หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เสริมงาม
>ต.เสริมซ้าย
> ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต่ำ
TL;DR: ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต่ำ อยู่ที่บ้านแม่ต๋ำ หมู่ที่ 1 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.
ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต่ำ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น.
ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำ จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่บ้านแม่ต๋ำ ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาชนบทตามแนวพระราชดำริที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน อาชีพ และป่าอย่างลึกซึ้ง โครงการแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์ฝึกอาชีพหรือแหล่งผลิตงานหัตถกรรมเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนสามารถเดินไปพร้อมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างสมดุล จากพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาความยากจน ขาดแคลนที่ดินทำกิน และพึ่งพาการตัดไม้ ล่าสัตว์ หรือหาของป่าเพื่อดำรงชีพ บ้านแม่ต๋ำค่อย ๆ กลายเป็นชุมชนที่มีอาชีพ มีรายได้ มีแหล่งเรียนรู้ และมีจิตสำนึกในการดูแลป่าไม้ของตนเองอย่างเข้มแข็ง
จุดเริ่มต้นสำคัญของศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำเกี่ยวข้องกับพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2527 ในครั้งที่เสด็จเยี่ยมราษฎรในอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง และทรงทราบถึงความยากลำบากของราษฎรบ้านแม่ต๋ำที่ยังไม่มีอาชีพมั่นคง มีพื้นที่ทำกินจำกัด และต้องพึ่งพาป่าเพื่อประทังชีวิต จึงมีพระราชดำริให้นำโครงการศิลปาชีพพิเศษเข้ามาช่วยเหลือราษฎร เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพสุจริต มีรายได้เสริม และลดการทำลายป่าไม้ที่เป็นทรัพยากรสำคัญของพื้นที่
ต่อมาเมื่อการดำเนินงานศิลปาชีพเริ่มช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกด้านอาชีพมากขึ้น จึงเห็นความจำเป็นในการพัฒนาด้านอื่นควบคู่กันไป เพราะหากแก้ไขเฉพาะเรื่องอาชีพโดยไม่จัดการเรื่องที่ดินทำกิน น้ำ การเกษตร และการอนุรักษ์ป่า ปัญหาการบุกรุกและการใช้ทรัพยากรอย่างไม่ยั่งยืนก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นอีก กองศิลปาชีพจึงได้จัดตั้ง “โครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำ” เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 โดยประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการดำเนินงานจากการส่งเสริมอาชีพไปสู่การพัฒนาชนบทแบบองค์รวม
พื้นที่โครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำมีขนาดรวมกว่า 32,000 ไร่ และถูกวางแนวทางการใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้พื้นที่เดียวกันสามารถทำหน้าที่หลายด้าน ทั้งด้านศิลปาชีพ เกษตรกรรม การจัดสรรพื้นที่ทำกิน การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ศูนย์บริการศิลปาชีพประมาณ 100 ไร่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมของการฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้ และพัฒนาทักษะงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ส่วนพื้นที่แปลงเกษตรสาธิต 63 แปลง รวมประมาณ 125 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้การเกษตร การปลูกพืชผสมผสาน การเลี้ยงสัตว์ และการจัดการดินน้ำให้เหมาะสมกับภูมิประเทศของบ้านแม่ต๋ำ
พื้นที่ทำกินของราษฎรราว 1,000 ไร่เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของโครงการ เพราะช่วยให้ประชาชนที่เคยไม่มีที่ดินทำกินหรือมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ได้มีโอกาสทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ และสร้างรายได้อย่างมั่นคงมากขึ้น การมีพื้นที่ทำกินที่ถูกจัดระเบียบและได้รับการส่งเสริมควบคู่กับความรู้ด้านการผลิต ทำให้ราษฎรไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปพึ่งพาการตัดไม้ หาของป่า หรือล่าสัตว์เหมือนในอดีต ขณะเดียวกันพื้นที่กว่า 30,775 ไร่ถูกกันไว้สำหรับการปลูกป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อให้ป่ากลับมาทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งอาหารตามธรรมชาติ และพื้นที่สมดุลของชุมชน
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำจึงเป็นหัวใจหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ป่าเพื่อความอยู่รอด ไปสู่การสร้างอาชีพโดยไม่ทำลายทรัพยากร งานศิลปาชีพที่ส่งเสริมในพื้นที่ประกอบด้วยงานเครื่องปั้นดินเผา งานแกะสลักไม้ งานทอผ้า และงานจักสาน งานเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้ราษฎร แต่ยังทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกนำกลับมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีคุณค่า ผู้หญิง ผู้สูงอายุ และสมาชิกครัวเรือนที่ไม่สามารถออกไปทำงานหนักนอกพื้นที่ได้ มีโอกาสเรียนรู้ทักษะ สร้างผลิตภัณฑ์ และมีรายได้เสริมจากแรงงานฝีมือของตนเอง
งานเครื่องปั้นดินเผาของศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำเป็นตัวอย่างของการนำวัตถุดิบและทักษะพื้นถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า จากการทำภาชนะหรือของใช้พื้นบ้าน สามารถต่อยอดไปสู่ของตกแต่ง เครื่องใช้ และของที่ระลึกที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ลำปาง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านเซรามิกอยู่แล้ว การฝึกฝนด้านรูปทรง ลวดลาย การเผา และการตกแต่งทำให้ชาวบ้านมีทักษะเฉพาะทางและสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพดีขึ้นตามลำดับ
งานทอผ้าเป็นอีกกลุ่มงานที่มีคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม เพราะผ้าทอเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตล้านนา การส่งเสริมให้ชาวบ้านเรียนรู้การทอผ้า การเลือกเส้นใย การจัดลาย และการผลิตผืนผ้าอย่างประณีต ช่วยให้ภูมิปัญญาที่เคยอยู่ในครัวเรือนกลายเป็นทักษะที่สร้างรายได้จริง ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาความรู้เรื่องผ้าพื้นถิ่นให้ส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ ไม่ให้สูญหายไปกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
งานแกะสลักไม้และงานจักสานสะท้อนความสามารถในการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ภายใต้แนวทางของโครงการ การใช้ไม้หรือวัสดุจากธรรมชาติต้องสัมพันธ์กับการอนุรักษ์ ไม่ใช่การทำลาย การฝึกอาชีพจึงไม่ได้มุ่งผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่สอนให้ชาวบ้านเข้าใจที่มาของทรัพยากร เห็นคุณค่าของป่า และรู้ว่าการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนต้องไม่แลกกับการทำลายต้นทุนธรรมชาติของชุมชน
ฟาร์มตัวอย่างภายในโครงการเป็นอีกส่วนที่ทำให้บ้านแม่ต๋ำกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม พื้นที่แปลงเกษตรสาธิตถูกใช้เพื่อทดลองและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกไม้ผล พืชผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงสัตว์ การจัดการน้ำ และการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกษตรกรสามารถเรียนรู้จากพื้นที่จริง เห็นผลจริง และนำแนวทางที่เหมาะสมกลับไปปรับใช้กับพื้นที่ทำกินของตนเองได้
แนวคิดสำคัญของฟาร์มตัวอย่างคือการทำให้ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคงโดยไม่ต้องขยายพื้นที่เข้าไปในป่า เมื่อมีความรู้เรื่องการปลูกพืชที่เหมาะสม การใช้ดินอย่างระมัดระวัง การจัดการน้ำ และการเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มรายได้ ครัวเรือนก็สามารถมีฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้นจากพื้นที่ที่มีอยู่ การพัฒนาระบบชลประทาน อ่างเก็บน้ำ และระบบส่งน้ำในพื้นที่ยังช่วยสนับสนุนทั้งการอุปโภคบริโภคและการผลิตทางเกษตร ทำให้การพัฒนาไม่ได้หยุดอยู่ที่การฝึกอาชีพ แต่ลงลึกไปถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิต
ด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ บ้านแม่ต๋ำเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการฟื้นฟูป่าด้วยการแก้ปัญหาความยากจนควบคู่กันไป หากชาวบ้านไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ และไม่มีที่ดินทำกิน การรณรงค์ให้อนุรักษ์ป่าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน โครงการจึงเลือกแนวทางที่ทำให้คนอยู่ได้และป่าอยู่ได้พร้อมกัน เมื่อชาวบ้านมีทางเลือกด้านอาชีพและเห็นประโยชน์ของป่าต่อชีวิตของตนเอง ความร่วมมือในการดูแลรักษาป่าก็เกิดขึ้นจากความเข้าใจ ไม่ใช่จากการบังคับ
ผลสำเร็จที่สำคัญของโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำจึงไม่ใช่เพียงจำนวนพื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟู หรือจำนวนแปลงเกษตรที่จัดสรร แต่คือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้คนในชุมชน ชาวบ้านเริ่มเห็นว่าป่าไม่ใช่เพียงแหล่งของป่าที่จะนำมาใช้ประโยชน์ แต่เป็นระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงน้ำ อาหาร อากาศ และความมั่นคงของชีวิต เมื่อเกิดจิตสำนึกร่วมในการดูแลป่า การอนุรักษ์จึงกลายเป็นหน้าที่ของทุกคนในชุมชน ไม่ใช่ภาระของหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว
บ้านแม่ต๋ำยังมีความสำคัญในฐานะชุมชนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบระหว่างเชิงเขาและป่าอุดมสมบูรณ์ สภาพภูมิประเทศดังกล่าวทำให้พื้นที่มีความสำคัญต่อระบบต้นน้ำและความมั่นคงทางทรัพยากร การพัฒนาในพื้นที่นี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด ผลกระทบจะไม่ได้เกิดกับบ้านแม่ต๋ำเพียงแห่งเดียว แต่จะส่งผลต่อพื้นที่ปลายน้ำ ชุมชนใกล้เคียง และระบบนิเวศโดยรวมของอำเภอเสริมงาม
สำหรับผู้มาเยือน ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้มากกว่าการเที่ยวแบบผ่าน ๆ ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นภาพรวมของงานพัฒนาที่เชื่อมโยงหลายมิติ ตั้งแต่งานศิลปาชีพที่สร้างอาชีพเสริม ฟาร์มตัวอย่างที่ให้ความรู้ด้านเกษตร พื้นที่ทำกินที่ช่วยให้ครัวเรือนมีความมั่นคง ไปจนถึงพื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟูเพื่อรักษาระบบนิเวศ การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการเห็นตัวอย่างจริงของการพัฒนาชนบทที่ไม่แยกคนออกจากธรรมชาติ
สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อมาเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำคือวิธีที่พื้นที่ถูกจัดวางอย่างมีเหตุผล ผู้มาเยือนจะเห็นว่าศูนย์ฝึกอาชีพไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่สัมพันธ์กับฟาร์มตัวอย่าง พื้นที่เกษตร พื้นที่ชุมชน และพื้นที่ป่าโดยรอบ ระบบเช่นนี้ทำให้โครงการมีความครบถ้วน เพราะอาชีพเสริมช่วยเพิ่มรายได้ เกษตรช่วยสร้างอาหารและรายได้หลัก ที่ดินทำกินช่วยลดแรงกดดันต่อป่า และพื้นที่ป่าช่วยรักษาต้นน้ำและระบบนิเวศให้ชุมชนยังอยู่ได้ในระยะยาว
