หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เมืองสุพรรณบุรี >ต.รั้วใหญ่ > ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
TL;DR: ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อยู่ที่ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ศาลศักดิ์สิทธิ์ที่ผสมผสานพุทธศาสนามหายาน ศิลปะเขมร ความเชื่อไทย และวัฒนธรรมจีน.

สุพรรณบุรี

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือแม่น้ำท่าจีน บริเวณถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นสถานที่สักการะที่มีความสำคัญทั้งต่อชาวไทยและชาวจีนในจังหวัดสุพรรณบุรี ภายในศาลประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “พระนารายณ์สี่กร” ซึ่งเป็นพุทธประติมากรรมสลักบนแผ่นหินแบบนูนต่ำในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มีรูปแบบศิลปะเขมร อายุราว พ.ศ. 1185–1250 หรือประมาณ 1,300–1,400 ปีมาแล้ว ศาลแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงศาลหลักเมืองในความหมายทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่รวมประวัติศาสตร์ โบราณคดี พุทธศาสนามหายาน ความเชื่อไทย-จีน และชีวิตของชุมชนเมืองสุพรรณบุรีไว้ในสถานที่เดียวกัน
 
เดิมศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีเป็นศาลไม้ทรงไทย มีเทวรูปพระอิศวรและพระนารายณ์สวมหมวกเติ๊กหรือหมวกทรงกระบอก สลักจากหินสีเขียว เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองให้ความเคารพนับถือมาอย่างยาวนาน ต่อมาศาลได้รับการปรับปรุงและสร้างใหม่เป็นรูปแบบวิหารและเก๋งจีน ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างโลกความเชื่อแบบไทยกับวัฒนธรรมจีนอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจึงจะพบทั้งบรรยากาศของศาลเจ้าจีน สีสันของงานประดับแบบจีน เครื่องสักการะตามคติจีน และความเก่าแก่ของประติมากรรมที่มีรากลึกในพระพุทธศาสนามหายานและศิลปะเขมรโบราณ
 
หัวใจสำคัญของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าพระนารายณ์สี่กร ลักษณะขององค์ประติมากรรมเป็นภาพสลักนูนต่ำบนแผ่นหินสีเขียว มีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาลัทธิมหายาน โดยพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา ผู้สดับเสียงทุกข์ของสัตว์โลกและช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ตามคติความเชื่อในมหายาน การที่ชาวบ้านเรียกองค์นี้ว่าพระนารายณ์สี่กรสะท้อนกระบวนการตีความทางศาสนาของคนท้องถิ่นที่ผสมผสานคติพุทธ พราหมณ์ และความเชื่อพื้นบ้านเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน
 
การที่องค์เจ้าพ่อหลักเมืองเป็นพุทธประติมากรรมเก่าแก่ระดับกว่า 1,300 ปี ทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีมีคุณค่าในเชิงโบราณคดีสูงมาก เพราะประติมากรรมเช่นนี้ช่วยบอกเล่าความสัมพันธ์ของเมืองสุพรรณบุรีกับเครือข่ายวัฒนธรรมโบราณในลุ่มแม่น้ำท่าจีนและลุ่มเจ้าพระยา ตลอดจนความเชื่อทางศาสนาที่แพร่เข้ามาในภูมิภาคนี้ก่อนสมัยอยุธยา รูปแบบศิลปะเขมรและพุทธศาสนามหายานที่ปรากฏในองค์ประติมากรรมสะท้อนว่าเมืองสุพรรณบุรีไม่ได้เป็นเพียงเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยยุคหลัง แต่ยังมีรากฐานทางวัฒนธรรมเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับโลกโบราณของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
ตามประวัติที่เล่าต่อกันมา ประมาณ 150 ปีมาแล้ว มีผู้พบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรจมอยู่ในดินและโคลนบริเวณริมคลองศาลเจ้าพ่อ เมื่อชาวบ้านพบจึงช่วยกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้บนพื้นที่สูง และสร้างศาลขึ้นเป็นที่ประทับ เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในความทรงจำของชุมชน เพราะจากประติมากรรมโบราณที่ถูกพบในสภาพจมดินจมโคลน ได้กลายมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองเคารพบูชาและถือเป็นหลักใจของจังหวัดสุพรรณบุรี
 
เรื่องการพบองค์เจ้าพ่อริมคลองศาลเจ้าพ่อมีความหมายมากในเชิงคติชน เพราะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งของไทยมักมีเรื่องเล่าการค้นพบวัตถุศักดิ์สิทธิ์จากดิน น้ำ ป่า หรือพื้นที่ที่คนทั่วไปไม่คาดคิด การอัญเชิญองค์ประติมากรรมขึ้นมาบูชาแสดงถึงการยกระดับวัตถุโบราณให้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมือง และเมื่อชาวบ้านมากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง ความศรัทธานั้นก็ทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ
 
ความสำคัญของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยิ่งเด่นชัดขึ้นในคราวเสด็จประพาสต้นเมื่อ พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายังศาลและทรงกระทำพลีกรรมเจ้าพ่อหลักเมือง พร้อมทั้งพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อเขื่อนรอบเนินศาล ทำชานสำหรับให้ประชาชนบูชา สร้างกำแพงแก้ว และต่อตัวศาลออกมาเป็นเก๋งแบบจีน เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีมีความสำคัญในระดับเมืองและได้รับความสนพระราชหฤทัยในฐานะศาลศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก
 
การปรับปรุงศาลในสมัยรัชกาลที่ 5 มีผลต่อภาพลักษณ์ของศาลอย่างมาก เพราะทำให้ศาลซึ่งเคยเป็นศาลไม้ทรงไทยค่อย ๆ พัฒนาเป็นศาลที่มีองค์ประกอบแบบจีนมากขึ้น ทั้งในส่วนของเก๋งจีน พื้นที่บูชา และการใช้งานของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในสุพรรณบุรี ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์กับเจ้าพระยายมราชยังทรงสนพระทัยในการปรับปรุงศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในราว พ.ศ. 2480 ทำให้ศาลแห่งนี้ได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านช่วงเวลาหลายยุคหลายสมัย
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีจึงเป็นสถานที่ที่สะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน องค์ประติมากรรมเป็นพุทธประติมากรรมมหายานศิลปะเขมร ชาวบ้านเรียกในคติไทย-พราหมณ์ว่าพระนารายณ์สี่กร อาคารศาลได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมจีน และผู้สักการะมีทั้งชาวไทยกับชาวจีน ความหลากหลายนี้ไม่ได้ทำให้ความหมายของศาลสับสน แต่กลับทำให้ศาลมีพลังมากขึ้น เพราะเป็นจุดร่วมของความศรัทธาหลายสายที่หลอมรวมกันเป็นอัตลักษณ์ของเมืองสุพรรณบุรี
 
ผู้คนที่มากราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมักตั้งจิตขอพรเรื่องความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง การงาน การค้า สุขภาพ ครอบครัว และการเดินทางปลอดภัย เนื่องจากคำว่า “หลักเมือง” สื่อถึงความมั่นคงของเมืองและความเป็นศูนย์รวมจิตใจ การมากราบเจ้าพ่อหลักเมืองจึงเหมือนการฝากชีวิตไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองบ้านเมือง ผู้ที่เริ่มต้นกิจการ เดินทางไกล ย้ายบ้าน หรือมีเรื่องสำคัญในชีวิต มักนิยมแวะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
 
ภายในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของอุทยานมังกรสวรรค์ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี มีรูปมังกรขนาดใหญ่และพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรมจีน ทำให้พื้นที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไม่ได้เป็นเพียงจุดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นย่านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงศาลเจ้า ประวัติศาสตร์จีนในสุพรรณบุรี สถาปัตยกรรมแบบจีน และการเรียนรู้เรื่องชุมชนไทย-จีนไว้ด้วยกัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงนิยมมาไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถ่ายภาพกับมังกรสวรรค์ และเดินชมพื้นที่โดยรอบในทริปเดียวกัน
 
อุทยานมังกรสวรรค์ช่วยขยายความหมายของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองให้ชัดขึ้นในมิติของชุมชนไทยเชื้อสายจีน สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีชุมชนจีนและลูกหลานชาวจีนจำนวนมาก การตั้งศาลในรูปแบบวิหารและเก๋งจีน รวมถึงการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี ทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกลายเป็นศูนย์รวมทั้งความเชื่อดั้งเดิมของเมืองและวัฒนธรรมจีนที่ฝังตัวอยู่ในชีวิตของชาวสุพรรณบุรี
 
ประเพณีสำคัญของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองคือประเพณีทิ้งกระจาด หรือพิธีทิ้งทาน ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของจีน พิธีนี้เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาลัทธิมหายานและคติจีนเรื่องการจำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว มีการนำสิ่งของจำเป็นและสิ่งของที่ผู้ล่วงลับอาจใช้สอยในคติความเชื่อมาจัดพิธี แล้วแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ ประเพณีนี้จึงเป็นทั้งพิธีกรรมทางศาสนาและการสงเคราะห์สังคมในเวลาเดียวกัน
 
ทิ้งกระจาดเป็นประเพณีที่แสดงให้เห็นแก่นของความเมตตาอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณ แต่ยังขยายไปสู่การให้ทานแก่ผู้ยากจน การแจกข้าวสาร อาหาร เครื่องใช้ หรือสิ่งของจำเป็นในพิธีช่วยให้ผู้คนในสังคมได้รับการแบ่งปัน ขณะเดียวกันผู้ร่วมพิธีก็ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับและสร้างกุศลให้ตนเอง ประเพณีนี้จึงทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงโลกของคนเป็น คนตาย และผู้ยากไร้ไว้ในระบบความเมตตาของชุมชน
 
ในเชิงมานุษยวิทยา ประเพณีทิ้งกระจาดสะท้อนวัฒนธรรมจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทยและปรับตัวเข้ากับสังคมท้องถิ่น พิธีกรรมยังคงยึดตามปฏิทินจีนและคติมหายาน แต่เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองไทย โดยมีทั้งชาวไทย ชาวจีน และผู้คนทั่วไปเข้าร่วม ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของพื้นที่วัฒนธรรมลูกผสม ซึ่งศาสนา ความเชื่อ และการช่วยเหลือสังคมหลอมรวมเข้าด้วยกัน
 
การมาเยือนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองควรเริ่มจากการสักการะองค์เจ้าพ่อภายในศาล ด้วยการตั้งจิตให้สงบ เตรียมธูป เทียน พวงมาลัย หรือเครื่องสักการะตามรูปแบบของศาลจีน จากนั้นเดินชมบริเวณเก๋งจีน อุทยานมังกรสวรรค์ และพื้นที่โดยรอบ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่ยืนกีดขวางจุดไหว้ และควรสังเกตวิธีปฏิบัติของคนท้องถิ่นก่อนทำพิธี หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลพื้นที่ได้
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรี เพราะตั้งอยู่ในเขตเมืองโบราณสุพรรณบุรีและใกล้สถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และสวนเฉลิมภัทรราชินี นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยเริ่มจากการไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและชมอุทยานมังกรสวรรค์ แล้วต่อด้วยวัดและพิพิธภัณฑ์ในตัวเมือง
 
