หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.บางระจัน >ต.แม่ลา > วัดสะเดา
TL;DR: วัดสะเดา อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา ช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ.
วัดสะเดา
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ
วัดสะเดา จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดสำคัญในตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านศรัทธา ศิลปกรรมพื้นถิ่น และเรื่องเล่าชุมชน ภายในวัดมีวิหารหลวงพ่อฟุ้ง อุตฺตโม พระเถระผู้เป็นที่เคารพนับถือของชาวสิงห์บุรี มีอุโบสถเก่าอายุราว 100 ปีที่ฝาผนังตกแต่งด้วยถ้วยชามสังคโลกอย่างงดงาม มีเบี้ยแก้ขนาดใหญ่ซึ่งกลายเป็นจุดสักการะและจุดถ่ายภาพสำคัญของวัด อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าที่ผู้คนจดจำเกี่ยวกับวัวแสนรู้ที่เคยเดินตามพระออกบิณฑบาตทุกเช้าและชอบกินน้ำอัดลม ทำให้วัดสะเดาไม่ใช่เพียงวัดชุมชนธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่รวมศรัทธา ความทรงจำ ศิลปะ และสีสันท้องถิ่นของตำบลแม่ลาไว้อย่างน่าสนใจ
วัดสะเดาตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 6 กม. พื้นที่วัดอยู่ในชุมชนลำน้ำแม่ลา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของจังหวัดสิงห์บุรีทั้งในด้านวิถีชีวิต อาหารพื้นถิ่น และความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เส้นทางมายังวัดเดินทางไม่ยาก เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น และสามารถจัดเป็นจุดแวะในเส้นทางเที่ยววัดใกล้เมืองสิงห์บุรีร่วมกับวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพิกุลทอง วัดแหลมคาง วัดโพธิ์เก้าต้น และอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันได้อย่างสะดวก
ชื่อเดิมของวัดสะเดาคือ “วัดแม่ลา” ซึ่งสัมพันธ์กับพื้นที่ตั้งวัดในตำบลแม่ลาและลำน้ำแม่ลา ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดสะเดา” เพราะในบริเวณวัดมีต้นสะเดาขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งต้นใหญ่และต้นเล็ก ชื่อวัดจึงมีความหมายที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและสภาพพื้นที่เดิมของวัดโดยตรง การเปลี่ยนชื่อจากวัดแม่ลามาเป็นวัดสะเดาช่วยให้เห็นว่าชื่อวัดไทยหลายแห่งมักเกิดจากภูมิประเทศ ต้นไม้สำคัญ หรือสิ่งที่ผู้คนในชุมชนพบเห็นในชีวิตประจำวัน ชื่อวัดสะเดาจึงไม่ใช่เพียงชื่อเรียก แต่เป็นหลักฐานทางภาษาที่เก็บความทรงจำของชุมชนไว้ในตัว
เสน่ห์สำคัญของวัดสะเดาอยู่ที่การเป็นวัดซึ่งมีทั้งความงามทางศิลปกรรมและเรื่องราวทางศรัทธาที่จับต้องได้ ผู้มาเยือนจำนวนมากตั้งใจเดินทางมากราบหลวงพ่อฟุ้ง ชมอุโบสถเก่าที่ตกแต่งด้วยถ้วยชามสังคโลก และลอดหรือสักการะเบี้ยแก้ขนาดใหญ่ตามความเชื่อเรื่องการคุ้มครองป้องกันสิ่งไม่ดี ภาพรวมของวัดจึงมีลักษณะเป็นวัดชุมชนที่มีเรื่องเล่าเฉพาะตัว ไม่ได้มีเพียงพระพุทธรูปหรืออาคารศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดของศรัทธาท้องถิ่นที่สืบทอดผ่านพระเกจิ วัตถุมงคล งานช่าง และประสบการณ์ของผู้มาเยือน
