หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.เมืองสุพรรณบุรี >ต.รั้วใหญ่ > วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร
TL;DR: วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ชาวบ้านมักเรียกสั้น ๆ ว่า “วัดป่า” ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรีและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมายาวนาน วัดแห่งนี้จึงเป็นทั้งสถานที่ไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรี เรียนรู้ศิลปกรรมสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ และตามรอยวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนในพื้นที่จริง
ความสำคัญของวัดป่าเลไลยก์วรวิหารปรากฏทั้งในด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรม และวรรณคดีไทย วัดตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเมืองสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีชุมชน วัด โบราณสถาน และเส้นทางคมนาคมริมน้ำที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการของเมืองสุพรรณมาอย่างต่อเนื่อง บริเวณวัดอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น วัดประตูสาร กำแพงเมืองเก่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อุทยานมังกรสวรรค์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ทำให้วัดป่าเลไลยก์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเข้าใจเมืองสุพรรณบุรีในภาพรวม
ในด้านประวัติศาสตร์ วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง พงศาวดารเหนือกล่าวถึงพระเจ้ากาแตที่โปรดให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ภายหลัง พ.ศ. 1724 ข้อมูลนี้สะท้อนว่าวัดมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณและได้รับการทำนุบำรุงต่อเนื่องมาหลายยุคหลายสมัย ความเก่าแก่ของวัดไม่ได้อยู่เพียงในตำนาน แต่ยังสะท้อนผ่านองค์หลวงพ่อโต วิหารขนาดใหญ่ หน้าบันที่มีเครื่องหมายพระมหามกุฎ และบทบาทของวัดในความทรงจำของผู้คนในสุพรรณบุรี
หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ ซึ่งมีความหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะบอกเล่าความสัมพันธ์ของวัดกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงผนวช พระองค์ได้เสด็จธุดงค์มาพบวัดแห่งนี้ และภายหลังเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดป่าเลไลยก์ การมีเครื่องหมายพระมหามกุฎบนหน้าบันจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนพระราชศรัทธาและการฟื้นฟูวัดสำคัญของเมืองสุพรรณบุรีในสมัยรัตนโกสินทร์
หัวใจของวัดป่าเลไลยก์คือ “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารสูงเด่นเห็นได้แต่ไกล องค์พระมีขนาดใหญ่และสง่างาม สูงประมาณ 23.46 เมตร รอบองค์ประมาณ 11.20 เมตร ลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่ารับของถวาย เป็นศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของศรัทธาและทักษะเชิงช่างในอดีต
พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์มีคติเล่าเรื่องช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับในป่าป่าเลไลยก์ โดยมีช้างและลิงคอยถวายอุปัฏฐาก ปางนี้จึงสื่อถึงความสงบ ความวิเวก การละจากความวุ่นวาย และความเลื่อมใสของสรรพชีวิตต่อพระธรรม เมื่อนำคติดังกล่าวมาเชื่อมกับหลวงพ่อโตแห่งวัดป่าเลไลยก์ จึงทำให้พระพุทธรูปองค์นี้ไม่เพียงเป็นปูชนียวัตถุขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ เมตตา และศรัทธาที่สืบทอดอยู่ในชุมชนสุพรรณบุรีมายาวนาน
นักปราชญ์หลายท่านเคยให้ความเห็นว่าหลวงพ่อโตเดิมอาจเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาและเคยสร้างไว้กลางแจ้ง คล้ายแนวคิดการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้นที่นิยมสร้างกลางแจ้งเพื่อให้เห็นได้จากระยะไกล ต่อมาจึงมีการปรับเปลี่ยนและสร้างวิหารครอบในภายหลัง ข้อสันนิษฐานนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนมองหลวงพ่อโตด้วยมิติทางประวัติศาสตร์ศิลป์มากขึ้น เพราะองค์พระอาจสะท้อนพัฒนาการของการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในภาคกลางตั้งแต่ยุคเมืองโบราณจนถึงยุครัตนโกสินทร์
