หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.บางระจัน >ต.โพชนไก่ > วัดแหลมคาง
TL;DR: วัดแหลมคาง อยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา ช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ.

สิงห์บุรี

วัดแหลมคาง

วัดแหลมคาง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ
 
วัดแหลมคาง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ในตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน ที่มีเอกลักษณ์จากทำเลริมลำแม่ลาและพื้นที่วัดซึ่งมีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปในลำน้ำ ชื่อวัดจึงสัมพันธ์โดยตรงกับภูมิประเทศและพรรณไม้พื้นถิ่นในอดีต วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ สัมผัสบรรยากาศวัดชุมชนภาคกลาง และเรียนรู้เรื่องราวของศาสนสถานที่เติบโตคู่กับชุมชนแม่ลา วัดตั้งอยู่ห่างจากอำเภอบางระจันประมาณ 7 กม. และห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 10 กม. เส้นทางเดินทางเป็นถนนลาดยางตลอดสาย จึงเดินทางได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถรับจ้างท้องถิ่น
 
วัดแหลมคางตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มตามลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นเมืองภาคกลางที่มีความสัมพันธ์กับแม่น้ำ ลำคลอง ทุ่งนา และชุมชนเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่ลา ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงเรื่องลำแม่ลาและวิถีชีวิตริมน้ำ เมื่อนำข้อมูลจากชื่อวัดและภูมิประเทศมาประกอบกัน จะเห็นว่าวัดแหลมคางไม่ได้เป็นเพียงวัดประจำหมู่บ้าน แต่เป็นวัดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ภูมิประเทศ และวิถีชุมชนอย่างชัดเจน
 
ชื่อ “วัดแหลมคาง” มีที่มาจากลักษณะพื้นที่ตั้งวัดที่ติดอยู่ริมลำแม่ลา พื้นที่บริเวณนั้นเป็นแหลมหักศอกยื่นออกไปในลำน้ำ ชาวบ้านเรียกลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ว่า “แหลม” ส่วนคำว่า “คาง” สัมพันธ์กับต้นคางที่เคยขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณป่าละเมาะรอบพื้นที่วัด จึงเกิดชื่อเรียกว่าวัดแหลมคางและใช้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ชื่อวัดจึงเป็นชื่อที่มีความหมายเชิงพื้นที่ ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นอย่างลอย ๆ แต่เป็นคำที่สะท้อนทั้งภูมิประเทศเดิม พรรณไม้ท้องถิ่น และความทรงจำของชุมชนแม่ลา
 
ประวัติของวัดแหลมคางระบุว่าวัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในภายหลัง วัดจึงมีอายุมากกว่า 100 ปี และถือเป็นศาสนสถานที่อยู่คู่ชุมชนแม่ลามาหลายชั่วอายุคน ในช่วงเวลายาวนานดังกล่าว วัดทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธี ศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน ที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ และพื้นที่สาธารณะของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นงานบุญประจำปี งานกฐิน งานผ้าป่า วันพระ หรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวบ้านในพื้นที่ต่างใช้วัดเป็นจุดนัดพบทางศรัทธาและวัฒนธรรม
 
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลอาณาเขตที่สืบค้นและข้อความต้นฉบับ วัดแหลมคางมีพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม มีอาณาเขตที่สัมพันธ์กับพื้นที่ชุมชนและเส้นทางน้ำ โดยมีแนวพื้นที่ยาวด้านหนึ่งประมาณ 5 เส้น 15 วา และอีกด้านหนึ่งประมาณ 2 เส้น 15 วา ลักษณะพื้นที่ริมลำแม่ลาและความเป็นแหลมยื่นออกไปในลำน้ำ ทำให้วัดมีบรรยากาศเฉพาะตัวต่างจากวัดที่ตั้งอยู่กลางชุมชนล้วน ๆ พื้นที่วัดจึงให้ความรู้สึกสงบ โปร่ง และมีมิติของวัดริมน้ำภาคกลางที่ยังคงความใกล้ชิดกับธรรมชาติ
 
สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวัดแหลมคางประกอบด้วยกุฏิสงฆ์ หอประชุมหรือศาลาประชุม อาคารคอนกรีต พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และเจดีย์ 2 องค์ ข้อความต้นฉบับที่กล่าวถึงโครงสร้างไม้ กุฏิ หอประชา อาคารคอนกรีต และเจดีย์ 2 องค์ ช่วยสะท้อนภาพวัดชุมชนที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากโครงสร้างพื้นถิ่นไปสู่อาคารถาวรที่รองรับกิจกรรมของวัดและชุมชนได้มากขึ้น แม้รายละเอียดอาคารบางส่วนไม่ได้มีข้อมูลร่วมสมัยเผยแพร่ครบถ้วน แต่ลักษณะเหล่านี้สอดคล้องกับวัดราษฎร์ในพื้นที่ชนบทภาคกลางซึ่งมักมีทั้งพื้นที่สงฆ์ พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่สาธารณะของชุมชนอยู่ร่วมกัน
 
บทบาทสำคัญของวัดแหลมคางคือการเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านแม่ลา วัดทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเป็นแหล่งหล่อหลอมความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่ ในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และเทศกาลกฐิน ชาวบ้านจะเดินทางมาทำบุญ ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร ถวายสังฆทาน และร่วมกิจกรรมตามประเพณี วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนหลายวัยเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่มาทำบุญประจำ ไปจนถึงเด็กและเยาวชนที่เรียนรู้มารยาทการเข้าวัดผ่านกิจกรรมของครอบครัวและชุมชน
 
นอกจากบทบาททางศาสนา วัดแหลมคางยังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมท้องถิ่นของตำบลแม่ลา ชื่อของวัดปรากฏอยู่ร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ของตำบล เช่น วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพิกุลทอง อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น ตลาดประชารัฐบ้านโคกวัด และวัดสะเดา ทำให้เห็นว่าวัดแหลมคางเป็นหนึ่งในจุดที่สามารถเชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนา ประวัติศาสตร์ และชุมชนในอำเภอบางระจันกับพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างเหมาะสม
 
หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้วัดแหลมคางเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ “หลวงพ่อช่วง” อดีตพระเถระที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ เรื่องราวการนมัสการหลวงพ่อช่วงช่วยเพิ่มมิติด้านศรัทธาให้วัดแหลมคาง เพราะวัดท้องถิ่นจำนวนมากไม่ได้เป็นที่จดจำเพียงเพราะอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นที่จดจำผ่านพระภิกษุผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และมีความผูกพันกับชาวบ้านในพื้นที่ ความเคารพต่อพระเถระท้องถิ่นเช่นนี้เป็นหนึ่งในรากฐานของวัฒนธรรมวัดภาคกลางที่เชื่อมโยงพระสงฆ์ วัด และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น
 
ปัจจุบันวัดแหลมคางมีพระครูสิงหรัตนาธาร ประยูร เป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลกิจกรรมกฐินสามัคคีของวัดในปี 2567 บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดราษฎร์มีความสำคัญอย่างมาก เพราะไม่ได้เป็นเพียงผู้ดูแลศาสนสถาน แต่ยังเป็นผู้ประสานกิจกรรมทางศาสนา งานบุญ การดูแลอาคารสถานที่ และการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน การมีข้อมูลเจ้าอาวาสช่วยให้ผู้ที่ต้องการติดต่อวัด ร่วมทำบุญ หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาสามารถเข้าใจโครงสร้างการดูแลวัดได้ชัดเจนขึ้น
 
บรรยากาศของวัดแหลมคางเหมาะกับผู้ที่ต้องการวัดสงบ ไม่พลุกพล่าน และมีความเป็นท้องถิ่นแท้ ๆ ผู้มาเยือนจะได้เห็นวัดที่ไม่ได้ถูกทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่เป็นวัดชุมชนที่มีชีวิตจริง มีพระสงฆ์จำพรรษา มีชาวบ้านเข้ามาทำบุญ และมีพื้นที่สำหรับพักใจอย่างเรียบง่าย ความงามของวัดจึงไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บรรยากาศริมลำแม่ลา ความร่มรื่นของพื้นที่วัด และความรู้สึกของสถานที่ที่เติบโตคู่กับชุมชนมาเป็นเวลานาน
 