หลวงพ่อฟุ้ง อุตฺตโม เป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่ทำให้วัดสะเดาเป็นที่รู้จักในเชิงศรัทธา ท่านเป็นพระเถระที่ชาวบ้านเคารพนับถืออย่างมาก ประวัติที่เผยแพร่ในแหล่งข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าท่านเกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2435 ที่บ้านตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อเยาว์วัยได้เรียนหนังสือกับพระที่วัดบางกระบือ ทั้งภาษาไทยและภาษาขอม ก่อนจะใช้ชีวิตช่วยครอบครัวทำงานตามวิถีชาวบ้านในพื้นที่ลำน้ำแม่ลา ต่อมาท่านเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์และเป็นที่เคารพจากผู้คนจำนวนมาก เรื่องราวของหลวงพ่อฟุ้งสะท้อนภาพพระเถระท้องถิ่นที่เติบโตจากชุมชน เข้าใจวิถีชาวบ้าน และมีบทบาทเป็นหลักใจของคนในพื้นที่
วิหารหลวงพ่อฟุ้งภายในวัดสะเดาเป็นจุดสักการะสำคัญสำหรับผู้ที่เดินทางมาเยือน ผู้ศรัทธานิยมมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพร และระลึกถึงคุณความดีของพระเถระผู้เป็นที่เคารพ วิหารแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงอาคารประดิษฐานรูปเหมือนหรือสิ่งแทนองค์พระเกจิ แต่เป็นพื้นที่ของความทรงจำร่วมระหว่างวัดกับชุมชน คนรุ่นเก่าจดจำหลวงพ่อฟุ้งผ่านเรื่องเล่าและประสบการณ์ศรัทธา ส่วนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้คุณค่าของท่านผ่านการมากราบสักการะและฟังเรื่องราวจากคนในพื้นที่
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้วัดสะเดาแตกต่างจากวัดอื่นในจังหวัดสิงห์บุรีคืออุโบสถเก่าอายุราว 100 ปี ฝาผนังภายในตกแต่งด้วยถ้วยชามสังคโลกและภาชนะเก่าที่มีความสวยงามแปลกตา การนำถ้วยชามมาตกแต่งผนังโบสถ์สะท้อนรสนิยมทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของช่างและผู้ศรัทธาในยุคนั้น ภาชนะที่เคยเป็นของใช้หรือของสะสมถูกนำมาเรียงประกอบเป็นลวดลายบนผนังศาสนสถาน ทำให้เกิดความงามที่ไม่เหมือนจิตรกรรมฝาผนังทั่วไป ภาพถ้วยชามสังคโลกบนผนังโบสถ์จึงเป็นทั้งศิลปะ วัตถุทางวัฒนธรรม และหลักฐานของรสนิยมเชิงช่างในท้องถิ่น
ความงามของอุโบสถวัดสะเดาไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราแบบราชสำนัก แต่อยู่ที่เสน่ห์ของงานตกแต่งที่มีความเป็นชุมชนสูง ถ้วยชามแต่ละใบมีรูปทรง สี และลวดลายแตกต่างกัน เมื่อนำมาประกอบกันบนผนังจึงเกิดมิติทางสายตาที่น่าสนใจ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาชมรายละเอียดทีละส่วน สังเกตความเก่า ความประณีต และความตั้งใจในการจัดวาง ภาพรวมของโบสถ์ทำให้วัดสะเดามีเอกลักษณ์ด้านศิลปกรรมที่โดดเด่นและเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
นอกจากวิหารหลวงพ่อฟุ้งและอุโบสถเก่าแล้ว วัดสะเดายังมีเบี้ยแก้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่คนจำนวนมากรู้จัก เบี้ยแก้เป็นวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการป้องกันสิ่งไม่ดี คุณไสย ภูตผี และอำนาจอัปมงคล ในวัฒนธรรมไทย วัตถุมงคลประเภทนี้มักถูกเชื่อมโยงกับพระเกจิอาจารย์และสายวิชาเฉพาะท้องถิ่น การมีเบี้ยแก้ขนาดใหญ่ภายในวัดจึงช่วยเพิ่มมิติของความเชื่อและการสักการะให้วัดสะเดา ผู้มาเยือนมักแวะกราบขอพร ถ่ายภาพ และเรียนรู้ความหมายของเบี้ยแก้ควบคู่กับการสักการะหลวงพ่อฟุ้ง
วัดสะเดายังเป็นที่จดจำจากเรื่องเล่าของวัวแสนรู้ที่เคยเดินตามพระออกบิณฑบาตทุกเช้า ข่าวเก่าระบุว่าวัวเพศเมียตัวหนึ่งชื่อ “สีนวล” ถูกนำมาถวายวัดตั้งแต่ยังเล็ก และมีพฤติกรรมเดินตามพระลูกวัดออกบิณฑบาต กินข้าวก้นบาตร และชอบกินน้ำอัดลม เรื่องนี้เคยได้รับความสนใจจากสื่อและผู้คนทั่วไป เพราะเป็นภาพที่น่ารัก แปลกตา และสะท้อนความผูกพันระหว่างสัตว์ วัด และพระสงฆ์ ในการเขียนถึงเรื่องนี้ควรมองในฐานะเรื่องเล่าทางความทรงจำของวัดและชุมชน มากกว่าการใช้เป็นข้อมูลเหตุการณ์ปัจจุบัน เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้วและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติสีสันท้องถิ่นของวัดสะเดา
