หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เมืองปาน
>ต.ทุ่งกว๋าว
> โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้
TL;DR: โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ อยู่ที่บ้านทุ่งจี้ หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น. จุดเด่นคือ มีโรงฝึกอาชีพด้านเซรามิก งานหล่อแบบรูปสัตว์ งานแป้นหมุน และผลิตภัณฑ์เซรามิกชุมชน โดยมีจุดเด่นคือรูปปูสีสันสดใส.
โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น.
โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ หรือโครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อ อำเภอเมือง อำเภอเมืองปาน และอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งจี้ หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรในพื้นที่เป้าหมายรอยต่อสามอำเภอ คือ อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองปาน พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานด้านการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของจังหวัดลำปาง โครงการแห่งนี้สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่ไม่แยกคนออกจากป่า แต่ใช้การสร้างอาชีพ การเพิ่มรายได้ การฟื้นฟูทรัพยากร และการจัดระบบชุมชนเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาระยะยาว
บ้านทุ่งจี้เป็นชุมชนในตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับป่าต้นน้ำ ภูเขา และเส้นทางเชื่อมโยงหลายอำเภอ ความสำคัญของพื้นที่นี้ไม่ได้อยู่เพียงการเป็นหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของการแก้ปัญหาการบุกรุกป่า การลักลอบตัดไม้ และการพึ่งพาทรัพยากรป่าอย่างไม่ยั่งยืนในอดีต เมื่อประชาชนไม่มีอาชีพที่มั่นคงและขาดทางเลือกด้านรายได้ ป่าจึงกลายเป็นแหล่งพึ่งพาหลักของครัวเรือน การจัดตั้งโครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้ประชาชนสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องทำลายฐานทรัพยากรธรรมชาติของตนเอง
จุดเริ่มต้นของโครงการเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2539 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านใหม่พัฒนา ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง และมีราษฎรบ้านทุ่งจี้กราบบังคมทูลถึงปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่รอยต่อสามอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอเมืองปาน และอำเภอแจ้ห่ม พร้อมขอพระราชทานการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎร พระราชเสาวนีย์ในครั้งนั้นนำไปสู่การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยมีหน่วยงานราชการ กองทัพภาคที่ 3 จังหวัดลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงาน
หัวใจของโครงการบ้านทุ่งจี้คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการห้ามตัดไม้หรือควบคุมพื้นที่ป่า หากประชาชนยังขาดรายได้ ขาดอาชีพ และไม่เห็นทางเลือกในการดำรงชีวิต การอนุรักษ์ป่าย่อมยากที่จะยั่งยืน โครงการจึงเลือกส่งเสริมอาชีพให้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะงานหัตถกรรมและงานเซรามิก ซึ่งเป็นงานที่เหมาะกับจังหวัดลำปางที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิกอยู่แล้ว การสร้างโรงฝึกอาชีพด้านเซรามิกจึงไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารผลิตสินค้า แต่เป็นการสร้างฐานทักษะใหม่ให้ชาวบ้านสามารถพัฒนาแรงงานฝีมือเป็นรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง
เซรามิกบ้านทุ่งจี้เป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของโครงการ เพราะเป็นงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์และสอดคล้องกับอัตลักษณ์จังหวัดลำปาง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการกล่าวถึงมีทั้งงานหล่อแบบรูปสัตว์ งานปั้น งานแป้นหมุน และของตกแต่ง โดยเฉพาะรูปปูขนาดใหญ่สีสันสดใส ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของงานเซรามิกในพื้นที่ งานเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านมีโอกาสเรียนรู้กระบวนการตั้งแต่การขึ้นรูป การหล่อแบบ การตกแต่ง การเผา การลงสี ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับตลาดและผู้ซื้อ
