หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี >อ.ท่าช้าง >ต.โพประจักษ์ > เรือมาดวัดจำปาทอง
TL;DR: เรือมาดวัดจำปาทอง อยู่ที่วัดจำปาทอง หมู่ 5 ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี เปิดทุกวัน เวลา เปิดให้เข้าชมภายนอกได้ตลอดวัน. จุดเด่นคือ เป็นเรือมาดเก๋ง ประเภทเรือแจว สะท้อนวัฒนธรรมการเดินทางทางน้ำของภาคกลางและประวัติศาสตร์การรับเสด็จ.

สิงห์บุรี

เรือมาดวัดจำปาทอง

เรือมาดวัดจำปาทอง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมภายนอกได้ตลอดวัน
 
เรือมาดวัดจำปาทอง สิงห์บุรี เป็นหนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่สำคัญของอำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ตั้งอยู่ภายในวัดจำปาทอง หมู่ 5 ตำบลโพประจักษ์ ริมพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางที่มีความผูกพันกับสายน้ำน้อยและวิถีการเดินทางทางน้ำมาอย่างยาวนาน เรือมาดลำนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเกี่ยวข้องกับพระราชประวัติการเสด็จประพาสทางน้ำของพระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสลำน้ำน้อยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ร.ศ. 127 เพื่อสดับพระธรรมเทศนามหาชาติชาดก กัณฑ์ชูชก และเหตุการณ์เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่าแล้วมาประทับพักร้อนที่วัดจำปาทองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2459 ปัจจุบันเรือมาดวัดจำปาทองจึงไม่ได้เป็นเพียงเรือเก่าแก่ของชุมชน แต่เป็นวัตถุพยานที่บันทึกความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนัก สายน้ำ พระพุทธศาสนา และชุมชนท้องถิ่นในสิงห์บุรีไว้อย่างมีคุณค่า
 
วัดจำปาทองเป็นวัดราษฎร์ในตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ภายในวัดมีสิ่งสำคัญหลายอย่าง ทั้งเรือมาดเก๋งที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสล่องแม่น้ำน้อย พระนอนองค์ใหญ่ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ และพื้นที่วัดที่ยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านในตำบลโพประจักษ์และพื้นที่ใกล้เคียง ความโดดเด่นของวัดจำปาทองอยู่ที่การเป็นสถานที่ซึ่งเชื่อมโยงเรื่องราวประวัติศาสตร์ระดับชาติและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเรือมาดเป็นพาหนะที่สะท้อนการเดินทางทางน้ำ ขณะที่วัดเป็นพื้นที่ทางศาสนาที่รองรับพิธีกรรม การฟังธรรม และการรวมตัวของชุมชน
 
เรือมาดเป็นเรือพื้นถิ่นของภาคกลางที่ผูกพันกับแม่น้ำ ลำคลอง และวิถีชีวิตของผู้คนริมฝั่งน้ำมาอย่างยาวนาน โดยทั่วไปเรือมาดเป็นเรือไม้ขุดหรือเรือไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้เดินทางในลำน้ำ มีลักษณะมั่นคง ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานในแม่น้ำสายย่อยหรือคลองธรรมชาติ เรือมาดที่วัดจำปาทองมีลักษณะเป็นเรือมาดเก๋ง ประเภทเรือแจว ชื่อว่า “เรือจำปาทองสิงห์บุรี” ความสำคัญของเรือลำนี้จึงอยู่ทั้งในฐานะเรือโบราณและในฐานะเรือที่เกี่ยวข้องกับการรับเสด็จทางน้ำ ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้เห็นภาพการเดินทางของเจ้านายและขบวนเสด็จในยุคที่สายน้ำยังเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของภาคกลาง
 
เหตุการณ์สำคัญครั้งแรกที่ทำให้เรือมาดวัดจำปาทองมีความหมายโดดเด่นคือการเกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสลำน้ำน้อยของรัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ร.ศ. 127 การเสด็จประพาสครั้งนั้นมิได้เป็นเพียงการเดินทางผ่านพื้นที่ แต่สัมพันธ์กับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน เพราะพระองค์เสด็จมาสดับรับฟังพระธรรมเทศนามหาชาติชาดก กัณฑ์ชูชก มหาชาติชาดกเป็นคัมภีร์สำคัญในประเพณีเทศน์มหาชาติของสังคมไทย โดยเฉพาะภาคกลางที่นิยมจัดเทศน์มหาชาติเป็นงานบุญใหญ่ของวัดและชุมชน การที่เรือมาดลำนี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้เรือเป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ศรัทธาและวัฒนธรรมการฟังธรรมในท้องถิ่น
 