เรื่องวัวแสนรู้ของวัดสะเดาช่วยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของวัดไทย วัดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของพระพุทธรูป อุโบสถ หรือพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สัตว์ ผู้คน พระสงฆ์ และชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด วัวที่เดินตามพระบิณฑบาตกลายเป็นภาพจำที่ทำให้คนจำนวนมากรู้จักวัดสะเดา และสะท้อนความเมตตาของวัดในฐานะพื้นที่ดูแลชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ เรื่องเล่านี้จึงเข้ากันได้ดีกับภาพวัดชุมชนที่มีความอบอุ่นและมีสีสันเฉพาะตัว
ในเชิงประวัติศาสตร์ชุมชน วัดสะเดาตั้งอยู่ในพื้นที่ลำน้ำแม่ลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสิงห์บุรี ลำน้ำแม่ลาเป็นแหล่งปลาน้ำจืดขึ้นชื่อ โดยเฉพาะปลาช่อนแม่ลา ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านอาหารของจังหวัด บริเวณวัดและชุมชนรอบวัดจึงมีความสัมพันธ์กับวิถีเกษตร ประมงพื้นบ้าน และอาหารท้องถิ่น การมาเที่ยววัดสะเดาจึงสามารถเชื่อมต่อกับประสบการณ์ด้านอาหารและชุมชนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระ ชมงานศิลปะในวัด แล้วแวะรับประทานอาหารในพื้นที่แม่ลาและตัวเมืองสิงห์บุรีต่อได้ในทริปเดียว
วัดสะเดาเหมาะกับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวแบบช้า ๆ เพราะแต่ละจุดภายในวัดมีรายละเอียดให้สังเกต ตั้งแต่วิหารหลวงพ่อฟุ้งที่เป็นศูนย์กลางศรัทธา อุโบสถเก่าที่มีผนังถ้วยชามสังคโลก เบี้ยแก้ขนาดใหญ่ จุดชมวิวลำแม่ลา พื้นที่ให้อาหารปลา และบรรยากาศวัดชุมชนที่ยังคงเรียบง่าย หากเดินชมอย่างละเอียด ผู้มาเยือนจะเห็นว่าวัดสะเดามีชั้นของเรื่องราวหลายระดับ ทั้งเรื่องพระเกจิ เรื่องศิลปกรรม เรื่องความเชื่อ เรื่องสัตว์แสนรู้ และเรื่องวิถีชีวิตริมลำน้ำแม่ลา
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และช่วงทอดกฐิน วัดสะเดาจะมีชาวบ้านมาร่วมทำบุญ ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร ถวายสังฆทาน และร่วมกิจกรรมตามประเพณี บทบาทของวัดในวันสำคัญเช่นนี้สะท้อนความเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนแม่ลาอย่างชัดเจน วัดยังคงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนหลายวัยเข้าด้วยกัน ผู้สูงอายุได้มาทำบุญ เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้มารยาทการเข้าวัด ส่วนผู้มาเยือนจากต่างถิ่นได้สัมผัสวัฒนธรรมชุมชนภาคกลางผ่านสถานที่จริง
ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดสะเดาคือพระครูวรธรรมโสภณ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลวัดและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา วัดสะเดาเป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และยังมีพระจำพรรษาหลายรูปในช่วงงานกฐินประจำปี ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าวัดยังเป็นวัดที่มีชีวิตทางศาสนา ไม่ใช่สถานที่ร้างหรือแหล่งท่องเที่ยวที่แยกขาดจากชุมชน ผู้ที่ต้องการร่วมทำบุญหรือร่วมกิจกรรมของวัดสามารถติดต่อผ่านช่องทางชุมชนหรือสอบถามจากหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลแม่ลาได้