การฝึกอาชีพด้านเซรามิกมีความสำคัญมากในเชิงสังคม เพราะเปิดพื้นที่ให้คนหลายกลุ่มในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้สูงอายุ เยาวชน หรือสมาชิกครัวเรือนที่ต้องการรายได้เสริม งานเซรามิกเป็นงานที่ใช้ทักษะ ความประณีต ความอดทน และการฝึกฝนต่อเนื่อง เมื่อชาวบ้านสามารถผลิตชิ้นงานได้ดีขึ้น รายได้ของครัวเรือนก็มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาการทำเกษตรเพียงอย่างเดียว และลดแรงกดดันที่เคยผลักให้ผู้คนเข้าไปใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเกินขอบเขต
นอกจากเซรามิกแล้ว โครงการยังเชื่อมโยงกับการส่งเสริมงานหัตถกรรมอื่นในเครือข่ายพื้นที่อำเภอเมืองปาน เช่น กลุ่มโรงทอผ้าในหมู่บ้านต่าง ๆ ได้แก่ บ้านทุ่งจี้ บ้านไร่มูเซอร์ บ้านกล้วย บ้านศรีดอนมูล และบ้านป่าคาสันติสุข การสนับสนุนงานทอผ้าและหัตถกรรมช่วยให้ภูมิปัญญาของชุมชนกลายเป็นทุนทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ชาวบ้านไม่ได้เป็นเพียงแรงงานรับจ้าง แต่เป็นผู้ผลิตงานฝีมือที่มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมืองปาน
โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์ประสานงานการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง เพราะพื้นที่รอยต่อสามอำเภอเป็นพื้นที่ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบน้ำของจังหวัดลำปาง ป่าต้นน้ำไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็นแหล่งกำเนิดน้ำ ลำห้วย ความชุ่มชื้น และความสมดุลของระบบนิเวศ หากป่าต้นน้ำถูกทำลาย ผลกระทบจะส่งต่อไปยังพื้นที่เกษตร ชุมชนปลายน้ำ และระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยรวม การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วังจึงเป็นภารกิจที่มีความหมายมากกว่าการปลูกต้นไม้ แต่เป็นการรักษาระบบชีวิตของพื้นที่ลำปางทั้งระบบ
การทำงานของโครงการจึงมี 2 ด้านที่ต้องเดินไปพร้อมกัน ด้านแรกคือการสร้างรายได้และอาชีพให้ประชาชน ด้านที่สองคือการสร้างจิตสำนึกและกลไกการดูแลป่า เมื่อชาวบ้านมีรายได้จากงานเซรามิก งานทอผ้า หรืองานหัตถกรรมอื่น ความจำเป็นในการเข้าไปตัดไม้หรือใช้ทรัพยากรป่าอย่างรุนแรงก็ลดลง ในขณะเดียวกัน เมื่อชาวบ้านเข้าใจว่าป่าต้นน้ำคือแหล่งน้ำของครอบครัวและชุมชน การดูแลป่าก็กลายเป็นผลประโยชน์ร่วม ไม่ใช่ภาระที่รัฐสั่งให้ทำจากภายนอก
บ้านทุ่งจี้จึงเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นฐาน โครงการไม่ได้มองชาวบ้านเป็นผู้รับความช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว แต่ทำให้ชาวบ้านเป็นผู้ร่วมแก้ปัญหา เป็นผู้ผลิตงานฝีมือ เป็นผู้ดูแลพื้นที่ และเป็นผู้สืบทอดความรู้ให้คนรุ่นต่อไป การพัฒนาเช่นนี้มีความยั่งยืนมากกว่าการช่วยเหลือระยะสั้น เพราะทำให้ชุมชนเกิดทักษะ เกิดความภูมิใจ และเห็นคุณค่าของตนเองในฐานะผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง
ในเชิงการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นงานพัฒนาในพื้นที่จริงมากกว่าการท่องเที่ยวแบบชมวิวเพียงอย่างเดียว ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องที่มาของโครงการ การแก้ปัญหาการลักลอบตัดไม้ การส่งเสริมอาชีพเซรามิก การฝึกทักษะงานหัตถกรรม และบทบาทของชุมชนในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การมาเยือนที่นี่จึงทำให้เข้าใจว่าคำว่า “โครงการพระราชดำริ” ไม่ใช่เพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นกระบวนการทำงานที่เริ่มจากปัญหาจริงของประชาชนและออกแบบทางออกให้เหมาะกับพื้นที่
ผู้ที่สนใจงานเซรามิกจะได้เห็นว่าลำปางไม่ได้มีเซรามิกเฉพาะในเขตเมืองหรือโรงงานขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีงานเซรามิกในพื้นที่ชุมชนที่เกิดจากการฝึกอาชีพและการพัฒนาคน งานเซรามิกบ้านทุ่งจี้มีคุณค่าเพราะเป็นผลลัพธ์ของการพัฒนาชนบทที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ป่า ทุกชิ้นงานจึงมีความหมายมากกว่าสินค้าของฝาก เพราะเบื้องหลังคือเรื่องราวของการลดการพึ่งพาป่า การสร้างรายได้สุจริต และการเปลี่ยนทักษะของชาวบ้านให้กลายเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจ
พื้นที่บ้านทุ่งจี้ยังมีบรรยากาศชนบทของเมืองปานที่เหมาะกับการเรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ เส้นทางเข้าสู่ตำบลทุ่งกว๋าวและบ้านทุ่งจี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทิวทัศน์ของชุมชน ภูเขา และพื้นที่สีเขียวที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบป่าต้นน้ำ การเดินทางมาเยือนควรใช้ทัศนคติแบบเรียนรู้และเคารพพื้นที่ เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ทำงานจริงของชุมชน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่สร้างขึ้นเพื่อการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
สำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ หรือผู้สนใจด้านการพัฒนาชุมชน โครงการบ้านทุ่งจี้เป็นกรณีศึกษาที่มีคุณค่ามาก เพราะมีองค์ประกอบครบทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือน การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาทักษะ การสร้างผลิตภัณฑ์ และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ หากศึกษาพื้นที่นี้อย่างจริงจัง จะเห็นว่างานพัฒนาที่ประสบความสำเร็จต้องใช้เวลา ต้องอาศัยการประสานงานหลายหน่วยงาน และต้องมีความเข้าใจต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่เป็นหลัก
ในด้านชุมชน การมีโรงฝึกอาชีพด้านเซรามิกช่วยสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่จับต้องได้ คนในพื้นที่สามารถเข้ามาฝึกฝน ทดลอง ทำผิด ทำใหม่ และพัฒนาฝีมือจากขั้นพื้นฐานสู่การผลิตจริง การเรียนรู้ในลักษณะนี้แตกต่างจากการอบรมระยะสั้นที่จบแล้วแยกย้าย เพราะโรงฝึกอาชีพทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่ชาวบ้านกลับมาใช้ พัฒนาผลงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้อย่างต่อเนื่อง
ผลของการมีอาชีพใหม่ไม่เพียงสะท้อนในรูปของรายได้ แต่ยังสะท้อนในความมั่นใจของผู้คน เมื่อชาวบ้านสามารถผลิตงานเซรามิกหรือหัตถกรรมที่มีคนสนใจและซื้อไปใช้ได้ ความรู้สึกภาคภูมิใจในฝีมือของตนเองก็เพิ่มขึ้น รายได้เสริมช่วยให้ครอบครัวมีทางเลือกมากขึ้น เด็กและเยาวชนเห็นตัวอย่างว่าการทำงานในชุมชนสามารถสร้างคุณค่าได้ และชุมชนเองก็มีเหตุผลมากขึ้นในการรักษาพื้นที่และทรัพยากรของตนเอง
การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วังในบริบทของบ้านทุ่งจี้จึงไม่ใช่เรื่องของต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางน้ำ อาชีพ และอนาคตของชุมชน ถ้าป่าต้นน้ำสมบูรณ์ น้ำก็หล่อเลี้ยงชุมชนและพื้นที่เกษตรได้ดีขึ้น หากชุมชนมีรายได้และทางเลือกมากขึ้น ป่าก็ลดแรงกดดันจากการบุกรุก เมื่อทั้งสองด้านเกื้อหนุนกัน วงจรของการทำลายทรัพยากรจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นวงจรของการฟื้นฟูและดูแลร่วมกัน
โครงการบ้านทุ่งจี้ยังช่วยเติมเต็มภาพการท่องเที่ยวของอำเภอเมืองปานให้กว้างขึ้น เมืองปานมีชื่อเสียงด้านอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน น้ำพุร้อน วัดพระบาทปู่ผาแดง บ้านป่าเหมี้ยง และธรรมชาติบนภูเขา แต่โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ทำให้เห็นอีกมิติหนึ่ง คือมิติของการพัฒนาอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน การจัดเส้นทางเที่ยวบ้านทุ่งจี้ร่วมกับสถานที่ธรรมชาติและวัดสำคัญในเมืองปาน จะทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างคน ป่า น้ำ และวัฒนธรรมได้ชัดเจนขึ้น
การเดินทาง ไปโครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้เหมาะที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถนำเที่ยวแบบคณะ จากตัวเมืองลำปางให้มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอเมืองปาน แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลทุ่งกว๋าวและบ้านทุ่งจี้ หมู่ที่ 8 เส้นทางเป็นถนนชนบทและเส้นทางชุมชนบางช่วง ควรใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม ตรวจสอบแผนที่ก่อนเดินทาง และหากเดินทางเป็นคณะเพื่อศึกษาดูงานควรติดต่อพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้การเข้าชมและการเรียนรู้เป็นไปอย่างเหมาะสมกับกิจกรรมของศูนย์
