หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.ค่ายบางระจัน >ต.ท่าข้าม > วัดกลางท่าข้าม
TL;DR: วัดกลางท่าข้าม อยู่ที่เลขที่ 3 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา ช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ.

สิงห์บุรี

วัดกลางท่าข้าม

วัดกลางท่าข้าม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ
 
วัดกลางท่าข้าม จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน ที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ศิลปกรรมสมัยอยุธยา และความทรงจำเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วัดตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เดิมชื่อวัดท่าข้าม ก่อนจะเป็นที่รู้จักในชื่อวัดกลางท่าข้ามในปัจจุบัน ภายในวัดมีพระอุโบสถเก่า พระประธานปางสมาธิศิลปะอยุธยา พระพุทธรูปหลวงพ่อศรีและหลวงพ่อธรรม พระพุทธรูปเนื้อทรายปางมารวิชัยสมัยอยุธยา และพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารที่รัชกาลที่ 5 ทรงถวายให้วัด ทำให้วัดกลางท่าข้ามเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
 
วัดกลางท่าข้ามตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยฝั่งตะวันออกในพื้นที่ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ทำเลริมแม่น้ำทำให้วัดแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับเส้นทางคมนาคมทางน้ำและวิถีชีวิตของผู้คนภาคกลางในอดีตอย่างชัดเจน ก่อนการคมนาคมทางถนนจะสะดวกเช่นปัจจุบัน แม่น้ำน้อยเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทาง การค้าขาย การติดต่อระหว่างชุมชน และการเดินทางของพระสงฆ์กับชาวบ้าน วัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่ยังเป็นจุดพัก จุดรวมคน จุดประกอบพิธีกรรม และศูนย์กลางความสัมพันธ์ของชุมชน วัดกลางท่าข้ามจึงสะท้อนภาพวัดริมสายน้ำของสิงห์บุรีได้อย่างเด่นชัด
 
ชื่อเดิมของวัดคือวัดท่าข้าม ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับภูมิประเทศและหน้าที่ของพื้นที่ในอดีต คำว่า “ท่าข้าม” หมายถึงท่าน้ำหรือจุดข้ามน้ำที่ผู้คนใช้เดินทางข้ามฝั่งแม่น้ำ ชื่อวัดจึงเป็นหลักฐานทางภาษาที่บอกเล่าว่าวัดแห่งนี้เคยอยู่ในบริเวณที่มีความสำคัญต่อการสัญจรของชุมชน เมื่อพื้นที่วัดตั้งอยู่บริเวณชุมชนท่าข้ามและมีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางศาสนา ชื่อวัดกลางท่าข้ามจึงกลายเป็นชื่อที่สะท้อนทั้งตำแหน่งที่ตั้ง ความเป็นวัดประจำชุมชน และความสำคัญของสายน้ำในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
แม้ว่าวัดกลางท่าข้ามจะไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่จากหลักฐานสำคัญที่เป็นมรดกสืบทอดกันมา โดยเฉพาะพระพุทธรูปเก่าแก่และลักษณะศิลปกรรมภายในวัด ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดแห่งนี้มีรากฐานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ความเก่าแก่ดังกล่าวทำให้วัดกลางท่าข้ามมีคุณค่าในฐานะศาสนสถานที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน เพราะแม้ตัวอาคารหลายส่วนได้รับการบูรณะและปรับปรุงตามกาลเวลา แต่องค์พระสำคัญและเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมายังคงช่วยบอกเล่าความเป็นวัดเก่าของชุมชนท่าข้ามได้อย่างชัดเจน
 
พระอุโบสถของวัดกลางท่าข้ามเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของวัด มีขนาดกว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 24 เมตร เป็นศูนย์กลางของสังฆกรรมและพิธีกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางสมาธิ ซึ่งมีพุทธลักษณะสมัยอยุธยา พระปางสมาธิเป็นปางที่สื่อถึงความสงบ ความตั้งมั่นของจิต และการเจริญภาวนา พระพุทธรูปปางนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับบรรยากาศของพระอุโบสถซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการประกอบพิธีและการสำรวมจิตใจของผู้มาเยือน
 
กำแพงเก่าโดยรอบพระอุโบสถสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2526 ทำหน้าที่กำหนดขอบเขตของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และช่วยเสริมภาพลักษณ์ของอุโบสถให้มีความสงบเป็นสัดส่วน กำแพงรอบอุโบสถในวัดไทยมีความหมายทั้งเชิงกายภาพและเชิงสัญลักษณ์ เพราะเป็นเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ประกอบสังฆกรรมกับพื้นที่ทั่วไปของวัด เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณพระอุโบสถ ผู้มาเยือนจึงควรรักษาความสงบ ถอดรองเท้าก่อนเข้าภายใน และใช้เวลาชมพระประธานกับองค์ประกอบโดยรอบด้วยความเคารพ
 
นอกจากพระประธานในพระอุโบสถแล้ว วัดกลางท่าข้ามยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่คู่วัด ได้แก่ หลวงพ่อศรีและหลวงพ่อธรรม ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร พระพุทธรูปทั้งสององค์เป็นพระพุทธรูปเนื้อทรายปางมารวิชัยศิลปะสมัยอยุธยา ปางมารวิชัยเป็นปางที่แสดงถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้าต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวง สื่อถึงความมั่นคง ความเข้มแข็งทางจิตใจ และการเอาชนะอุปสรรคด้วยธรรมะ ความเก่าแก่ของหลวงพ่อศรีและหลวงพ่อธรรมทำให้พระวิหารของวัดกลางท่าข้ามเป็นพื้นที่ที่ควรค่าแก่การสักการะและศึกษาอย่างมาก
 
หลวงพ่อศรีและหลวงพ่อธรรมมีความสำคัญต่อชาวบ้านในฐานะพระพุทธรูปคู่วัดที่สืบทอดความศรัทธามาหลายชั่วอายุคน สำหรับวัดเก่าในภาคกลาง พระพุทธรูปประจำวัดมักไม่ได้เป็นเพียงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นศูนย์รวมความทรงจำของชุมชน ผู้คนมาขอพร บนบาน ทำบุญ และกลับมาสักการะในโอกาสสำคัญของชีวิต ความผูกพันเช่นนี้ทำให้พระพุทธรูปเก่าภายในวัดมีคุณค่ามากกว่าความงามทางศิลปะ เพราะเป็นเหมือนหัวใจทางจิตวิญญาณของชุมชนท่าข้าม
 
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้วัดกลางท่าข้ามโดดเด่นกว่าวัดเก่าอีกหลายแห่งในจังหวัดสิงห์บุรีคือพิพิธภัณฑ์ภายในวัด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงประวัติของวัดและสิ่งของสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอดีต โดยมีองค์หล่อรัชกาลที่ 5 รูปหลวงพ่อเพื่อน รูปอดีตเจ้าอาวาสทุกองค์ และเครื่องอัฐบริขารที่รัชกาลที่ 5 ทรงถวายให้ทางวัด สิ่งของเหล่านี้ไม่ใช่เพียงวัตถุเก่า แต่เป็นหลักฐานที่ช่วยเชื่อมโยงวัดกลางท่าข้ามเข้ากับประวัติศาสตร์ราชสำนักและการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต
 
เครื่องอัฐบริขารที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยบาตร ปิ่นโตเถาใหญ่ ตะเกียง ตาลปัตร กาน้ำร้อนทำด้วยนวโลหะ ย่ามทำด้วยหนังอย่างดี และผ้าไตรแพร สิ่งของแต่ละชิ้นสะท้อนทั้งความประณีตของงานช่างและความสำคัญของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัด การได้ชมเครื่องอัฐบริขารเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับวัดท้องถิ่นในสมัยรัตนโกสินทร์ และยังทำให้เรื่องเล่าการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น
 
เรื่องเล่าที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของวัดกลางท่าข้ามคือการเสด็จประพาสทางชลมารคของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในคราวที่พระองค์เสด็จมานมัสการวัดพระนอนจักรสีห์ แต่ได้มาพลบค่ำที่วัดท่าข้าม จึงเสด็จขึ้นมาประทับพักแรมที่วัดแห่งนี้ โดยไม่ได้แสดงพระองค์ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ได้พบกับหลวงพ่อเพื่อน ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ก่อนเสด็จกลับจึงได้ทราบว่าเป็นรัชกาลที่ 5 หลังจากนั้นจึงมีการติดต่อระหว่างวัดกับราชสำนักเรื่อยมา เรื่องเล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้วัดกลางท่าข้ามมีความโดดเด่นทางประวัติศาสตร์
 