การเดินทางมายังวัดสะเดาสะดวกมากสำหรับผู้ที่อยู่ในตัวเมืองสิงห์บุรี เพราะวัดห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กม. ตั้งอยู่บนถนนชนบทในตำบลแม่ลา ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถเปิดระบบนำทางไปยังวัดสะเดา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรีได้โดยตรง เส้นทางเหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวแบบครึ่งวัน หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางเข้าตัวเมืองสิงห์บุรีหรืออำเภอบางระจันก่อน แล้วใช้รถรับจ้างท้องถิ่นต่อไปยังวัด
การจัดเส้นทางเที่ยววัดสะเดาในหนึ่งวันสามารถทำได้หลายแบบ หากเน้นสายบุญและศิลปะ สามารถเริ่มจากวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ไปวัดพิกุลทอง แล้วต่อมายังวัดสะเดาเพื่อชมอุโบสถถ้วยชามสังคโลกและกราบหลวงพ่อฟุ้ง หากเน้นประวัติศาสตร์ สามารถเชื่อมกับวัดโพธิ์เก้าต้นและอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน หากเน้นชุมชนและอาหาร สามารถแวะร้านอาหารริมลำแม่ลา เช่น บ้านสวนแม่ลาการ้อง หรือร้านปลาเผาในพื้นที่ เพื่อให้ทริปมีทั้งไหว้พระ ชมวัฒนธรรม และชิมอาหารท้องถิ่นของสิงห์บุรี
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเที่ยววัดสะเดาคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัด เหมาะกับการเดินชมอุโบสถ ถ่ายภาพ และใช้เวลาอยู่ภายในวัดอย่างสงบ หากต้องการชมรายละเอียดของถ้วยชามสังคโลก ควรใช้เวลาพอสมควรและชมด้วยความระมัดระวัง ไม่สัมผัสหรือกระทบชิ้นงานโดยไม่จำเป็น เนื่องจากภาชนะเก่าและงานประดับผนังเป็นองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่ควรช่วยกันดูแล การถ่ายภาพควรทำด้วยความสุภาพ และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในบริเวณที่อาจรบกวนผู้อื่นหรือกระทบต่อบรรยากาศของศาสนสถาน
มารยาทในการเข้าชมวัดสะเดาเหมือนวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสงานประดับในอุโบสถ และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มาปฏิบัติธรรม หากต้องการทำบุญ ถวายสังฆทาน หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับวัด ควรติดต่อด้วยความสุภาพและใช้ถ้อยคำเหมาะสม
ร้านอาหารใกล้วัดสะเดามีหลายแห่งที่เหมาะสำหรับแวะหลังไหว้พระ โดยเฉพาะร้านในพื้นที่แม่ลาและตัวเมืองสิงห์บุรี เช่น บ้านสวนแม่ลาการ้อง ร้านอาหารไทยบรรยากาศดีริมลำน้ำแม่ลา แม่ลาปลาเผา ร้านอาหารปลาในพื้นที่ขึ้นชื่อ ไพบูลย์ไก่ย่าง ร้านอาหารรำพึง และร้านเจริญทิพย์ นอกจากนี้ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวริมน้ำในบริเวณวัดสะเดาที่เคยถูกพูดถึงในสื่อท้องถิ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารง่าย ๆ ราคาเป็นมิตร และสัมผัสบรรยากาศริมน้ำแบบชุมชน
สำหรับที่พัก ผู้ที่ต้องการค้างคืนสามารถเลือกพักในตัวเมืองสิงห์บุรีหรือพื้นที่ใกล้แม่ลาได้ ที่พักที่มีข้อมูลติดต่อเผยแพร่ ได้แก่ อิงแม่ลารีสอร์ท โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท โรงแรมไชยแสงพาเลส และที่พักอื่น ๆ ในตัวเมืองสิงห์บุรี การพักในตัวเมืองเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางต่อหลายจุดและต้องการความสะดวกด้านร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และบริการต่าง ๆ ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศใกล้ชุมชนแม่ลาอาจเลือกที่พักในพื้นที่อำเภอบางระจันหรือบริเวณใกล้ลำน้ำแม่ลา
