หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เมืองลำปาง >ต.หัวเวียง > วัดบุญวาทย์วิหาร
TL;DR: วัดบุญวาทย์วิหาร อยู่ที่ถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระวิหารหลวงเป็นอาคารทึบ หลังคาจั่ว ฐานสูงกว่าวิหารล้านนา ตกแต่งภายในด้วยลายไทยภาคกลาง และยังมีร่องรอยศิลปะล้านนาบางส่วน.
วัดบุญวาทย์วิหาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดบุญวาทย์วิหาร จังหวัดลำปาง เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์เมืองลำปาง ตั้งอยู่บนถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง เป็นวัดโบราณที่มีอายุไม่น้อยกว่า 400 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดหลวงวัดแรกของจังหวัดลำปาง เดิมวัดแห่งนี้ชื่อว่า “วัดกลางเมือง” ซึ่งสะท้อนตำแหน่งและบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางเมืองเก่าลำปางมาแต่โบราณ วัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเจ้านายและข้าราชการในอดีต จึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานสำหรับประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระเบียบอำนาจ การปกครอง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ครองนครกับบ้านเมืองในช่วงประวัติศาสตร์ล้านนาและรัตนโกสินทร์
แม้วัดบุญวาทย์วิหารจะตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับวัดใหญ่หลายแห่งในจังหวัดลำปาง แต่คุณค่าของวัดกลับมีความลึกและแน่นอย่างมาก ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม พระพุทธรูปสำคัญ และสถานะของวัดในฐานะพระอารามหลวง ภายในพื้นที่วัดมีพระอุโบสถหรือพระวิหารหลวงที่เป็นศูนย์กลางสำคัญ ประดิษฐานพระประธานนามว่า “พระเจ้าตนหลวง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่กับวัดและเป็นที่เคารพของชาวลำปางมายาวนาน บรรยากาศของวัดให้ความรู้สึกสงบ ขรึม และเป็นทางการกว่าวัดท้องถิ่นทั่วไป เพราะมีประวัติผูกพันกับเจ้านครลำปางและการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 6
ตามประวัติ วัดบุญวาทย์วิหารมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี พ.ศ. 2347 สมัยเจ้าหลวงคำโสม เจ้าผู้ครองนครลำปาง ได้รื้อวิหารหลังเก่าและสร้างพระวิหารหลวงขึ้นใหม่ พร้อมสร้างพระประธาน พระเจดีย์ กุฏิ และหอไตร เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจึงเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดกลางเมืองเป็น “วัดหลวงไชยสัณฐาน” ชื่อนี้สะท้อนสถานะความเป็นวัดหลวงของเมือง และแสดงให้เห็นว่าวัดมีบทบาทสำคัญในระบบเมืองลำปางตั้งแต่สมัยเจ้าผู้ครองนคร
ต่อมาในปี พ.ศ. 2455 เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง เห็นว่าวัดหลวงไชยสัณฐานมีสภาพทรุดโทรมลงมาก จึงให้รื้อพระวิหารหลวง หอไตร กุฏิ และกำแพงวัดทั้งหมด แล้วมอบหมายให้หลวงประสานไมตรีราษฎร์ ซึ่งเป็นนายช่าง เดินทางไปลอกแบบพระอารามหลวงในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำรูปแบบกลับมาจัดสร้างวัดขึ้นใหม่ในลำปาง การบูรณะครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วัดบุญวาทย์วิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมแตกต่างจากวัดล้านนาดั้งเดิมหลายแห่งในจังหวัดเดียวกัน
พระวิหารหลวงที่สร้างขึ้นใหม่มีลักษณะเป็นอาคารทึบ หลังคาจั่ว ฐานอาคารสูงกว่าวิหารล้านนาโดยทั่วไป ภายในตกแต่งด้วยลายไทยภาคกลาง ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างรูปแบบพระอารามหลวงแบบกรุงเทพฯ กับร่องรอยศิลปะล้านนาที่หลงเหลืออยู่บางส่วน เช่น ตุงกระด้างและค้ำยัน ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจนำมาจากวิหารหลังเดิม ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดบุญวาทย์วิหารเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านทางศิลปกรรมในเมืองลำปาง จากรูปแบบล้านนาท้องถิ่นสู่รูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากส่วนกลางในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25
ในการบูรณะครั้งสำคัญนี้ เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตยังให้หล่อพระประธานขึ้นองค์หนึ่ง ขนานนามว่า “พระเจ้าตนหลวง” มีหน้าตักกว้าง 1 วา 2 ศอก สูง 2 วา 14 นิ้ว แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2457 พระเจ้าตนหลวงประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวลำปางให้ความเคารพนับถืออย่างสูง และเป็นหัวใจทางศรัทธาของวัดบุญวาทย์วิหารมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากการสร้างและบูรณะแล้วเสร็จ ได้มีการเสนอขอเปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดหลวงบุญวาทย์บำรุง” เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต ผู้มีบทบาทสำคัญในการบูรณะวัด ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตเป็นประธาน พร้อมด้วยพระธรรมจินดานายก พระครูภูริโสภณ หรือผาย เจ้าอาวาสซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดลำปาง ได้ทำการฉลองสมโภชและประชุมสงฆ์ร่วมทำสังฆกรรมจำนวน 120 รูป พร้อมทำพระวิหารหลวงให้เป็นพระอุโบสถ
