หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม >อ.อัมพวา >ต.วัดประดู่ > วัดประดู่
TL;DR: วัดประดู่ อยู่ที่บ้านบางกระรี้ หมู่ 2 ตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นพระอารามหลวงที่รวมศาสนสถานเก่า พิพิธภัณฑ์ราชสำนัก พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย และหอศิลป์หัวโขนไว้ในพื้นที่เดียว.

สมุทรสงคราม

วัดประดู่

วัดประดู่

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00-17.00 น.
 
วัดประดู่ พระอารามหลวง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นวัดเก่าแก่ในอำเภออัมพวาที่มีทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และความสัมพันธ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพียงในฐานะพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสต้นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นที่เก็บรักษาเครื่องราชศรัทธาอันทรงคุณค่าจำนวนมาก ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จึงไม่ได้มาเพียงเพื่อไหว้พระทำบุญ แต่ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองแม่กลองผ่านสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวของวัดที่สืบเนื่องมาหลายยุคสมัย
 
วัดประดู่ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 2 บ้านบางกระรี้ ตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย และมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตัววัดตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนเก่าและสภาพแวดล้อมที่ยังคงกลิ่นอายของอัมพวาแบบดั้งเดิม ทำให้บรรยากาศโดยรวมสงบ ร่มรื่น และเหมาะกับทั้งการมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การศึกษาประวัติศาสตร์ และการเดินชมงานศิลปกรรมภายในวัดอย่างเต็มที่
 
ประวัติของวัดประดู่สืบย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของเมืองแม่กลอง แม้รายละเอียดเรื่องผู้สร้างดั้งเดิมจะไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ความสำคัญของวัดกลับชัดเจนขึ้นอย่างมากจากเหตุการณ์สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสต้นทางชลมารคมายังวัดแห่งนี้ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 และเสวยพระกระยาหารเช้าที่วัด เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นจุดสำคัญที่เชื่อมวัดประดู่เข้ากับประวัติศาสตร์ราชสำนักอย่างเป็นรูปธรรม และยังเป็นที่มาของเครื่องราชศรัทธาหลายชิ้นที่เก็บรักษาอยู่ในวัดมาจนถึงปัจจุบัน
 
สิ่งที่ทำให้วัดประดู่มีความพิเศษมากกว่าวัดทั่วไปในอัมพวา คือการเป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ศาสนาและประวัติศาสตร์ราชสำนักมาบรรจบกันอย่างชัดเจน หลังจากที่วัดได้รับพระราชทานเครื่องราชศรัทธาจากรัชกาลที่ 5 วัดก็ได้เก็บรักษาไว้ต่อเนื่องผ่านเจ้าอาวาสหลายสมัย จนกระทั่งใน พ.ศ. 2543 ได้มีการจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขึ้นอย่างเป็นทางการ อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นทรงไทย 2 ชั้น 5 หลังคาแฝด ปิดทองฝาสกลทั้งหลัง ให้ความรู้สึกสง่างามและสมฐานะของสิ่งของที่เก็บรักษาอยู่ภายใน
 
ภายในพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธาได้เก็บรักษาสิ่งของสำคัญจำนวนมาก เช่น พระแท่นบรรทม ตาลปัตรนามาภิไธยย่อ จปร. ตาลปัตรนารายณ์ทรงครุฑพร้อมปอกหลังสำหรับคลุม ตู้เล็ก ตู้ทึบ ปิ่นโต บาตรพร้อมฝาบาตรไม้ฝังมุกที่มีอักษรย่อ กี่ใส่ยาฉุน ถาดใส่ของ ตะเกียงเจ้าพายุ และนาฬิกาปารีส วัตถุเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านความเก่า แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดประดู่กับพระมหากษัตริย์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้อย่างชัดเจน จึงนับเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์วัดที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของสมุทรสงคราม
 
อีกอาคารที่มีความสำคัญคือ ศาลาเก๋งเรือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2541 เป็นศาลาทรงไทยชั้นเดียว ใช้เก็บรักษาเก๋งเรือพระราชทานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 รายละเอียดนี้ช่วยยืนยันว่าเหตุการณ์เสด็จประพาสต้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าประกอบประวัติวัด แต่ยังมีวัตถุและสถานที่เฉพาะที่ทำให้ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์จริงได้อย่างใกล้ชิด วัดประดู่จึงเป็นมากกว่าวัดเก่า แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของชาติ
 
นอกจากพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธาแล้ว ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งสร้างใน พ.ศ. 2548 ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น 4 หลังคาแฝด โดยชั้นบนสร้างด้วยไม้สักทองแบบฝาปะกน จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการเสด็จทรงเยี่ยมวัดประดู่ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2548 อาคารหลังนี้เพิ่มมิติทางประวัติศาสตร์สมัยใหม่ให้กับวัด และแสดงให้เห็นว่าวัดประดู่ยังคงมีความสำคัญในระดับคณะสงฆ์และสังคมไทยอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
 
อีกพื้นที่ที่น่าสนใจอย่างมากคือ ศูนย์สาธิตศิลปะการทำหัวโขนและเศียรครู หรือหอศิลป์ภายในวัด สร้างเมื่อ พ.ศ. 2548 ใช้เป็นพื้นที่แสดงขั้นตอนการทำและการฝึกทำหัวโขนกับเศียรครู จุดนี้ทำให้วัดประดู่มีบทบาทมากกว่าพื้นที่ทางศาสนา เพราะยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างจับต้องได้ ผู้มาเยือนไม่เพียงได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังได้เห็นมิติของงานช่างและศิลปกรรมไทยที่เชื่อมโยงกับนาฏศิลป์และครูช่างอย่างลึกซึ้งอีกด้วย
 
ภายในพระอุโบสถของวัดประดู่มีรายละเอียดทางศิลปกรรมที่โดดเด่นมาก ด้านหลังพระประธานตรงกลางเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงต้นพระศรีมหาโพธิ์ พร้อมภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ มีอัครสาวกอยู่เบื้องซ้ายและขวา ข้างหน้าต่างทั้งสองด้านประดับด้วยเทวดาหุ่นปั้นจำนวนมากในท่าทางแสดงความยินดีต่อการตรัสรู้ องค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำให้บรรยากาศในอุโบสถมีความสง่างามและเปี่ยมด้วยคติทางพุทธศิลป์แบบที่ผู้สนใจงานจิตรกรรมและประติมากรรมไทยจะมองเห็นคุณค่าได้ทันที
 
พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปโบราณสมัยอยุธยา ศิลปะแบบล้านช้าง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า พระพุทธเจ้าใหญ่ หรือ พระพุทธชินสีห์บารมีแสน ความสำคัญของพระประธานองค์นี้ไม่ได้อยู่เพียงในฐานะพระพุทธรูปเก่าแก่ หากยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนมาอย่างยาวนาน การที่วัดมีพระประธานศิลปะล้านช้างอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองยังสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนผ่านของรูปแบบศิลปกรรมและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างภูมิภาคในอดีตได้อย่างน่าสนใจ
 
ด้านนอกอุโบสถคือศาลาการเปรียญ ซึ่งมีภาพวาดบนผนังเพดานแบบดั้งเดิมสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย งานจิตรกรรมเหล่านี้วาดด้วยสีฝุ่นดินสอพอง และมีเนื้อหาหลากหลายตั้งแต่ภาพชุมนุมเทวดา ภาพหนุมานแผลงฤทธิ์เหินเวหา ภาพฤๅษี ภาพคนธรรพ์ ภาพหัวล้านชนกัน ไปจนถึงภาพพุทธประวัติ รายละเอียดเช่นนี้ทำให้วัดประดู่เป็นแหล่งชมงานจิตรกรรมที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสะท้อนทั้งรสนิยมเชิงศิลป์และโลกทัศน์ทางศาสนาของคนในอดีตได้อย่างมีชีวิตชีวา
 