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเยือนคือควรแต่งกายสุภาพและเหมาะกับพื้นที่เรียนรู้ เตรียมรองเท้าที่เดินสะดวก น้ำดื่ม และอุปกรณ์กันแดด หากต้องเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง ไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ฝึกงาน พื้นที่ผลิต หรือพื้นที่อนุรักษ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จับชิ้นงานเซรามิกโดยพลการ ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้าน การมาเยือนอย่างเคารพพื้นที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้มาเยือนและชุมชน
หากจัดเส้นทางแบบครึ่งวัน สามารถเน้นการเรียนรู้ภายในโครงการ ชมโรงฝึกอาชีพด้านเซรามิก ศึกษาบทบาทของโครงการต่อการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง และเลือกชมผลิตภัณฑ์ชุมชน หากจัดเป็นทริปเต็มวัน สามารถเดินทางต่อไปยังตัวอำเภอเมืองปาน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน น้ำตกแจ้ซ้อน หรือวัดพระบาทปู่ผาแดง ส่วนผู้ที่ต้องการพักค้างคืนสามารถเลือกพักในพื้นที่เมืองปาน แจ้ซ้อน หรือบ้านป่าเหมี้ยง เพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและชุมชนของอำเภอเมืองปานอย่างเต็มที่
โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้จึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะเยือนสำหรับผู้ที่สนใจแนวพระราชดำริ งานศิลปาชีพ งานเซรามิก การพัฒนาอาชีพ การแก้ปัญหาป่าไม้ และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง เพราะที่นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการทำให้คนในพื้นที่มีชีวิตที่มั่นคง เมื่อคนมีอาชีพ มีรายได้ และเห็นคุณค่าของป่า การดูแลทรัพยากรธรรมชาติก็กลายเป็นเรื่องของชุมชน ไม่ใช่คำสั่งจากภายนอก
เมื่อมองในภาพรวม โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้เป็นมากกว่าแหล่งผลิตเซรามิกหรือศูนย์ฝึกอาชีพ แต่เป็นพื้นที่ที่แสดงพลังของการพัฒนาแบบบูรณาการอย่างแท้จริง จากปัญหาการลักลอบตัดไม้และความยากจนในพื้นที่รอยต่อสามอำเภอ โครงการได้สร้างทางเลือกใหม่ผ่านงานฝีมือ การประสานงาน การอนุรักษ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชน บ้านทุ่งจี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญของจังหวัดลำปางว่า คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากการพัฒนามองเห็นศักดิ์ศรีของคนและคุณค่าของธรรมชาติไปพร้อมกัน
| ชื่อสถานที่ | โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ |
| ชื่อทางการ | โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อ อำเภอเมือง อำเภอเมืองปาน และอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ |
| ที่ตั้ง | บ้านทุ่งจี้ หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง |
| ที่อยู่ | บ้านทุ่งจี้ หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง 52240 |
| ไฮไลต์ | ศูนย์กลางการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรในพื้นที่รอยต่ออำเภอเมืองลำปาง อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองปาน พร้อมบทบาทด้านการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกิดจากพระราชเสาวนีย์เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2539 หลังราษฎรบ้านทุ่งจี้กราบบังคมทูลปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่รอยต่อสามอำเภอ และขอพระราชทานการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้แก่ราษฎร |
| ที่มาของชื่อ | เรียกตามบ้านทุ่งจี้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายสำคัญในตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน และเป็นพื้นที่ดำเนินงานพัฒนาอาชีพและอนุรักษ์ป่าตามแนวพระราชดำริ |
| ลักษณะเด่น | มีโรงฝึกอาชีพด้านเซรามิก งานหล่อแบบรูปสัตว์ งานแป้นหมุน และผลิตภัณฑ์เซรามิกชุมชน โดยมีจุดเด่นคือรูปปูสีสันสดใส รวมถึงบทบาทเป็นศูนย์ประสานงานการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองลำปางมุ่งหน้าอำเภอเมืองปาน แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งกว๋าวและบ้านทุ่งจี้ เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถนำเที่ยวแบบคณะ ควรติดต่อพื้นที่ล่วงหน้าหากเข้าศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปาชีพ เซรามิกชุมชน การพัฒนาอาชีพ และการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วังตามแนวพระราชดำริ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | โรงฝึกอาชีพด้านเซรามิก พื้นที่เรียนรู้งานหัตถกรรม พื้นที่ประสานงานโครงการ พื้นที่จอดรถตามความเหมาะสม และชุมชนบ้านทุ่งจี้โดยรอบ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โรงฝึกอาชีพเซรามิก พื้นที่ผลิตงานหล่อแบบ พื้นที่งานแป้นหมุน จุดเรียนรู้งานหัตถกรรม พื้นที่ประสานงานอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง และชุมชนบ้านทุ่งจี้ |