เมื่อการฉลองวัดและผูกพัทธสีมาแล้วเสร็จ พระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาส และเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง ได้ร่วมกันนำความขึ้นกราบบังคมทูลถวายวัดหลวงบุญวาทย์บำรุงเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดบุญวาทย์วิหาร” นับแต่นั้นเป็นต้นมา
สถานะพระอารามหลวงทำให้วัดบุญวาทย์วิหารมีความสำคัญแตกต่างจากวัดทั่วไปในจังหวัดลำปาง เพราะพระอารามหลวงเป็นวัดที่มีความสัมพันธ์กับราชสำนักและรัฐไทยโดยตรง การที่วัดแห่งนี้ได้รับพระราชทานนามและยกฐานะในสมัยรัชกาลที่ 6 สะท้อนความสำคัญของวัดในระดับเมืองและระดับประเทศ อีกทั้งยังตอกย้ำบทบาทของเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตในฐานะผู้มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเมืองลำปางในยุคเปลี่ยนผ่าน
พระอุโบสถของวัดบุญวาทย์วิหารเป็นอาคารสำคัญที่สุดของวัด ลักษณะอาคารมีความเป็นระเบียบ เรียบขรึม และสง่างาม ภายในตกแต่งด้วยลวดลายไทยภาคกลาง ผสมกับองค์ประกอบล้านนาบางส่วนที่หลงเหลือจากวิหารเดิม สิ่งนี้ทำให้พระอุโบสถเป็นหลักฐานทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะส่วนกลางกับศิลปะท้องถิ่นได้ดี ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะจะพบว่าพระอุโบสถแห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าการเป็นอาคารประกอบพิธีกรรม เพราะเป็นหลักฐานของรสนิยม การเมืองวัฒนธรรม และการปรับตัวของศาสนสถานล้านนาในยุคสมัยใหม่
พระเจ้าตนหลวงภายในพระอุโบสถเป็นจุดศรัทธาหลักของวัด ชาวลำปางนิยมเข้ากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ความสงบของพระอุโบสถทำให้ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาอยู่กับการสักการะได้อย่างเต็มที่ แม้วัดจะตั้งอยู่ในเขตเมือง แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายในวัดแล้วจะสัมผัสได้ถึงความเงียบและความเป็นระเบียบของพระอารามหลวง
วัดบุญวาทย์วิหารยังมีความสำคัญในฐานะสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดลำปาง บทบาทนี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับการฝึกจิตใจ การศึกษาธรรมะ และการปฏิบัติภาวนา ผู้ที่มาวัดจึงไม่ได้มาเพื่อชมสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถมาสัมผัสมิติของความสงบและการปฏิบัติธรรมในบริบทของวัดเมืองเก่าได้ด้วย
ความน่าสนใจของวัดบุญวาทย์วิหารอยู่ที่การเป็นวัดเมืองขนาดพื้นที่ไม่กว้าง แต่บรรจุเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างหนาแน่น ตั้งแต่ชื่อเดิมวัดกลางเมือง การใช้เป็นสถานที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา การเปลี่ยนชื่อเป็นวัดหลวงไชยสัณฐาน การบูรณะโดยเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต การหล่อพระเจ้าตนหลวง การผูกพัทธสีมา และการได้รับพระราชทานนามเป็นวัดบุญวาทย์วิหาร ทุกช่วงเวลาล้วนเป็นชั้นข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจเมืองลำปางในหลายมิติ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบประวัติศาสตร์ วัดบุญวาทย์วิหารเป็นสถานที่ที่ควรใช้เวลาอ่านรายละเอียดและพิจารณาอย่างช้า ๆ เพราะองค์ประกอบภายในวัดเชื่อมโยงกับชื่อบุคคลสำคัญหลายคน เช่น เจ้าหลวงคำโสม เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต พระธรรมจินดานายก พระครูภูริโสภณ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การเชื่อมโยงเหล่านี้ทำให้วัดแห่งนี้เป็นเหมือนเอกสารประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่กลางเมืองลำปาง
ทำเลของวัดบุญวาทย์วิหารยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวในตัวเมืองลำปาง เนื่องจากอยู่บนถนนบุญวาทย์ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ร้านอาหาร และที่พักหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นจากวัดบุญวาทย์วิหาร แล้วเดินทางต่อไปยังวัดศรีชุม วัดศรีรองเมือง กาดกองต้า สะพานรัษฎาภิเศก หรือวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามได้ในวันเดียวกัน
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบภายในวัด เนื่องจากวัดบุญวาทย์วิหารยังเป็นพระอารามหลวงและสำนักปฏิบัติธรรมที่มีการใช้งานจริง ภายในพระอุโบสถควรงดใช้เสียงดังและควรปฏิบัติตามข้อแนะนำของวัด การถ่ายภาพควรทำด้วยความเคารพ โดยเฉพาะบริเวณพระประธานและพื้นที่ประกอบพิธีกรรม
แม้วัดแห่งนี้จะไม่ได้มีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทำให้เป็นหนึ่งในวัดที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อมาเที่ยวลำปาง วัดบุญวาทย์วิหารช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของลำปาง นอกจากเมืองรถม้า บ้านไม้ และตลาดเก่าแล้ว ยังมีมิติของวัดหลวง การปกครอง การพระศาสนา และศิลปะที่ผสมผสานระหว่างล้านนากับส่วนกลางอย่างชัดเจน
การเดินทาง ไปวัดบุญวาทย์วิหารสามารถเดินทางได้สะดวกจากตัวเมืองลำปาง วัดตั้งอยู่บนถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง ใกล้ย่านเมืองเก่าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถสองแถว รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือเดินจากที่พักในตัวเมืองบางแห่งได้อย่างสะดวก
| ชื่อสถานที่ | วัดบุญวาทย์วิหาร |
| ที่ตั้ง | ถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง |
| ที่อยู่ | ถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง 52000 |
| ไฮไลต์ | พระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดลำปาง พระเจ้าตนหลวง พระอุโบสถแบบพระอารามหลวง และประวัติการถือน้ำพิพัฒน์สัตยา |
| ประวัติ / ยุค | วัดโบราณอายุไม่น้อยกว่า 400 ปี เดิมชื่อวัดกลางเมือง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดหลวงไชยสัณฐาน วัดหลวงบุญวาทย์บำรุง และได้รับพระราชทานนามว่าวัดบุญวาทย์วิหาร |
| ลักษณะเด่น | พระวิหารหลวงเป็นอาคารทึบ หลังคาจั่ว ฐานสูงกว่าวิหารล้านนา ตกแต่งภายในด้วยลายไทยภาคกลาง และยังมีร่องรอยศิลปะล้านนาบางส่วน |
| พระพุทธรูปสำคัญ | พระเจ้าตนหลวง พระประธานในพระอุโบสถ หน้าตักกว้าง 1 วา 2 ศอก สูง 2 วา 14 นิ้ว |
| สถานะทางศาสนา | พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดลำปาง |
| การเดินทาง | อยู่ในตัวเมืองลำปาง บนถนนบุญวาทย์ เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถสองแถว รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือเดินจากย่านที่พักในตัวเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ สักการะพระเจ้าตนหลวง และเยี่ยมชมพระอารามหลวง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะพระอุโบสถ ลานวัด และพื้นที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูอนุศาสก์วรธรรม (เมธี ปญฺญาธโร) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 054-322276 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดศรีชุม ประมาณ 1 กม. 2. วัดศรีรองเมือง ประมาณ 2 กม. 3. กาดกองต้า ประมาณ 2 กม. 4. สะพานรัษฎาภิเศก ประมาณ 2 กม. 5. วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Long Jim New York Pizza ประมาณ 700 ม. โทร. 054-010555 2. ร้านบ้านพระยาสุเรนทร์ by Madame Musur ประมาณ 1 กม. โทร. 054-222317 3. ข้าวซอยอิสลาม ประมาณ 2 กม. 4. Papacraft Cafe กาดกองต้า ประมาณ 2 กม. 5. ครัวเนื้อหอม ลำปาง ประมาณ 3 กม. โทร. 054-323999 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Khelang Nakorn Hotel ประมาณ 1 กม. 2. Pin Hotel Lampang ประมาณ 1 กม. 3. Le Neuf Nakorn Lampang ประมาณ 1 กม. 4. Wienglakor Hotel Lampang ประมาณ 2 กม. โทร. 054-225501 5. The Coconut Hotel Lampang ประมาณ 3 กม. โทร. 054-821999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบุญวาทย์วิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบุญวาทย์วิหารตั้งอยู่บนถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
ถาม: วัดบุญวาทย์วิหารมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นวัดโบราณอายุมากกว่า 400 ปี เป็นวัดหลวงวัดแรกของจังหวัดลำปาง และเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ
ถาม: วัดบุญวาทย์วิหารเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: เดิมชื่อวัดกลางเมือง ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดหลวงไชยสัณฐาน วัดหลวงบุญวาทย์บำรุง และได้รับพระราชทานนามว่าวัดบุญวาทย์วิหาร
ถาม: พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือองค์ใด?
ตอบ: พระพุทธรูปสำคัญคือพระเจ้าตนหลวง พระประธานในพระอุโบสถ
ถาม: วัดบุญวาทย์วิหารเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม สามารถเข้าทำบุญและสักการะพระเจ้าตนหลวงได้ฟรี
ถาม: ควรเที่ยววัดบุญวาทย์วิหารร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดศรีชุม วัดศรีรองเมือง กาดกองต้า สะพานรัษฎาภิเศก และวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