กัณฑ์ชูชกในมหาชาติชาดกเป็นตอนที่มีชื่อเสียงมาก เนื้อหากล่าวถึงตัวละครชูชกซึ่งมีบทบาทสำคัญในเรื่องพระเวสสันดรชาดก การเทศน์กัณฑ์ชูชกมักเป็นตอนที่ผู้ฟังจดจำได้ดี เพราะมีทั้งคติธรรม การเปรียบเทียบพฤติกรรมมนุษย์ และการเล่าเรื่องที่เข้าถึงผู้คน การที่วัดจำปาทองเกี่ยวข้องกับการสดับพระธรรมเทศนามหาชาติในเส้นทางเสด็จประพาสลำน้ำน้อย ทำให้สถานที่แห่งนี้มีมิติทางวัฒนธรรมที่ลึกกว่าการเป็นวัดชุมชนทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสำคัญของงานบุญ การเทศน์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในยุคนั้น
 
ต่อมาเรือมาดวัดจำปาทองยังเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในรัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่าและมาประทับพักร้อนที่วัดจำปาทองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2459 เหตุการณ์นี้ช่วยยืนยันความสำคัญของวัดจำปาทองในฐานะจุดหมายริมลำน้ำที่มีบทบาทต่อการเดินทางของราชสำนักในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ตอนปลายถึงต้นศตวรรษที่ 20 การประทับพักร้อนที่วัดสะท้อนว่าวัดจำปาทองเป็นพื้นที่ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ความสงบ และความสำคัญเชิงชุมชน เหมาะแก่การเป็นจุดพักระหว่างการเสด็จประพาสในภูมิภาคลุ่มน้ำภาคกลาง
 
คุณค่าของเรือมาดวัดจำปาทองจึงครอบคลุมหลายมิติ มิติแรกคือคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทย 2 รัชกาล มิติที่สองคือคุณค่าทางวัฒนธรรมทางน้ำ เพราะช่วยสะท้อนภาพการคมนาคมในอดีตก่อนที่ถนนจะเข้ามาแทนที่บทบาทของแม่น้ำและคลอง มิติที่สามคือคุณค่าทางศาสนา เพราะเหตุการณ์สำคัญของเรือสัมพันธ์กับการสดับพระธรรมเทศนามหาชาติ และมิติสุดท้ายคือคุณค่าทางชุมชน เพราะวัดจำปาทองยังเป็นพื้นที่ที่คนท้องถิ่นใช้ทำบุญ ประกอบพิธีกรรม และรักษาความทรงจำร่วมของบ้านจำปาทองและตำบลโพประจักษ์
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรือมาดวัดจำปาทองเป็นจุดศึกษาเรื่อง “สายน้ำกับราชสำนัก” ได้อย่างชัดเจน ลำน้ำน้อยเป็นหนึ่งในลำน้ำสำคัญของพื้นที่สิงห์บุรีและจังหวัดใกล้เคียง ทำหน้าที่เชื่อมโยงชุมชน วัด ตลาด และเส้นทางเดินทางในอดีต การที่เรือมาดลำหนึ่งได้รับการรักษาไว้ในวัดจึงช่วยให้เห็นภาพว่าสายน้ำไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่รองรับพระราชกรณียกิจ งานบุญ การค้า การเดินทาง และความสัมพันธ์ของชุมชนหลายชั่วอายุคน
 
เมื่อมาเยือนวัดจำปาทอง นักท่องเที่ยวควรให้เวลากับการชมเรือมาดอย่างละเอียด สังเกตรูปทรงของเรือ ความเป็นเรือเก๋ง ลักษณะการใช้งาน และบริบทของการเก็บรักษาภายในวัด การมองเรือมาดในฐานะวัตถุทางวัฒนธรรมจะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมเรือไม้ลำหนึ่งจึงมีความหมายมากกว่าความเก่าแก่ เพราะเรือลำนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ระหว่างเรื่องเล่าของชุมชนกับประวัติศาสตร์ราชสำนัก และระหว่างวัฒนธรรมทางน้ำกับพุทธศาสนาในพื้นที่ภาคกลาง
 
นอกจากเรือมาดแล้ว วัดจำปาทองยังมีพระนอนองค์ใหญ่ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนควรสักการะ พระนอนเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศิลป์ที่สัมพันธ์กับพุทธประวัติตอนปรินิพพานและมักสะท้อนแนวคิดเรื่องความสงบ ความปล่อยวาง และการระลึกถึงธรรม ภายในวัดยังมีพื้นที่สำหรับทำบุญ ไหว้พระ และร่วมกิจกรรมทางศาสนาตามโอกาส จึงเหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และผู้ที่ต้องการเดินทางมาทำบุญอย่างสงบ
 
บรรยากาศของวัดจำปาทองมีลักษณะเรียบง่ายแบบวัดชุมชนภาคกลาง ไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จุดเด่นคือความสงบ ความเป็นท้องถิ่น และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในวัตถุสำคัญของวัด ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงวิถีของชุมชนที่ยังคงผูกพันกับวัดเป็นศูนย์กลาง ทั้งการทำบุญ งานกฐิน งานบุญประจำปี และการดูแลรักษามรดกของวัดร่วมกัน การเที่ยววัดจำปาทองจึงเหมาะกับคนที่ต้องการเข้าใจสิงห์บุรีในมุมที่ลึกกว่าการแวะวัดใหญ่หรือจุดถ่ายภาพยอดนิยม
 
ในแง่การวางแผนเที่ยว วัดจำปาทองสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ร่วมกับสถานที่สำคัญอื่น ๆ ในจังหวัดสิงห์บุรีได้ เช่น วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพิกุลทอง วัดม่วงชุม วัดไทร และอุทยานวีรชนค่ายบางระจัน หากเริ่มต้นจากตัวเมืองสิงห์บุรี นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังอำเภอท่าช้างเพื่อชมเรือมาดวัดจำปาทอง แล้วต่อไปยังวัดหรือแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อื่นในจังหวัดได้ภายในวันเดียว เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์อยุธยา–รัตนโกสินทร์ และวิถีลุ่มน้ำภาคกลาง
 
การเดินทาง ไปวัดจำปาทองสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทางจากตัวเมืองสิงห์บุรีมุ่งหน้าไปอำเภอท่าช้าง แล้วเข้าสู่ตำบลโพประจักษ์ วัดตั้งอยู่บริเวณหมู่ 5 สามารถใช้พิกัดแผนที่หรือค้นหาชื่อ “วัดจำปาทอง สิงห์บุรี” เพื่อช่วยนำทางได้ ระยะทางจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปยังวัดอยู่ในระยะที่เหมาะกับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงสายหลักขึ้นสู่จังหวัดสิงห์บุรี แล้วต่อเส้นทางท้องถิ่นเข้าสู่อำเภอท่าช้างได้
 
ข้อควรรู้สำหรับการเข้าชมคือ วัดจำปาทองเป็นศาสนสถานและเป็นพื้นที่ชุมชน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยความสำรวม ไม่ปีนป่ายหรือจับต้องโบราณวัตถุและเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการถ่ายภาพควรเคารพพื้นที่ประกอบศาสนกิจของวัดและหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาปฏิบัติธรรม การชมเรือมาดควรมองในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องช่วยกันรักษา เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เรื่องราวของรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 ลำน้ำน้อย และวัดจำปาทองต่อไป
 
โดยสรุป เรือมาดวัดจำปาทองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดสิงห์บุรี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตามรอยเสด็จประพาสทางน้ำ เรียนรู้วัฒนธรรมเรือพื้นบ้านภาคกลาง และทำความเข้าใจบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชน วัตถุสำคัญอย่างเรือมาดจำปาทองสิงห์บุรีช่วยให้ประวัติศาสตร์กลายเป็นสิ่งที่สัมผัสได้จริง ไม่ได้เป็นเพียงตัวอักษรในหนังสือ แต่เป็นมรดกที่ยังอยู่ในพื้นที่และยังคงเล่าเรื่องผ่านวัด สายน้ำ และความทรงจำของผู้คนในท้องถิ่น
 
ชื่อสถานที่เรือมาดวัดจำปาทอง สิงห์บุรี
ที่ตั้งวัดจำปาทอง หมู่ 5 ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี
ที่อยู่หมู่ 5 ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี 16140
พิกัดQ9VW+V9C ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี
ไฮไลต์เรือมาดเก๋งชื่อเรือจำปาทองสิงห์บุรี เกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสลำน้ำน้อยของรัชกาลที่ 5 และการเสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่าของรัชกาลที่ 6
ประวัติ / สมัย / ยุคเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันที่ 25 ตุลาคม ร.ศ. 127 เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสลำน้ำน้อยเพื่อสดับพระธรรมเทศนามหาชาติชาดก กัณฑ์ชูชก และวันที่ 19 กันยายน 2459 เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่าและมาประทับพักร้อนที่วัดจำปาทอง
ที่มาของชื่อชื่อเรือจำปาทองสิงห์บุรีสัมพันธ์กับวัดจำปาทองและพื้นที่บ้านจำปาทองในตำบลโพประจักษ์
ลักษณะเด่นเป็นเรือมาดเก๋ง ประเภทเรือแจว สะท้อนวัฒนธรรมการเดินทางทางน้ำของภาคกลางและประวัติศาสตร์การรับเสด็จ
สิ่งสำคัญภายในวัดเรือมาดเก๋งจำปาทองสิงห์บุรี พระนอนองค์ใหญ่ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปยังอำเภอท่าช้าง แล้วเข้าสู่ตำบลโพประจักษ์ สามารถค้นหา “วัดจำปาทอง สิงห์บุรี” ในแผนที่นำทาง
สถานะปัจจุบันเป็นวัดราษฎร์และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญและชมสถานที่ตามความเหมาะสม
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการเปิดให้เข้าชมภายนอกได้ตลอดวัน
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ไหว้พระ พื้นที่จอดรถภายในวัด และพื้นที่พักผ่อนตามบริเวณวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพื้นที่จัดเก็บเรือมาด พระนอน วิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ และเขตสังฆาวาส
เว็บไซต์ / เพจทางการเพจวัดจำปาทอง @WatJampaThong16140
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดม่วงชุม ประมาณ 5 กม.
2. วัดไทร ประมาณ 8 กม.
3. วัดพิกุลทอง ประมาณ 11 กม.
4. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ประมาณ 17 กม.
5. อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน ประมาณ 26 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารริมน้ำน้อยในอำเภอท่าช้าง ประมาณ 3 กม.
2. ร้านอาหารท้องถิ่นตำบลโพประจักษ์ ประมาณ 3 กม.
3. ร้านอาหารย่านวัดพิกุลทอง ประมาณ 11 กม.
4. ร้านอาหารในตัวเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 18 กม.
5. ร้านอาหารย่านวัดพระนอนจักรสีห์ ประมาณ 17 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. ที่พักในอำเภอท่าช้าง ประมาณ 4 กม.
2. ที่พักย่านวัดพิกุลทอง ประมาณ 11 กม.
3. ที่พักใกล้วัดพระนอนจักรสีห์ ประมาณ 17 กม.
4. โรงแรมในตัวเมืองสิงห์บุรี ประมาณ 18 กม.
5. รีสอร์ทในเส้นทางสิงห์บุรี–ชัยนาท ประมาณ 20 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เรือมาดวัดจำปาทองอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เรือมาดวัดจำปาทองอยู่ภายในวัดจำปาทอง หมู่ 5 ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี
 
ถาม: เรือมาดวัดจำปาทองสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นเรือมาดเก๋งที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสลำน้ำน้อยของรัชกาลที่ 5 และการเสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่าของรัชกาลที่ 6 จึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นสูง
 
ถาม: รัชกาลที่ 5 เสด็จมาวัดจำปาทองในเหตุการณ์ใด?
ตอบ: รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสลำน้ำน้อยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ร.ศ. 127 เพื่อสดับพระธรรมเทศนามหาชาติชาดก กัณฑ์ชูชก
 
ถาม: รัชกาลที่ 6 เกี่ยวข้องกับวัดจำปาทองอย่างไร?
ตอบ: รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่าและมาประทับพักร้อนที่วัดจำปาทองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2459
 
ถาม: ภายในวัดจำปาทองมีสิ่งสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีเรือมาดเก๋งจำปาทองสิงห์บุรี พระนอนองค์ใหญ่ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน
 
ถาม: ไปวัดจำปาทองต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม สามารถเข้าทำบุญและชมพื้นที่วัดได้ตามความเหมาะสม
 
ถาม: ควรเที่ยววัดจำปาทองร่วมกับที่ใด?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดม่วงชุม วัดไทร วัดพิกุลทอง วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร และอุทยานวีรชนค่ายบางระจันได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(42)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(2)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(7)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)