วัดสะเดาจึงเป็นวัดที่ควรค่าแก่การมาเยือนสำหรับผู้ที่สนใจสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมในจังหวัดสิงห์บุรี ความน่าสนใจของวัดอยู่ที่การรวมกันของหลายองค์ประกอบ ได้แก่ หลวงพ่อฟุ้ง พระเถระผู้เป็นที่เคารพ วิหารหลวงพ่อฟุ้ง อุโบสถเก่าอายุราว 100 ปีที่ตกแต่งด้วยถ้วยชามสังคโลก เบี้ยแก้ขนาดใหญ่ เรื่องเล่าวัวแสนรู้ที่เคยเดินตามพระบิณฑบาต และบรรยากาศชุมชนลำน้ำแม่ลา ทุกองค์ประกอบทำให้วัดสะเดาเป็นมากกว่าวัดสำหรับทำบุญ แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยเล่าเรื่องศรัทธา ศิลปกรรม และชีวิตท้องถิ่นของสิงห์บุรีได้อย่างมีเสน่ห์
หากมาเยือนสิงห์บุรีและต้องการรู้จักเมืองนี้ในมุมที่ลึกกว่าประวัติศาสตร์ค่ายบางระจัน วัดสะเดาเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ตอบโจทย์ได้ดี เพราะที่นี่มีทั้งความสงบของวัด ความแปลกตาของงานศิลปกรรม ความศรัทธาต่อหลวงพ่อฟุ้ง และสีสันเรื่องเล่าท้องถิ่นที่หาไม่ได้จากวัดทั่วไป การเดินทางไม่ไกลจากตัวเมือง ทำให้สามารถแวะได้ง่ายทั้งแบบครึ่งวันและแบบรวมกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง วัดสะเดาจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายบุญ นักเดินทางเชิงวัฒนธรรม ช่างภาพ และผู้ที่ต้องการสัมผัสความเรียบง่ายงดงามของวัดชุมชนไทยในภาคกลาง
| ชื่อสถานที่ | วัดสะเดา |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี |
| ที่อยู่ | ถนนชนบท 4020 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16130 |
| ไฮไลต์ | วิหารหลวงพ่อฟุ้ง อุโบสถเก่าอายุราว 100 ปีที่ตกแต่งด้วยถ้วยชามสังคโลก เบี้ยแก้ขนาดใหญ่ จุดชมลำแม่ลา และเรื่องเล่าวัวแสนรู้ที่เคยเดินตามพระบิณฑบาต |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมชื่อวัดแม่ลา ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดสะเดา เพราะบริเวณวัดมีต้นสะเดาขนาดใหญ่และเล็กขึ้นอยู่จำนวนมาก อุโบสถเก่าอายุราว 100 ปีเป็นจุดเด่นสำคัญของวัด |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสะเดามาจากต้นสะเดาที่เคยขึ้นอยู่มากในบริเวณวัด หลังจากเดิมใช้ชื่อวัดแม่ลาตามพื้นที่ตำบลแม่ลา |
| ลักษณะเด่น | วัดชุมชนลำน้ำแม่ลา มีวิหารหลวงพ่อฟุ้ง อุโบสถประดับถ้วยชามสังคโลก เบี้ยแก้ขนาดใหญ่ พื้นที่ให้อาหารปลา และบรรยากาศวัดท้องถิ่นสงบเรียบง่าย |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์ / สิ่งสำคัญ | หลวงพ่อฟุ้ง อุตฺตโม เบี้ยแก้ขนาดใหญ่ อุโบสถเก่าผนังถ้วยชามสังคโลก และท้าวเวสสุวรรณไม้ตะเคียนในพื้นที่วัด |
| เรื่องเล่าท้องถิ่น | วัดสะเดาเคยเป็นที่รู้จักจากเรื่องวัวแสนรู้ชื่อสีนวล ซึ่งเดินตามพระออกบิณฑบาต กินข้าวก้นบาตร และชอบกินน้ำอัดลม เป็นเรื่องเล่าที่สร้างสีสันให้วัดในความทรงจำของผู้คน |
| การเดินทาง | อยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 6 กม. เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น โดยใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์ในตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน และยังเป็นสถานที่สักการะกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสิงห์บุรี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ช่วงกลางวันและช่วงเวลาที่วัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ พื้นที่ไหว้พระ วิหาร อุโบสถ พื้นที่ชมลำแม่ลา พื้นที่ให้อาหารปลา และร้านอาหารชุมชนบริเวณใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | วิหารหลวงพ่อฟุ้ง อุโบสถผนังถ้วยชามสังคโลก เบี้ยแก้ขนาดใหญ่ พื้นที่ท้าวเวสสุวรรณไม้ตะเคียน จุดชมลำแม่ลา และพื้นที่ให้อาหารปลา |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูวรธรรมโสภณ |
| เว็บไซต์ / เพจทางการที่เกี่ยวข้อง | ข้อมูลวัดจากแหล่งคณะสงฆ์ แหล่งท่องเที่ยว แหล่งข่าวท้องถิ่น และแผนที่สาธารณะ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดแหลมคาง ประมาณ 4 กม. 2. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ประมาณ 5 กม. 3. วัดพิกุลทอง ประมาณ 6 กม. 4. วัดโพธิ์เก้าต้น ประมาณ 8 กม. 5. อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประมาณ 8 กม. 6. วัดโพธิ์รัตนราม หรือ วัดโพธิ์ชนไก่ ประมาณ 10 กม. 7. ตลาดประชารัฐบ้านโคกวัด ประมาณ 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ก๋วยเตี๋ยวริมน้ำ วัดสะเดา ประมาณ 1 กม. 2. บ้านสวนแม่ลาการ้อง ประมาณ 3 กม. โทร. 036-501-047, 081-448-3678 3. แม่ลาปลาเผา ประมาณ 6 กม. โทร. 036-813-701, 080-910-8563 4. ไพบูลย์ไก่ย่าง ประมาณ 7 กม. โทร. 09-9104-0362, 0-3651-2132 5. ร้านอาหารรำพึง ประมาณ 8 กม. โทร. 0-3652-0757 6. ร้านเจริญทิพย์ ประมาณ 8 กม. โทร. 0-3651-2539 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. อิงแม่ลารีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 036-510-408 2. โฮมสเตย์สิงห์บุรี ประเทศไทย ประมาณ 6 กม. 3. โกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 036-521-891, 089-801-9719 4. โรงแรมไชยแสงพาเลส ประมาณ 8 กม. โทร. 036-520-904, 084-541-4466 5. ตะวันนารีสอร์ท สิงห์บุรี ประมาณ 13 กม. โทร. 092-919-1594 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสะเดาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสะเดาตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 6 กม.
ถาม: วัดสะเดามีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือวิหารหลวงพ่อฟุ้ง อุโบสถเก่าผนังถ้วยชามสังคโลก เบี้ยแก้ขนาดใหญ่ จุดชมลำแม่ลา และเรื่องเล่าวัวแสนรู้ที่เคยเดินตามพระบิณฑบาต
ถาม: หลวงพ่อฟุ้ง วัดสะเดา คือใคร?
ตอบ: หลวงพ่อฟุ้ง อุตฺตโม เป็นพระเถระสำคัญของวัดสะเดาและจังหวัดสิงห์บุรี ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาและนิยมมากราบสักการะที่วิหารหลวงพ่อฟุ้งภายในวัด
ถาม: โบสถ์วัดสะเดามีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: อุโบสถเก่าของวัดสะเดามีอายุราว 100 ปี และฝาผนังตกแต่งด้วยถ้วยชามสังคโลกเก่าอย่างสวยงาม เป็นงานศิลปกรรมพื้นถิ่นที่หาชมได้ยาก
ถาม: เรื่องวัว 5 ขาของวัดสะเดาเป็นอย่างไร?
ตอบ: วัดสะเดาเคยมีเรื่องเล่าวัวแสนรู้ชื่อสีนวลที่เดินตามพระออกบิณฑบาต กินข้าวก้นบาตร และชอบกินน้ำอัดลม เรื่องนี้กลายเป็นสีสันทางความทรงจำของวัดและชุมชน
ถาม: วัดสะเดาเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดสะเดาไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ทำบุญ ชมอุโบสถ และชมบรรยากาศลำแม่ลาได้ตามช่วงเวลาที่วัดเปิดให้สักการะ
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปวัดสะเดา?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่สัมผัสงานประดับถ้วยชามสังคโลกโดยไม่จำเป็น
ถาม: เที่ยววัดสะเดาแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดแหลมคาง วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพิกุลทอง วัดโพธิ์เก้าต้น อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน และตลาดประชารัฐบ้านโคกวัดได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว




