หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.พรหมบุรี >ต.บางน้ำเชี่ยว > วัดกุฎีทอง
TL;DR: วัดกุฎีทอง อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา กรุณาติดต่อล่วงหน้าสำหรับการเข้าชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทยพวน.

สิงห์บุรี

วัดกุฎีทอง

วัดกุฎีทอง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: กรุณาติดต่อล่วงหน้าสำหรับการเข้าชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทยพวน
 
วัดกุฎีทอง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดสำคัญในตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี ที่มีคุณค่าทั้งด้านพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมชาติพันธุ์ไทยพวน ภายในวัดมีมณฑปลักษณะคล้ายเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2443 โดยหลวงพ่อปัญญา อุตมะพิชัย อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอด และภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทโลหะจำลองให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ นอกจากนี้วัดยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน ซึ่งรวบรวมเครื่องใช้ไม้สอย เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องมือทำนา เครื่องมือดักสัตว์ จับปลา และยวดยานพาหนะทางน้ำของชาวไทยพวนไว้ให้ศึกษา ทำให้วัดกุฎีทองเป็นทั้งศาสนสถาน แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่บันทึกความทรงจำของชุมชนบางน้ำเชี่ยวอย่างครบถ้วน
 
วัดกุฎีทองตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ในพื้นที่ชุมชนไทยพวนซึ่งมีประวัติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเฉพาะตัว ตำบลบางน้ำเชี่ยวเป็นชุมชนที่ยังคงรักษาร่องรอยทางวัฒนธรรมของกลุ่มไทยพวนไว้ได้อย่างชัดเจน ทั้งด้านภาษา การแต่งกาย ความเชื่อ งานบุญ อาหาร และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน วัดกุฎีทองจึงไม่ได้เป็นเพียงวัดประจำชุมชน แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและพื้นที่เก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่น การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงช่วยให้เข้าใจสิงห์บุรีในมิติที่ลึกกว่าวัดดังหรือแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะที่นี่สะท้อนชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่กับพื้นที่นี้มายาวนาน
 
ความโดดเด่นของวัดกุฎีทองเริ่มจากมณฑปภายในวัดซึ่งมีรูปทรงคล้ายเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ลักษณะย่อมุมไม้สิบสองเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยที่ให้ความรู้สึกสง่างาม สมดุล และมีจังหวะทางรูปทรงที่สวยงาม เมื่อใช้กับมณฑปซึ่งเป็นอาคารประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งช่วยเพิ่มความขลังและความเป็นระเบียบทางศิลปกรรม มณฑปแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2443 โดยหลวงพ่อปัญญา อุตมะพิชัย อดีตเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง และยังคงเป็นจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนควรแวะสักการะเป็นลำดับแรก
 
ยอดมณฑปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในพระพุทธศาสนา ผู้ที่มากราบไหว้มณฑปจึงไม่ได้มาเพียงชมรูปทรงทางสถาปัตยกรรม แต่ยังมาแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยและระลึกถึงพระพุทธคุณ ภายในมณฑปยังประดิษฐานพระพุทธบาทโลหะจำลอง ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการระลึกถึงพระพุทธเจ้าในรูปแบบรอยพระพุทธบาท ความเชื่อเรื่องรอยพระพุทธบาทในวัฒนธรรมไทยมีความหมายทั้งในด้านการสักการะ การอธิษฐาน และการระลึกถึงการเสด็จโปรดสัตว์ของพระพุทธเจ้า จึงทำให้มณฑปวัดกุฎีทองเป็นจุดศรัทธาที่มีความหมายมากกว่าการเป็นอาคารเก่าแก่
 
เมื่อพิจารณาในเชิงประวัติศาสตร์วัด มณฑปที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 ช่วยให้เห็นว่าวัดกุฎีทองมีรากทางศาสนาที่สืบเนื่องมาอย่างน้อยตั้งแต่ช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงต้นสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนไทยในภาคกลางจำนวนมากยังใช้วัดเป็นศูนย์กลางทั้งทางจิตใจ การศึกษา และการรวมตัวทางสังคม วัดกุฎีทองจึงมีบทบาทเป็นทั้งศาสนสถานและพื้นที่วัฒนธรรมของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง การที่หลวงพ่อปัญญา อุตมะพิชัย สร้างมณฑปไว้ภายในวัด แสดงถึงความตั้งใจของพระสงฆ์และชุมชนในการสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นหลักใจของผู้คน
 
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้วัดกุฎีทองมีเอกลักษณ์สูงมากคือศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน วัดกุฎีทอง ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมวัตถุใช้สอยของชาวไทยพวนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องมือทำนา เครื่องมือดักสัตว์ เครื่องมือจับปลา และยวดยานพาหนะทางน้ำ วัตถุเหล่านี้ช่วยเล่าเรื่องชีวิตของชุมชนไทยพวนในอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะผู้ชมสามารถเห็นเครื่องมือจริง รูปแบบการใช้ชีวิตจริง และภูมิปัญญาที่เกิดจากการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น
 