เหตุการณ์รัชกาลที่ 5 ประทับพักแรมที่วัดท่าข้ามสะท้อนภาพพระมหากษัตริย์ผู้เสด็จประพาสเพื่อทอดพระเนตรชีวิตของราษฎรและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนคุณธรรมของหลวงพ่อเพื่อนและชาววัดที่ต้อนรับผู้เดินทางด้วยน้ำใจ โดยไม่ได้เลือกปฏิบัติตามฐานะหรือยศศักดิ์ เมื่อทราบภายหลังว่าผู้ที่ได้ต้อนรับคือพระมหากษัตริย์ ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับพระองค์จึงกลายเป็นเรื่องเล่าที่ชาวบ้านภาคภูมิใจและถ่ายทอดสืบต่อมา เรื่องนี้ทำให้วัดกลางท่าข้ามไม่ใช่เพียงวัดเก่า แต่เป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติในมิติที่อบอุ่นและเป็นมนุษย์
 
หลวงพ่อเพื่อนในเรื่องเล่านี้เป็นอดีตเจ้าอาวาสที่มีบทบาทสำคัญต่อภาพจำของวัดกลางท่าข้าม การที่วัดจัดแสดงรูปของหลวงพ่อเพื่อนและอดีตเจ้าอาวาสทุกองค์ในพิพิธภัณฑ์ แสดงให้เห็นว่าชุมชนให้ความสำคัญกับสายสืบทอดการดูแลวัด พระสงฆ์ผู้เป็นเจ้าอาวาสไม่ได้มีหน้าที่เพียงบริหารจัดการศาสนสถาน แต่ยังเป็นผู้นำทางจิตใจและเป็นผู้รักษาความต่อเนื่องของวัดจากรุ่นสู่รุ่น การชมพิพิธภัณฑ์จึงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจวัดกลางท่าข้ามในฐานะพื้นที่ที่มีทั้งพระพุทธรูป ศาสนสถาน บุคคลสำคัญ และความทรงจำทางประวัติศาสตร์ประกอบกัน
 
ในปัจจุบันวัดกลางท่าข้ามยังเป็นวัดราษฎร์ที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีบทบาทต่อชุมชนตำบลท่าข้าม ข้อมูลกิจกรรมกฐินสามัคคีระบุเจ้าอาวาสคือพระครูสัทธาธีรคุณ จิตฺตสํวโร วัดยังคงใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา งานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า วันพระ และกิจกรรมของชุมชนท้องถิ่น การที่เว็บไซต์ อบต.ท่าข้ามระบุกิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรมที่จัดขึ้น ณ วัดกลางท่าข้ามในปี 2569 ยิ่งสะท้อนว่าวัดแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่สาธารณะทางศีลธรรมและวัฒนธรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
วัดกลางท่าข้ามเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้วัดเก่าซึ่งมีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์เข้มข้นกว่าสถานที่แวะถ่ายภาพทั่วไป จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตอลังการ แต่คือความครบของเรื่องราว ตั้งแต่พระอุโบสถเก่า พระพุทธรูปศิลปะอยุธยา พระวิหาร พิพิธภัณฑ์ห้องบูรพาจารย์ เครื่องอัฐบริขารที่รัชกาลที่ 5 ทรงถวาย และทำเลริมแม่น้ำน้อยฝั่งตะวันออก ทุกองค์ประกอบทำให้วัดกลางท่าข้ามเป็นสถานที่ที่สามารถใช้เวลาชมอย่างละเอียดได้ ไม่ใช่เพียงแวะไหว้พระแล้วออกเดินทางต่อทันที
 
การเที่ยววัดกลางท่าข้ามควรเริ่มจากการสักการะพระประธานในพระอุโบสถ จากนั้นจึงไปกราบหลวงพ่อศรีและหลวงพ่อธรรมในพระวิหาร แล้วจึงเข้าชมพิพิธภัณฑ์เพื่อเรียนรู้เรื่องราวของวัดและรัชกาลที่ 5 การจัดลำดับเช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เข้าใจวัดจากมิติทางศรัทธาไปสู่มิติทางประวัติศาสตร์ เมื่อชมพิพิธภัณฑ์ ควรให้ความเคารพต่อสิ่งของจัดแสดง ไม่สัมผัสวัตถุโดยไม่จำเป็น และอ่านข้อมูลประกอบอย่างตั้งใจ เพราะสิ่งของเหล่านี้เป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ควรช่วยกันดูแล
 
