หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.เมืองสิงห์บุรี >ต.จักรสีห์ > วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
TL;DR: วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร อยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระพุทธไสยาสน์พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก มีความสง่างาม อ่อนช้อย และเป็นจุดศูนย์รวมศรัทธาของชาวสิงห์บุรี.
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 17.00 น.
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ในตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี เป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของจังหวัด และเป็นจุดหมายหลักของผู้ที่เดินทางมาไหว้พระ ทำบุญ และเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในภาคกลาง ภายในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาก คือหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีพุทธลักษณะงดงามตามแบบศิลปะสุโขทัย มีความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ และพระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ประจำเมือง แต่เป็นปูชนียสถานสำคัญที่สะท้อนศรัทธา ประวัติศาสตร์ และศิลปกรรมของจังหวัดสิงห์บุรีอย่างลึกซึ้ง
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำความรู้จักสิงห์บุรีผ่านมิติทางพุทธศาสนา เพราะวัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เดินทางสะดวก และมีองค์ประกอบสำคัญครบทั้งพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง พระอารามหลวง วิหารพระนอน พระกาฬ พระแก้ว ต้นสาละลังกาใหญ่ พื้นที่ทำบุญ ตลาดชุมชน และเส้นทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัด การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงสามารถเป็นได้ทั้งทริปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล ทริปศึกษาพุทธศิลป์สุโขทัย ทริปครอบครัว หรือทริปสั้น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการแวะพักใจในวัดที่สงบและมีความหมายทางวัฒนธรรมสูง
ประวัติของวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารถูกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แม้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในปีใด แต่ความเก่าแก่ของวัดและพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่มีรากทางประวัติศาสตร์ยาวนานของภาคกลาง เรื่องราวที่เล่าต่อกันมาในท้องถิ่นทำให้วัดแห่งนี้มีสถานะเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ เพราะเป็นพื้นที่ที่คนสิงห์บุรีใช้เชื่อมโยงความทรงจำ ความศรัทธา และความภาคภูมิใจของจังหวัดมายาวนาน
พระพุทธไสยาสน์หรือหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์เป็นหัวใจของวัด มีขนาดใหญ่และโดดเด่นมากเมื่อผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่พระวิหาร พุทธลักษณะขององค์พระมีความอ่อนช้อย สง่างาม และให้ความรู้สึกสงบนิ่งตามแบบศิลปะสุโขทัย ซึ่งเป็นศิลปะที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงามสมดุลและแสดงอุดมคติทางพุทธศิลป์ได้อย่างลึกซึ้ง ความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตรทำให้องค์พระมีความยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันพระพักตร์และสรีระกลับให้ความรู้สึกนุ่มนวล เมตตา และสงบ ไม่แข็งกระด้าง จึงเป็นความงามที่ผสมผสานระหว่างความอลังการกับความละเมียดละไมได้อย่างลงตัว
ลักษณะสำคัญของพระพุทธไสยาสน์องค์นี้คือพระพักตร์หันไปทางทิศเหนือและพระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก การวางองค์พระเช่นนี้เป็นรายละเอียดที่นักท่องเที่ยวควรสังเกต เพราะไม่ใช่เพียงข้อมูลทางกายภาพของพระพุทธรูป แต่ยังช่วยให้เข้าใจวิธีการจัดวางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในพระวิหาร การเดินชมควรเริ่มจากบริเวณพระพักตร์เพื่อรับรู้ความงามของพระพักตร์และสายตาที่สงบนิ่ง จากนั้นค่อยเดินชมแนวองค์พระไปจนถึงพระบาท เพื่อเห็นขนาดจริงของพระพุทธไสยาสน์และเข้าใจว่าทำไมหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์จึงเป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวสิงห์บุรี
ตามคำอธิบายที่เผยแพร่เกี่ยวกับวัด พระพุทธไสยาสน์จักรสีห์เกี่ยวข้องกับคติพระพุทธรูปปางไสยาสน์เทศนาปาฏิหาริย์แก่ท้าวอสุรินทราหู ผู้มีร่างกายใหญ่โตและมีทิฐิสูง พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพุทธปาฏิหาริย์ให้เห็นถึงพระบารมีอันยิ่งใหญ่กว่าเพื่อคลายทิฐิ คติเรื่องนี้ทำให้พระนอนจักรสีห์ไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปในอิริยาบถพักผ่อน แต่สื่อถึงพระปัญญา พระบารมี และการลดความยึดมั่นถือมั่นด้วยธรรมะ ผู้ที่มากราบไหว้จึงมักมาด้วยความเคารพและตั้งใจขอพรให้เกิดความสงบ ความร่มเย็น และความก้าวหน้าในชีวิต
การที่พระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัยทำให้วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นจุดศึกษาพุทธศิลป์ที่สำคัญมากสำหรับผู้สนใจศิลปะไทย ศิลปะสุโขทัยมักมีเอกลักษณ์ด้านความอ่อนโยนของพระพักตร์ ความสมส่วนของพระวรกาย และความรู้สึกเคลื่อนไหวอย่างสงบ แม้พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถไสยาสน์ แต่ยังคงแสดงความงามแบบอุดมคติของพระพุทธเจ้าได้ชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถสังเกตเส้นสายของพระวรกาย รอยพระโอษฐ์ พระนาสิก และความละมุนของพระพักตร์ เพื่อเข้าใจว่าความงามของพุทธศิลป์ไทยไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสมดุลระหว่างรูปทรง ความสงบ และความหมายทางธรรม
นอกจากพระพุทธไสยาสน์แล้ว ภายในพระวิหารยังมีพระกาฬและพระแก้วซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญอีก 2 องค์ พระกาฬเป็นพระพุทธรูปศิลาลงรักปิดทอง ส่วนพระแก้วเป็นพระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชร ทั้งสององค์มีพุทธลักษณะงดงามและสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยในอดีตใช้เป็นพระประธานในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการ ความสำคัญของพระกาฬและพระแก้วจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความงามของพระพุทธรูป แต่ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การปกครอง พิธีกรรมของรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับสถาบันราชการในอดีต
การถือน้ำพิพัฒน์สัตยาเป็นพิธีที่มีความหมายมากในประวัติศาสตร์ไทย เพราะเป็นพิธีแสดงความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบของข้าราชการต่อบ้านเมือง การที่พระกาฬและพระแก้วเคยใช้เป็นพระประธานในพิธีนี้ทำให้วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารมีมิติทางประวัติศาสตร์ราชการเพิ่มเติมจากการเป็นวัดสำคัญทางพุทธศาสนา ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ควรให้ความสำคัญกับพระพุทธรูปทั้งสององค์ เพราะเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่าศาสนสถานในสิงห์บุรีเคยมีบทบาทต่อพิธีกรรมและโครงสร้างสังคมในระดับที่กว้างกว่าชุมชนท้องถิ่น
ด้านหน้าพระวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ ซึ่งเป็นต้นไม้สำคัญที่เพิ่มความร่มรื่นและความหมายเชิงพุทธประวัติให้กับบริเวณวัด ต้นสาละเป็นต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติ จึงมักพบในวัดหรือพื้นที่ที่ต้องการสร้างบรรยากาศเชิงศรัทธา สำหรับผู้มาเยือน ต้นสาละลังกาหน้าวิหารเป็นทั้งจุดพักสายตา จุดถ่ายภาพ และจุดเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติกับศาสนา การเดินผ่านบริเวณนี้ก่อนหรือหลังไหว้พระช่วยให้บรรยากาศการมาเยือนวัดมีความสงบและสมบูรณ์มากขึ้น
