปเรียนรู้ระบบชีวิตของชุมชนที่ใช้ประวัติศาสตร์และธรรมชาติเป็นฐานในการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การเดินทาง ไปยังพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนเหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้เส้นทางไปอำเภอด่านช้าง แล้วเข้าสู่ตำบลด่านช้างและบ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ระยะทางจากตัวอำเภอด่านช้างไปยังบ้านพุน้ำร้อนประมาณ 20 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าสุพรรณบุรี ต่อด้วยเส้นทางไปอำเภอด่านช้าง แล้วเดินทางต่อไปยังวัดพุน้ำร้อน ควรติดต่อวัดพุน้ำร้อนหรือองค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้างก่อนเดินทาง เพื่อประสานการเข้าชมและตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่จัดแสดง
สำหรับผู้ที่ต้องการจัดทริปแบบเต็มวัน สามารถเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนในช่วงเช้า เพื่อเรียนรู้เรื่องโบราณคดีและชาติพันธุ์ จากนั้นเดินทางต่อไปอ่างเก็บน้ำหุบเขาวงเพื่อพักผ่อนกลางธรรมชาติ หรือเลือกแวะเขื่อนกระเสียว อุทยานแห่งชาติพุเตย และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอด่านช้าง หากมีเวลา 2 วัน 1 คืน สามารถพักในพื้นที่ด่านช้างหรือเลือกพักแบบชุมชนบริเวณหุบเขาวง เพื่อเชื่อมประสบการณ์ระหว่างพิพิธภัณฑ์ ชุมชน ป่า และน้ำได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น
พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนจึงเป็นสถานที่ที่ควรได้รับการกล่าวถึงในฐานะแหล่งเรียนรู้สำคัญของสุพรรณบุรี ไม่ใช่เฉพาะแหล่งท่องเที่ยวรองของอำเภอด่านช้าง เพราะที่นี่ช่วยยืนยันว่าประวัติศาสตร์ของสุพรรณบุรีไม่ได้มีเฉพาะเมืองโบราณ วัดสำคัญ หรือเรื่องราวยุทธหัตถีเท่านั้น แต่ยังมีชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งโลหกรรมโบราณ กลุ่มชาติพันธุ์ และการพัฒนาชุมชนร่วมสมัยที่ควรค่าแก่การศึกษา การมาเยือนที่นี่ทำให้ผู้เข้าชมเห็นว่าอดีตของด่านช้างยังคงมีชีวิตอยู่ในวัตถุ เรื่องเล่า วัด ป่า และผู้คนที่ร่วมกันดูแลมรดกของบ้านเกิดอย่างจริงจัง
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน / พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดพุน้ำร้อน |
| ที่ตั้ง | บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | วัดพุน้ำร้อน บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี 72180 |
| ไฮไลต์ | พิพิธภัณฑ์ชุมชนที่จัดแสดงโบราณวัตถุ เครื่องมือหิน เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา หลักฐานยุคหินใหม่ ร่องรอยโลหกรรม และเรื่องราวชาติพันธุ์ในอำเภอด่านช้าง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยหินใหม่เมื่อประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว และพบร่องรอยกิจกรรมถลุงเหล็กและตะกั่วในพื้นที่อำเภอด่านช้าง |
| หลักฐานสำคัญ | เครื่องมือหิน ขวานหิน หินบดยา แท่นหินบดยา ลูกปัดหิน กำไลเปลือกหอย ภาชนะดินเผา ขวานสำริด และโบราณวัตถุที่พบในเขตบ้านพุน้ำร้อน บ้านโป่งคอม และพื้นที่ใกล้เคียง |
| ลักษณะเด่น | เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนที่เชื่อมโยงโบราณคดี ชาติพันธุ์ลาวครั่ง กะเหรี่ยง ละว้า วัดพุน้ำร้อน ป่าชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของบ้านพุน้ำร้อน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุพรรณบุรีเดินทางไปอำเภอด่านช้าง แล้วเข้าสู่ตำบลด่านช้างและบ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ระยะทางจากตัวอำเภอด่านช้างไปบ้านพุน้ำร้อนประมาณ 20 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนบ้านพุน้ำร้อนและอำเภอด่านช้าง เปิดให้เข้าชมโดยควรติดต่อประสานงานล่วงหน้า |
| วันเปิดทำการ | ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าก่อนเดินทาง |
| เวลาเปิดทำการ | ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าก่อนเดินทาง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารพิพิธภัณฑ์ชุมชน ตู้จัดแสดงโบราณวัตถุ ป้ายข้อมูล พื้นที่วัดพุน้ำร้อน พื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน และพื้นที่จอดรถภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. อาคารพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดพุน้ำร้อน 2. โซนโบราณวัตถุยุคหินใหม่ 3. โซนเครื่องมือหินและเครื่องประดับโบราณ 4. โซนภาชนะดินเผาและวัตถุจากหลุมฝังศพ 5. โซนร่องรอยโลหกรรมเหล็กและตะกั่วในด่านช้าง 6. โซนชาติพันธุ์และวิถีชีวิตชุมชน 7. วัดพุน้ำร้อน 8. ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอลาวครั่งบ้านพุน้ำร้อน |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | วัดพุน้ำร้อน ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน องค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้าง กรมศิลปากร และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง |
| เจ้าอาวาสวัดพุน้ำร้อน | พระครูวิสิฐสุวรรณคุณ จันทร์ลา หรือพระอาจารย์เสน่ห์ อภินนฺโท |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้าง โทร. 035-596137, 086-1687574 / วัดพุน้ำร้อน โทร. 087-9027308 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพุน้ำร้อน ประมาณ 0 กม. 2. อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ป่าชุมชนบ้านพุน้ำร้อน – หินลาด ประมาณ 8 กม. 3. ป่าชุมชนบ้านพุน้ำร้อน ประมาณ 8 กม. 4. เขื่อนกระเสียว ประมาณ 25 กม. 5. หาดทรายท้ายเขื่อนกระเสียว ประมาณ 27 กม. 6. อุทยานแห่งชาติพุเตย ประมาณ 40 กม. 7. หมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่ ประมาณ 60 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารชุมชนบ้านพุน้ำร้อน ประมาณ 1 กม. 2. ร้านอาหารบริเวณอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ประมาณ 8 กม. 3. ครัวด่านช้าง ประมาณ 20 กม. โทร. 035-595647 4. ร้านอาหารเรือนข้าหลวง ประมาณ 22 กม. โทร. 035-467502, 087-8450044 5. ร้านอาหารในตลาดอำเภอด่านช้าง ประมาณ 20 กม. 6. ร้านอาหารบริเวณเขื่อนกระเสียว ประมาณ 25 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. กลุ่มโฮมสเตย์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน / อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ประมาณ 8 กม. โทร. 065-012-2240 2. แพพักและลานกางเต็นท์อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ประมาณ 8 กม. โทร. 065-012-2240 3. ที่พักชุมชนบ้านพุน้ำร้อน ประมาณ 1 กม. 4. ที่พักในเขตอำเภอด่านช้าง ประมาณ 20 กม. 5. รีสอร์ทบริเวณเขื่อนกระเสียว ประมาณ 25 กม. 6. ที่พักเส้นทางอุทยานแห่งชาติพุเตย ประมาณ 40 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่วัดพุน้ำร้อน บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
ถาม: พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนจัดแสดงเรื่องอะไร?
ตอบ: จัดแสดงโบราณวัตถุ เครื่องมือหิน ภาชนะดินเผา เครื่องประดับโบราณ ร่องรอยโลหกรรม และเรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของชาวด่านช้างตั้งแต่ยุคหินใหม่จนถึงปัจจุบัน
ถาม: พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยืนยันว่าพื้นที่อำเภอด่านช้างมีมนุษย์ตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยหินใหม่ราว 4,000 ปีมาแล้ว และยังพบหลักฐานกิจกรรมถลุงเหล็กและตะกั่วในพื้นที่
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์เกี่ยวข้องกับวัดพุน้ำร้อน ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน องค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้าง กรมศิลปากร และหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีพระครูวิสิฐสุวรรณคุณ จันทร์ลา หรือพระอาจารย์เสน่ห์ เป็นแกนนำสำคัญของชุมชน
ถาม: ควรติดต่อก่อนเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อวัดพุน้ำร้อนหรือองค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้างล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพื่อประสานการเข้าชมและตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่จัดแสดง
ถาม: พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจโบราณคดีท้องถิ่น ชาติพันธุ์ลาวครั่ง ประวัติศาสตร์ชุมชน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และนักท่องเที่ยวที่ต้องการรู้จักด่านช้างให้ลึกขึ้น
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ป่าชุมชนบ้านพุน้ำร้อน เขื่อนกระเสียว หาดทรายท้ายเขื่อนกระเสียว อุทยานแห่งชาติพุเตย และหมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่
ถาม: เดินทางไปพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อนอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสุพรรณบุรีเดินทางไปอำเภอด่านช้าง แล้วเข้าสู่บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ระยะทางจากตัวอำเภอด่านช้างประมาณ 20 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า
โทร : 035596137
มือถือ : 0861687574, 0879027308
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว



