หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เมืองลำปาง >ต.พระบาท > วัดม่อนสัณฐาน
TL;DR: วัดม่อนสัณฐาน อยู่ที่ถนนป่าขาม ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ อาคารศิลปะพม่าและอาคารก่ออิฐถือปูนที่ได้รับอิทธิพลตะวันตก มีองค์ประกอบทั้งกุฏิไม้ วิหาร อุโบสถ และเจดีย์จุฬามณีสัณฐาน.

ลำปาง

วัดม่อนสัณฐาน

วัดม่อนสัณฐาน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
 
วัดม่อนสัณฐาน หรือที่ชาวลำปางรู้จักกันในชื่อ วัดม่อนปู่ยักษ์ เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวัง บริเวณชุมชนบ้านป่าขาม 2 และตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ กลางเมืองลำปาง พื้นที่วัดไม่สูงชันมาก แต่มีลักษณะเป็น “ม่อน” หรือเนินสูงตามภูมิประเทศล้านนา ทำให้วัดแห่งนี้มีบรรยากาศแตกต่างจากวัดกลางเมืองทั่วไป เพราะแม้อยู่ไม่ไกลจากย่านชุมชน แต่ยังให้ความรู้สึกสงบ มีมิติของวัดบนเนิน และมีเรื่องเล่าทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และศิลปกรรมที่เชื่อมโยงกับเมืองลำปางอย่างลึกซึ้ง
 
วัดม่อนสัณฐานมีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดม่อนปู่ยักษ์ ชื่อนี้เกี่ยวข้องกับตำนานพื้นบ้านที่เล่าว่าในสมัยพุทธกาล เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์พร้อมพระอรหันต์และเผยแผ่พระพุทธศาสนามาทางทิศบูรพา ได้มียักษ์ตนหนึ่งขัดขวางการเผยแผ่พระศาสนาและไล่ตามพระพุทธองค์มาจนถึงบริเวณป่าม่อนจำศีล พระพุทธองค์ทรงเห็นว่ายักษ์ตนนั้นควรหยุดการขัดขวาง จึงโปรดให้เข้าเฝ้าและฟังพระธรรม ยักษ์เกิดความปิติเลื่อมใส ก้มกราบแทบพระบาท และขอบำเพ็ญศีลภาวนาที่ม่อนจำศีล ต่อมาเมื่อยักษ์ตายลง จึงมีเรื่องเล่าว่ามาตายที่บริเวณม่อนปู่ยักษ์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากม่อนจำศีล
 
ตำนานนี้ทำให้วัดม่อนสัณฐานมีความสำคัญทางความเชื่อมากกว่าการเป็นวัดเก่าทั่วไป เพราะพื้นที่วัดถูกอธิบายผ่านเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงจากความดุร้ายไปสู่ศรัทธา จากการขัดขวางพระธรรมไปสู่การบำเพ็ญศีลภาวนา และจากยักษ์ผู้ต่อต้านกลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ได้รับธรรมะ ชื่อวัดม่อนปู่ยักษ์จึงไม่ได้มีความหมายเชิงน่ากลัว แต่เป็นชื่อที่สะท้อนคติธรรมเรื่องการยอมรับพระธรรม ความเปลี่ยนแปลงของจิตใจ และพลังของพระพุทธศาสนาในความเชื่อของชุมชน
 
วัดม่อนสัณฐานตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความเกี่ยวพันกับวัดสำคัญหลายแห่งของชุมชนบ้านป่าขาม เช่น วัดม่อนจำศีล วัดจองคำ วัดร่มโพธิ์งาม และวัดพระบาท พื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเป็นชุมชนที่มีความรุ่งเรืองทางศาสนาและวัฒนธรรม ประชาชนส่วนใหญ่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ผู้มีฐานะและพ่อค้าคหบดีนิยมสร้างวัดเป็นพุทธบูชา ทำให้ในพื้นที่บ้านป่าขามมีวัดหลายแห่งตั้งอยู่ใกล้กัน สะท้อนความหนาแน่นของศรัทธาและความสำคัญของเมืองลำปางในฐานะเมืองการค้าและเมืองวัฒนธรรมในภาคเหนือ
 
