หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ >อ.เมืองสมุทรปราการ >ต.บางเมือง > พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
TL;DR: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ อยู่ที่ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดเปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตร 17.00 น.).
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 18.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตร 17.00 น.)
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นจุดหมายที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของปริมณฑลฝั่งตะวันออก เพราะเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ ศาสนสถานเชิงสัญลักษณ์ และงานสถาปัตยกรรมขนาดยักษ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนจดจำได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น หากต้องการคำตอบสั้น ๆ สำหรับการวางแผนเที่ยว ที่นี่เปิดทุกวัน เดินทางสะดวกมากด้วย BTS สายสีเขียว ลงสถานีช้างเอราวัณ ทางออก 2 แล้วเดินต่อได้ ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทยอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ และภายในไม่ได้มีดีแค่รูปช้างสามเศียรขนาดมหึมา แต่ยังมีงานศิลป์ ศิลปวัตถุ พื้นที่สวน และบรรยากาศที่ทำให้การมาเยือนครั้งเดียวได้ทั้งการชมศิลปะ การเรียนรู้ และการพักใจในที่เดียว
เสน่ห์สำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่การรวมโลกของศิลปกรรม ความเชื่อ และการออกแบบเชิงสัญลักษณ์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ในตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เกิดจากแรงบันดาลใจและแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ในรูปแบบที่คนรุ่นหลังเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่เพียงการเก็บของเก่าไว้ในตู้จัดแสดง แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสคุณค่าของศิลปะ ศาสนา และภูมิปัญญาไทยผ่านประสบการณ์จริง
สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปอย่างชัดเจนคือ ตัวอาคารทั้งหลังถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของประติมากรรมขนาดยักษ์ ช้างเอราวัณ หรือช้างสามเศียรที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือฐานอาคารนั้นเป็นงานประติมากรรมโลหะทองแดงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดชิ้นหนึ่งของไทย และได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นช้างเอราวัณโลหะขนาดใหญ่ระดับโลก ตัวช้างรวมอาคารมีความสูงประมาณ 43.60 เมตร ขนาดใกล้เคียงอาคารสูงราว 14–17 ชั้น ส่วนหัวของช้างมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ลำตัวหนักประมาณ 150 ตัน กว้างราว 12 เมตร และยาวประมาณ 39 เมตร ความยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความตื่นตาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกคติความเชื่อเรื่องจักรวาลและโลกทั้ง 3 ภูมิขึ้นมาสู่รูปธรรมที่ผู้ชมสามารถเดินเข้าไปสัมผัสได้จริง
แนวคิดเรื่องโลก 3 ระดับเป็นหัวใจของการออกแบบภายในพิพิธภัณฑ์ โดยพื้นที่จัดแสดงถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นสำคัญซึ่งเชื่อมโยงกับคติจักรวาลในความเชื่อไทยและเอเชีย ชั้นล่างสุดคือชั้นบาดาลหรือชั้นสุวรรณภูมิ เป็นพื้นที่แสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเครื่องกระเบื้องที่สื่อถึงรากวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชั้นกลางคือโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับตัวช้างและสะท้อนความงามของศิลปกรรมผสมผสานหลายแขนง ส่วนชั้นบนในลำตัวช้างคือชั้นจักรวาล พื้นที่ซึ่งให้ความรู้สึกสงบ ลุ่มลึก และงดงามอย่างมากจากการจัดวางแสง สี ลวดลาย และวัตถุศักดิ์สิทธิ์
เมื่อมองในฐานะงานสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แสดงให้เห็นความทะเยอทะยานเชิงศิลป์ของผู้สร้างอย่างชัดเจน โครงสร้างส่วนล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักอันมหาศาลของประติมากรรมช้างด้านบน ระบบคานวงแหวนรอบนอกและรอบในช่วยกระจายน้ำหนักลงสู่เสาภายนอกและภายใน ส่วนการตกแต่งกลับไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่เลือกใช้ศิลปะหลายแขนงมาประสานกันอย่างมีเอกภาพ ทั้งกระจกสีแบบตะวันตก งานเครื่องเบญจรงค์ งานดุนโลหะบนแผ่นดีบุกฝีมือช่างนครศรีธรรมราช และประติมากรรมรูปพญานาค คนธรรพ์ และองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์จากช่างไทยหลายสำนัก ผลลัพธ์คือพื้นที่ที่มีทั้งความวิจิตร ความศักดิ์สิทธิ์ และความน่าตื่นตาตลอดเส้นทางการชม
หนึ่งในจุดที่ผู้มาเยือนจำนวนมากประทับใจคือห้องโถงชั้นโลกมนุษย์ ซึ่งโดดเด่นด้วยเพดานกระจกสีทรงโดมที่ทำให้บรรยากาศภายในมีความงามคล้ายศาสนสถานขนาดใหญ่ของโลกตะวันตก แต่ในขณะเดียวกันก็แทรกด้วยลวดลาย แนวคิด และสัญลักษณ์แบบไทยอย่างแนบเนียน พื้นที่นี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเงียบแข็งหรือห่างเหิน ทว่าเป็นพื้นที่ที่ชวนให้หยุดมองรายละเอียดทีละจุด ทั้งลวดลายเสา งานประดับพื้นผิว และการจัดวางองค์ประกอบที่ทำให้คนมาเยือนรู้สึกว่ากำลังค่อย ๆ เดินผ่านเรื่องเล่าทางศิลปะมากกว่าการมาดูของจัดแสดงเพียงอย่างเดียว
ส่วนภายในลำตัวช้างซึ่งเปรียบเป็นชั้นจักรวาลนั้นถือเป็นไฮไลต์ทางอารมณ์ของการมาเยือน เพราะบรรยากาศเปลี่ยนจากความโอ่อ่ามาสู่ความสงบอย่างชัดเจน ภายในมีการจัดแสดงวัตถุสำคัญและพระพุทธรูปจากสมัยต่าง ๆ ท่ามกลางพื้นที่ที่ออกแบบให้ชวนใช้เวลาอยู่กับความนิ่งมากขึ้น ผู้ที่สนใจทั้งศิลปะและความเชื่อมักชื่นชอบพื้นที่นี้เป็นพิเศษ เพราะสะท้อนเจตนารมณ์ของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ที่ไม่ได้ต้องการสร้างแลนด์มาร์กสำหรับถ่ายภาพเท่านั้น แต่ต้องการสร้างสถานที่ซึ่งทำให้ผู้คนเข้าใจคุณค่าของมรดกทางจิตวิญญาณควบคู่ไปกับมรดกทางศิลปกรรม
รอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ยังเป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพื้นที่สวนไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นฉากประกอบของช้างสามเศียรเท่านั้น แต่ถูกออกแบบเป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดีและพื้นที่เดินชมที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากความคึกคักของกรุงเทพฯ และสมุทรปราการโดยรอบ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาชมประติมากรรมกลางแจ้ง เดินผ่านทางเดินในสวน สังเกตองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ และเก็บภาพตัวช้างจากหลายมุม ซึ่งแต่ละมุมให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย ทั้งมุมที่เห็นความใหญ่ของฐานอาคาร มุมที่เห็นความอ่อนช้อยของลวดลาย และมุมที่ทำให้รู้สึกถึงพลังของประติมากรรมอย่างเต็มที่
ในเชิงประวัติศาสตร์ร่วมสมัย พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณสะท้อนยุคหนึ่งของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในกรอบพิพิธภัณฑสถานแบบเดิม แต่เปิดทางให้เกิดงานสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่ทางจิตใจในเวลาเดียวกัน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป คนรักสถาปัตยกรรม ผู้สนใจศิลปะไทย รวมถึงผู้ที่นิยมเดินทางสายมูและสายสงบ มาพบกันได้โดยไม่รู้สึกว่าพื้นที่นี้เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
สำหรับผู้ที่วางแผนมาเที่ยวจริง จุดแข็งอีกอย่างของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือความสะดวกในการเดินทาง หากใช้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สามารถลงสถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 แล้วเดินต่อมายังพิพิธภัณฑ์ได้อย่างสะดวก เหมาะมากสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่พักอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วต้องการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับโดยไม่ต้องพึ่งรถส่วนตัว ส่วนผู้ที่ขับรถมาเองสามารถใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่ามุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่เมืองสมุทรปราการ และจอดรถภายในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ได้ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เข้าถึงง่ายกว่าสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหลายแห่ง