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปะไทย วัดกลางท่าข้ามเป็นจุดที่ควรให้เวลาเป็นพิเศษกับพระพุทธรูปสมัยอยุธยา พระประธานปางสมาธิในพระอุโบสถและพระพุทธรูปเนื้อทรายปางมารวิชัยในพระวิหารสะท้อนพุทธลักษณะและความนิยมทางศิลปกรรมที่สืบเนื่องมาจากอดีต แม้ผู้ชมทั่วไปอาจไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ศิลป์ แต่การสังเกตพระพักตร์ พระวรกาย ปางพระ วัสดุ และบรรยากาศการประดิษฐาน จะช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างพระพุทธรูปเก่ากับพระพุทธรูปสมัยใหม่ และทำให้การมาไหว้พระมีมิติทางความรู้มากขึ้น
 
ในมิติของชุมชน วัดกลางท่าข้ามยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวค่ายบางระจันและพื้นที่ริมแม่น้ำน้อย นักท่องเที่ยวสามารถจัดวัดกลางท่าข้ามร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น วัดโพธิ์เก้าต้น อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดสะเดา วัดแหลมคาง และตลาดท่าข้าม เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ วัดโบราณ วิถีชุมชน และอาหารท้องถิ่นของจังหวัดสิงห์บุรี หากมีเวลาเต็มวัน สามารถเริ่มจากวัดกลางท่าข้ามในช่วงเช้า แล้วต่อด้วยสถานที่ประวัติศาสตร์และวัดสำคัญอื่น ๆ ในช่วงบ่ายได้อย่างลงตัว
 
การเดินทาง ไปวัดกลางท่าข้ามสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก วัดตั้งอยู่ในตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไม่มากและเชื่อมต่อกับเส้นทางในอำเภอค่ายบางระจันได้ง่าย ผู้เดินทางสามารถใช้เส้นทางจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปทางอำเภอค่ายบางระจัน แล้วเข้าสู่ตำบลท่าข้ามตามระบบนำทาง หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางมายังตัวเมืองสิงห์บุรีหรือตลาดท่าข้ามก่อน แล้วใช้รถรับจ้างท้องถิ่นต่อไปยังวัด การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้เที่ยวต่อสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเยือนวัดกลางท่าข้ามคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัด เหมาะกับการเดินชมพระอุโบสถ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์ภายในวัด หากมาในวันพระหรือช่วงงานบุญ อาจได้เห็นบรรยากาศการทำบุญของชุมชนท่าข้ามมากขึ้น ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ งดใช้เสียงดัง และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มาปฏิบัติธรรม
 
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวัดเป็นลักษณะของวัดชุมชน มีพื้นที่จอดรถ พื้นที่ไหว้พระ พระอุโบสถ พระวิหาร พิพิธภัณฑ์ พื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา และพื้นที่พักสงบ ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มในวันที่อากาศร้อน โดยเฉพาะหากต้องเดินชมพื้นที่กลางแจ้งรอบวัด ผู้สูงอายุสามารถเดินทางมาได้ แต่ควรมีผู้ดูแลร่วมทางหากมาในช่วงงานบุญหรือช่วงที่มีคนจำนวนมาก
 
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้วัดกลางท่าข้ามมีหลายรูปแบบ ทั้งคาเฟ่ในบริเวณตลาดท่าข้าม ร้านอาหารท้องถิ่นในอำเภอค่ายบางระจัน และร้านอาหารในตัวเมืองสิงห์บุรี ผู้ที่ต้องการแวะใกล้ ๆ สามารถเลือก Jungle Cafe สาขาตลาดท่าข้าม หรือ Pattern Cafe ในพื้นที่โพสังโฆ ส่วนผู้ที่ต้องการอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นสามารถขยับไปยังร้านอาหารในอำเภอเมืองสิงห์บุรี เช่น ไพบูลย์ไก่ย่าง ร้านอาหารรำพึง และร้านเจริญทิพย์ การแวะรับประทานอาหารหลังจากเที่ยววัดจะช่วยให้เส้นทางวัดกลางท่าข้ามเป็นทริปที่ครบทั้งไหว้พระ ประวัติศาสตร์ และอาหารท้องถิ่น
 
