หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เมืองลำปาง >ต.กล้วยแพะ > วัดพระธาตุม่วงคำ
TL;DR: วัดพระธาตุม่วงคำ อยู่ที่ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองลำปางมุ่งหน้าไปตำบลกล้วยแพะ ระยะทางประมาณ 17 กม. เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า.
วัดพระธาตุม่วงคำ
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดพระธาตุม่วงคำ หรือที่ชาวลำปางจำนวนมากเรียกว่า วัดดอยม่วงคำ ตั้งอยู่ในตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 17 กิโลเมตร วัดแห่งนี้มีลักษณะเด่นเป็นวัดบนดอย มีบันไดขึ้นสู่พระธาตุประมาณ 484 ขั้น เส้นทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึงบริเวณชั้นสูงสุดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองลำปาง ภูเขา และพื้นที่ธรรมชาติโดยรอบได้อย่างกว้างไกล วัดพระธาตุม่วงคำจึงเป็นทั้งสถานที่สักการะพระธาตุ จุดชมวิว และแหล่งเรียนรู้ตำนานพื้นบ้านสำคัญของเมืองลำปางในสถานที่เดียวกัน
วัดพระธาตุม่วงคำมีความสำคัญในฐานะวัดที่ผูกพันกับความเชื่อเรื่องพระบรมธาตุ ตำนานพุทธกาล และตำนานหมาขนคำ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานกันอย่างกว้างขวางในพื้นที่ลำปาง ภายในวัดมีพระธาตุเป็นปูชนียสถานสำคัญ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่นอนอยู่ภายในศาลาระหว่างเส้นทางก่อนถึงบันไดชั้นสูงสุด และเป็นจุดสักการะของผู้ที่เดินทางมาเที่ยววัดดอยม่วงคำ ผู้มาเยือนจึงมักใช้เวลาทั้งไหว้พระ ทำบุญ เดินขึ้นบันได ชมวิว และเรียนรู้เรื่องเล่าของดอยม่วงคำไปพร้อมกัน
พื้นที่วัดมีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ 2 งาน เดิมเป็นพื้นที่ป่าเขา ต่อมามีการค้นพบฐานเจดีย์เก่า ซึ่งสอดคล้องกับตำนานหมาขนคำที่คนโบราณเล่าสืบต่อกันมา การค้นพบร่องรอยฐานเจดีย์เก่าทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับความสนใจในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมายทางศาสนาและความทรงจำท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงดอยธรรมดาที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองลำปางเท่านั้น
ประวัติการสร้างวัดพระธาตุม่วงคำเริ่มปรากฏอย่างชัดเจนเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยพระครูรัตนโสภณ หรือหลวงพ่ออิ่น อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่ทะและอดีตเจ้าอาวาสวัดเมืองศาสน์ ร่วมกับหลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดลำปาง ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่ดอยม่วงคำ การสร้างวัดได้รับความอุปถัมภ์จากสมณะศรัทธา เช่น พระครูสุเวทกิตติคุณ หรือหลวงปู่บุญชุบ แห่งวัดเกาะวารลุการาม อำเภอเมืองลำปาง รวมถึงชาวบ้านทั่วไป คณะศรัทธาอำเภอแม่ทะ คณะศรัทธาตำบลกล้วยแพะ และศรัทธาจากหลายพื้นที่