สำหรับผู้ที่ชอบศึกษาภูมิประเทศและประวัติชื่อสถานที่ วัดแหลมคางเป็นตัวอย่างที่ดีของชื่อวัดที่เกิดจากสภาพพื้นที่จริง คำว่าแหลมสะท้อนลักษณะดินที่ยื่นออกไปในลำน้ำ ส่วนคำว่าคางสะท้อนพืชพรรณที่เคยมีอยู่ในพื้นที่ เรื่องเล็ก ๆ เช่นนี้ช่วยให้การเที่ยววัดมีความลึกมากกว่าการแวะไหว้พระ เพราะผู้มาเยือนจะเข้าใจว่าวัดไทยหลายแห่งมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับภูมิประเทศ ต้นไม้ บุคคลสำคัญ เหตุการณ์ หรือวิถีชีวิตของชุมชน การเรียนรู้ที่มาของชื่อวัดจึงเป็นการอ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านภาษาและภูมิทัศน์
 
ในด้านการท่องเที่ยว วัดแหลมคางเหมาะสำหรับการจัดเป็นจุดแวะในเส้นทางไหว้พระอำเภอบางระจันและอำเภอเมืองสิงห์บุรี เพราะอยู่ห่างจากอำเภอบางระจันประมาณ 7 กม. และห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 10 กม. เส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอดสาย ทำให้เดินทางได้ง่าย ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถแวะวัดแหลมคางร่วมกับวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพิกุลทอง วัดโพธิ์เก้าต้น อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน วัดสะเดา และวัดโพธิ์รัตนรามได้ภายในวันเดียว เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจทั้งการไหว้พระ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และอาหารพื้นบ้านของสิงห์บุรี
 
การเดินทาง ไปวัดแหลมคางสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากอำเภอบางระจันเดินทางประมาณ 7 กม. และจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 10 กม. ใช้เส้นทางถนนลาดยางตลอดสายเข้าสู่ตำบลแม่ลา ผู้เดินทางสามารถใช้ระบบนำทางไปยังพิกัดประมาณ 14.94494, 100.33175 หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางมายังตัวเมืองสิงห์บุรีหรือตัวอำเภอบางระจันก่อน แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นหรือเหมารถไปยังวัด การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเที่ยวต่อหลายจุดได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะหากต้องการแวะร้านอาหารริมลำน้ำแม่ลาและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงในวันเดียวกัน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัด เหมาะกับการเดินชมพื้นที่วัด ไหว้พระ และถ่ายภาพบรรยากาศโดยรอบ หากมาในวันพระหรือช่วงงานบุญ ผู้มาเยือนจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของชุมชนและบรรยากาศการทำบุญที่มีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ควรให้ความเคารพต่อพิธีกรรม งดใช้เสียงดัง และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพผู้ที่มาปฏิบัติธรรมอย่างไม่เหมาะสม การแต่งกายควรสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาว และปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับศาสนสถาน
 
สิ่งที่ผู้มาเยือนควรสังเกตเมื่อเที่ยววัดแหลมคางคือความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับลำน้ำแม่ลา พื้นที่ราบลุ่มและความเป็นแหลมยื่นออกไปในลำน้ำทำให้วัดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภาพของวัดที่อยู่ร่วมกับสายน้ำเช่นนี้เป็นภาพที่พบได้มากในวัดภาคกลาง แต่แต่ละวัดก็มีเรื่องราวและชื่อเรียกเฉพาะของตนเอง วัดแหลมคางจึงเป็นจุดที่ช่วยให้เข้าใจภูมิทัศน์วัฒนธรรมของสิงห์บุรีได้ดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่แม่ลาซึ่งมีชื่อเสียงและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวสิงห์บุรี
 
หากต้องการเพิ่มความสมบูรณ์ให้ทริป สามารถวางแผนแวะรับประทานอาหารในพื้นที่แม่ลาและอำเภอเมืองสิงห์บุรี ร้านอาหารที่เหมาะกับเส้นทาง ได้แก่ บ้านสวนแม่ลาการ้อง ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยบรรยากาศดีริมลำน้ำแม่ลา แม่ลาปลาเผา ร้านอาหารชื่อดังของสิงห์บุรี ไพบูลย์ไก่ย่าง ร้านอาหารรำพึง ร้านเจริญทิพย์ และร้านริมน้ำ อินทร์บุรี การเลือกแวะร้านอาหารหลังจากไหว้พระจะช่วยให้ทริปวัดแหลมคางกลายเป็นเส้นทางเที่ยวแบบครบทั้งศรัทธา วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่น
 
สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืน พื้นที่ใกล้วัดแหลมคางและตัวเมืองสิงห์บุรีมีที่พักหลายระดับ ตั้งแต่รีสอร์ทใกล้ชุมชนไปจนถึงโรงแรมในเมือง เช่น อิงแม่ลา รีสอร์ท ซึ่งอยู่ใกล้วัดมากที่สุดตามรายการที่พักใกล้วัด โฮมสเตย์สิงห์บุรี โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท โรงแรมไชยแสงพาเลส โรงแรมไชยแสงวิลล่า และที่พักอื่น ๆ ในตัวเมืองสิงห์บุรี ผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางต่อหลายสถานที่อาจเลือกพักในตัวเมือง ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศใกล้ธรรมชาติและชุมชนสามารถเลือกที่พักในอำเภอบางระจันหรือพื้นที่ใกล้แม่ลาได้
 
วัดแหลมคางจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าหลายด้าน ทั้งด้านประวัติศาสตร์ชุมชน ด้านภูมิประเทศ ด้านศาสนา และด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แม้ไม่ได้เป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศเท่าวัดสำคัญบางแห่งในสิงห์บุรี แต่ความน่าสนใจของวัดอยู่ที่ความจริงแท้ของสถานที่ ชื่อวัดที่มีรากจากพื้นที่จริง บทบาทของวัดที่อยู่คู่ชุมชนแม่ลามากกว่า 100 ปี และเส้นทางเดินทางที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของบางระจันและเมืองสิงห์บุรีได้อย่างสะดวก
 
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวสิงห์บุรี วัดแหลมคางเหมาะแก่การบรรจุไว้ในเส้นทางไหว้พระและเที่ยวชุมชน โดยเฉพาะผู้ที่ชอบวัดสงบ มีเรื่องราวท้องถิ่น และเดินทางไม่ยาก การมาเยือนวัดแห่งนี้จะทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของสิงห์บุรีที่ไม่ใช่เพียงเมืองประวัติศาสตร์หรือเมืองปลาแม่ลาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่วัด ชุมชน สายน้ำ และความศรัทธาดำรงอยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่ายและต่อเนื่อง
 
ชื่อสถานที่วัดแหลมคาง
ที่ตั้งหมู่ที่ 2 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ที่อยู่หมู่ 2 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16110
พิกัด14.94494, 100.33175
ไฮไลต์วัดราษฎร์เก่าแก่ของตำบลแม่ลา ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ริมลำแม่ลาที่มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปในลำน้ำ
ประวัติ / สมัย / ยุคตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2456 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นวัดชุมชนเก่าแก่ของอำเภอบางระจัน
ที่มาของชื่อชื่อวัดมาจากพื้นที่ตั้งซึ่งเป็นแหลมหักศอกยื่นออกไปในลำแม่ลา และบริเวณเดิมมีต้นคางขึ้นอยู่มาก จึงเรียกว่า “วัดแหลมคาง”
ลักษณะเด่นวัดชุมชนริมลำแม่ลา มีพื้นที่ราบลุ่ม อาคารศาสนสถาน กุฏิสงฆ์ ศาลาหรือหอประชุม อาคารคอนกรีต และเจดีย์ 2 องค์
ความสำคัญทางศรัทธาเป็นวัดประจำชุมชนแม่ลาและเกี่ยวข้องกับความศรัทธาต่อหลวงพ่อช่วง อดีตพระเถระที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ
การเดินทางห่างจากอำเภอบางระจันประมาณ 7 กม. และห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 10 กม. เส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอดสาย เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และยังเป็นสถานที่ทำบุญกับแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นของตำบลแม่ลา
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ พื้นที่ไหว้พระ ศาลา หอประชุม กุฏิสงฆ์ และพื้นที่พักสงบภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพื้นที่ศาสนสถานหลัก กุฏิสงฆ์ หอประชุม อาคารคอนกรีต เจดีย์ 2 องค์ และพื้นที่ริมลำแม่ลา
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูสิงหรัตนาธาร ประยูร
เว็บไซต์ / เพจทางการที่เกี่ยวข้องข้อมูลท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลา แหล่งข้อมูลวัด และแหล่งแผนที่สาธารณะ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ประมาณ 6 กม.
2. วัดพิกุลทอง ประมาณ 7 กม.
3. วัดสะเดา ประมาณ 7 กม.
4. อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประมาณ 9 กม.
5. วัดโพธิ์เก้าต้น ประมาณ 9 กม.
6. ตลาดประชารัฐบ้านโคกวัด ประมาณ 10 กม.
7. วัดโพธิ์รัตนราม หรือ วัดโพธิ์ชนไก่ ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ก๋วยเตี๋ยวแม่มะลิวัลย์ วัดแหลมคาง ประมาณ 1 กม.
2. สวนอาหารบ้านสวนแม่ลาการ้อง ประมาณ 5 กม. โทร. 036-501-047, 092-802-4928
3. แม่ลาปลาเผา ประมาณ 8 กม. โทร. 036-813-701, 080-910-8563
4. ไพบูลย์ไก่ย่าง ประมาณ 8 กม. โทร. 09-9104-0362, 0-3651-2132
5. ร้านอาหารรำพึง ประมาณ 9 กม. โทร. 0-3652-0757
6. ร้านเจริญทิพย์ ประมาณ 9 กม. โทร. 0-3651-2539
ที่พักใกล้เคียง1. อิงแม่ลา รีสอร์ท ประมาณ 1 กม.
2. โฮมสเตย์ สิงห์บุรี ประเทศไทย ประมาณ 7 กม.
3. โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท ประมาณ 9 กม. โทร. 036-521-891, 089-801-9719
4. โรงแรมไชยแสงพาเลส ประมาณ 10 กม. โทร. 036-520-904, 084-541-4466
5. โรงแรมไชยแสงวิลล่า ประมาณ 10 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดแหลมคางอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดแหลมคางตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
 
ถาม: วัดแหลมคางมีประวัติอย่างไร?
ตอบ: วัดแหลมคางตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2456 เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่ลา และอยู่คู่ชุมชนอำเภอบางระจันมากกว่า 100 ปี
 
ถาม: ชื่อวัดแหลมคางมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากพื้นที่ตั้งซึ่งเป็นแหลมยื่นออกไปในลำแม่ลา และบริเวณเดิมมีต้นคางขึ้นอยู่มาก ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดแหลมคาง
 
ถาม: เดินทางไปวัดแหลมคางอย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอบางระจันเดินทางประมาณ 7 กม. และจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 10 กม. เส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอดสาย ใช้รถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก
 
ถาม: วัดแหลมคางเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดแหลมคางไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ทำบุญ และชมบรรยากาศภายในวัดได้ตามช่วงเวลาที่วัดเปิดให้สักการะ
 
ถาม: ภายในวัดแหลมคางมีพื้นที่สำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีพื้นที่ศาสนสถาน กุฏิสงฆ์ หอประชุม อาคารคอนกรีต เจดีย์ 2 องค์ และพื้นที่ริมลำแม่ลาซึ่งเป็นจุดเด่นของวัด
 
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดแหลมคาง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม งดใช้เสียงดัง และปฏิบัติตนด้วยความเคารพต่อสถานที่ทางศาสนา
 
ถาม: เที่ยววัดแหลมคางแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพิกุลทอง วัดสะเดา อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น และตลาดประชารัฐบ้านโคกวัดได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(42)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(2)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(7)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)