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วัดม่อนปู่ยักษ์ก่อสร้างเมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2442 โดยพ่อเฒ่านันตาน้อย พ่อเฒ่านันตาไก่ และพี่น้องอีก 3 คน อีกหลักฐานหนึ่งระบุจากศิลาจารึกภาษาไทยใหญ่ว่าในปี พ.ศ. 2444 หรือ ค.ศ. 1901 วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยนายจอง นันตาแกง ซึ่งมาจากรัฐฉาน ประเทศพม่า ข้อมูลทั้ง 2 ชุดช่วยให้เห็นบริบทของวัดในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคที่ลำปางมีความรุ่งเรืองด้านการค้าไม้ มีชาวพม่า ไทใหญ่ และคหบดีจากดินแดนใกล้เคียงเข้ามาตั้งถิ่นฐานและสร้างวัดแบบศิลปะพม่าในเมืองลำปางจำนวนมาก
 
สภาพแวดล้อมดั้งเดิมของวัดม่อนสัณฐานเกี่ยวข้องกับป่ามะขาม ชาวบ้านเล่าว่าบริเวณรอบวัดในอดีตเต็มไปด้วยต้นมะขาม เมื่อถึงฤดูฝนจะมีพืชล้มลุกขึ้นจำนวนมาก ส่วนฤดูแล้งพื้นที่จะแห้งมาก แต่ต้นมะขามยังสามารถยืนต้นได้ดีเพราะทนความร้อน จึงมีต้นมะขามจำนวนมากจนผู้คนเรียกบริเวณนี้ว่า “ป่าขาม” ซึ่งกลายมาเป็นชื่อชุมชนบ้านป่าขามในปัจจุบัน อีกทั้งในอดีตพื้นที่ป่ามะขามยังเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงช้างของพ่อค้า เพราะมะขามเป็นอาหารของช้าง และมะขามเปียกยังใช้เป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยของช้างได้ด้วย
 
จุดเด่นสำคัญของวัดม่อนสัณฐานคือรูปแบบศิลปกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่า ศิลปะไทใหญ่ และอิทธิพลตะวันตก ซึ่งพบมากในวัดพม่าหลายแห่งในลำปางช่วงยุคทองของการค้าไม้ อาคารหลักภายในวัดประกอบด้วยกุฏิไม้ศิลปะพม่า วิหาร อุโบสถ และเจดีย์ โดยแต่ละส่วนมีลักษณะเฉพาะที่ช่วยให้วัดแห่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญของการรับอิทธิพลศิลปกรรมจากหลายวัฒนธรรมในพื้นที่ลำปาง
 
กุฏิไม้โบราณเคยเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญของวัด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวิหาร หันหน้าไปทางทิศใต้ เป็นกุฏิไม้แบบศิลปะพม่า ตัวอาคารเป็นเครื่องไม้ยกพื้นชั้นเดียว หลังคาของอาคารใหญ่เป็นหลังคาจั่วซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ส่วนซุ้มเหนือทางเข้าออกแบบเป็นมณฑปรูปสี่เหลี่ยมยอดปราสาท บันไดทางขึ้นเป็นปูน และมีไม้แกะสลักแบบศิลปะพม่าประดับตกแต่ง ภายในประกอบด้วยโถงกลาง ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ส่วนด้านข้างใช้เป็นที่อยู่ของพระสงฆ์ อาคารไม้หลังนี้เคยได้รับการกล่าวถึงในฐานะสิ่งก่อสร้างรุ่นแรกของวัดและเป็นหลักฐานสำคัญของงานช่างพม่าในลำปาง
 
ปัจจุบันกุฏิไม้โบราณของวัดม่อนปู่ยักษ์อยู่ในบริบทของการอนุรักษ์และฟื้นฟูหลังเหตุเพลิงไหม้ในปี 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สังคมลำปางตระหนักถึงคุณค่าของอาคารไม้โบราณและศิลปกรรมพม่าที่เหลืออยู่ในเมืองมากยิ่งขึ้น การกล่าวถึงกุฏิไม้ในบทความนี้จึงควรมองในฐานะประวัติศาสตร์และคุณค่าทางศิลปกรรมของวัด ไม่ใช่การยืนยันว่าสภาพอาคารยังสมบูรณ์เหมือนเดิม การไปเยี่ยมชมควรเคารพพื้นที่วัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด
 
อุโบสถของวัดม่อนสัณฐานตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวิหาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก ทางวัดเรียกอาคารลักษณะนี้ว่าวิหารทางโปรตุเกส เป็นอาคารขนาดย่อมที่ตกแต่งด้วยลายแกะไม้ ลายปูนปั้น ประดับกระจก และปิดทอง รูปแบบดังกล่าวสะท้อนรสนิยมทางสถาปัตยกรรมในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ซึ่งเป็นช่วงที่ศิลปะตะวันตกเริ่มเข้ามาปรากฏร่วมกับงานช่างพม่าและล้านนาในเมืองลำปาง
 
วิหารของวัดตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตกเช่นกัน ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้ซุ้มโค้งหรือ Arch แบบตะวันตก ร่วมกับการประดับตกแต่งลวดลายศิลปะพม่าและท้องถิ่น ทำให้อาคารมีบุคลิกที่แตกต่างจากวิหารล้านนาดั้งเดิม ลักษณะเช่นนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่วัดม่อนสัณฐานได้รับความสนใจจากผู้ศึกษาศิลปกรรมพม่าในล้านนาและประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมเมืองลำปาง
 
เจดีย์ของวัดเป็นเจดีย์แบบมอญบนฐานประทักษิณขนาดใหญ่ มีชื่อว่าเจดีย์จุฬามณีสัณฐาน ล้อมด้วยกำแพงแก้วก่ออิฐถือปูน เจดีย์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนความศรัทธาแบบพุทธในสายพม่าและมอญ ซึ่งมีบทบาทในลำปางช่วงที่พ่อค้าชาวพม่าและไทใหญ่เข้ามาทำธุรกิจไม้และตั้งถิ่นฐาน การมีเจดีย์ลักษณะนี้ทำให้วัดม่อนสัณฐานเป็นหนึ่งในวัดที่แสดงร่องรอยเครือข่ายวัฒนธรรมข้ามภูมิภาคได้ชัดเจน
 
พระประธานและพระสาวกภายในวัดประดิษฐานอยู่บนฐานลายปูน เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สกุลช่างมัณฑเลย์ พระพุทธรูปแบบมัณฑเลย์มีลักษณะงดงามอ่อนช้อย เน้นความเรียบเนียนของรูปทรง ใบหน้าสงบ และการประดับตกแต่งที่ประณีต การมีพระประธานสกุลช่างมัณฑเลย์ภายในวัดช่วยยืนยันรากศิลปกรรมพม่าของวัดได้อย่างชัดเจน
 
วัดม่อนสัณฐานยังเกี่ยวข้องกับวัดม่อนจำศีลซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 15 ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง มีเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา และเป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายเช่นกัน วัดม่อนจำศีลมีรูปแบบศิลปะพม่าคล้ายวัดพม่าทั่วไปในล้านนา และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ต่อเนื่อง อาคารหลัก 3 หลัง ได้แก่ กุฏิไม้ศิลปะพม่า วิหาร และอุโบสถก่ออิฐถือปูนโบราณ ความใกล้ชิดของวัดม่อนจำศีลกับวัดม่อนปู่ยักษ์ทำให้พื้นที่นี้เป็นกลุ่มแหล่งศิลปกรรมพม่าที่สำคัญในเขตเมืองลำปาง
 
ตำนานยักษ์ที่บำเพ็ญศีลภาวนาที่ม่อนจำศีลและสิ้นชีวิตที่ม่อนปู่ยักษ์ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 วัดนี้ให้แน่นแฟ้นในเชิงความเชื่อ พื้นที่วัดทั้งสองจึงไม่ควรถูกมองแยกจากกันโดยสิ้นเชิง แต่ควรเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ศรัทธาในชุมชนบ้านป่าขามและตำบลพระบาท
 
ความสำคัญอีกประการหนึ่งของวัดม่อนสัณฐานคือการสะท้อนยุคเศรษฐกิจไม้ของลำปาง ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ลำปางเป็นศูนย์กลางสำคัญของการค้าไม้สัก มีพ่อค้าและคหบดีชาวพม่า ไทใหญ่ และกลุ่มคนจากรัฐฉานเดินทางเข้ามาทำงานและตั้งถิ่นฐาน คนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างวัดพม่าและศิลปกรรมแบบพม่าในลำปาง วัดม่อนปู่ยักษ์จึงเป็นหนึ่งในหลักฐานที่บอกเล่าเศรษฐกิจ สังคม และศรัทธาของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ดี
 
ถึงแม้วัดม่อนสัณฐานจะไม่ใช่วัดขนาดใหญ่ที่สุดของลำปาง แต่คุณค่าของวัดอยู่ที่ความซับซ้อนของเรื่องเล่าและศิลปกรรม พื้นที่วัดเล็กบนเนินเขากลางเมืองแห่งนี้รวมทั้งตำนานยักษ์ ศิลปะพม่า งานช่างไม้ งานปูนปั้น ซุ้มโค้งแบบตะวันตก เจดีย์แบบมอญ และพระพุทธรูปสกุลช่างมัณฑเลย์ไว้ด้วยกัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะ วัฒนธรรมพม่าในล้านนา และเส้นทางวัดเก่าในเมืองลำปาง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน วัดม่อนสัณฐานเหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ ไม่ควรเร่งรีบ เพราะรายละเอียดของวัดไม่ได้อยู่ที่สิ่งใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่องค์ประกอบเล็ก ๆ เช่น ลวดลายไม้แกะสลัก ลายปูนปั้น กระจกประดับ ฐานพระพุทธรูป รูปทรงเจดีย์ และการวางอาคารบนเนินวัด ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรเลือกมุมที่ไม่รบกวนพื้นที่ศาสนกิจและเคารพข้อจำกัดของพื้นที่หลังเหตุการณ์ไฟไหม้
 
ชุมชนบ้านป่าขามรอบวัดยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม เพราะมีวัดเก่าหลายแห่งอยู่ใกล้กัน การเที่ยววัดม่อนสัณฐานสามารถจัดร่วมกับวัดม่อนจำศีล วัดพระบาท วัดจองคำ และวัดร่มโพธิ์งาม เพื่อเห็นภาพรวมของศิลปกรรม ศรัทธา และชุมชนพม่าล้านนาในเมืองลำปางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของวัด เนื่องจากวัดม่อนสัณฐานยังเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญต่อชุมชน การเข้าไปในพื้นที่อาคารโบราณหรือพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่จับต้องชิ้นส่วนโบราณ งานไม้ งานปูนปั้น หรือพื้นที่ที่ทางวัดจำกัดการเข้าชม
 
การเดินทาง ไปวัดม่อนสัณฐานสามารถเริ่มจากตัวเมืองลำปาง มุ่งหน้าไปยังถนนป่าขาม ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง วัดตั้งอยู่บริเวณชุมชนบ้านป่าขาม 2 ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวัง เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถโดยสารท้องถิ่น จากตัวเมืองสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังวัดพระบาท กาดกองต้า สะพานรัษฎาภิเศก วัดศรีรองเมือง และวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามได้ในวันเดียวกัน
 
ชื่อสถานที่วัดม่อนสัณฐาน / วัดม่อนปู่ยักษ์
ที่ตั้งถนนป่าขาม ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
ที่อยู่213 หมู่ 1 ถนนป่าขาม ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง 52000
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ชื่อเรียกอื่นวัดม่อนปู่ยักษ์ หรือวัดม่อนสันฐาน
ไฮไลต์วัดเก่าบนเนินกลางเมืองลำปาง ศิลปะพม่า ศิลปะตะวันตกประยุกต์ เจดีย์แบบมอญ พระประธานสกุลช่างมัณฑเลย์ และตำนานปู่ยักษ์
ประวัติ / ยุคสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 และเกี่ยวข้องกับคหบดีพม่า ไทใหญ่ และชุมชนบ้านป่าขามในยุคการค้าไม้ของลำปาง
ลักษณะเด่นอาคารศิลปะพม่าและอาคารก่ออิฐถือปูนที่ได้รับอิทธิพลตะวันตก มีองค์ประกอบทั้งกุฏิไม้ วิหาร อุโบสถ และเจดีย์จุฬามณีสัณฐาน
เรื่องเล่าสำคัญตำนานยักษ์ที่ขัดขวางพระพุทธศาสนา ก่อนฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าและบำเพ็ญศีลภาวนาที่ม่อนจำศีล แล้วสิ้นชีวิตบริเวณม่อนปู่ยักษ์
โบราณสถานสำคัญวิหาร อุโบสถ เจดีย์จุฬามณีสัณฐาน พระประธานปางมารวิชัยศิลปะพม่าสกุลช่างมัณฑเลย์ และกุฏิไม้ศิลปะพม่าในฐานะหลักฐานประวัติศาสตร์ของวัด
สถานะอาคารไม้โบราณกุฏิไม้โบราณเป็นส่วนสำคัญในประวัติศิลปกรรมของวัด และปัจจุบันอยู่ในบริบทของการอนุรักษ์และฟื้นฟูหลังเหตุเพลิงไหม้ปี 2569
การเดินทางจากตัวเมืองลำปางเดินทางไปถนนป่าขาม ตำบลพระบาท วัดตั้งอยู่บริเวณชุมชนบ้านป่าขาม 2 ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวัง เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ ไหว้พระ และเยี่ยมชมพื้นที่วัด โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลในพื้นที่อาคารโบราณหรือพื้นที่ฟื้นฟู
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะ พื้นที่ชมโบราณสถาน และที่จอดรถภายในหรือบริเวณใกล้วัด
ผู้ดูแลวัดและคณะศรัทธาชุมชนบ้านป่าขาม
เบอร์ติดต่อหลัก054-314744, 054-010418
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพระบาท ประมาณ 1 กม.
2. วัดศรีรองเมือง ประมาณ 2 กม.
3. กาดกองต้า ประมาณ 3 กม.
4. สะพานรัษฎาภิเศก ประมาณ 3 กม.
5. วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ประมาณ 4 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Long Jim New York Pizza ประมาณ 3 กม. โทร. 082-8925009
2. ร้านบ้านพระยาสุเรนทร์ by Madame Musur ประมาณ 3 กม.
3. ข้าวซอยอิสลาม ประมาณ 3 กม.
4. Papacraft Cafe กาดกองต้า ประมาณ 3 กม.
5. ครัวเนื้อหอม ลำปาง ประมาณ 4 กม. โทร. 054-323999
ที่พักใกล้เคียง1. B2 Lampang Boutique & Budget Hotel ประมาณ 2 กม.
2. Hop Inn Lampang ประมาณ 3 กม. โทร. 02-0802222
3. The Riverside Guest House ประมาณ 3 กม.
4. The Coconut Hotel Lampang ประมาณ 4 กม. โทร. 054-821789
5. Tree Tara Hotel Lampang ประมาณ 6 กม. โทร. 099-1322256
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดม่อนสัณฐานคือวัดเดียวกับวัดม่อนปู่ยักษ์หรือไม่?
ตอบ: ใช่ วัดม่อนสัณฐานเป็นชื่อทางการที่ชาวบ้านรู้จักกันในอีกชื่อว่าวัดม่อนปู่ยักษ์ หรือวัดม่อนสันฐาน
 
ถาม: วัดม่อนสัณฐานตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ถนนป่าขาม ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวัง
 
ถาม: วัดม่อนสัณฐานมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือศิลปะพม่า ศิลปะตะวันตกประยุกต์ เจดีย์แบบมอญ พระประธานสกุลช่างมัณฑเลย์ และตำนานปู่ยักษ์
 
ถาม: วัดม่อนสัณฐานสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5
 
ถาม: ตำนานปู่ยักษ์เกี่ยวข้องกับวัดอย่างไร?
ตอบ: ตำนานเล่าว่ายักษ์ตนหนึ่งเคยขัดขวางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ก่อนฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าและเกิดศรัทธา ต่อมาสิ้นชีวิตบริเวณม่อนปู่ยักษ์
 
ถาม: วัดม่อนสัณฐานเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม สามารถเข้าทำบุญ ไหว้พระ และเยี่ยมชมพื้นที่วัดได้ฟรี

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
วัด วัด(86)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(11)
น้ำตก น้ำตก(15)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(12)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)