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะที่เก็บของเก่า แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเครื่องมือในชีวิตประจำวัน เครื่องมือทำนาเล่าเรื่องชุมชนเกษตรกรรม เครื่องมือจับปลาและยานพาหนะทางน้ำเล่าเรื่องความสัมพันธ์กับลำน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ เสื้อผ้าและเครื่องประดับเล่าเรื่องรสนิยม อัตลักษณ์ และสถานะทางวัฒนธรรมของชาวไทยพวน ส่วนภาชนะและของใช้ในบ้านช่วยให้เห็นรายละเอียดของชีวิตประจำวันในอดีตที่อาจเลือนหายไปจากสังคมปัจจุบัน
 
ชาวไทยพวนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรากวัฒนธรรมสำคัญในหลายจังหวัดของภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงจังหวัดสิงห์บุรี ความเป็นไทยพวนสะท้อนผ่านภาษา ประเพณี อาหาร การแต่งกาย และโครงสร้างชุมชน การมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนอยู่ภายในวัดกุฎีทองทำให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่เชื่อมพระพุทธศาสนาเข้ากับอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ได้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจึงได้เห็นว่าวัดไทยไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่เก็บรักษาความทรงจำของกลุ่มคนและถ่ายทอดวัฒนธรรมให้คนรุ่นใหม่
 
วัดกุฎีทองยังมีความสำคัญในฐานะสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้มาปฏิบัติ เช่น ห้องพักแยกชายหญิง ห้องน้ำสะอาด และศาลาปฏิบัติธรรม การมีพื้นที่ปฏิบัติธรรมทำให้วัดตอบสนองบทบาททางพระพุทธศาสนาในเชิงลึก ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แวะไหว้พระระยะสั้น แต่เปิดโอกาสให้ผู้ศรัทธาใช้เวลาอยู่กับการเจริญสติ ฟังธรรม และฝึกอบรมจิตใจ บทบาทนี้ช่วยให้วัดกุฎีทองมีความสมบูรณ์ทั้งด้านศรัทธา การศึกษา และการปฏิบัติธรรม
 
สำหรับผู้ที่เดินทางมาเที่ยววัดกุฎีทอง การวางลำดับการชมสามารถเริ่มจากการกราบสักการะมณฑปพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธบาทโลหะจำลอง จากนั้นเดินชมพื้นที่วัดและเข้าสู่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนตามเวลาที่ได้นัดหมายไว้ การเข้าชมศูนย์ควรติดต่อล่วงหน้า เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนที่ต้องมีผู้ดูแลเปิดพื้นที่และให้ข้อมูล การติดต่อกับวัดหรือผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ล่วงหน้าจะช่วยให้การเข้าชมเป็นระเบียบและได้รับข้อมูลครบถ้วนมากขึ้น
 
สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อเข้าชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนคือความหลากหลายของวัตถุจัดแสดง เครื่องมือแต่ละชิ้นไม่ได้เป็นเพียงของเก่า แต่เป็นหลักฐานของทักษะและภูมิปัญญา เช่น เครื่องมือทำนาแสดงให้เห็นระบบแรงงานและการผลิตอาหาร เครื่องมือจับปลาแสดงให้เห็นความรู้เรื่องน้ำ ฤดูกาล และพฤติกรรมสัตว์น้ำ เสื้อผ้าและเครื่องประดับสะท้อนงานฝีมือกับรสนิยมของชุมชน ส่วนพาหนะทางน้ำช่วยให้เข้าใจว่าการเดินทางและการค้าขายในอดีตพึ่งพาสายน้ำมากเพียงใด การชมด้วยมุมมองเช่นนี้จะทำให้พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ในวัดมีความหมายมากขึ้น
 
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และช่วงทอดกฐิน วัดกุฎีทองเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนมาทำบุญ ฟังธรรม ถวายสังฆทาน และร่วมกิจกรรมตามประเพณี วัดจึงยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบางน้ำเชี่ยวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันในวันปกติ วัดก็เป็นพื้นที่สงบสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ เรียนรู้วัฒนธรรม และพักใจจากความเร่งรีบ
 
การเดินทางไปวัดกุฎีทองสะดวกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยวัดอยู่ในเขตตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี ใกล้เส้นทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกิโลเมตรที่ 125–126 ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองสิงห์บุรีสามารถใช้เส้นทางสายหลักมุ่งหน้าไปทางอำเภอพรหมบุรี แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลบางน้ำเชี่ยวตามระบบนำทาง หากเดินทางจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดในภาคกลาง สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 32 เป็นเส้นทางหลัก แล้วแวะวัดกุฎีทองเป็นจุดเรียนรู้ระหว่างทางได้สะดวก
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่วัด หากต้องการเข้าชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน ควรติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้มีผู้ดูแลเปิดและอธิบายข้อมูล ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว ถอดรองเท้าก่อนเข้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงในศูนย์วัฒนธรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
วัดกุฎีทองสามารถจัดรวมในเส้นทางเที่ยวสิงห์บุรีได้หลายรูปแบบ หากสนใจวัฒนธรรมไทยพวนและชุมชน สามารถเริ่มจากวัดกุฎีทองและศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน แล้วต่อไปยังวัดอัมพวัน วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร หรือพื้นที่ตัวเมืองสิงห์บุรี หากสนใจวัดและประวัติศาสตร์ สามารถเชื่อมต่อกับวัดกลางท่าข้าม วัดโพธิ์เก้าต้น อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน และตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันได้ในทริปเดียว วัดกุฎีทองจึงเป็นจุดแวะที่เพิ่มมิติด้านชาติพันธุ์และวัฒนธรรมพื้นบ้านให้ทริปสิงห์บุรีได้อย่างดี
 
ร้านอาหารใกล้วัดกุฎีทองมีทั้งร้านท้องถิ่นในพื้นที่พรหมบุรีและร้านในตัวเมืองสิงห์บุรี ผู้ที่ต้องการอาหารง่าย ๆ สามารถแวะร้านอาหารตามเส้นทางหลวงหมายเลข 32 หรือขยับไปยังร้านอาหารในตัวเมืองสิงห์บุรี เช่น ไพบูลย์ไก่ย่าง ร้านอาหารรำพึง ร้านเจริญทิพย์ และบ้านสวนแม่ลาการ้อง ซึ่งเป็นร้านที่มีข้อมูลติดต่อเผยแพร่และเหมาะกับการต่อทริปหลังจากไหว้พระหรือชมศูนย์วัฒนธรรม การวางแผนจุดรับประทานอาหารล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ตามเวลานัดหมาย
 
สำหรับที่พัก ผู้เดินทางสามารถเลือกพักได้ทั้งในอำเภอเมืองสิงห์บุรีและพื้นที่ใกล้อำเภอพรหมบุรี รายการที่พักใกล้วัดกุฎีทองที่พบในแหล่งข้อมูลสาธารณะมีหลายแห่ง เช่น แสนสบาย รีสอร์ท สมศรี อพาร์ทเม้นท์ ไชยแสง วิลล่า สิงห์บุรี ป่าปัน รีสอร์ท เซ็นการ์เด้น รีสอร์ท เซ็นทรัล พาร์ค โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท และไชยแสงพาเลส ผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหารและบริการต่าง ๆ อาจเลือกพักในตัวเมืองสิงห์บุรี ส่วนผู้ที่เดินทางต่อบนเส้นทางหลวงหมายเลข 32 สามารถเลือกที่พักที่อยู่ใกล้เส้นทางหลักได้
 
วัดกุฎีทองจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าหลายชั้น ทั้งชั้นของศรัทธาที่ปรากฏผ่านพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธบาทโลหะจำลอง ชั้นของสถาปัตยกรรมผ่านมณฑปย่อมุมไม้สิบสอง ชั้นของการปฏิบัติธรรมผ่านพื้นที่รองรับผู้มาฝึกอบรมจิตใจ และชั้นของวัฒนธรรมชาติพันธุ์ผ่านศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน วัดแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนสถานที่ไม่ได้แยกศาสนาออกจากวิถีชุมชน แต่หลอมรวมความศรัทธา ความรู้ และความทรงจำของผู้คนไว้ด้วยกัน
 