ในด้านการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำเหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา กลุ่มครอบครัว หน่วยงาน และผู้ที่สนใจแนวพระราชดำริ เพราะสามารถใช้เป็นพื้นที่ศึกษาการพัฒนาแบบบูรณาการได้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนไม่เพียงได้เห็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรม แต่ยังได้เข้าใจว่าทำไมงานฝีมือเหล่านี้จึงสำคัญต่อครัวเรือนชนบท และทำไมการสร้างอาชีพต้องเชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่สนใจงานหัตถกรรมไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น การได้เห็นกระบวนการทำงานฝีมือหรือเลือกชมผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ต้นทาง ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจคุณค่าของสินค้าแต่ละชิ้นมากขึ้น เพราะเบื้องหลังผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่มีเรื่องราวของการฝึกฝน ความอดทน การสร้างอาชีพ และความพยายามของชุมชนในการยืนหยัดด้วยตนเอง
เมื่อมองในระดับจังหวัดลำปาง ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำช่วยเติมเต็มภาพการท่องเที่ยวของลำปางให้กว้างขึ้น ลำปางไม่ได้มีเพียงวัดเก่า รถม้า เซรามิก และเมืองเก่า แต่ยังมีพื้นที่พัฒนาตามแนวพระราชดำริที่แสดงให้เห็นการทำงานด้านอาชีพ เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน การเดินทางมาที่บ้านแม่ต๋ำจึงช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นอีกด้านของลำปางที่สงบ ลึก และมีคุณค่าทางสังคมอย่างชัดเจน
การเดินทาง ไปศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองลำปาง มุ่งหน้าไปอำเภอเสริมงาม แล้วเข้าสู่ตำบลเสริมซ้ายและบ้านแม่ต๋ำ ระยะทางจากตัวเมืองลำปางอยู่ในระดับที่เหมาะกับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับหรือจัดเป็นทริป 1 วันร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอเสริมงาม เส้นทางบางช่วงเป็นถนนชนบท ควรใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม ระมัดระวังทางแยกในชุมชน และตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือรถขนาดใหญ่
ผู้ที่ต้องการมาเป็นคณะเพื่อศึกษาดูงานควรติดต่อศูนย์หรือหน่วยงานท้องถิ่นล่วงหน้า เพื่อให้การเข้าชมเป็นระเบียบและเหมาะสมกับกิจกรรมในพื้นที่ เนื่องจากศูนย์ศิลปาชีพและฟาร์มตัวอย่างเป็นพื้นที่ทำงานจริงของชุมชน ไม่ใช่สวนสนุกหรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์โดยตรง การเข้าชมอย่างสุภาพ เคารพพื้นที่ฝึกอาชีพ ไม่รบกวนการทำงาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดีและยังเคารพต่อวิถีของชุมชน
หากจัดเส้นทางเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถใช้เวลาเรียนรู้ภายในศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำ ชมพื้นที่งานหัตถกรรม ฟาร์มตัวอย่าง และผลิตภัณฑ์ชุมชน แล้วแวะรับประทานอาหารหรือกาแฟในอำเภอเสริมงาม หากจัดเป็นทริปเต็มวัน สามารถเพิ่มอ่างเก็บน้ำแม่จง อ่างเก็บน้ำแม่อาง อ่างเก็บน้ำแม่เตียง วัดหลวงนางอย วัดในชุมชนเสริมซ้าย หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้เคียงเข้าไปในเส้นทางได้ ส่วนผู้ที่ต้องการพักค้างคืนสามารถเลือกที่พักในอำเภอเสริมงามหรือเดินทางต่อไปพักในตัวเมืองลำปางตามความสะดวก
ข้อควรปฏิบัติในการมาเยือนคือควรแต่งกายสุภาพและเหมาะกับพื้นที่ชนบท เตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสะดวก หากต้องการเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในแปลงเกษตรหรือพื้นที่ฝึกงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์โดยพลการ ไม่ทิ้งขยะ และไม่ทำกิจกรรมที่รบกวนการทำงานของชาวบ้าน การมาเยือนด้วยความเคารพจะทำให้การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้มาเยือนและชุมชน
ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำ จังหวัดลำปาง จึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะเยือนสำหรับผู้ที่สนใจแนวพระราชดำริ งานศิลปาชีพ เกษตรยั่งยืน การฟื้นฟูป่า และการพัฒนาชุมชน เพราะที่นี่แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าการแก้ปัญหาความยากจนและการอนุรักษ์ป่าไม่ใช่เรื่องแยกจากกัน หากชุมชนมีอาชีพ มีที่ดินทำกิน มีความรู้ และมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากร ป่าก็สามารถกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้ ขณะเดียวกันชีวิตของคนก็มั่นคงขึ้นได้อย่างสง่างาม
เมื่อมองในภาพรวม โครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำ ศิลปาชีพและฟาร์มตัวอย่าง คือบทพิสูจน์ของการพัฒนาที่เริ่มจากความเข้าใจปัญหาจริงของประชาชน แล้วออกแบบการช่วยเหลือให้ครอบคลุมทั้งอาชีพ ที่ดิน น้ำ เกษตรกรรม และป่าไม้ พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวหรือศูนย์ฝึกอาชีพ แต่เป็นต้นแบบของการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้คนและป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เป็นพลังแห่งพระราชดำริที่ยังคงส่งผลต่อชีวิตผู้คนและภูมิทัศน์ของบ้านแม่ต๋ำมาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำ จังหวัดลำปาง |
| ที่ตั้ง | บ้านแม่ต๋ำ หมู่ที่ 1 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง |
| ที่อยู่ | บ้านแม่ต๋ำ หมู่ที่ 1 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง 52210 |
| พิกัด | 17.9248069673223, 99.1504767537117 |
| ไฮไลต์ | ศูนย์ศิลปาชีพและฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริ ที่เชื่อมโยงการสร้างอาชีพ การเกษตร การจัดสรรพื้นที่ทำกิน และการฟื้นฟูป่าไม้ในพื้นที่เดียวกัน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจากพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการศิลปาชีพขึ้นที่บ้านแม่ต๋ำเมื่อปี พ.ศ. 2527 เพื่อช่วยเหลือราษฎรยากจนและลดการทำลายป่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ได้จัดตั้งโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำเพื่อส่งเสริมอาชีพ เกษตร ปศุสัตว์ ชลประทาน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อโครงการมาจากบ้านแม่ต๋ำ ซึ่งเป็นชุมชนในตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง และเป็นพื้นที่ดำเนินงานศิลปาชีพและการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ |
| ลักษณะเด่น | มีพื้นที่โครงการรวมกว่า 32,000 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ศูนย์บริการศิลปาชีพประมาณ 100 ไร่ แปลงเกษตรสาธิต 63 แปลง รวมประมาณ 125 ไร่ พื้นที่ทำกินของราษฎรราว 1,000 ไร่ และพื้นที่ปลูกป่า/ฟื้นฟูระบบนิเวศกว่า 30,775 ไร่ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองลำปางมุ่งหน้าอำเภอเสริมงาม เข้าสู่ตำบลเสริมซ้ายและบ้านแม่ต๋ำ เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถนำเที่ยวแบบคณะ ควรตรวจสอบเส้นทางและติดต่อพื้นที่ล่วงหน้าหากเข้าศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปาชีพ ฟาร์มตัวอย่าง เกษตรยั่งยืน และการพัฒนาชุมชนตามแนวพระราชดำริ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการศิลปาชีพ พื้นที่สาธิตงานหัตถกรรม แปลงเกษตรสาธิต พื้นที่เรียนรู้ฟาร์มตัวอย่าง พื้นที่จอดรถตามความเหมาะสม และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ศูนย์ศิลปาชีพ กลุ่มเครื่องปั้นดินเผา กลุ่มแกะสลักไม้ กลุ่มทอผ้า กลุ่มจักสาน ฟาร์มตัวอย่าง แปลงเกษตรสาธิต พื้นที่ทำกินของราษฎร และพื้นที่ปลูกป่าฟื้นฟูระบบนิเวศ |