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารยังเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สถานะพระอารามหลวงสะท้อนความสำคัญของวัดในระดับประเทศ ไม่ใช่เพียงวัดประจำชุมชนทั่วไป ปัจจุบันมีพระธรรมวชิรกวีเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งมีบทบาทในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา การศึกษาพระปริยัติธรรม และกิจกรรมของวัดอย่างต่อเนื่อง การมีสำนักเรียนและกิจกรรมทางธรรมทำให้วัดแห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่มีชีวิต มีพระภิกษุ สามเณร พุทธศาสนิกชน และประชาชนทั่วไปเข้ามาใช้พื้นที่อยู่เสมอ
วัดแห่งนี้มีงานและกิจกรรมทางศาสนาที่น่าสนใจหลายรูปแบบ หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนชีวิตของวัดคือกิจกรรมรำลึกบุรพาจารย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อระลึกถึงอดีตเจ้าอาวาส พระอุปัชฌาย์ และครูบาอาจารย์ผู้เคยมีคุณูปการต่อวัด อีกกิจกรรมหนึ่งที่มีความโดดเด่นคือธุดงค์ประจำปี ซึ่งมีการจัดเส้นทางธุดงค์มายังวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการฝึกปฏิบัติ การศึกษา การแสดงกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ และการสืบต่อวิถีทางพระพุทธศาสนา
บริเวณวัดยังมีตลาดต้องชมและพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งช่วยเพิ่มมิติของการท่องเที่ยวให้ครบมากขึ้น ผู้มาเยือนสามารถกราบหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ ทำบุญ และเดินเลือกซื้อสินค้าจากชุมชน เช่น อาหารพื้นถิ่น ผักผลไม้ น้ำพริก ผลิตภัณฑ์ปลาร้า สินค้า OTOP เสื้อผ้า ของใช้ และของฝากต่าง ๆ การมีตลาดชุมชนหน้าวัดทำให้วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงศรัทธากับเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวจึงได้รับประสบการณ์ทั้งด้านบุญกุศล วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นในคราวเดียว
สำหรับผู้ที่มาเที่ยวเป็นครอบครัว วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นสถานที่ที่เหมาะกับทุกวัย ผู้สูงอายุสามารถมากราบพระเพื่อความเป็นสิริมงคล เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ศิลปะสุโขทัย และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ส่วนผู้ที่ชอบถ่ายภาพจะได้มุมภาพทั้งพระวิหาร พระพุทธไสยาสน์ ต้นสาละลังกา บรรยากาศวัด และตลาดชุมชน การมาเยือนวัดนี้จึงไม่ควรรีบเพียงเข้ากราบพระแล้วกลับ แต่ควรเผื่อเวลาสัก 1–2 ชั่วโมงเพื่อเดินชมองค์ประกอบสำคัญอย่างครบถ้วน
การเข้าชมพระวิหารควรปฏิบัติตามมารยาทการเข้าวัดไทยอย่างเคร่งครัด ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสองค์พระพุทธรูปหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับศาสนสถาน หากมีผู้มากราบพระหรือประกอบพิธีกรรมอยู่ ควรหลีกทางและรักษาความสงบ การเที่ยววัดอย่างเคารพจะช่วยให้ผู้มาเยือนได้ประสบการณ์ที่ดี และช่วยรักษาบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของวัดให้เหมาะสมกับผู้ศรัทธาทุกคน
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเหมาะมากสำหรับจัดอยู่ในเส้นทางไหว้พระสิงห์บุรี เพราะอยู่ใกล้ตัวเมืองและเชื่อมต่อกับวัดสำคัญอื่น ๆ ได้ง่าย หากเริ่มจากตัวเมืองสิงห์บุรี สามารถเดินทางมาวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นจุดแรก จากนั้นต่อไปวัดสว่างอารมณ์ วัดประโชติการาม วัดกระดังงาบุปผาราม ศาลหลักเมืองสิงห์บุรี หรืออนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันได้ตามเวลา เส้นทางนี้ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพสิงห์บุรีในหลายมิติ ทั้งพระพุทธรูปขนาดใหญ่ งานช่างพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ชุมชน และความศรัทธาของคนภาคกลาง
ในเชิงการเรียนรู้ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นจุดศึกษาสำคัญของนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจศิลปกรรมไทย เพราะมีองค์ประกอบที่สามารถอธิบายได้หลายเรื่อง ตั้งแต่พุทธศิลป์สุโขทัย คติพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ความหมายของพระกาฬและพระแก้ว ประวัติพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ต้นไม้สำคัญทางพุทธประวัติ ไปจนถึงบทบาทของวัดในเศรษฐกิจชุมชนผ่านตลาดต้องชม หากมีการจัดทัศนศึกษา ควรให้ผู้เรียนสังเกตทั้งองค์พระ ขนาด ทิศทางการวางองค์พระ และสิ่งแวดล้อมรอบวัด เพื่อให้เข้าใจว่าสถานที่หนึ่งแห่งสามารถสะท้อนประวัติศาสตร์ ศาสนา สังคม และวัฒนธรรมได้พร้อมกัน
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แสงไม่แรงจนเกินไป ภายในพระวิหารควรถ่ายภาพด้วยความสำรวมและไม่ใช้แฟลชในลักษณะที่อาจรบกวนผู้สักการะหรือทำให้บรรยากาศเสียความสงบ มุมที่นิยมคือมุมพระพักตร์ของหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ มุมแนวองค์พระที่เห็นความยาวของพระพุทธไสยาสน์ มุมพระกาฬและพระแก้ว และมุมต้นสาละลังกาหน้าวิหาร หากถ่ายภาพเพื่อเผยแพร่ ควรใช้คำบรรยายที่ให้เกียรติสถานที่และสะท้อนคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ไม่ลดทอนวัดให้เป็นเพียงจุดเช็กอินทั่วไป
การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากอำเภอเมืองสิงห์บุรีใช้เส้นทางสายสิงห์บุรี – สุพรรณบุรี ทางหลวงหมายเลข 3032 ประมาณ 4 กม. ก็จะถึงวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เส้นทางค่อนข้างสะดวกและเหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัวหรือผู้สูงอายุ สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง สามารถใช้รถสาย 648 สิงห์บุรี – บ้านดอนปรู รถสาย 412 สุพรรณบุรี – โคกสำโรง หรือรถสองแถวที่ขึ้นได้จากสถานีขนส่งในอำเภอเมืองสิงห์บุรี ซึ่งผ่านหน้าวัด ควรตรวจสอบรอบรถก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากวางแผนกลับช่วงเย็น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงสาย หรือช่วงบ่ายก่อนปิด เพราะอากาศไม่ร้อนจนเกินไปและมีเวลาเดินชมทั้งพระวิหาร ต้นสาละลังกา ตลาดชุมชน และพื้นที่วัดอย่างครบถ้วน หากมาในวันหยุดอาจมีผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ควรวางแผนเรื่องที่จอดรถและเวลาการเดินทางล่วงหน้า ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบเพื่อสวดมนต์หรือปฏิบัติธรรมแบบส่วนตัวควรมาในวันธรรมดา ซึ่งจะเดินชมได้สบายกว่าและมีเวลาพิจารณาความงามของหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์อย่างละเอียด
ในภาพรวม วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นวัดที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวสิงห์บุรีของทุกคน เพราะรวมคุณค่าหลายด้านไว้ในสถานที่เดียว ทั้งพระอารามหลวง พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ศิลปะสุโขทัย พระกาฬ พระแก้ว ต้นสาละลังกา กิจกรรมทางศาสนา ตลาดชุมชน และความศรัทธาที่สืบต่อกันมายาวนาน การมาเยือนวัดนี้จึงไม่ใช่เพียงการกราบพระเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่เป็นการสัมผัสหัวใจทางวัฒนธรรมของจังหวัดสิงห์บุรีผ่านพุทธศิลป์ ประวัติศาสตร์ และชีวิตชุมชนที่ยังดำเนินอยู่จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร |
| ที่ตั้ง | ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี |
| ที่อยู่ | เลขที่ 1 ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี 16000 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ ความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร พุทธลักษณะงดงามแบบสุโขทัย และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสิงห์บุรี |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สันนิษฐานว่าสร้างก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ลักษณะเด่น | พระพุทธไสยาสน์พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก มีความสง่างาม อ่อนช้อย และเป็นจุดศูนย์รวมศรัทธาของชาวสิงห์บุรี |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระวิหารหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ 2. พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ 3. พระกาฬ พระพุทธรูปศิลาลงรักปิดทอง 4. พระแก้ว พระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชร 5. ต้นสาละลังกาหน้าวิหาร 6. ตลาดต้องชมและพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชน 7. พื้นที่กิจกรรมทางศาสนาและสำนักเรียนของวัด |
