หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี >อ.แก่งคอย >ต.สองคอน > พระบวรราชวังสีทา
TL;DR: พระบวรราชวังสีทา อยู่ที่ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. จุดเด่นคือ เหลือร่องรอยฐานอาคารก่ออิฐฉาบปูน ชานประตู และพื้นที่เชื่อมไปยังบึงตลาดไชย บรรยากาศสงบแบบโบราณสถานกลางชุมชน.
พระบวรราชวังสีทา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 - 16.30 น.
พระบวรราชวังสีทา เป็นโบราณสถานสำคัญของตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ที่เชื่อมโยงกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด จุดเด่นของที่นี่คือการเป็นวังที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับและเป็นฐานเชื่อมต่อไปยังเขาคอก ซึ่งเคยถูกมองว่าเหมาะแก่การจัดเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติในยามศึกสงคราม แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงร่องรอยฐานก่ออิฐฉาบปูนและพื้นที่สาธารณะบางส่วน แต่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพระบวรราชวังสีทายังคงทรงคุณค่าอย่างมากสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นและภูมิหลังของสระบุรี
พระบวรราชวังสีทา ตั้งอยู่บริเวณบ้านสีทาเหนือ หมู่ 8 ตำบลสองคอน ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก ในพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยกว้างขวางมากถึงประมาณ 150 ไร่ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้นในช่วงเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ที่เมืองลพบุรี สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แถบลุ่มน้ำป่าสักและลพบุรีมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และการคมนาคมในยุคนั้นอย่างชัดเจน วังสีทาจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อน แต่ยังเป็นจุดประทับที่ผูกโยงกับแนวคิดการเตรียมราชธานีสำรองและการจัดการพื้นที่ส่วนในของบ้านเมืองในยามไม่ปกติด้วย
มูลเหตุสำคัญของการสร้างวังสีทามาจากแนวพระราชดำริเรื่องการเลือกทำเลที่มั่นในยามสงคราม เดิมมีการพิจารณาหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการตั้งราชธานีสำรอง พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จขึ้นไปตรวจเมืองนครราชสีมา แต่ทรงเห็นว่าภูมิประเทศไม่เหมาะสมเท่าที่ควร ก่อนจะทรงโปรดบริเวณเขาคอกในแขวงจังหวัดสระบุรี เพราะมีลักษณะเหมือนป้อมโดยธรรมชาติ เมื่อทรงเห็นว่าบ้านสีทาเป็นจุดที่เดินทางไปถึงเขาคอกได้สะดวก จึงโปรดให้สร้างที่ประทับขึ้นที่นี่ และเสด็จมาประทับอยู่เนือง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับพระราชกิจและการเสด็จไปยังเขาคอก
ความสำคัญของพระบวรราชวังสีทาจึงอยู่ที่บทบาทสองด้านในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือเป็นพระราชวังประทับพักแรมของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ อีกด้านหนึ่งคือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อไปสู่เขาคอกซึ่งมีลักษณะเป็นปราการธรรมชาติ การมีวังสีทาอยู่ริมแม่น้ำป่าสักยังสะท้อนว่าการคมนาคมทางน้ำมีบทบาทอย่างมาก เพราะแม่น้ำป่าสักเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญในอดีต ทั้งในด้านการเดินทาง การค้า และการเชื่อมต่อเมืองสำคัญในภาคกลาง