| ผู้ดูแล | โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อฯ บ้านทุ่งจี้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จังหวัดลำปาง และชุมชนบ้านทุ่งจี้ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อฯ บ้านทุ่งจี้ โทร. 054-823-138 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์สาธิตเศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ ประมาณ 0 กม. 2. ชุมชนบ้านทุ่งจี้ ตำบลทุ่งกว๋าว ประมาณ 0 กม. 3. ตัวอำเภอเมืองปาน ประมาณ 18 กม. 4. พระธาตุดวงตา บ้านน้ำจำ ประมาณ 25 กม. 5. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประมาณ 35 กม. 6. น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ประมาณ 35 กม. 7. วัดพระบาทปู่ผาแดง ประมาณ 40 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารชุมชนบ้านทุ่งจี้ ประมาณ 0 – 3 กม. 2. ร้านอาหารท้องถิ่นในตำบลทุ่งกว๋าว ประมาณ 5 – 10 กม. 3. ตวย มา แล่ ประมาณ 18 กม. โทร. 086-403-1721 4. ตรัยคูณ เมืองปาน ประมาณ 18 กม. โทร. 054-276-023, 098-097-5015 5. วินโดววิว Cafe’&Bistro ประมาณ 18 กม. โทร. 095-135-3335 6. ร้านค้าอุทยานแจ้ซ้อน ประมาณ 35 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ฮิมดอยเมืองปาน รีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 088-443-5266 2. ที่พักพิมพิศาการ์เด้นท์ อำเภอเมืองปาน ประมาณ 18 กม. 3. ม่อนรวมสุขโฮมสเตย์ คาเฟ่แอนด์บิสโตร ประมาณ 35 กม. 4. เฌอปา แจ้ซ้อน ประมาณ 35 กม. โทร. 081-984-1767 5. แจ้ซ้อนวินเทจ ประมาณ 35 กม. 6. The Little Earth Farm View ประมาณ 37 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้อยู่ที่ไหน?
ตอบ: โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งจี้ หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
ถาม: โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรในพื้นที่รอยต่ออำเภอเมืองลำปาง อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองปาน พร้อมทำหน้าที่ประสานงานการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง
ถาม: โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้เริ่มต้นจากอะไร?
ตอบ: เริ่มจากพระราชเสาวนีย์เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2539 หลังราษฎรบ้านทุ่งจี้กราบบังคมทูลปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและขอพระราชทานการส่งเสริมอาชีพ
ถาม: ภายในโครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้มีสิ่งน่าสนใจอะไร?
ตอบ: มีโรงฝึกอาชีพด้านเซรามิก พื้นที่ผลิตงานเซรามิกชุมชน งานหล่อแบบรูปสัตว์ งานแป้นหมุน และพื้นที่เรียนรู้การพัฒนาอาชีพควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแม่วัง
ถาม: โครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้เปิดเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.
ถาม: ไปโครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมได้ตามเวลาเปิดทำการ และควรติดต่อล่วงหน้าหากเดินทางเป็นคณะศึกษาดูงาน
ถาม: เดินทางไปโครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้อย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองลำปางเข้าสู่อำเภอเมืองปาน แล้วต่อไปยังตำบลทุ่งกว๋าวและบ้านทุ่งจี้ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถนำเที่ยวแบบคณะ
ถาม: เที่ยวโครงการพระราชดำริฯ บ้านทุ่งจี้แล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่ตัวอำเภอเมืองปาน พระธาตุดวงตา อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน และวัดพระบาทปู่ผาแดง
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