หลวงพ่อพระครูรัตนโสภณดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดพระธาตุม่วงคำ ตั้งแต่ พ.ศ. 2468 ถึง พ.ศ. 2512 รวมเป็นเวลา 44 ปี จนกระทั่งท่านมรณภาพ หลังจากนั้นวัดพระธาตุม่วงคำกลายเป็นวัดร้างอยู่ประมาณ 21 ปี ก่อนจะมีพระอธิการทินพันธ์ ทินฺนวโร จากวัดเมืองศาสน์ อำเภอเมืองลำปาง มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ทำให้วัดกลับมามีพระสงฆ์ดูแลและมีบทบาทเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนอีกครั้ง
เส้นทางขึ้นวัดพระธาตุม่วงคำเป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญของการมาเยือน บันไดประมาณ 484 ขั้นมีความชันและต้องใช้กำลังพอสมควร แต่ระหว่างทางมีบรรยากาศของวัดบนดอยให้สัมผัสอย่างชัดเจน ผู้ที่ตั้งใจขึ้นไปสักการะพระธาตุจึงมักมองว่าการเดินขึ้นบันไดเป็นทั้งการเดินทางทางกายและการฝึกจิตใจ ความเหนื่อยระหว่างทางถูกชดเชยด้วยความสงบของพื้นที่และวิวกว้างเมื่อขึ้นไปถึงด้านบน
ก่อนถึงบันไดช่วงสูงสุดจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ภายในศาลา เป็นจุดพักและจุดสักการะสำคัญสำหรับผู้ขึ้นไปไหว้พระธาตุ พระพุทธรูปองค์นี้ช่วยเพิ่มมิติทางศรัทธาให้กับเส้นทางขึ้นดอย เพราะผู้มาเยือนสามารถแวะกราบไหว้ พักหายใจ และตั้งจิตก่อนเดินต่อไปยังจุดสูงสุดของวัด
เมื่อขึ้นไปยังบริเวณสูงสุดของวัด พระธาตุม่วงคำเป็นจุดศูนย์กลางทางศรัทธาที่สำคัญ ผู้คนเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และในบางช่วงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาและพื้นที่เมืองลำปางได้อย่างงดงาม บรรยากาศบนดอยมีความสงบ โปร่งโล่ง และเหมาะสำหรับการใช้เวลาพักใจอย่างยิ่ง
วัดพระธาตุดอยม่วงคำยังมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุประจำปี ซึ่งจัดขึ้นในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 เหนือ เป็นงานบุญสำคัญที่ชาวบ้านและคณะศรัทธาเดินทางมาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ภายในงานมีการทำบุญ สรงน้ำพระธาตุ แห่ผ้าและเครื่องสักการะขึ้นสู่พระธาตุ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นและรักษาศรัทธาที่มีต่อพระธาตุม่วงคำให้ดำรงอยู่
ความสำคัญอีกด้านของวัดพระธาตุม่วงคำคือการเป็นแหล่งกำเนิดตำนานหมาขนคำ หรือตำนานหมาขนสีทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานกันในเมืองลำปาง ตำนานนี้เริ่มต้นด้วยเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาล เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์สาวกจำนวน 1,500 องค์ เสด็จโดยทางนภากาศมาประทับที่ดอยแห่งนี้ พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมอริยสัจสี่แก่พระอานนท์ พระสาวก เทพบุตร เทพธิดา พระอินทร์ พระพรหม ยมราช พญาครุฑ พญานาค และพุทธบริษัทที่มาเข้าเฝ้า
จากนั้นพระสาวกรูปหนึ่งได้ทูลถามถึงความเป็นมาในอดีตของดอยแห่งนี้ พระพุทธองค์ตรัสว่าในอดีต สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ที่พระพุทธเจ้าในภัทรกัปมาบำเพ็ญเพื่อสร้างพระสัมมาสัมโพธิญาณทุกพระองค์ แล้วพระพุทธองค์ทรงลูบพระเศียร นำเส้นพระเกศาจำนวน 8 เส้นให้บรรจุไว้ในหลุมลึกประมาณ 50 วา พระอินทร์จึงสั่งให้พระวิษณุกรรมเทพบุตรนำกิ่งมะม่วงหรือกัมปะละมาปักไว้เป็นเครื่องหมาย แล้วทรงพยากรณ์ว่าภายภาคหน้าที่แห่งนี้จะมีชื่อว่า ดอยม่วงคำ และเมื่อพระองค์ปรินิพพาน เหล่าพระสาวกจะอัญเชิญพระมหาจานุกังหรือกระดูกคางด้านซ้ายมาบรรจุไว้ ณ ที่นี้
ตำนานหมาขนคำเล่าต่อว่า นานมาแล้วมีนายพรานคนหนึ่งเลี้ยงหมาตัวเมียที่มีขนสีทอง จึงเรียกกันว่าแม่หมาขนคำ ในย่านนั้นไม่มีหมาตัวผู้อยู่เลย แต่วันหนึ่งแม่หมาเกิดตั้งท้องขึ้นมา นายพรานเกรงว่าชาวบ้านจะครหาว่าตนมีเมียเป็นหมา จึงคิดกำจัดแม่หมา บ้านของนายพรานอยู่บริเวณบ้านเหล่าปลดริมป่า เป็นบ้านเสาสูงแบบเรือนต้นไม้ มีบันไดที่สามารถปลดเก็บขึ้นไว้บนเรือนได้เพื่อป้องกันสัตว์ร้าย
เย็นวันหนึ่ง นายพรานปลดบันไดบ้านเก็บไว้บนเรือนและทิ้งแม่หมาไว้ข้างล่าง โดยหวังให้เสือมาคาบแม่หมาไปกิน แต่แม่หมาวิ่งหนีไปถึงดอยผาสามเส้า ริมดอยวัดม่วงคำในเขตอำเภอแม่ทะ แล้วคลอดลูกแฝดเป็นเด็กหญิงน่ารัก 2 คน ต่อมาแม่หมาออกหาอาหารมาเลี้ยงลูกน้อย และคาบเสื้อผ้าที่ชาวบ้านตากไว้บนราวไปให้ลูกสาวสวมใส่ จนลูกสาวฝาแฝดเติบโตเป็นหญิงสาว คนพี่ชื่อนางเจตะกา คนน้องชื่อนางบัวตอง
กิตติศัพท์ความงามของหญิงสาวทั้งสองแพร่ไปถึงในเมือง เมื่อพระยาปลัมมะโฆษา เจ้าเมืองทราบข่าว จึงปรารถนาจะรับธิดาแฝดไปเป็นมเหสีซ้ายขวา แล้วจัดขบวนวอทองไปรับทั้งสองจากดอยผาสามเส้าขณะที่แม่หมาไม่อยู่ นางบัวตองผู้น้องร้องไห้คร่ำครวญถึงแม่หมาด้วยความอาลัย ส่วนเจตะกาผู้พี่มีท่าทีตื่นเต้นที่ตนจะได้เข้าไปอยู่ในวัง
พระยาปลัมมะโฆษาได้สร้างปราสาท 2 หลังให้นางเจตะกาและนางบัวตองอยู่คนละหลัง ฝ่ายแม่หมาเมื่อกลับมาถึงผาสามเส้าแล้วพบว่าลูกสาวหายไป จึงเห่าหอนและตะกุยหน้าผาด้วยความเศร้า จนเกิดรอยคล้ายเล็บเท้าฝังในเนื้อหินผา ชาวบ้านเรียกรอยนั้นว่ารอยตีนหมาขนคำร้องไห้หาลูกสาว ความเวทนาของแม่หมาทำให้พระอินทร์เนรมิตให้แม่หมาพูดได้ เพื่อให้สามารถออกตามหาลูกสาวได้
แม่หมาเดินทางตามหาลูกสาวจนมาถึงปราสาทของนางเจตะกา เมื่อทหารซักถามว่าแม่หมาเกี่ยวข้องกับนางเจตะกาอย่างไร แม่หมาจึงบอกว่านางเจตะกาเคยเป็นนายเก่ามาก่อน ครั้นทหารแจ้งให้นางเจตะกาทราบ นางเจตะกากลัวอับอายที่มีแม่เป็นหมา จึงสั่งให้ทหารทำร้ายแม่หมาจนบาดเจ็บ แม่หมาต้องวิ่งหนีไปด้วยความทุกข์
แม่หมาที่ได้รับบาดเจ็บวิ่งมาถึงปราสาทของนางบัวตอง นางบัวตองรีบออกมารับแม่หมาเข้าไปในปราสาท รักษาบาดแผล ให้ข้าวให้น้ำ และดูแลด้วยความกตัญญู นางบัวตองทูลขอหีบขนาดใหญ่จากสวามี โดยบอกว่าจะนำไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าภายใน 7 วัน แต่ความจริงนางนำหีบนั้นมาใช้เป็นที่ซ่อนแม่หมาไว้ในวัง เมื่อครบ 7 วัน แม่หมาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและสิ้นใจตาย
พระอินทร์ได้เนรมิตร่างของแม่หมาให้กลายเป็นแก้วแหวนเงินทอง เมื่อพระยาเจ้าเมืองพบว่ามีทรัพย์เต็มหีบก็โปรดปรานนางบัวตองมาก และให้นางบัวตองไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าอีกครั้ง นางบัวตองเสียใจที่แม่หมาเสียชีวิต จึงคิดกระโดดหน้าผาเพื่อฆ่าตัวตาย แต่บริเวณด้านล่างหน้าผาเป็นที่อยู่ของยักษ์ซึ่งป่วยเป็นฝีกลัดหนอง เมื่อร่างของนางตกลงไปกระทบยักษ์ทำให้ฝีแตก ยักษ์หายปวดและมอบทรัพย์สมบัติให้นางบัวตองเป็นจำนวนมาก นางจึงนำสมบัติกลับไปถวายพระยาปลัมมะโฆษา