บริเวณด้านหลังอุโบสถยังมีศาลาข้างน้ำ ซึ่งช่วยเติมเสน่ห์ของวัดประดู่ในฐานะวัดริมน้ำอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนนี้ให้บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักสายตาและซึมซับภูมิทัศน์ของอัมพวาแบบดั้งเดิม วัดประดู่จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ที่มีอาคารสำคัญหลายหลังเท่านั้น แต่ยังเป็นวัดที่วางองค์ประกอบระหว่างศาสนสถาน พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่ริมน้ำได้อย่างกลมกลืน ทำให้ประสบการณ์ของผู้มาเยือนครบทั้งด้านศรัทธา ความรู้ และความรื่นรมย์
 
ในด้านความศรัทธาร่วมสมัย วัดประดู่ยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากบทบาทของ พระราชภาวนาวชิราจารย์ วิ. หรือหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง และเป็นพระเถระที่มีศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ความต่อเนื่องของบทบาทเจ้าอาวาสในปัจจุบันทำให้วัดยังคงคึกคักทั้งในมิติของการปฏิบัติธรรม การจัดกิจกรรมทางศาสนา และการเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่และผู้ศรัทธาจากต่างจังหวัด
 
วัดประดู่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการเที่ยวอัมพวาในเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เพราะที่นี่ให้ประสบการณ์ที่มากกว่าการแวะชมวัดเพียงชั่วครู่ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินชมพิพิธภัณฑ์ สักการะพระประธาน ชมจิตรกรรมในอุโบสถและศาลาการเปรียญ รวมถึงแวะหอศิลป์หัวโขนได้ในวัดเดียว ยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 หรือสิ่งของเครื่องราชศรัทธา วัดประดู่ถือเป็นจุดหมายที่มีข้อมูลและวัตถุจริงให้ศึกษาอย่างชัดเจน
 
การเดินทาง ไปวัดประดู่ทำได้สะดวกจากตัวเมืองสมุทรสงครามและจากตลาดน้ำอัมพวา วัดตั้งอยู่ที่เลขที่ 54 หมู่ 2 ตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้เส้นทางเข้าสู่อำเภออัมพวาแล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลวัดประดู่ได้โดยตรง พื้นที่โดยรอบยังเป็นชุมชนริมน้ำและสวนผลไม้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางยังคงมีเสน่ห์แบบสมุทรสงครามอย่างชัดเจน หากใช้แผนที่ออนไลน์สามารถค้นหาชื่อวัดประดู่ พระอารามหลวงได้โดยตรง และสามารถจัดรวมในเส้นทางเที่ยวอัมพวาแบบครึ่งวันหรือเต็มวันได้ไม่ยาก
 
สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวจริง วัดประดู่เหมาะกับการใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นหากต้องการชมพิพิธภัณฑ์อย่างละเอียด จุดเด่นของวัดคือเป็นสถานที่ที่ผสมผสานศาสนสถานเก่า พิพิธภัณฑ์ราชสำนัก และศิลปกรรมไทยหลายแขนงไว้ในพื้นที่เดียว จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่ ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจเรื่องราวเชิงลึกของไทย หากมาอัมพวาแล้วต้องการเห็นมิติที่มากกว่าตลาดน้ำ วัดประดู่คือจุดหมายที่ให้ทั้งความรู้ ความสงบ และความประทับใจในคราวเดียว
 