หากมาเยือนจังหวัดสิงห์บุรีและต้องการสัมผัสสถานที่ที่แตกต่างจากเส้นทางวัดใหญ่หรือแหล่งประวัติศาสตร์ค่ายบางระจัน วัดกุฎีทองเป็นจุดหมายที่ควรแวะอย่างยิ่ง เพราะที่นี่ช่วยเปิดมุมมองต่อสิงห์บุรีในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมของชาวไทยพวน ผู้มาเยือนจะได้ทั้งการไหว้พระ การชมมณฑปเก่า การเรียนรู้วิถีชีวิตพื้นบ้าน และการเข้าใจว่าชุมชนหนึ่งสามารถใช้วัดเป็นที่เก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างมีคุณค่า การเดินทางมาวัดกุฎีทองจึงเป็นการท่องเที่ยวที่ได้ทั้งความสงบ ความรู้ และความเคารพต่อรากวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
ชื่อสถานที่วัดกุฎีทอง
ที่ตั้งหมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
ที่อยู่วัดกุฎีทอง หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี 16120
ไฮไลต์มณฑปย่อมุมไม้สิบสอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธบาทโลหะจำลอง และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน
ประวัติ / สมัย / ยุคมณฑปสำคัญของวัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 โดยหลวงพ่อปัญญา อุตมะพิชัย อดีตเจ้าอาวาส และเป็นหลักฐานสำคัญของศรัทธาชุมชนบางน้ำเชี่ยว
ลักษณะเด่นวัดชุมชนไทยพวนที่รวมศาสนสถาน พื้นที่ปฏิบัติธรรม และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านไว้ในพื้นที่เดียวกัน
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ / สิ่งสำคัญพระบรมสารีริกธาตุบนยอดมณฑป พระพุทธบาทโลหะจำลอง และมณฑปย่อมุมไม้สิบสอง
แหล่งเรียนรู้ภายในวัดศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน จัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอย เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องมือทำนา เครื่องมือดักสัตว์ จับปลา และยวดยานพาหนะทางน้ำของชาวไทยพวน
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกที่สุด ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกิโลเมตรที่ 125–126 แล้วเข้าสู่ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี
สถานะปัจจุบันเป็นวัดที่ยังเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ และเป็นที่ตั้งของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนที่ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการกรุณาติดต่อล่วงหน้าสำหรับการเข้าชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทยพวน
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ห้องพักปฏิบัติธรรมแยกชายหญิง ห้องน้ำ ศาลาปฏิบัติธรรม พื้นที่ไหว้พระ และศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้าน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญมณฑปพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธบาทโลหะจำลอง ศาลาปฏิบัติธรรม พื้นที่ปฏิบัติธรรม และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลติดต่อเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง หรือผู้ดูแลศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนก่อนเข้าชม
เบอร์ติดต่อหลัก08 1853 3574, 08 7117 8925
เว็บไซต์ / เพจทางการที่เกี่ยวข้องข้อมูลจากฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเทศบาลตำบลบางน้ำเชี่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดอัมพวัน ประมาณ 5 กม.
2. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ประมาณ 9 กม.
3. วัดพิกุลทอง ประมาณ 10 กม.
4. วัดสะเดา ประมาณ 13 กม.
5. วัดแหลมคาง ประมาณ 14 กม.
6. ศาลหลักเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 15 กม.
7. วัดโพธิ์เก้าต้น หรือ วัดไม้แดง ประมาณ 22 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารท้องถิ่นตามเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ประมาณ 2 กม.
2. ไพบูลย์ไก่ย่าง ประมาณ 9 กม. โทร. 09-9104-0362, 0-3651-2132
3. ร้านอาหารรำพึง ประมาณ 12 กม. โทร. 0-3652-0757
4. ร้านเจริญทิพย์ ประมาณ 12 กม. โทร. 0-3651-2539
5. บ้านสวนแม่ลาการ้อง ประมาณ 15 กม. โทร. 036-501-047, 081-448-3678
ที่พักใกล้เคียง1. แสนสบาย รีสอร์ท ประมาณ 11 กม.
2. สมศรี อพาร์ทเม้นท์ ประมาณ 11 กม.
3. ไชยแสง วิลล่า สิงห์บุรี ประมาณ 12 กม.
4. ป่าปัน รีสอร์ท ประมาณ 12 กม.
5. เซ็นการ์เด้น รีสอร์ท ประมาณ 13 กม.
6. โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท ประมาณ 13 กม.
7. ไชยแสงพาเลส ประมาณ 13 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกุฎีทองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดกุฎีทองตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ใกล้ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกิโลเมตรที่ 125–126
 
ถาม: วัดกุฎีทองมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือมณฑปย่อมุมไม้สิบสองที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธบาทโลหะจำลอง และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน
 
ถาม: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน วัดกุฎีทองจัดแสดงอะไร?
ตอบ: ศูนย์จัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอย เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องมือทำนา เครื่องมือดักสัตว์ เครื่องมือจับปลา และยวดยานพาหนะทางน้ำของชาวไทยพวน
 
ถาม: วัดกุฎีทองเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดกุฎีทองและศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนไม่เก็บค่าเข้าชม แต่ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชมศูนย์วัฒนธรรม
 
ถาม: ต้องติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทยพวนหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อล่วงหน้า เพราะการเข้าชมศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวนต้องมีผู้ดูแลเปิดพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการชม
 
ถาม: เดินทางไปวัดกุฎีทองอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกิโลเมตรที่ 125–126 แล้วเข้าสู่ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
 
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดกุฎีทอง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาว ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
ถาม: เที่ยววัดกุฎีทองแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดอัมพวัน วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพิกุลทอง วัดสะเดา วัดแหลมคาง ศาลหลักเมืองสิงห์บุรี และวัดโพธิ์เก้าต้นได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(42)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(2)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(7)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)