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปะโบราณ จุดที่ควรให้ความสำคัญคือองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งมีลักษณะเป็นประติมากรรมสลักหินแบบนูนต่ำ การชมองค์ประติมากรรมควรมองด้วยความเข้าใจว่าเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่เก่าแก่กว่าศาลในรูปแบบปัจจุบันมาก รูปแบบเขมรและคติมหายานทำให้ชิ้นงานนี้มีความสำคัญในบริบทประวัติศาสตร์ศาสนา ก่อนที่ชาวบ้านจะตีความและสักการะในฐานะเจ้าพ่อหลักเมืองหรือพระนารายณ์สี่กรตามความเชื่อท้องถิ่น
 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยังเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมไทย-จีนในจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะที่นี่มีทั้ง ancient stone relief, Mahayana Bodhisattva, Khmer-style art, Chinese shrine architecture และ annual Chinese charity ritual ในสถานที่เดียวกัน การอธิบายศาลนี้ให้ชาวต่างชาติเข้าใจควรเน้นว่าเป็นศาลที่แสดงการอยู่ร่วมกันของหลายวัฒนธรรม ไม่ใช่ศาลหลักเมืองแบบเสาหลักเมืองทั่วไปอย่างที่พบในหลายจังหวัดของไทย
 
การเดินทาง ไปศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารในเมือง ศาลตั้งอยู่บนถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือแม่น้ำท่าจีน ผู้เดินทางจากตัวเมืองสามารถปักหมุดไปยังศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีหรืออุทยานมังกรสวรรค์ได้โดยตรง พื้นที่มีลานจอดรถและอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง จึงเหมาะกับการจัดเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเที่ยวเมืองสุพรรณบุรี
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะสามารถไหว้ศาล เดินชมอุทยานมังกรสวรรค์ และเดินทางต่อไปยังวัดหรือพิพิธภัณฑ์ในตัวเมืองได้สะดวก หากเดินทางช่วงเทศกาลจีนหรือช่วงประเพณีทิ้งกระจาด ควรเผื่อเวลาเดินทางมากขึ้น เพราะพื้นที่อาจมีผู้มาสักการะและร่วมพิธีจำนวนมาก การไปในวันปกติจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสักการะแบบสงบและชมรายละเอียดของสถานที่อย่างไม่เร่งรีบ
 
ในภาพรวม ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักสุพรรณบุรีอย่างลึกซึ้ง เพราะเป็นศาลที่รวมประวัติศาสตร์กว่า 1,300 ปีของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ความทรงจำการพบองค์เจ้าพ่อริมคลอง ประวัติการเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 การบูรณะศาลในรูปแบบเก๋งจีน ประเพณีทิ้งกระจาด และบทบาทของชุมชนไทย-จีนไว้ครบถ้วน ผู้มาเยือนจะได้ทั้งความเป็นสิริมงคล ความรู้ทางประวัติศาสตร์ และความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองสุพรรณบุรี
 
ชื่อสถานที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่ตั้งถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่อยู่ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือแม่น้ำท่าจีน
ไฮไลต์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือพระนารายณ์สี่กร พุทธประติมากรรมสลักหินแบบนูนต่ำ ศิลปะเขมร อายุประมาณ 1,300–1,400 ปี ศาลแบบวิหารและเก๋งจีน อุทยานมังกรสวรรค์ และประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี
ประวัติ / สมัย / ยุคองค์เจ้าพ่อหลักเมืองเป็นพุทธประติมากรรมในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน แบบศิลปะเขมร อายุราว พ.ศ. 1185–1250 ต่อมามีการสร้างศาลและปรับปรุงเป็นรูปแบบวิหารและเก๋งจีน
ที่มาของชื่อเดิมเรียกศาลเทพารักษ์หลักเมือง ต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพราะเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสุพรรณบุรีและเป็นหลักใจของผู้คนในเมือง
ลักษณะเด่นศาลศักดิ์สิทธิ์ที่ผสมผสานพุทธศาสนามหายาน ศิลปะเขมร ความเชื่อไทย และวัฒนธรรมจีน มีทั้งพื้นที่สักการะและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในบริเวณเดียวกัน
งานประเพณี / พิธีกรรมประเพณีทิ้งกระจาดหรือพิธีทิ้งทาน จัดทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของจีน เป็นพิธีมหายานเพื่อจำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับและแจกทานแก่ผู้ยากไร้
การเดินทางเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรี ใช้ถนนมาลัยแมนไปยังตำบลรั้วใหญ่ ปักหมุดศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีหรืออุทยานมังกรสวรรค์ได้โดยตรง มีที่จอดรถในพื้นที่
สถานะปัจจุบันเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ในบริเวณเดียวกับอุทยานมังกรสวรรค์
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชมพื้นที่ศาล
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ พื้นที่สักการะ จุดถ่ายภาพ อุทยานมังกรสวรรค์ ห้องน้ำ ร้านค้า และพื้นที่เดินชมวัฒนธรรมจีน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
พื้นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือพระนารายณ์สี่กร
เก๋งจีนและพื้นที่สักการะ
อุทยานมังกรสวรรค์
พื้นที่จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด
ลานจอดรถและจุดถ่ายภาพ
ผู้ดูแลคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
เบอร์ติดต่อหลัก035-521-690
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 0.1 กม.
2. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ประมาณ 2 กม.
3. หอคอยบรรหาร-แจ่มใส ประมาณ 3 กม.
4. สวนเฉลิมภัทรราชินี ประมาณ 3 กม.
5. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ประมาณ 4 กม.
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประมาณ 5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. แซ่บยกครก ส้มตำสุพรรณบุรี ประมาณ 0.6 กม.
2. ก๋วยเตี๋ยว เจ๊ไพ ประมาณ 0.4 กม.
3. Playground Bistro ประมาณ 1 กม.
4. โกเอ ก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณสุพรรณบุรี ประมาณ 1 กม.
5. Café Amazon ใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ประมาณ 1 กม.
6. ร้านขัวะ ถนนนางพิม ประมาณ 3 กม. โทร. 035-521-045
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ ประมาณ 3 กม. โทร. 035-501-290
2. โรงแรมคุ้มสุพรรณ ประมาณ 3 กม. โทร. 035-522-273
3. โรงแรมสองพันบุรี ประมาณ 4 กม. โทร. 035-522-555-7
4. วาสิฏฐีซิตี้โฮเทล ประมาณ 4 กม. โทร. 035-526-111, 035-526-123
5. ฮ็อป อินน์ สุพรรณบุรี ประมาณ 5 กม. โทร. 065-945-9006
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีตั้งอยู่ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือแม่น้ำท่าจีน และอยู่ในบริเวณเดียวกับอุทยานมังกรสวรรค์
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีมีอะไรสำคัญ?
ตอบ: สิ่งสำคัญคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือพระนารายณ์สี่กร พุทธประติมากรรมสลักหินแบบนูนต่ำ ศิลปะเขมร อายุประมาณ 1,300–1,400 ปี ซึ่งเป็นที่สักการะของทั้งชาวไทยและชาวจีน
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีเดิมมีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: เดิมเป็นศาลไม้ทรงไทย มีเทวรูปพระอิศวรและพระนารายณ์สวมหมวกเติ๊กสลักจากหินสีเขียว ต่อมาจึงสร้างเป็นรูปวิหารและเก๋งจีน
 
ถาม: รัชกาลที่ 5 เกี่ยวข้องกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีอย่างไร?
ตอบ: ในคราวเสด็จประพาสต้นเมื่อ พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงกระทำพลีกรรมเจ้าพ่อหลักเมือง และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อเขื่อน ทำชานบูชา สร้างกำแพงแก้ว และต่อศาลเป็นเก๋งจีน
 
ถาม: ประเพณีทิ้งกระจาดคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีทิ้งกระจาดหรือพิธีทิ้งทานเป็นพิธีในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน จัดทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของจีน เพื่อจำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับและแจกทานแก่ผู้ยากไร้
 
ถาม: ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ศาลไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปสักการะและเดินชมบริเวณศาลกับอุทยานมังกรสวรรค์ได้ตามเวลาเปิดทำการ
 
ถาม: เที่ยวศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับอุทยานมังกรสวรรค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี หอคอยบรรหาร-แจ่มใส สวนเฉลิมภัทรราชินี วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรีได้

โทร : 035521690

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(2)
วัด วัด(36)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(7)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
โรงละคร โรงละคร(1)