| ผู้ดูแล | ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำ โครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และเทศบาลตำบลเสริมซ้ายในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นของพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | ศูนย์ศิลปาชีพแม่ต๋ำ โทร. 0-5423-9208, 0-5423-3744 / เทศบาลตำบลเสริมซ้าย โทร. 0-5483-6230 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ้านแม่ต๋ำ ชุมชนเสริมซ้าย ประมาณ 0 กม. 2. อ่างเก็บน้ำแม่จง ประมาณ 8 กม. 3. อ่างเก็บน้ำแม่อาง ประมาณ 12 กม. 4. อ่างเก็บน้ำแม่เตียง ประมาณ 15 กม. 5. วัดหลวงนางอย ประมาณ 18 กม. 6. ตัวอำเภอเสริมงาม ประมาณ 20 กม. 7. วัดพระธาตุลำปางหลวง ประมาณ 34 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารชุมชนบ้านแม่ต๋ำ ประมาณ 0 – 3 กม. 2. ร้านอาหารท้องถิ่นในตำบลเสริมซ้าย ประมาณ 5 – 10 กม. 3. กิ๋นแฟบ๋อเจ้า ตำบลทุ่งงาม ประมาณ 18 กม. โทร. 082-979-8058 4. ร้านอาหารในตัวอำเภอเสริมงาม ประมาณ 20 กม. 5. ร้านอาหารและเครื่องดื่มย่านเทศบาลตำบลเสริมงาม ประมาณ 20 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. นพเก้า รีสอร์ท เสริมงาม ประมาณ 20 กม. โทร. 089-264-7968, 080-129-5125 2. เฮือนวิวดี เสริมงามรีสอร์ท ประมาณ 22 กม. โทร. 081-952-9618 3. บ้านแพรว ฟาร์มสเตย์ ประมาณ 25 กม. 4. ที่พักและโฮมสเตย์ในอำเภอเสริมงาม ประมาณ 15 – 25 กม. 5. ที่พักในอำเภอเกาะคา ประมาณ 35 กม. 6. ที่พักในตัวเมืองลำปาง ประมาณ 55 – 65 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านแม่ต๋ำ หมู่ที่ 1 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นพื้นที่พัฒนาตามแนวพระราชดำริที่ส่งเสริมอาชีพศิลปาชีพ ฟาร์มตัวอย่าง เกษตรยั่งยืน การจัดสรรพื้นที่ทำกิน และการฟื้นฟูป่าไม้ เพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำเริ่มต้นเมื่อใด?
ตอบ: จุดเริ่มต้นของงานศิลปาชีพที่บ้านแม่ต๋ำเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2527 และต่อมาได้จัดตั้งโครงการพัฒนาบ้านแม่ต๋ำในปี พ.ศ. 2531
ถาม: ภายในศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำมีงานฝีมืออะไรบ้าง?
ตอบ: มีกลุ่มงานเครื่องปั้นดินเผา งานแกะสลักไม้ งานทอผ้า และงานจักสาน รวมถึงพื้นที่ฟาร์มตัวอย่างและแปลงเกษตรสาธิต
ถาม: ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.
ถาม: ไปศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมได้ตามเวลาเปิดทำการ และควรติดต่อพื้นที่ล่วงหน้าหากมาเป็นคณะศึกษาดูงาน
ถาม: เดินทางไปศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำอย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองลำปางไปอำเภอเสริมงาม แล้วเข้าสู่ตำบลเสริมซ้ายและบ้านแม่ต๋ำ เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถนำเที่ยวแบบคณะ
ถาม: เที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่อ่างเก็บน้ำแม่จง อ่างเก็บน้ำแม่อาง อ่างเก็บน้ำแม่เตียง วัดหลวงนางอย ตัวอำเภอเสริมงาม และวัดพระธาตุลำปางหลวง
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