สำหรับที่พัก ผู้ที่ต้องการพักใกล้ตำบลท่าข้ามสามารถเลือกโฮมสเตย์บ้านท่าข้ามซึ่งมีข้อมูลจากเว็บไซต์จังหวัดสิงห์บุรี หรือเลือกที่พักในอำเภอค่ายบางระจันและตัวเมืองสิงห์บุรี เช่น เมธา คันทรี่ วิว โฮมสเตย์ สุมาลี วิลล่า โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท โรงแรมไชยแสงวิลล่า และโรงแรมไชยแสงพาเลส การพักในตัวเมืองเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านอาหารและบริการต่าง ๆ ส่วนการพักใกล้ท่าข้ามเหมาะกับผู้ที่ต้องการบรรยากาศชุมชนและเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในค่ายบางระจันได้สะดวก
 
วัดกลางท่าข้ามจึงเป็นหนึ่งในวัดที่ควรค่าแก่การมาเยือนในจังหวัดสิงห์บุรี เพราะมีครบทั้งความเก่าแก่ พระพุทธรูปศิลปะอยุธยา เรื่องราวรัชกาลที่ 5 หลวงพ่อเพื่อน พิพิธภัณฑ์ เครื่องอัฐบริขาร และทำเลริมแม่น้ำน้อย ภาพรวมของวัดสะท้อนให้เห็นว่าสิงห์บุรีไม่ได้มีเพียงประวัติศาสตร์ค่ายบางระจันหรือวัดพระนอนจักรสีห์เท่านั้น แต่ยังมีวัดเก่าขนาดชุมชนที่เก็บเรื่องราวสำคัญไว้ในรายละเอียด ผู้ที่เดินทางมาเยือนจะได้ทั้งความสงบจากการไหว้พระ ความรู้จากพิพิธภัณฑ์ และความเข้าใจต่อวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำน้อย
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวสิงห์บุรีในมุมลึก วัดกลางท่าข้ามเป็นจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นวัดที่เล่าเรื่องได้หลายชั้น ทั้งชั้นของศิลปะอยุธยา ชั้นของการเสด็จประพาสในสมัยรัตนโกสินทร์ ชั้นของพระสงฆ์ผู้ดูแลวัด และชั้นของชุมชนท่าข้ามที่ยังใช้วัดเป็นพื้นที่ทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการมาถ่ายภาพหรือกราบพระ แต่เป็นการเดินเข้าสู่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ยังมีชีวิตอยู่ในวัด ริมแม่น้ำ และความทรงจำของผู้คน
 
ชื่อสถานที่วัดกลางท่าข้าม
ที่ตั้งเลขที่ 3 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ที่อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16150
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย มีพระประธานปางสมาธิสมัยอยุธยา หลวงพ่อศรี หลวงพ่อธรรม พิพิธภัณฑ์ห้องบูรพาจารย์ และเครื่องอัฐบริขารที่รัชกาลที่ 5 ทรงถวาย
ประวัติ / สมัย / ยุคเดิมชื่อวัดท่าข้าม เป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานพระพุทธรูปเก่าแก่และมรดกที่สืบทอดภายในวัด
ที่มาของชื่อชื่อท่าข้ามสัมพันธ์กับพื้นที่ท่าน้ำหรือจุดข้ามแม่น้ำของชุมชนริมแม่น้ำน้อย ก่อนเป็นที่รู้จักในชื่อวัดกลางท่าข้าม
ลักษณะเด่นพระอุโบสถกว้าง 8 เมตร ยาว 24 เมตร กำแพงเก่าโดยรอบสร้างเมื่อ พ.ศ. 2526 พระวิหารพระพุทธรูปเก่า และพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติวัด
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ / สิ่งสำคัญพระประธานปางสมาธิสมัยอยุธยา หลวงพ่อศรี หลวงพ่อธรรม พระพุทธรูปเนื้อทรายปางมารวิชัยสมัยอยุธยา รูปหลวงพ่อเพื่อน และเครื่องอัฐบริขารที่รัชกาลที่ 5 ทรงถวาย
ความเกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 5รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสทางชลมารคและประทับพักแรมที่วัดท่าข้าม โดยหลวงพ่อเพื่อน เจ้าอาวาสในสมัยนั้น ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ภายหลังจึงมีการติดต่อกันสืบมา
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ใช้เส้นทางจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปยังอำเภอค่ายบางระจัน แล้วเข้าสู่ตำบลท่าข้าม หรือเดินทางมาตลาดท่าข้ามก่อนแล้วใช้รถรับจ้างท้องถิ่นต่อไปยังวัด
สถานะปัจจุบันเป็นวัดราษฎร์ในตำบลท่าข้าม และยังเป็นสถานที่สักการะ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัด และพื้นที่กิจกรรมชุมชนของอำเภอค่ายบางระจัน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ พระอุโบสถ พระวิหาร พิพิธภัณฑ์ พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่กิจกรรมชุมชน และพื้นที่พักสงบภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถ พระวิหารหลวงพ่อศรีและหลวงพ่อธรรม พิพิธภัณฑ์ห้องบูรพาจารย์ พื้นที่จัดแสดงเครื่องอัฐบริขาร พื้นที่ริมแม่น้ำน้อย และพื้นที่ศาสนกิจของวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูสัทธาธีรคุณ จิตฺตสํวโร
เบอร์ติดต่อหลัก+66 3653 5452
เว็บไซต์ / เพจทางการที่เกี่ยวข้องข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย Thailand Tourism Directory เว็บไซต์ อบต.ท่าข้าม และแหล่งข้อมูลกิจกรรมวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตลาดท่าข้าม ประมาณ 1 กม.
2. วัดโพธิ์เก้าต้น ประมาณ 5 กม.
3. อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประมาณ 5 กม.
4. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ประมาณ 9 กม.
5. วัดสะเดา ประมาณ 10 กม.
6. วัดแหลมคาง ประมาณ 12 กม.
7. วัดพิกุลทอง ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Jungle Cafe สาขาตลาดท่าข้าม ประมาณ 2 กม. โทร. 064-934-7978
2. Pattern Cafe สิงห์บุรี ประมาณ 2 กม. โทร. 080-395-5428
3. เตี๋ยว แฟ บ้านตาจ้อย ประมาณ 4 กม.
4. ครัวคอทราย ประมาณ 5 กม.
5. ไพบูลย์ไก่ย่าง ประมาณ 9 กม. โทร. 09-9104-0362, 0-3651-2132
6. ร้านอาหารรำพึง ประมาณ 10 กม. โทร. 0-3652-0757
ที่พักใกล้เคียง1. โฮมสเตย์บ้านท่าข้าม ประมาณ 2 กม. โทร. 036-535-478, 08-7121-7605
2. เมธา คันทรี่ วิว โฮมสเตย์ สิงห์บุรี ประมาณ 6 กม.
3. สุมาลี วิลล่า ประมาณ 8 กม.
4. โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท ประมาณ 10 กม.
5. โรงแรมไชยแสงวิลล่า ประมาณ 10 กม.
6. โรงแรมไชยแสงพาเลส ประมาณ 11 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกลางท่าข้ามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดกลางท่าข้ามตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ริมฝั่งแม่น้ำน้อยฝั่งตะวันออก
 
ถาม: วัดกลางท่าข้ามเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดกลางท่าข้ามเดิมชื่อวัดท่าข้าม ซึ่งสัมพันธ์กับพื้นที่ท่าน้ำหรือจุดข้ามน้ำของชุมชนริมแม่น้ำน้อย
 
ถาม: วัดกลางท่าข้ามมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดกลางท่าข้ามเป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีเรื่องเล่าสำคัญเกี่ยวกับรัชกาลที่ 5 ที่เคยเสด็จประพาสทางชลมารคและประทับพักแรมที่วัด
 
ถาม: ภายในวัดกลางท่าข้ามมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีพระประธานปางสมาธิสมัยอยุธยา หลวงพ่อศรี หลวงพ่อธรรม พระพุทธรูปเนื้อทรายปางมารวิชัยสมัยอยุธยา และพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องอัฐบริขารที่รัชกาลที่ 5 ทรงถวาย
 
ถาม: พิพิธภัณฑ์วัดกลางท่าข้ามจัดแสดงอะไร?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติวัด องค์หล่อรัชกาลที่ 5 รูปหลวงพ่อเพื่อน รูปอดีตเจ้าอาวาส และเครื่องอัฐบริขาร เช่น บาตร ปิ่นโต ตะเกียง ตาลปัตร กาน้ำร้อน ย่าม และผ้าไตรแพร
 
ถาม: วัดกลางท่าข้ามเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดกลางท่าข้ามไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ทำบุญ และชมพื้นที่สำคัญของวัดได้ตามช่วงเวลาที่วัดเปิดให้สักการะ
 
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดกลางท่าข้าม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โดยไม่จำเป็น
 
ถาม: เที่ยววัดกลางท่าข้ามแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังตลาดท่าข้าม วัดโพธิ์เก้าต้น อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดสะเดา วัดแหลมคาง และวัดพิกุลทองได้

โทร : 036535452

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(42)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(2)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(7)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)