ฝ่ายนางเจตะกาเมื่อทราบข่าวว่านางบัวตองได้สมบัติจากผาสามเส้าก็เกิดความอิจฉา นางจึงอาสาพระยาปลัมมะโฆษาไปขนสมบัติบ้าง เมื่อไปถึงผาสามเส้า นางเจตะกากระโดดหน้าผาตามคำแนะนำของนางบัวตอง แต่ด้วยบาปจากการทำร้ายแม่ของตนเอง ยักษ์จึงจับนางเจตะกากินเป็นอาหาร แล้วไล่กินขบวนช้างม้าจนล้มตายเป็นจำนวนมาก สถานที่นั้นจึงเรียกว่าโทกหัวช้าง ซึ่งปัจจุบันเป็นชุมชนในเขตอำเภอเมืองลำปาง
ตอนท้ายของตำนาน พระพุทธองค์ทรงอธิบายการกลับชาติมาเกิดของตัวละครในเรื่อง นายพรานเกิดมาเป็นพระเทวทัต แม่หมาขนคำเกิดมาเป็นนางปฏาจารา นางบัวตองเกิดมาเป็นพระนางพิมพายโสธรา นางเจตะกาเกิดเป็นนางจิญจมาณวิกา ผู้ใส่ร้ายพระพุทธเจ้าและถูกแผ่นดินสูบลงมหานรกอเวจี ส่วนพระยาปลัมมะโฆษาเกิดมาเป็นพระตถาคต เรื่องเล่านี้จึงไม่ใช่เพียงนิทานพื้นบ้าน แต่แฝงคติธรรมเรื่องกตัญญู ผลของกรรม ความซื่อสัตย์ ความเมตตา และความแตกต่างระหว่างผู้ที่รู้คุณกับผู้ที่ละทิ้งบุพการี
วัดพระธาตุม่วงคำจึงมีคุณค่าทั้งในฐานะวัดบนดอย ปูชนียสถานสำคัญ และพื้นที่เล่าตำนานเมืองลำปาง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จะได้สัมผัสทั้งการไหว้พระธาตุ การเดินขึ้นบันไดเพื่อฝึกความตั้งใจ การชมวิว และการเรียนรู้เรื่องหมาขนคำ ซึ่งทำให้ดอยม่วงคำมีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดอื่นในจังหวัดลำปางอย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่ชอบเดินขึ้นวัดบนดอย วัดพระธาตุม่วงคำเป็นสถานที่ที่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เนื่องจากบันไดค่อนข้างชันและมีจำนวนมาก ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก พกน้ำดื่ม และเลือกเวลาเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัด เมื่อขึ้นถึงด้านบน ควรใช้เวลาอย่างสงบ สักการะพระธาตุ ชมวิว และระลึกถึงตำนานที่ผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้
การเดินทาง ไปวัดพระธาตุม่วงคำสามารถเริ่มจากตัวเมืองลำปาง มุ่งหน้าไปตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เส้นทางสามารถจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองลำปางและพื้นที่ใกล้เคียงได้ เช่น วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดศรีรองเมือง กาดกองต้า และสะพานรัษฎาภิเศก
| ชื่อสถานที่ | วัดพระธาตุม่วงคำ / วัดดอยม่วงคำ |
| ที่ตั้ง | ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เนื้อที่ | 13 ไร่ 2 งาน |
| ไฮไลต์ | พระธาตุบนดอย บันไดชันประมาณ 484 ขั้น พระพุทธไสยาสน์ในศาลาระหว่างทาง จุดชมวิวเมืองลำปาง และตำนานหมาขนคำ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยพระครูรัตนโสภณ หรือหลวงพ่ออิ่น ร่วมกับหลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน และคณะศรัทธาหลายพื้นที่ ต่อมาเคยร้างประมาณ 21 ปี ก่อนกลับมามีพระสงฆ์ดูแลอีกครั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2533 |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระธาตุม่วงคำ พระพุทธรูปองค์ใหญ่นอนอยู่ในศาลาระหว่างทางขึ้นดอย และพื้นที่ชมวิวบนยอดดอย |