| การเดินทาง | รถยนต์จากอำเภอเมืองสิงห์บุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 3032 สายสิงห์บุรี – สุพรรณบุรี ประมาณ 4 กม. รถโดยสารใช้รถสาย 648 สิงห์บุรี – บ้านดอนปรู รถสาย 412 สุพรรณบุรี – โคกสำโรง หรือรถสองแถวจาก บขส. ในอำเภอเมืองสิงห์บุรีซึ่งผ่านหน้าวัด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและเป็นวัดสำคัญประจำจังหวัดสิงห์บุรี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 17.00 น. |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระธรรมวชิรกวี เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 0 3652 0251, 0 3654 3415 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์วัด: watpranonjaksi.com Facebook: วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสว่างอารมณ์ ประมาณ 4 กม. 2. ศาลหลักเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 4 กม. 3. วัดประโชติการาม ประมาณ 7 กม. 4. วัดกระดังงาบุปผาราม ประมาณ 8 กม. 5. อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประมาณ 17 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ก๋วยเตี๋ยวเรือโซดา (ชามกะลา) ประมาณ 0.1 กม. 2. ควายอาร์ต สิงห์บุรี ประมาณ 0.2 กม. 3. กัลยาปลาช่อนน้ำตก ประมาณ 0.3 กม. 4. สวีททีเฮ้าส์ ประมาณ 0.4 กม. 5. โจรสลัด คาเฟ่ สิงห์บุรี ประมาณ 0.5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สุมาลีวิลล่า ประมาณ 1 กม. 2. โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท ประมาณ 4 กม. 3. โรงแรมไชยแสงวิลล่า ประมาณ 4 กม. 4. ป่าปัน รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. 5. บ้านบุศรินทร์ อพาร์ทเม้นต์ ประมาณ 5 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารตั้งอยู่เลขที่ 1 ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3032 ประมาณ 4 กม.
ถาม: วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารมีอะไรสำคัญ?
ตอบ: จุดสำคัญที่สุดคือหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร มีพุทธลักษณะงดงามแบบสุโขทัย และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสิงห์บุรี
ถาม: พระนอนจักรสีห์หันพระพักตร์และพระเศียรไปทางใด?
ตอบ: พระพักตร์ของพระนอนจักรสีห์หันไปทางทิศเหนือ และพระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก
ถาม: พระกาฬและพระแก้วในวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระกาฬเป็นพระพุทธรูปศิลาลงรักปิดทอง ส่วนพระแก้วเป็นพระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชร ทั้งสององค์สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 และเคยใช้เป็นพระประธานในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการ
ถาม: วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น.
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร?
ตอบ: พระธรรมวชิรกวีเป็นเจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
ถาม: เดินทางไปวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารได้อย่างไร?
ตอบ: รถยนต์ใช้เส้นทางสิงห์บุรี – สุพรรณบุรี ทางหลวงหมายเลข 3032 ประมาณ 4 กม. จากอำเภอเมือง ส่วนรถโดยสารสามารถใช้รถสาย 648 สิงห์บุรี – บ้านดอนปรู รถสาย 412 สุพรรณบุรี – โคกสำโรง หรือรถสองแถวจาก บขส. สิงห์บุรีซึ่งผ่านหน้าวัด
ถาม: ควรเที่ยววัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดสว่างอารมณ์ ศาลหลักเมืองสิงห์บุรี วัดประโชติการาม วัดกระดังงาบุปผาราม และอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว




