หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เมืองลำปาง >ต.กล้วยแพะ > วัดพระธาตุม่วงคำ
TL;DR: วัดพระธาตุม่วงคำ อยู่ที่ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองลำปางมุ่งหน้าไปตำบลกล้วยแพะ ระยะทางประมาณ 17 กม. เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า.

ลำปาง

วัดพระธาตุม่วงคำ

วัดพระธาตุม่วงคำ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดพระธาตุม่วงคำ หรือที่ชาวลำปางจำนวนมากเรียกว่า วัดดอยม่วงคำ ตั้งอยู่ในตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 17 กิโลเมตร วัดแห่งนี้มีลักษณะเด่นเป็นวัดบนดอย มีบันไดขึ้นสู่พระธาตุประมาณ 484 ขั้น เส้นทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึงบริเวณชั้นสูงสุดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองลำปาง ภูเขา และพื้นที่ธรรมชาติโดยรอบได้อย่างกว้างไกล วัดพระธาตุม่วงคำจึงเป็นทั้งสถานที่สักการะพระธาตุ จุดชมวิว และแหล่งเรียนรู้ตำนานพื้นบ้านสำคัญของเมืองลำปางในสถานที่เดียวกัน
 
วัดพระธาตุม่วงคำมีความสำคัญในฐานะวัดที่ผูกพันกับความเชื่อเรื่องพระบรมธาตุ ตำนานพุทธกาล และตำนานหมาขนคำ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานกันอย่างกว้างขวางในพื้นที่ลำปาง ภายในวัดมีพระธาตุเป็นปูชนียสถานสำคัญ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่นอนอยู่ภายในศาลาระหว่างเส้นทางก่อนถึงบันไดชั้นสูงสุด และเป็นจุดสักการะของผู้ที่เดินทางมาเที่ยววัดดอยม่วงคำ ผู้มาเยือนจึงมักใช้เวลาทั้งไหว้พระ ทำบุญ เดินขึ้นบันได ชมวิว และเรียนรู้เรื่องเล่าของดอยม่วงคำไปพร้อมกัน
 
พื้นที่วัดมีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ 2 งาน เดิมเป็นพื้นที่ป่าเขา ต่อมามีการค้นพบฐานเจดีย์เก่า ซึ่งสอดคล้องกับตำนานหมาขนคำที่คนโบราณเล่าสืบต่อกันมา การค้นพบร่องรอยฐานเจดีย์เก่าทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับความสนใจในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมายทางศาสนาและความทรงจำท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงดอยธรรมดาที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองลำปางเท่านั้น
 
ประวัติการสร้างวัดพระธาตุม่วงคำเริ่มปรากฏอย่างชัดเจนเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยพระครูรัตนโสภณ หรือหลวงพ่ออิ่น อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่ทะและอดีตเจ้าอาวาสวัดเมืองศาสน์ ร่วมกับหลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดลำปาง ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่ดอยม่วงคำ การสร้างวัดได้รับความอุปถัมภ์จากสมณะศรัทธา เช่น พระครูสุเวทกิตติคุณ หรือหลวงปู่บุญชุบ แห่งวัดเกาะวารลุการาม อำเภอเมืองลำปาง รวมถึงชาวบ้านทั่วไป คณะศรัทธาอำเภอแม่ทะ คณะศรัทธาตำบลกล้วยแพะ และศรัทธาจากหลายพื้นที่
 
หลวงพ่อพระครูรัตนโสภณดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดพระธาตุม่วงคำ ตั้งแต่ พ.ศ. 2468 ถึง พ.ศ. 2512 รวมเป็นเวลา 44 ปี จนกระทั่งท่านมรณภาพ หลังจากนั้นวัดพระธาตุม่วงคำกลายเป็นวัดร้างอยู่ประมาณ 21 ปี ก่อนจะมีพระอธิการทินพันธ์ ทินฺนวโร จากวัดเมืองศาสน์ อำเภอเมืองลำปาง มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ทำให้วัดกลับมามีพระสงฆ์ดูแลและมีบทบาทเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนอีกครั้ง
 
เส้นทางขึ้นวัดพระธาตุม่วงคำเป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญของการมาเยือน บันไดประมาณ 484 ขั้นมีความชันและต้องใช้กำลังพอสมควร แต่ระหว่างทางมีบรรยากาศของวัดบนดอยให้สัมผัสอย่างชัดเจน ผู้ที่ตั้งใจขึ้นไปสักการะพระธาตุจึงมักมองว่าการเดินขึ้นบันไดเป็นทั้งการเดินทางทางกายและการฝึกจิตใจ ความเหนื่อยระหว่างทางถูกชดเชยด้วยความสงบของพื้นที่และวิวกว้างเมื่อขึ้นไปถึงด้านบน
 
ก่อนถึงบันไดช่วงสูงสุดจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ภายในศาลา เป็นจุดพักและจุดสักการะสำคัญสำหรับผู้ขึ้นไปไหว้พระธาตุ พระพุทธรูปองค์นี้ช่วยเพิ่มมิติทางศรัทธาให้กับเส้นทางขึ้นดอย เพราะผู้มาเยือนสามารถแวะกราบไหว้ พักหายใจ และตั้งจิตก่อนเดินต่อไปยังจุดสูงสุดของวัด
 
เมื่อขึ้นไปยังบริเวณสูงสุดของวัด พระธาตุม่วงคำเป็นจุดศูนย์กลางทางศรัทธาที่สำคัญ ผู้คนเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และในบางช่วงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาและพื้นที่เมืองลำปางได้อย่างงดงาม บรรยากาศบนดอยมีความสงบ โปร่งโล่ง และเหมาะสำหรับการใช้เวลาพักใจอย่างยิ่ง
 
วัดพระธาตุดอยม่วงคำยังมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุประจำปี ซึ่งจัดขึ้นในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 เหนือ เป็นงานบุญสำคัญที่ชาวบ้านและคณะศรัทธาเดินทางมาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ภายในงานมีการทำบุญ สรงน้ำพระธาตุ แห่ผ้าและเครื่องสักการะขึ้นสู่พระธาตุ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นและรักษาศรัทธาที่มีต่อพระธาตุม่วงคำให้ดำรงอยู่
 
ความสำคัญอีกด้านของวัดพระธาตุม่วงคำคือการเป็นแหล่งกำเนิดตำนานหมาขนคำ หรือตำนานหมาขนสีทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานกันในเมืองลำปาง ตำนานนี้เริ่มต้นด้วยเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาล เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์สาวกจำนวน 1,500 องค์ เสด็จโดยทางนภากาศมาประทับที่ดอยแห่งนี้ พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมอริยสัจสี่แก่พระอานนท์ พระสาวก เทพบุตร เทพธิดา พระอินทร์ พระพรหม ยมราช พญาครุฑ พญานาค และพุทธบริษัทที่มาเข้าเฝ้า
 
จากนั้นพระสาวกรูปหนึ่งได้ทูลถามถึงความเป็นมาในอดีตของดอยแห่งนี้ พระพุทธองค์ตรัสว่าในอดีต สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ที่พระพุทธเจ้าในภัทรกัปมาบำเพ็ญเพื่อสร้างพระสัมมาสัมโพธิญาณทุกพระองค์ แล้วพระพุทธองค์ทรงลูบพระเศียร นำเส้นพระเกศาจำนวน 8 เส้นให้บรรจุไว้ในหลุมลึกประมาณ 50 วา พระอินทร์จึงสั่งให้พระวิษณุกรรมเทพบุตรนำกิ่งมะม่วงหรือกัมปะละมาปักไว้เป็นเครื่องหมาย แล้วทรงพยากรณ์ว่าภายภาคหน้าที่แห่งนี้จะมีชื่อว่า ดอยม่วงคำ และเมื่อพระองค์ปรินิพพาน เหล่าพระสาวกจะอัญเชิญพระมหาจานุกังหรือกระดูกคางด้านซ้ายมาบรรจุไว้ ณ ที่นี้
 
ตำนานหมาขนคำเล่าต่อว่า นานมาแล้วมีนายพรานคนหนึ่งเลี้ยงหมาตัวเมียที่มีขนสีทอง จึงเรียกกันว่าแม่หมาขนคำ ในย่านนั้นไม่มีหมาตัวผู้อยู่เลย แต่วันหนึ่งแม่หมาเกิดตั้งท้องขึ้นมา นายพรานเกรงว่าชาวบ้านจะครหาว่าตนมีเมียเป็นหมา จึงคิดกำจัดแม่หมา บ้านของนายพรานอยู่บริเวณบ้านเหล่าปลดริมป่า เป็นบ้านเสาสูงแบบเรือนต้นไม้ มีบันไดที่สามารถปลดเก็บขึ้นไว้บนเรือนได้เพื่อป้องกันสัตว์ร้าย
 
เย็นวันหนึ่ง นายพรานปลดบันไดบ้านเก็บไว้บนเรือนและทิ้งแม่หมาไว้ข้างล่าง โดยหวังให้เสือมาคาบแม่หมาไปกิน แต่แม่หมาวิ่งหนีไปถึงดอยผาสามเส้า ริมดอยวัดม่วงคำในเขตอำเภอแม่ทะ แล้วคลอดลูกแฝดเป็นเด็กหญิงน่ารัก 2 คน ต่อมาแม่หมาออกหาอาหารมาเลี้ยงลูกน้อย และคาบเสื้อผ้าที่ชาวบ้านตากไว้บนราวไปให้ลูกสาวสวมใส่ จนลูกสาวฝาแฝดเติบโตเป็นหญิงสาว คนพี่ชื่อนางเจตะกา คนน้องชื่อนางบัวตอง
 
กิตติศัพท์ความงามของหญิงสาวทั้งสองแพร่ไปถึงในเมือง เมื่อพระยาปลัมมะโฆษา เจ้าเมืองทราบข่าว จึงปรารถนาจะรับธิดาแฝดไปเป็นมเหสีซ้ายขวา แล้วจัดขบวนวอทองไปรับทั้งสองจากดอยผาสามเส้าขณะที่แม่หมาไม่อยู่ นางบัวตองผู้น้องร้องไห้คร่ำครวญถึงแม่หมาด้วยความอาลัย ส่วนเจตะกาผู้พี่มีท่าทีตื่นเต้นที่ตนจะได้เข้าไปอยู่ในวัง
 
พระยาปลัมมะโฆษาได้สร้างปราสาท 2 หลังให้นางเจตะกาและนางบัวตองอยู่คนละหลัง ฝ่ายแม่หมาเมื่อกลับมาถึงผาสามเส้าแล้วพบว่าลูกสาวหายไป จึงเห่าหอนและตะกุยหน้าผาด้วยความเศร้า จนเกิดรอยคล้ายเล็บเท้าฝังในเนื้อหินผา ชาวบ้านเรียกรอยนั้นว่ารอยตีนหมาขนคำร้องไห้หาลูกสาว ความเวทนาของแม่หมาทำให้พระอินทร์เนรมิตให้แม่หมาพูดได้ เพื่อให้สามารถออกตามหาลูกสาวได้
 
แม่หมาเดินทางตามหาลูกสาวจนมาถึงปราสาทของนางเจตะกา เมื่อทหารซักถามว่าแม่หมาเกี่ยวข้องกับนางเจตะกาอย่างไร แม่หมาจึงบอกว่านางเจตะกาเคยเป็นนายเก่ามาก่อน ครั้นทหารแจ้งให้นางเจตะกาทราบ นางเจตะกากลัวอับอายที่มีแม่เป็นหมา จึงสั่งให้ทหารทำร้ายแม่หมาจนบาดเจ็บ แม่หมาต้องวิ่งหนีไปด้วยความทุกข์
 
แม่หมาที่ได้รับบาดเจ็บวิ่งมาถึงปราสาทของนางบัวตอง นางบัวตองรีบออกมารับแม่หมาเข้าไปในปราสาท รักษาบาดแผล ให้ข้าวให้น้ำ และดูแลด้วยความกตัญญู นางบัวตองทูลขอหีบขนาดใหญ่จากสวามี โดยบอกว่าจะนำไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าภายใน 7 วัน แต่ความจริงนางนำหีบนั้นมาใช้เป็นที่ซ่อนแม่หมาไว้ในวัง เมื่อครบ 7 วัน แม่หมาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและสิ้นใจตาย
 
พระอินทร์ได้เนรมิตร่างของแม่หมาให้กลายเป็นแก้วแหวนเงินทอง เมื่อพระยาเจ้าเมืองพบว่ามีทรัพย์เต็มหีบก็โปรดปรานนางบัวตองมาก และให้นางบัวตองไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าอีกครั้ง นางบัวตองเสียใจที่แม่หมาเสียชีวิต จึงคิดกระโดดหน้าผาเพื่อฆ่าตัวตาย แต่บริเวณด้านล่างหน้าผาเป็นที่อยู่ของยักษ์ซึ่งป่วยเป็นฝีกลัดหนอง เมื่อร่างของนางตกลงไปกระทบยักษ์ทำให้ฝีแตก ยักษ์หายปวดและมอบทรัพย์สมบัติให้นางบัวตองเป็นจำนวนมาก นางจึงนำสมบัติกลับไปถวายพระยาปลัมมะโฆษา
 
ฝ่ายนางเจตะกาเมื่อทราบข่าวว่านางบัวตองได้สมบัติจากผาสามเส้าก็เกิดความอิจฉา นางจึงอาสาพระยาปลัมมะโฆษาไปขนสมบัติบ้าง เมื่อไปถึงผาสามเส้า นางเจตะกากระโดดหน้าผาตามคำแนะนำของนางบัวตอง แต่ด้วยบาปจากการทำร้ายแม่ของตนเอง ยักษ์จึงจับนางเจตะกากินเป็นอาหาร แล้วไล่กินขบวนช้างม้าจนล้มตายเป็นจำนวนมาก สถานที่นั้นจึงเรียกว่าโทกหัวช้าง ซึ่งปัจจุบันเป็นชุมชนในเขตอำเภอเมืองลำปาง
 
ตอนท้ายของตำนาน พระพุทธองค์ทรงอธิบายการกลับชาติมาเกิดของตัวละครในเรื่อง นายพรานเกิดมาเป็นพระเทวทัต แม่หมาขนคำเกิดมาเป็นนางปฏาจารา นางบัวตองเกิดมาเป็นพระนางพิมพายโสธรา นางเจตะกาเกิดเป็นนางจิญจมาณวิกา ผู้ใส่ร้ายพระพุทธเจ้าและถูกแผ่นดินสูบลงมหานรกอเวจี ส่วนพระยาปลัมมะโฆษาเกิดมาเป็นพระตถาคต เรื่องเล่านี้จึงไม่ใช่เพียงนิทานพื้นบ้าน แต่แฝงคติธรรมเรื่องกตัญญู ผลของกรรม ความซื่อสัตย์ ความเมตตา และความแตกต่างระหว่างผู้ที่รู้คุณกับผู้ที่ละทิ้งบุพการี
 
วัดพระธาตุม่วงคำจึงมีคุณค่าทั้งในฐานะวัดบนดอย ปูชนียสถานสำคัญ และพื้นที่เล่าตำนานเมืองลำปาง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จะได้สัมผัสทั้งการไหว้พระธาตุ การเดินขึ้นบันไดเพื่อฝึกความตั้งใจ การชมวิว และการเรียนรู้เรื่องหมาขนคำ ซึ่งทำให้ดอยม่วงคำมีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดอื่นในจังหวัดลำปางอย่างชัดเจน
 
สำหรับผู้ที่ชอบเดินขึ้นวัดบนดอย วัดพระธาตุม่วงคำเป็นสถานที่ที่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เนื่องจากบันไดค่อนข้างชันและมีจำนวนมาก ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก พกน้ำดื่ม และเลือกเวลาเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัด เมื่อขึ้นถึงด้านบน ควรใช้เวลาอย่างสงบ สักการะพระธาตุ ชมวิว และระลึกถึงตำนานที่ผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้
 
การเดินทาง ไปวัดพระธาตุม่วงคำสามารถเริ่มจากตัวเมืองลำปาง มุ่งหน้าไปตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เส้นทางสามารถจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองลำปางและพื้นที่ใกล้เคียงได้ เช่น วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดศรีรองเมือง กาดกองต้า และสะพานรัษฎาภิเศก
 
ชื่อสถานที่วัดพระธาตุม่วงคำ / วัดดอยม่วงคำ
ที่ตั้งตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
เนื้อที่13 ไร่ 2 งาน
ไฮไลต์พระธาตุบนดอย บันไดชันประมาณ 484 ขั้น พระพุทธไสยาสน์ในศาลาระหว่างทาง จุดชมวิวเมืองลำปาง และตำนานหมาขนคำ
ประวัติ / ความสำคัญสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยพระครูรัตนโสภณ หรือหลวงพ่ออิ่น ร่วมกับหลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน และคณะศรัทธาหลายพื้นที่ ต่อมาเคยร้างประมาณ 21 ปี ก่อนกลับมามีพระสงฆ์ดูแลอีกครั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2533
สิ่งสำคัญภายในวัดพระธาตุม่วงคำ พระพุทธรูปองค์ใหญ่นอนอยู่ในศาลาระหว่างทางขึ้นดอย และพื้นที่ชมวิวบนยอดดอย
ประเพณีสำคัญงานสรงน้ำพระธาตุประจำปี ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 เหนือ
เรื่องเล่าสำคัญตำนานหมาขนคำ หรือหมาขนสีทองคำ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านสำคัญของดอยม่วงคำและเมืองลำปาง
การเดินทางจากตัวเมืองลำปางมุ่งหน้าไปตำบลกล้วยแพะ ระยะทางประมาณ 17 กม. เหมาะสำหรับเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากนั้นเดินขึ้นบันไดประมาณ 484 ขั้นเพื่อขึ้นสู่พระธาตุ
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ ไหว้พระธาตุ และชมวิวบนดอย
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชม
ผู้ดูแลพระอธิการทินพันธ์ ทินฺนวโร
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพระธาตุลำปางหลวง ประมาณ 15 กม.
2. วัดไหล่หินหลวง ประมาณ 16 กม.
3. วัดศรีรองเมือง ประมาณ 17 กม.
4. กาดกองต้า ประมาณ 18 กม.
5. สะพานรัษฎาภิเศก ประมาณ 18 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารพื้นเมืองในพื้นที่กล้วยแพะ ประมาณ 5 กม.
2. ร้านอาหารในย่านแม่ทะ ประมาณ 10 กม.
3. Long Jim New York Pizza ประมาณ 18 กม.
4. ร้านบ้านพระยาสุเรนทร์ by Madame Musur ประมาณ 18 กม. โทร. 054-222317
5. ครัวเนื้อหอม ลำปาง ประมาณ 19 กม. โทร. 054-323999
ที่พักใกล้เคียง1. Tree Tara Hotel Lampang ประมาณ 14 กม. โทร. 099-1322256
2. B2 Lampang City Boutique & Budget Hotel ประมาณ 16 กม. โทร. 052-009161
3. Wienglakor Hotel Lampang ประมาณ 17 กม.
4. Hop Inn Lampang City Center ประมาณ 17 กม.
5. The Coconut Hotel Lampang ประมาณ 19 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระธาตุม่วงคำตั้งอยู่ที่ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร
 
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำมีบันไดกี่ขั้น?
ตอบ: มีบันไดขึ้นสู่พระธาตุประมาณ 484 ขั้น เส้นทางค่อนข้างชันและควรเตรียมร่างกายให้พร้อม
 
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าอะไร?
ตอบ: ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดดอยม่วงคำ
 
ถาม: งานสรงน้ำพระธาตุจัดขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: งานสรงน้ำพระธาตุประจำปีจัดในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 เหนือ
 
ถาม: ตำนานหมาขนคำเกี่ยวข้องกับวัดอย่างไร?
ตอบ: ดอยม่วงคำเป็นแหล่งกำเนิดตำนานหมาขนคำ ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้านสำคัญที่เชื่อมโยงกับพื้นที่วัดและคติธรรมเรื่องกตัญญูและผลของกรรม
 
ถาม: วัดพระธาตุม่วงคำเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม สามารถเข้าทำบุญ ไหว้พระธาตุ และชมวิวได้ฟรี

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

update iconปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(2)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)

พิพิธภัณฑ์(4)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)

มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด(86)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)

โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง(2)

วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน(3)

ตลาดท้องถิ่น(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(5)

ดอย และภูเขา(4)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(11)

น้ำตก(15)

น้ำพุร้อน(1)

ถ้ำ(12)

ทุ่งดอกไม้(1)

แม่น้ำลำคลอง(1)

อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)

สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ(1)