| ประเพณีสำคัญ | งานสรงน้ำพระธาตุประจำปี ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 เหนือ |
| เรื่องเล่าสำคัญ | ตำนานหมาขนคำ หรือหมาขนสีทองคำ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านสำคัญของดอยม่วงคำและเมืองลำปาง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองลำปางมุ่งหน้าไปตำบลกล้วยแพะ ระยะทางประมาณ 17 กม. เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากนั้นเดินขึ้นบันไดประมาณ 484 ขั้นเพื่อขึ้นสู่พระธาตุ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ ไหว้พระธาตุ และชมวิวบนดอย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| ผู้ดูแล | พระอธิการทินพันธ์ ทินฺนวโร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระธาตุลำปางหลวง ประมาณ 15 กม. 2. วัดไหล่หินหลวง ประมาณ 16 กม. 3. วัดศรีรองเมือง ประมาณ 17 กม. 4. กาดกองต้า ประมาณ 18 กม. 5. สะพานรัษฎาภิเศก ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารพื้นเมืองในพื้นที่กล้วยแพะ ประมาณ 5 กม. 2. ร้านอาหารในย่านแม่ทะ ประมาณ 10 กม. 3. Long Jim New York Pizza ประมาณ 18 กม. 4. ร้านบ้านพระยาสุเรนทร์ by Madame Musur ประมาณ 18 กม. โทร. 054-222317 5. ครัวเนื้อหอม ลำปาง ประมาณ 19 กม. โทร. 054-323999 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Tree Tara Hotel Lampang ประมาณ 14 กม. โทร. 099-1322256 2. B2 Lampang City Boutique & Budget Hotel ประมาณ 16 กม. โทร. 052-009161 3. Wienglakor Hotel Lampang ประมาณ 17 กม. 4. Hop Inn Lampang City Center ประมาณ 17 กม. 5. The Coconut Hotel Lampang ประมาณ 19 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระธาตุม่วงคำตั้งอยู่ที่ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำมีบันไดกี่ขั้น?
ตอบ: มีบันไดขึ้นสู่พระธาตุประมาณ 484 ขั้น เส้นทางค่อนข้างชันและควรเตรียมร่างกายให้พร้อม
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าอะไร?
ตอบ: ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดดอยม่วงคำ
ถาม: งานสรงน้ำพระธาตุจัดขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: งานสรงน้ำพระธาตุประจำปีจัดในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 เหนือ
ถาม: ตำนานหมาขนคำเกี่ยวข้องกับวัดอย่างไร?
ตอบ: ดอยม่วงคำเป็นแหล่งกำเนิดตำนานหมาขนคำ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านสำคัญที่เชื่อมโยงกับพื้นที่วัดและคติธรรมเรื่องกตัญญูและผลของกรรม
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม สามารถเข้าทำบุญ ไหว้พระธาตุ และชมวิวได้ฟรี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