แม้ชื่อของพระบวรราชวังสีทาจะไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเท่าพระนารายณ์ราชนิเวศน์หรือโบราณสถานสำคัญอื่น ๆ ในภาคกลาง แต่เมื่อพิจารณาในเชิงประวัติศาสตร์แล้ว ที่นี่เป็นหลักฐานชั้นดีของพระราชบทบาทของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้มีพระราชสถานะสำคัญอย่างยิ่งในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์ไม่ได้ทรงมีบทบาทเฉพาะในราชสำนักกลาง หากยังทรงเกี่ยวข้องกับการจัดภูมิศาสตร์การเมืองและความมั่นคงของบ้านเมืองในระดับพื้นที่ด้วย วังสีทาจึงเป็นสถานที่ที่ช่วยให้มองเห็นประวัติศาสตร์ไทยในมุมที่ลึกขึ้นกว่าเรื่องเล่าทั่วไป
ลักษณะของวังสีทาในอดีตสันนิษฐานว่าเป็นพระตำหนักและสิ่งปลูกสร้างเครื่องไม้ โดยมีฐานก่ออิฐฉาบปูนเป็นส่วนรองรับ ซากที่ยังพอปรากฏบ่งชี้ว่าฐานอาคารมีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 10 วา ยาวประมาณ 20 วา และน่าจะสร้างขึ้น 2 หลัง ตัวอิฐในสมัยนั้นมีขนาดใหญ่และแข็งแรงมาก เป็นอิฐหนาประมาณ 4 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว รายละเอียดเช่นนี้ทำให้ผู้สนใจโบราณคดีมองเห็นได้ว่า แม้สิ่งปลูกสร้างหลักจะสูญไปแล้ว แต่ฐานรากที่หลงเหลือยังบอกเล่าขนาด ความตั้งใจ และมาตรฐานงานก่อสร้างในยุคนั้นได้อย่างดี
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้รื้อตำหนักบางส่วนลงไปสร้างวังพระราชทานพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ส่วนที่เหลือก็ทยอยผุพังสูญหายไปตามกาลเวลา ด้วยเหตุนี้พระบวรราชวังสีทาจึงไม่เหลือภาพพระราชวังสมบูรณ์ให้เห็นเหมือนโบราณสถานบางแห่ง แต่กลับเหลืออยู่ในลักษณะของร่องรอยฐานอาคารและภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่ผู้มาเยือนต้องใช้จินตนาการประกอบกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์จึงจะเห็นภาพอดีตได้ชัดขึ้น
ต่อมาพื้นที่เดิมของวังส่วนใหญ่กลับกลายเป็นที่ทำกินของชาวบ้าน มีการปลูกข้าวโพดและใช้ที่ดินในลักษณะเกษตรกรรม จนร่องรอยโบราณสถานหลายส่วนถูกกระทบและเลือนหายไปมาก สิ่งที่ยังพอรักษาไว้ได้คือพื้นที่สาธารณะประมาณ 4 ไร่เศษ ซึ่งเคยมีการกันพื้นที่โดยผู้นำท้องถิ่น เพื่อให้ซากที่ยังเหลืออยู่ไม่ถูกทำลายจนหมดสิ้น รายละเอียดนี้สะท้อนความเปราะบางของโบราณสถานท้องถิ่นหลายแห่งในไทย ที่แม้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง แต่การอนุรักษ์ในทางปฏิบัติกลับต้องพึ่งพาความร่วมมือจากชุมชนอย่างมาก
จุดที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่งของพระบวรราชวังสีทาคือ บึงตลาดไชย ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัววัง ห่างออกไปราว 100 เมตร ปัจจุบันบริเวณนี้ยังสัมพันธ์กับเรื่องเล่าท้องถิ่นอย่างแนบแน่น ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นจุดที่พระองค์ทรงใช้เป็นที่ประทับสรงน้ำ และเป็นบริเวณชุมนุมของเหล่าสนมกำนัลฝ่ายในเมื่อเสด็จมาพักแรมในฤดูร้อน เรื่องเล่านี้ทำให้บึงตลาดไชยไม่ใช่เพียงองค์ประกอบภูมิทัศน์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางสังคมที่ช่วยเติมชีวิตให้กับโบราณสถาน
พระบวรราชวังสีทายังผูกโยงกับมิติทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนลาวในลุ่มน้ำป่าสักอย่างชัดเจน จากคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมา สนมกำนัลฝ่ายในของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ หลายคนมีความชำนาญในการแอ่วลาวอย่างยิ่ง และพระองค์เองก็ทรงสามารถเป่าแคนและแอ่วลาวได้ด้วย ถึงขั้นทรงพระราชนิพนธ์กลอนลำแอ่วลาวไว้หลายเล่มสมุดไทย เรื่องนี้ทำให้วังสีทาไม่ใช่เพียงวังประทับ แต่ยังเป็นพื้นที่ซึ่งสะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมและรสนิยมทางศิลปะดนตรีในราชสำนักอย่างน่าสนใจ
สำหรับนักอ่านประวัติศาสตร์ วังสีทามีคุณค่าเพราะช่วยเปิดภาพสังคมสมัยรัชกาลที่ 4 ในมิติที่ไม่ค่อยถูกเล่าบ่อยนัก นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักกลางกับท้องถิ่น การเลือกทำเลประทับนอกพระนคร การใช้ลำน้ำเป็นโครงข่ายการเดินทาง และอิทธิพลของวัฒนธรรมลาวในพื้นที่สระบุรี ลพบุรี และหัวเมืองใกล้เคียง ยิ่งเมื่ออ่านควบคู่กับข้อมูลเรื่องเขาคอกและพระพุทธบาทน้อย ก็จะเห็นว่าพื้นที่แถบนี้มีความสำคัญมากกว่าการเป็นทางผ่าน แต่เป็นภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เชื่อมศาสนา การเมือง และการคมนาคมเข้าด้วยกัน
บรรยากาศของพระบวรราชวังสีทาในปัจจุบันต่างจากภาพวังในราชสำนักอย่างสิ้นเชิง ผู้มาเยือนจะพบพื้นที่โล่ง เนินดิน ซากฐานอิฐ และบึงน้ำที่ยังพอช่วยให้จินตนาการถึงอดีตได้ ความเรียบง่ายของพื้นที่ทำให้การมาเยือนที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าการเที่ยวแบบสถานที่จัดแสดงเต็มรูปแบบ เพราะเสน่ห์ของวังสีทาอยู่ที่การค่อย ๆ อ่านภูมิประเทศและเชื่อมมันเข้ากับเรื่องราวในอดีต ไม่ได้อยู่ที่สิ่งก่อสร้างใหญ่โตตระการตา
อีกจุดที่ทำให้พระบวรราชวังสีทาแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวหลักของสระบุรี คือความเป็น “โบราณสถานเงียบสงบ” ที่ยังไม่ถูกทำให้เป็นเชิงพาณิชย์มากนัก ผู้สนใจสามารถแวะมาเพื่อทำความเข้าใจพื้นที่อย่างช้า ๆ มองร่องรอยก่ออิฐ บึงน้ำ เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้าน และจินตนาการถึงพระราชขบวนหรือการประทับพักแรมในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้อย่างเพลิดเพลิน การท่องเที่ยวลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึกและชอบเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์จริง
ในแง่ของการอนุรักษ์ พระบวรราชวังสีทาถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานมานานแล้ว และยังปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมรวมถึงหน้าแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของหน่วยงานท้องถิ่น ปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวด้านการดูแลพื้นที่อยู่เป็นระยะ เช่น การต้อนรับคณะศึกษาดูงานและกิจกรรมจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ยังไม่ถูกทอดทิ้ง และยังมีคุณค่าในสายตาของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรับรู้เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะช่วยยืนยันว่าพระบวรราชวังสีทายังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ไปเยือนได้ ไม่ใช่เพียงชื่อที่เหลืออยู่ในเอกสารเท่านั้น
ผู้ที่วางแผนมาเที่ยวพระบวรราชวังสีทาควรเข้าใจลักษณะของสถานที่ก่อน ที่นี่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบแหล่งท่องเที่ยวหลัก จึงเหมาะกับการเตรียมน้ำดื่ม อุปกรณ์กันแดด และรองเท้าที่เดินสบายมาเอง หากต้องการเที่ยวต่อในเส้นทางเดียวกัน สามารถเชื่อมกับรอยพระพุทธบาทน้อย วัดถ้ำพระธาตุเจริญธรรม เขาพระพุทธบาทน้อย หรือแวะเข้าแก่งคอยเพื่อหาร้านอาหารและที่พักได้สะดวก
การเดินทาง ไปพระบวรราชวังสีทาโดยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกที่สุด จากตัวเมืองสระบุรีใช้ถนนอดิเรกสารมุ่งหน้าอำเภอแก่งคอย แล้วเข้าพื้นที่ตำบลสองคอนตามเส้นทางท้องถิ่นไปบ้านสีทาเหนือ หากเริ่มจากอำเภอแก่งคอย ระยะทางจะสั้นลงและเชื่อมกับเส้นทางไปพระพุทธบาทน้อยได้ง่าย ผู้ที่ไม่คุ้นทางควรใช้แผนที่ออนไลน์ควบคู่กับการสอบถามข้อมูลจากองค์การบริหารส่วนตำบลสองคอนก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่เป็นโบราณสถานกลางชุมชน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีระบบทางเข้าแบบศูนย์บริการขนาดใหญ่
นักท่องเที่ยวที่อยากจัดทริปแบบหนึ่งวันสามารถวางเส้นทางเป็น “วังสีทา – บึงตลาดไชย – พระพุทธบาทน้อย – ถ้ำบ่อปลา – ตัวเมืองแก่งคอย” ได้ค่อนข้างลงตัว เส้นทางนี้ให้ทั้งมิติประวัติศาสตร์ ศาสนา ธรรมชาติ และวิถีชุมชนในวันเดียว โดยเฉพาะผู้ที่ชอบภูเขาหินปูนและแหล่งศรัทธาในพื้นที่สระบุรีตอนใน จะพบว่าตำบลสองคอนมีศักยภาพมากในฐานะจุดหมายเชิงวัฒนธรรมที่ยังคงความสงบ
หากมองในมุมการเขียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พระบวรราชวังสีทาเป็นตัวอย่างของสถานที่ที่ “เล็กในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ใหญ่ในความหมายทางประวัติศาสตร์” เพราะเมื่อประกอบข้อมูลเรื่องการสร้างวัง การเชื่อมต่อกับเขาคอก การใช้แม่น้ำป่าสัก การดำรงอยู่ของบึงตลาดไชย และเรื่องเล่าการแอ่วลาว ก็จะเห็นได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือจุดตัดของหลายมิติ ทั้งราชสำนัก ความมั่นคง ศิลปวัฒนธรรม และความทรงจำของชุมชน
ด้วยเหตุนี้ พระบวรราชวังสีทาจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่เที่ยวสระบุรีเชิงประวัติศาสตร์ที่ไม่ซ้ำใคร ไม่เร่งรีบ และมีเรื่องให้ค้นต่ออีกมาก ทุกย่างก้าวในพื้นที่อาจไม่ได้พาไปพบอาคารสมบูรณ์ แต่พาไปพบร่องรอยจริงของอดีต ซึ่งบางครั้งมีพลังมากกว่าสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการบูรณะจนใหม่เกินไปเสียอีก การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่แค่การมาเที่ยว แต่เป็นการมาอ่านอดีตบนผืนดินจริงของบ้านสีทาเหนือ ตำบลสองคอน จังหวัดสระบุรี
| ชื่อสถานที่ | พระบวรราชวังสีทา |
| ที่ตั้ง | ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี |
| ที่อยู่ | บ้านสีทาเหนือ หมู่ 8 ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี |
| พิกัด | 14.59389, 100.98111 |
| ไฮไลต์ | โบราณสถานวังประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เชื่อมโยงกับเขาคอกและลุ่มน้ำป่าสัก มีร่องรอยฐานอิฐและบึงตลาดไชย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 ราว พ.ศ. 2400 โดยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นที่ประทับและเชื่อมต่อการเสด็จไปยังเขาคอก |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามบ้านสีทา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตั้งพระราชวังริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก |
| ลักษณะเด่น | เหลือร่องรอยฐานอาคารก่ออิฐฉาบปูน ชานประตู และพื้นที่เชื่อมไปยังบึงตลาดไชย บรรยากาศสงบแบบโบราณสถานกลางชุมชน |
| การเดินทาง | เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสระบุรีใช้ถนนอดิเรกสารไปทางแก่งคอย แล้วเข้าตำบลสองคอนสู่บ้านสีทาเหนือ ควรใช้แผนที่ออนไลน์ควบคู่กับการสอบถามเส้นทางท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานขึ้นทะเบียน เหลือพื้นที่สาธารณะและร่องรอยซากฐานอาคาร ยังมีการดูแลพื้นที่และใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น |
| วันเปิดทำการ | ไม่ปรากฏข้อมูลวันเปิดทำการอย่างเป็นทางการ |
| เวลาเปิดทำการ | ไม่ปรากฏข้อมูลเวลาเปิดชมอย่างเป็นทางการ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พื้นที่อยู่ในเขตตำบลสองคอน และเกี่ยวข้องกับการดูแลด้านท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและโบราณสถาน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลสองคอน 0-3624-1608 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลสองคอน, Amazing Thailand |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) บึงตลาดไชย – 0.1 กม. 2) วัดสองคอนใต้ (หลวงพ่อทองสุก) – 5 กม. 3) รอยพระพุทธบาทน้อย – 10 กม. 4) วัดถ้ำพระธาตุเจริญธรรม (ถ้ำบ่อปลา) – 10 กม. 5) เขาพระพุทธบาทน้อย – 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) ครัวนพรัตน์ – 15 กม. โทร 081-947-1935 2) โรงสีกาแฟ แก่งคอย – 16 กม. โทร 086-440-3285, 036-251-261 3) ต้นกะเพรา แก่งคอย – 16 กม. โทร 095-495-0971 4) ทัตพร บุฟเฟ่ต์ แก่งคอย – 17 กม. 5) ร้านอาหารอร่อยดีดีแก่งคอย – 17 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) The Soul Resort – 10 กม. โทร 036-241-777, 099-782-1777 2) Sleep Box KaengKhoi – 16 กม. โทร 087-313-2588 3) Me and Tree Villa – 17 กม. โทร 081-414-4293 4) โรงแรมปั้นเงิน ปั้นทอง อินน์ รีสอร์ท 2 – 19 กม. โทร 036-340788 5) Green Love Garden Resort – 24 กม. โทร 098-169-3502 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระบวรราชวังสีทาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระบวรราชวังสีทาตั้งอยู่ที่บ้านสีทาเหนือ หมู่ 8 ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
ถาม: พระบวรราชวังสีทาสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับ และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังเขาคอกซึ่งมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์
ถาม: ปัจจุบันยังเห็นพระราชวังสมบูรณ์หรือไม่?
ตอบ: ปัจจุบันไม่เหลืออาคารวังสมบูรณ์แล้ว แต่ยังมีร่องรอยฐานอิฐฉาบปูน ชานประตู และภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์บางส่วนให้ชม
ถาม: บึงตลาดไชยเกี่ยวข้องกับวังสีทาอย่างไร?
ตอบ: บึงตลาดไชยอยู่ทางทิศใต้ของตัววัง ห่างประมาณ 100 เมตร และเป็นจุดที่มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าเคยใช้เป็นที่ประทับสรงน้ำและเป็นพื้นที่ฝ่ายในเมื่อเสด็จมาพักแรม
ถาม: ไปเที่ยวพระบวรราชวังสีทาแบบไหนสะดวกที่สุด?
ตอบ: รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะตัวโบราณสถานอยู่ในพื้นที่ชุมชนและเหมาะกับการใช้แผนที่ออนไลน์ร่วมกับการสอบถามเส้นทางท้องถิ่น
ถาม: พระบวรราชวังสีทาเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โบราณสถานท้องถิ่น และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของสระบุรี
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พระราชวัง
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