ใครที่ชอบวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวันหรือ 1 วันเต็มสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวต่อจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณได้ไม่ยาก เพราะพื้นที่โดยรอบมีแหล่งเที่ยวสำคัญของสมุทรปราการหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองโบราณ หอชมเมืองสมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ หรือสถานตากอากาศบางปู จึงเหมาะทั้งกับทริปครอบครัว ทริปถ่ายภาพ และทริปท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่ต้องการเก็บทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศท้องถิ่นในวันเดียวกัน
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง คือการเป็นสถานที่ที่ผสานความอลังการเข้ากับความสงบได้อย่างลงตัว ภาพจากภายนอกอาจทำให้หลายคนคาดหวังเพียงความตื่นตา แต่เมื่อได้เข้าไปภายในจริงจะพบว่าความโดดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ขนาดเท่านั้น แต่อยู่ที่การเล่าเรื่องผ่านพื้นที่ ความประณีตของงานช่าง และจังหวะของการชมที่ทำให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เปลี่ยนจากความรู้สึกตื่นเต้นเป็นความรู้สึกนิ่งและซาบซึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้ามองในมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่อธิบายความเป็นไทยร่วมสมัยได้ดีมาก เพราะภายในไม่ได้จำกัดอยู่แค่ของโบราณ แต่เผยให้เห็นวิธีคิดของสังคมไทยที่เชื่อมศิลปะ ศาสนา ตำนาน และธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง จึงเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่มาเที่ยวครั้งแรกและคนที่เคยเที่ยวกรุงเทพฯ หลายรอบแล้วแต่อยากเห็นมิติทางวัฒนธรรมที่ลึกขึ้น
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณมีความน่าสนใจตั้งแต่หน้าทางเข้าไปจนถึงมุมสวนภายนอก ช่วงเช้าจะได้แสงที่คมและเห็นรายละเอียดของตัวช้างชัด ส่วนช่วงบ่ายแก่จนใกล้เย็นจะให้บรรยากาศนุ่มขึ้น เหมาะกับภาพรวมของอาคารและสวนโดยรอบ ภายในอาคารมีมุมถ่ายภาพที่งดงามมาก แต่ควรเคารพกติกาของสถานที่และผู้ร่วมเข้าชมคนอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีบรรยากาศสงบหรือมีผู้ตั้งใจมาสักการะและทำสมาธิ
หากถามว่าพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเหมาะกับใคร คำตอบคือเหมาะกับคนที่ต้องการมากกว่าการเช็กอินสถานที่ดัง ที่นี่เหมาะกับผู้ที่อยากใช้เวลากับสถาปัตยกรรมระดับไอคอนของไทย อยากชมงานศิลป์ที่มีรากจากความเชื่อ อยากเรียนรู้โลกทัศน์ไทยผ่านพื้นที่จริง และอยากออกจากตัวเมืองกรุงเทพฯ มาเจอสถานที่ที่ทั้งใกล้ เดินทางง่าย และให้ประสบการณ์ลึกกว่าที่เห็นจากภาพถ่ายมาก
ในภาพรวม พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณไม่ใช่เพียงแลนด์มาร์กของสมุทรปราการ แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนความพยายามของคนไทยในการรักษาศิลปวัฒนธรรมให้มีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นทั้งความอลังการของงานช่างไทย การตีความคติจักรวาลแบบสร้างสรรค์ และความตั้งใจของผู้สร้างที่ต้องการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมให้ลูกหลานในรูปแบบที่เข้าถึงได้จริง หากกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่มีทั้งความงาม ความหมาย และความทรงจำ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณคือหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุดแห่งหนึ่ง
การเดินทาง หากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ให้ลงสถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 แล้วเดินต่อมายังพิพิธภัณฑ์ได้โดยตรง ส่วนรถส่วนตัวสามารถใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่าเข้าสู่พื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ริมถนนหลัก สังเกตง่ายจากช้างสามเศียรขนาดใหญ่ และมีพื้นที่จอดรถรองรับผู้เข้าชม
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ |
| ที่ตั้ง | ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ |
| ที่อยู่ | 99/9 หมู่ 1 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270 |
| พิกัด | 13.6237, 100.5867 |
| ไฮไลต์ | ประติมากรรมช้างสามเศียรขนาดมหึมา พิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรมไทย พื้นที่สวนและเส้นทางเดินชมรอบอาคาร |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | แนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เริ่มก่อสร้างในปี 1994 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ปี 2003 |
| ที่มาของชื่อ | มาจาก “ช้างเอราวัณ” หรือช้างสามเศียรในคติพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งถูกนำมาตีความเป็นสัญลักษณ์เชิงจักรวาลและความศักดิ์สิทธิ์ |
| ลักษณะเด่น | ตัวช้างรวมอาคารสูงประมาณ 43.60 เมตร ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ บาดาล โลกมนุษย์ และจักรวาล พร้อมงานตกแต่งกระจกสี เบญจรงค์ และงานโลหะไทย |
| การเดินทาง | BTS สถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 หรือรถยนต์ผ่านถนนสุขุมวิทสายเก่า มีที่จอดรถ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมทุกวัน |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 18.00 น. ปิดจำหน่ายบัตร 17.00 น. |
| ค่าเข้า | คนไทย ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 125 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ ห้องจำหน่ายบัตร สวนโดยรอบ และ Audio Guide หลายภาษา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ชั้นบาดาล / สุวรรณภูมิ, ชั้นโลกมนุษย์, ชั้นจักรวาลในลำตัวช้าง, สวนและเส้นทางแสวงบุญรอบอาคาร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 02-371-3135-6, 02-380-5244 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | www.erawanmuseum.com / Facebook: ErawanMuseumSamutprakan |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ 4 กม. 2. หอชมเมืองสมุทรปราการ 5 กม. 3. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ 6 กม. 4. พระสมุทรเจดีย์ 12 กม. 5. มืองโบราณ 16 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Loft Stilo @Erawan 0.2 กม. โทร 063-752-2574 2. Dot Gelato Pak Nam 0.8 กม. โทร 081-848-7241 3. ขาหมูอาตั้น ตลาดคลองถมเอราวัณ 0.8 กม. 4. แต้จินกวง 1.6 กม. โทร 081-819-8075, 081-144-3391, 097-259-2391 5. เจ๊ภัส 3 กม. โทร 02-701-7148, 064-310-7686 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Ryhhton Residence - Erawan Museum 1 กม. โทร 095-251-9658 2. @S115 Residence 2 กม. โทร 061-520-6868 3. Marigold Sukhumvit 4 กม. โทร 02-754-0355 4. Koon Hotel Sukhumvit 5 กม. โทร 02-743-2844 5. Baan Paknam Hotel 6 กม. โทร 091-525-1999, 02-101-9640 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. และปิดจำหน่ายบัตรเวลา 17.00 น.
ถาม: ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเท่าไร?
ตอบ: คนไทย ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 125 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท
ถาม: ไปพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณด้วยรถไฟฟ้าอย่างไร?
ตอบ: ใช้ BTS สายสีเขียว ลงสถานีช้างเอราวัณ (E17) ทางออก 2 แล้วเดินต่อถึงพิพิธภัณฑ์ได้สะดวก
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: มีทั้งชั้นบาดาลหรือสุวรรณภูมิ ชั้นโลกมนุษย์ และชั้นจักรวาลในลำตัวช้าง พร้อมศิลปวัตถุ พระพุทธรูป งานกระจกสี และสวนรอบอาคาร
ถาม: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะทั้งทริปครึ่งวันและทริป 1 วัน โดยสามารถเที่ยวต่อเมืองโบราณ หอชมเมืองสมุทรปราการ หรือพิพิธภัณฑ์ทหารเรือได้
ถาม: พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเหมาะกับเด็กและชาวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะเดินทางง่าย มีพื้นที่ชมงานศิลป์ที่โดดเด่น และมีบริการ Audio Guide หลายภาษา
เว็ปไซต์ : www.erawan-museum.com
โทร : 023713135-6
แฟกซ์ : 023800304
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