ชื่อสถานที่วัดประดู่ พระอารามหลวง
ที่ตั้งบ้านบางกระรี้ หมู่ 2 ตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
ที่อยู่54 หมู่ 2 ตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 75110
ไฮไลต์พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธารัชกาลที่ 5, ศาลาเก๋งเรือพระราชทาน, พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวร, ศูนย์สาธิตศิลปะการทำหัวโขนและเศียรครู, พระประธานโบราณศิลปะล้านช้าง
ประวัติ / สมัย / ยุควัดโบราณสมัยอยุธยาตอนปลาย และมีเหตุการณ์สำคัญเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นทางชลมารคมาถึงวัดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2447
ที่มาของชื่อบริเวณหน้าวัดเคยมีต้นประดู่ใหญ่ และคลองหน้าวัดเรียกว่าคลองประดู่ จึงเป็นที่มาของชื่อวัดประดู่
ลักษณะเด่นเป็นพระอารามหลวงที่รวมศาสนสถานเก่า พิพิธภัณฑ์ราชสำนัก พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย และหอศิลป์หัวโขนไว้ในพื้นที่เดียว
การเดินทางเดินทางสะดวกจากตลาดน้ำอัมพวาและตัวเมืองสมุทรสงคราม ใช้รถยนต์มุ่งสู่ตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา ได้โดยตรง
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและสักการะตามปกติ
วันเปิดทำการเปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00-17.00 น.
ค่าเข้าไม่มีค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะ, พิพิธภัณฑ์ภายในวัด, ลานภายในวัด, จุดจอดรถใกล้บริเวณวัด, ทางเดินชมอาคารสำคัญ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถ, ศาลาการเปรียญ, พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธารัชกาลที่ 5, ศาลาเก๋งเรือพระราชทาน, พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวร, ศูนย์สาธิตศิลปะการทำหัวโขนและเศียรครู, ศาลาข้างน้ำ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระราชภาวนาวชิราจารย์ วิ. (พระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข)
เบอร์ติดต่อหลัก034-772299
เว็บไซต์ / เพจทางการFacebook: วัดประดู่ พระอารามหลวง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
1. ตลาดน้ำอัมพวา - 7 กม.
2. อุทยาน ร.2 - 7 กม.
3. โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ - 7 กม.
4. วัดจุฬามณี - 9 กม.
5. ตลาดร่มหุบแม่กลอง - 11 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง
1. ครัวเจ้าพระยา - 2 กม.
2. เรือนเสน่หา คาเฟ่ - 6 กม.
3. รัญจวน อัมพวา - 7 กม.
4. เดอะ คิตเท่นส์ คอฟฟี่ อาร์ต แอนด์ อีทส์ - 7 กม.
5. The Pomelo Amphawa - 9 กม.
ที่พักใกล้เคียง
1. Baan Suan Sriwara - 1 กม.
2. Meephawa Resort - 4 กม.
3. House Of Passion - 6 กม.
4. ChababaanCham Resort - 7 กม.
5. Ruentonnum Amphawa - 7 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดประดู่ พระอารามหลวง เปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: วัดประดู่ พระอารามหลวง เปิดทุกวัน โดยเวลาเข้าชมทั่วไปอยู่ที่ 08.00-17.00 น.
 
ถาม: วัดประดู่มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้ามาไหว้พระ ทำบุญ และชมพิพิธภัณฑ์ภายในวัดได้ตามปกติ
 
ถาม: จุดเด่นที่สุดของวัดประดู่คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธารัชกาลที่ 5 ศาลาเก๋งเรือพระราชทาน พระประธานโบราณศิลปะล้านช้าง และศูนย์สาธิตการทำหัวโขนกับเศียรครู
 
ถาม: รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาวัดประดู่จริงหรือไม่?
ตอบ: จริง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสต้นทางชลมารคมายังวัดประดู่เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2447
 
ถาม: วัดประดู่เหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ชอบวัดเก่า ประวัติศาสตร์ราชสำนัก พิพิธภัณฑ์ภายในวัด ศิลปกรรมไทย และการเที่ยวอัมพวาเชิงวัฒนธรรม
 
ถาม: ใช้เวลาเที่ยววัดประดู่ประมาณเท่าไร?
ตอบ: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการชมพิพิธภัณฑ์และอาคารสำคัญอย่างละเอียดอาจใช้เวลามากกว่านั้น

โทร : 034735237

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 7 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(6)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
วัด วัด(34)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(1)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)