หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี >อ.เสาไห้
>ต.ต้นตาล
> วัดเขาแก้ววรวิหาร
TL;DR: วัดเขาแก้ววรวิหาร อยู่ที่ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08:30 - 16:30 น. จุดเด่นคือ เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองสูงราว 34 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุสาวก มีเจดีย์บริวารสี่ทิศ และพระอุโบสถทรงไทยหลังคาซ้อน 2 ชั้น.
วัดเขาแก้ววรวิหาร
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:30 - 16:30 น.
วัดเขาแก้ววรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และภูมิทัศน์ของพื้นที่ เพราะตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ริมแม่น้ำป่าสัก รายล้อมด้วยธรรมชาติที่สงบงาม ทำให้วัดแห่งนี้เป็นทั้งศาสนสถานสำคัญและจุดหมายของผู้ที่ชอบเที่ยววัดในบรรยากาศเงียบสงบของสระบุรี
ประวัติของวัดเขาแก้ววรวิหารสืบย้อนไปได้ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเดิมเป็นวัดราษฎร์ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2171 ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์เสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรีและเตรียมเสด็จต่อไปยังพระพุทธฉาย ได้ทรงแวะพักไพร่พลที่พลับพลาบริเวณหินลาดวัดเขาแก้ว และทรงเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้มีชัยภูมิที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะอยู่บนภูเขาเล็กที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ งดงามและสงบ เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม
จากพระราชดำริครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เป็นแม่กองควบคุมการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัด โดยมีการนำเครื่องบนและวัสดุก่อสร้างจากกรุงเทพฯ มาปรับปรุงพระอุโบสถเดิมให้ใหญ่ขึ้น ก่อกำแพงรอบพระอุโบสถใหม่ สร้างกุฏิทางทิศเหนือของพระเจดีย์ และบูรณะองค์พระเจดีย์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมทั้งทรงสถาปนาวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า “วัดคีรีรัตนาราม” ก่อนที่ภายหลังสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จะทรงเห็นว่าชื่อนี้เป็นคำมคธ จึงเปลี่ยนเป็นคำไทยว่า “วัดเขาแก้ว” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเด่นที่มองเห็นได้ทันทีเมื่อมาถึงวัดคือ องค์เจดีย์สีขาว ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา มีรูปลักษณะเป็นทรงไทยห้ายอด งดงามสะดุดตาและกลายเป็นภาพจำของวัดเขาแก้ววรวิหารมาจนถึงทุกวันนี้ ในอดีตบริเวณหน้าวัดยังเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในคราวเสด็จประพาสหัวเมือง ยิ่งทำให้พื้นที่แห่งนี้มีมิติทางประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งมากขึ้น
บันไดทางขึ้นวัดเป็นอีกองค์ประกอบที่มีเสน่ห์มาก เพราะเป็นบันไดนาคหันเศียรกลับ ราวบันไดคือลำตัวนาคประดับกระจกสีงดงาม เพิ่มความรู้สึกสง่าให้กับทางขึ้นสู่ลานพระเจดีย์ เหนือซุ้มประตูมีรูปสิงห์ยืนคุมอยู่ ส่วนทวารบาลเป็นรูปทหารแต่งเครื่องแบบอย่างตะวันตก ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สะท้อนการผสมผสานของศิลปกรรมไทยกับอิทธิพลต่างชาติในยุคที่มีการบูรณะวัดอย่างจริงจัง
องค์พระเจดีย์เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง สูงราว 34 เมตร เหนือขึ้นไปบริเวณบัลลังก์ทำเป็นบัวกลุ่ม รอบองค์เจดีย์มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปหินในปางต่าง ๆ เดิมมีทั้งสีดำ สีขาว และสีเขียว ปัจจุบันส่วนใหญ่ปรับเป็นสีเหลืองทอง เหลือเพียง 1 องค์ที่ยังคงเป็นสีดำให้เห็นถึงร่องรอยเดิมของงานประติมากรรม บริเวณฐานยังมีเจดีย์บริวารล้อมรอบทั้งสี่ทิศ ทำให้พื้นที่โดยรอบองค์เจดีย์ดูสมบูรณ์และมีจังหวะทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก
ระหว่างองค์เจดีย์ใหญ่กับหอระฆังยังมี เจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็ก ซึ่งเป็นจุดที่ผู้มาเยือนมักแวะชมและสักการะ ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปทรงเครื่อง ด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ส่วนด้านทิศตะวันตกประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ทำให้การเดินชมพื้นที่รอบองค์เจดีย์ไม่ใช่เพียงการชมสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นการเดินผ่านจุดสักการะสำคัญหลายแห่งในเส้นทางเดียวกัน
สำหรับ พระอุโบสถ ตามทะเบียนวัดของทางราชการระบุว่าผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2312 ตัวอาคารเป็นทรงไทยก่ออิฐถือปูน หลังคาซ้อน 2 ชั้น มีมุขลด 1 ขั้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนมุขโถงปูพื้นด้วยอิฐหน้าวัว ขณะที่พื้นภายในพระอุโบสถปูด้วยหินอ่อน เครื่องบนเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องและประดับช่อฟ้าอย่างเรียบร้อย บริเวณพัทธสีมามีขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 23 เมตร และมีกำแพงแก้วล้อมรอบอย่างเป็นสัดส่วน ช่วยขับให้องค์อุโบสถดูโดดเด่นท่ามกลางพื้นที่บนเขา
สิ่งที่ทำให้วัดเขาแก้ววรวิหารน่าสนใจมากกว่าวัดทั่วไป คือการที่วัดแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงประวัติความเก่าแก่หรือองค์เจดีย์อันโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์จากสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพราะเมื่อขึ้นมาถึงลานวัดแล้วจะเห็นมุมมองของธรรมชาติและชุมชนโดยรอบอย่างเปิดกว้าง บรรยากาศสงบ ลมพัดสบาย และเหมาะกับการนั่งพักใจ ทำบุญ หรือเดินชมงานสถาปัตยกรรมแบบไม่เร่งรีบ
ในเชิงการท่องเที่ยว วัดเขาแก้ววรวิหารเป็นวัดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในสระบุรีที่มีทั้งเรื่องเล่า ความเก่าแก่ มุมถ่ายภาพสวย และความสงบในแบบวัดโบราณ ผู้ที่ชอบเที่ยววัดเก่ามักประทับใจกับความขาวเด่นขององค์เจดีย์บนเขา บันไดนาค และองค์ประกอบศิลป์ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ชัดเจน
การเดินทาง จากตัวเมืองสระบุรีสามารถใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอเสาไห้ แล้วเข้าสู่ตำบลต้นตาล วัดตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 1 ริมแม่น้ำป่าสัก และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ 6 กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด หากจัดทริปเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน สามารถรวมวัดเขาแก้ววรวิหารเข้ากับวัดเสาไห้ชลประทาน วัดจันทบุรี วัดสมุหประดิษฐาราม และตลาดต้าน้ำโบราณบ้านต้นตาลได้อย่างลงตัว
หากต้องการเที่ยวต่อหลังจากขึ้นชมเจดีย์และไหว้พระ พื้นที่รอบวัดและโซนเสาไห้ยังมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักหลายแห่งให้เลือก ทำให้วัดเขาแก้ววรวิหารเหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวสายบุญและผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของสระบุรีในมุมสงบงามกว่าที่หลายคนคุ้นเคย
| ชื่อสถานที่ | วัดเขาแก้ววรวิหาร |
| ที่ตั้ง | ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี |
| ที่อยู่ | เลขที่ 1 หมู่ 1 ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี 18160 |
| ไฮไลต์ | เจดีย์สีขาวทรงไทยห้ายอดบนเขา, บันไดนาคประดับกระจกสี, เจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็ก, พระพุทธบาทจำลอง, พระพุทธรูปหินรอบองค์เจดีย์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมเป็นวัดราษฎร์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2171 ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง |
| ลักษณะเด่น | เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองสูงราว 34 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุสาวก มีเจดีย์บริวารสี่ทิศ และพระอุโบสถทรงไทยหลังคาซ้อน 2 ชั้น |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสระบุรีมุ่งสู่อำเภอเสาไห้ แล้วเข้าสู่ตำบลต้นตาล วัดอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ 6 กม. เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและสักการะตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08:30 - 16:30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ, พื้นที่สักการะ, บันไดทางขึ้นเจดีย์, ห้องน้ำ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | องค์เจดีย์ใหญ่, เจดีย์บริวาร, เจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็ก, พระพุทธบาทจำลอง, พระอุโบสถ, หอระฆัง |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระวิสุทธิโสภณ (ประโยชน์ สุขุมาโล ป.ธ.7) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 036-332-863 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจวัดเขาแก้ววรวิหาร (พระอารามหลวง) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสมุหประดิษฐาราม - 9 กม. 2. วัดจันทบุรี - 9 กม. 3. วัดเสาไห้ชลประทาน - 8 กม. 4. วัดพะเยาว์ - 7 กม. 5. ตลาดต้าน้ำโบราณบ้านต้นตาล - 6 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านต้อมแควป่าสักสระบุรี - 5 กม. 2. ปากหม้อป้าถา - 8 กม. - โทร. 092-825-2595 3. ร้านอาหารบ้านสวนภู่ทอง - 8 กม. - โทร. 095-561-9282 4. ก๋วยเตี๋ยวยายรัก เสาไห้ - 10 กม. - โทร. 061-417-1426, 061-565-9509 5. LaoVien Cafe & Eatery - 11 กม. - โทร. 088-664-6926 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สระบุรีการ์เด้นรีสอร์ท - 5 กม. 2. River Residence Saraburi - 5 กม. 3. I Oon Resort Saraburi - 7 กม. 4. HOP INN Saraburi - 10 กม. - โทร. 083-996-5783 5. Maai Horm Boutique Resort - 18 กม. - โทร. 097-999-5890 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเขาแก้ววรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเขาแก้ววรวิหารตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ริมแม่น้ำป่าสัก และอยู่ไม่ไกลจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดเขาแก้ววรวิหารคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือเจดีย์สีขาวทรงไทยห้ายอดบนเขา บันไดนาคประดับกระจกสี และเจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็กที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
ถาม: วัดเขาแก้ววรวิหารเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08:30 - 16:30 น.
ถาม: วัดเขาแก้ววรวิหารสร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: เดิมเป็นวัดราษฎร์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2171 ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม และได้รับการบูรณะครั้งสำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ถาม: ภายในวัดมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: มีทั้งองค์เจดีย์ใหญ่ เจดีย์บริวาร พระพุทธรูปหินรอบองค์เจดีย์ เจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็ก พระพุทธบาทจำลอง และพระอุโบสถทรงไทยเก่าแก่
ถาม: ไปวัดเขาแก้ววรวิหารแล้วเที่ยวต่อที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่วัดสมุหประดิษฐาราม วัดจันทบุรี วัดเสาไห้ชลประทาน วัดพะเยาว์ และตลาดต้าน้ำโบราณบ้านต้นตาล
ถาม: มีร้านอาหารและที่พักใกล้วัดหรือไม่?
ตอบ: มีทั้งร้านอาหารและที่พักในโซนเสาไห้และตัวเมืองสระบุรี เช่น ร้านต้อมแควป่าสักสระบุรี ปากหม้อป้าถา สระบุรีการ์เด้นรีสอร์ท และ HOP INN Saraburi
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