ภายในองค์หลวงพ่อโตมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ ทำให้หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงในฐานะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพร ทำบุญ ถวายเครื่องสักการะ และร่วมงานนมัสการประจำปี ความศรัทธาต่อหลวงพ่อโตจึงไม่ใช่เพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมของชุมชนสุพรรณบุรีที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
ทุกปีวัดป่าเลไลยก์มีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อโต 2 ครั้ง คือช่วงวันขึ้น 7–9 ค่ำ เดือน 5 และช่วงวันขึ้น 7–9 ค่ำ เดือน 12 งานดังกล่าวเป็นงานสำคัญที่มีทั้งพิธีกรรมทางศาสนา การทำบุญ การไหว้พระ การออกร้าน การแสดงพื้นบ้าน และบรรยากาศงานวัดแบบภาคกลาง ผู้คนจากสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงนิยมเดินทางมาร่วมงานเพื่อกราบหลวงพ่อโตและซื้อของพื้นเมือง ทำให้งานนมัสการหลวงพ่อโตเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของเมืองสุพรรณบุรี
นอกจากการสักการะหลวงพ่อโตแล้ว วัดป่าเลไลยก์ยังมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน บริเวณด้านหลังวัดมี “คุ้มขุนช้าง” หรือเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นตามบทพรรณนาเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ภายในเรือนมีห้องจัดแสดง ภาพบรรยายเรื่องราว ตัวละคร ฉากถ่ายภาพ และตู้จัดแสดงภาชนะเครื่องใช้เก่าแก่ เช่น ฉากกั้น ถ้วย โถ ชาม และเครื่องใช้ในครัวเรือนแบบโบราณ พื้นที่นี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้วรรณคดีไทยผ่านบรรยากาศของเรือนไทยและข้าวของเครื่องใช้ที่สื่อถึงวิถีชีวิตในอดีต
คุ้มขุนช้างทำให้การเที่ยววัดป่าเลไลยก์มีมิติที่หลากหลายมากขึ้น เพราะผู้มาเยือนไม่ได้ไหว้พระเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด เมืองสุพรรณบุรี และวรรณคดีไทย เรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีที่มีฉากเกี่ยวข้องกับสุพรรณบุรีอย่างชัดเจน และมีตัวละครที่ผูกพันกับพื้นที่เมืองสุพรรณ การได้ชมคุ้มขุนช้างหลังจากกราบหลวงพ่อโตจึงช่วยให้เห็นว่าวัดป่าเลไลยก์เป็นจุดตัดของศรัทธา ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และวิถีชีวิตชุมชน
บริเวณตรงข้ามวิหารวัดมีร้านขายสินค้าที่ระลึกและของพื้นเมืองหลายร้าน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อของฝาก เช่น ขนมพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ของที่ระลึก และอาหารว่างหลังจากไหว้พระ บรรยากาศโดยรอบวัดจึงเป็นทั้งพื้นที่ศาสนาและพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนในเวลาเดียวกัน ร้านค้าเหล่านี้ช่วยสร้างชีวิตชีวาให้พื้นที่วัด และทำให้วัดป่าเลไลยก์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับผู้ค้าท้องถิ่นและชุมชนเมืองสุพรรณบุรีอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปกรรม วัดป่าเลไลยก์เป็นสถานที่ที่ควรใช้เวลามากกว่าการแวะไหว้พระอย่างรวดเร็ว เพราะองค์หลวงพ่อโต วิหาร หน้าบัน เครื่องหมายพระมหามกุฎ งานประดับ และพื้นที่โดยรอบสะท้อนทั้งศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิและการบูรณะในยุครัตนโกสินทร์ ผู้มาเยือนควรสังเกตรูปแบบองค์พระ ท่วงท่าปางป่าเลไลยก์ สัดส่วนของวิหาร และลักษณะการจัดพื้นที่ภายในวัด เพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธา สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรี
วัดป่าเลไลยก์ยังเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจพระพุทธศาสนาในวิถีไทย เพราะที่นี่มีองค์ประกอบครบทั้งพระพุทธรูปสำคัญ วัดที่ยังมีชีวิต ประเพณีนมัสการประจำปี ร้านค้าชุมชน เรือนไทยวรรณคดี และเส้นทางเมืองเก่า การมาเยือนวัดแห่งนี้ทำให้เห็นว่าศาสนาในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพิธีกรรมในโบสถ์หรือวิหาร แต่เชื่อมโยงกับความทรงจำของเมือง เศรษฐกิจท้องถิ่น งานประเพณี วรรณคดี และวิถีชีวิตผู้คน
การเดินทาง ไปยังวัดป่าเลไลยก์วรวิหารสะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่ตัวเมืองและถนนมาลัยแมน วัดอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี และมีจุดสังเกตจากวิหารหลวงพ่อโตซึ่งสูงเด่นเห็นได้แต่ไกล หากเดินทางจากตัวเมืองสุพรรณบุรีใช้เวลาไม่นานและสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองได้หลายแห่ง
การเข้าชมวัดควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และเคารพพื้นที่ศาสนา โดยเฉพาะภายในวิหารหลวงพ่อโต ควรงดส่งเสียงดัง ไม่รบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์หรือไหว้พระ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัด หากต้องการถ่ายภาพควรเลือกมุมที่ไม่รบกวนผู้อื่นและหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด การท่องเที่ยววัดเก่าอย่างเหมาะสมช่วยรักษาบรรยากาศศรัทธาและทำให้ผู้มาเยือนทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน
สำหรับการจัดเส้นทางท่องเที่ยว แนะนำให้เริ่มจากกราบหลวงพ่อโตในวิหาร ชมหน้าบันและสถาปัตยกรรมของวัด เดินไปคุ้มขุนช้างด้านหลังวัด จากนั้นแวะเลือกซื้อของฝากพื้นเมืองบริเวณร้านค้าหน้าวัด แล้วต่อไปยังวัดประตูสาร กำแพงเมืองเก่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อุทยานมังกรสวรรค์ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี หากมีเวลา 1 วันเต็ม สามารถจัดเป็นเส้นทาง “ไหว้พระเมืองสุพรรณและตามรอยขุนช้างขุนแผน” ได้อย่างสมบูรณ์
วัดป่าเลไลยก์วรวิหารจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสุพรรณบุรี เพราะมีคุณค่าครบทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ประเพณี และวรรณคดี หลวงพ่อโตเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่ผู้คนเคารพมายาวนาน คุ้มขุนช้างช่วยเชื่อมโยงวัดกับวรรณคดีไทย ร้านค้าพื้นเมืองสะท้อนชีวิตชุมชน และทำเลที่ตั้งบนถนนมาลัยแมนทำให้เดินทางสะดวก วัดแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่สุดของการเที่ยวสุพรรณบุรีทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจหัวใจของเมืองสุพรรณบุรีอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร |
| ที่ตั้ง | ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | 249 ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี 72000 |
| ลักษณะเด่น | พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองสุพรรณบุรีและเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง พงศาวดารเหนือกล่าวถึงการบูรณะวัดภายหลัง พ.ศ. 1724 และได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| หลักฐานสำคัญ | หน้าบันวิหารมีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ หลวงพ่อโตปางป่าเลไลยก์ และคุ้มขุนช้างที่เชื่อมโยงกับวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน |
| หลวงพ่อโต | พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ สูงประมาณ 23.46 เมตร รอบองค์ประมาณ 11.20 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 36 องค์ |
| งานประเพณีสำคัญ | งานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อโต จัดปีละ 2 ครั้ง ในช่วงวันขึ้น 7–9 ค่ำ เดือน 5 และวันขึ้น 7–9 ค่ำ เดือน 12 |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วเข้าสู่ตัวเมืองและถนนมาลัยแมน วัดตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมนในตำบลรั้วใหญ่ เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารในตัวเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัด พระอารามหลวง และแหล่งท่องเที่ยวศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ วิหารหลวงพ่อโต จุดทำบุญ ร้านค้าของฝาก ห้องน้ำ พื้นที่พักคอย คุ้มขุนช้าง และร้านค้าพื้นเมืองบริเวณหน้าวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. วิหารหลวงพ่อโต 2. หลวงพ่อโตปางป่าเลไลยก์ 3. หน้าบันวิหารเครื่องหมายพระมหามกุฎ 4. พื้นที่ไหว้พระและทำบุญ 5. คุ้มขุนช้าง 6. เรือนไทยไม้สักและนิทรรศการขุนช้างขุนแผน 7. ร้านค้าของฝากและสินค้าพื้นเมือง 8. พื้นที่จัดงานนมัสการหลวงพ่อโต |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร / คณะสงฆ์มหานิกาย / หน่วยงานท้องถิ่นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี |
| เจ้าอาวาส | พระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 092-590-9595 |
| ข้อควรปฏิบัติ | แต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา รักษาความสงบภายในวิหาร ไม่รบกวนผู้ที่กำลังไหว้พระหรือสวดมนต์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. คุ้มขุนช้าง ประมาณ 0 กม. 2. วัดประตูสาร ประมาณ 2 กม. 3. กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 2 กม. 4. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีและอุทยานมังกรสวรรค์ ประมาณ 3 กม. 5. หอคอยบรรหาร–แจ่มใส ประมาณ 4 กม. 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย ประมาณ 5 กม. 7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ประมาณ 6 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. นพรัตน์ ภัตตาคาร ประมาณ 0 กม. โทร. 035-555-333, 081-587-5214 2. โจ๊กป้าเดือนวัดป่า ประมาณ 1 กม. 3. ร้านอาหารท้องถิ่นบริเวณหน้าวัดป่าเลไลยก์ ประมาณ 1 กม. 4. Playground Bistro ประมาณ 3 กม. โทร. 061-446-9442 5. ร้านอาหารลายน้ำ ประมาณ 5 กม. 6. สุรชัยปลาเผา ประมาณ 7 กม. โทร. 081-763-6102, 098-232-8395 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมสองพันบุรี ประมาณ 3 กม. 2. วาสิฐี ซิตี้โฮเต็ล สุพรรณบุรี ประมาณ 4 กม. โทร. 035-526-111, 035-526-123 3. โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ ประมาณ 4 กม. 4. โรงแรมฮ็อป อินน์ สุพรรณบุรี ประมาณ 5 กม. โทร. 02-080-2222 5. โรงแรมบีทู สุพรรณบุรี พรีเมียร์ ประมาณ 5 กม. 6. คันทรี่ เลควิว โฮเทล ประมาณ 7 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าเลไลยก์วรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าเลไลยก์วรวิหารตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี
ถาม: วัดป่าเลไลยก์วรวิหารมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์คู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี
ถาม: หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์มีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ ประทับนั่งห้อยพระบาท สูงประมาณ 23.46 เมตร รอบองค์ประมาณ 11.20 เมตร
ถาม: วัดป่าเลไลยก์เปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: วัดป่าเลไลยก์วรวิหารเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: วัดป่าเลไลยก์มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดป่าเลไลยก์วรวิหารไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้ากราบหลวงพ่อโต ทำบุญ และชมพื้นที่สำคัญของวัดได้
ถาม: งานนมัสการหลวงพ่อโตจัดเมื่อใด?
ตอบ: งานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อโตจัดปีละ 2 ครั้ง คือช่วงวันขึ้น 7–9 ค่ำ เดือน 5 และวันขึ้น 7–9 ค่ำ เดือน 12
ถาม: คุ้มขุนช้างอยู่ตรงไหน?
ตอบ: คุ้มขุนช้างตั้งอยู่ด้านหลังวัดป่าเลไลยก์ เป็นเรือนไทยไม้สักที่จัดแสดงเรื่องราววรรณคดีขุนช้างขุนแผน ภาพตัวละคร และเครื่องใช้โบราณ
ถาม: เที่ยววัดป่าเลไลยก์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดประตูสาร กำแพงเมืองเก่าและประตูเมืองสุพรรณบุรี ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อุทยานมังกรสวรรค์ หอคอยบรรหาร–แจ่มใส และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




