หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง >อ.เมืองปาน >ต.แจ้ซ้อน > วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน
TL;DR: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน อยู่ที่บ้านหลวง หมู่ 5 ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก หากมาจากอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ให้ขับไปทางอำเภอเมืองปาน จะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปบ้านแจ้ซ้อน ตรงเข้าไปผ่านตลาด.

ลำปาง

วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน

วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน ตั้งอยู่เลขที่ 246 หมู่ 5 บ้านหลวง ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง รหัสไปรษณีย์ 52240 เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และมีพระอธิการเสาร์คำ ธมฺมานนฺโท เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของอำเภอเมืองปาน มีชื่อเสียงจากวิหารเก่าแก่แบบล้านนาผสมศิลปะพม่า เจดีย์ทรงระฆังคว่ำย่อมุม 12 พระพุทธรูปประธานศิลปะเชียงแสน ธรรมาสน์ไม้สักเก่าแก่ และประวัติการฟื้นฟูวัดร้างที่เกี่ยวข้องกับครูบาเจ้าวะจิระปัญญา แสนเมืองลือโลก ครูบาเจ้าอสิงวิตั๊ก และครูบายาวิชัย วัดบ้านถ้ำ
 
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งในเชิงศรัทธา ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความทรงจำของชุมชนแจ้ซ้อน เดิมพื้นที่วัดมีเพียงองค์เจดีย์ร้างตั้งอยู่กลางป่า บริเวณโดยรอบยังไม่เป็นวัดสมบูรณ์ดังเช่นปัจจุบัน ต่อมาครูบาเจ้าวะจิระปัญญาได้ธุดงค์มาปักกลดในบริเวณนี้ เมื่อเห็นร่องรอยของเจดีย์เก่าและสัมผัสถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ จึงเกิดความคิดที่จะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นวัดอีกครั้ง การฟื้นฟูวัดแห่งนี้จึงไม่ได้เริ่มจากการสร้างวัดใหม่บนพื้นที่ว่างเปล่า แต่เป็นการปลุกชีวิตให้ศาสนสถานเก่าที่เคยร้างกลับมามีบทบาททางศาสนาและชุมชนอีกครั้ง
 
เรื่องราวการสร้างวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนมีรายละเอียดน่าสนใจมาก ตามตำนานที่หนานยศตะนาได้บันทึกไว้ในใบลาน และมีการแปลโดยพระครูพิพัฒน์วรเดช ทำให้ทราบว่า ครูบาเจ้าวะจิระปัญญาได้ร่วมกับแสนเมืองลือโลกและคณะศรัทธาชาวบ้าน เดินทางไปขออนุญาตจากเจ้าเมืองละกอน หรือเจ้าหลวงเมืองลำปาง เพื่อสร้างวิหารขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ การขออนุญาตจากผู้ปกครองเมืองสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างวิหารในอดีตเป็นเรื่องสำคัญทั้งทางศาสนาและการปกครอง ไม่ใช่เพียงการก่อสร้างอาคาร แต่เป็นการฟื้นฟูศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนอย่างเป็นทางการ
 
หลังจากได้รับอนุญาตแล้ว คณะศรัทธาได้ไปนิมนต์ครูบายาวิชัย วัดบ้านถ้ำ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ให้มาเป็นช่างก่อสร้าง ครูบายาวิชัยได้แนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือจากครูบาเจ้าอสิงวิตั๊ก วัดพระยืน จังหวัดลำพูน เพื่อให้ช่วยเขียนแบบแปลนวิหาร เมื่อได้แบบแปลนแล้วจึงกลับมานิมนต์ครูบายาวิชัยเป็นช่างควบคุมการก่อสร้าง การมีทั้งผู้ออกแบบและช่างควบคุมงานที่เป็นครูบาผู้มีความรู้ ทำให้วิหารวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนมีความสำคัญในฐานะงานสถาปัตยกรรมศาสนาที่เกิดจากเครือข่ายครูบาและช่างในวัฒนธรรมล้านนา
 
การก่อสร้างเริ่มขึ้นในวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ สะขาดได้ 1219 ตัว ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2400 ในสมัยนั้นวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดป่าไผ่” ชื่อเดิมนี้สะท้อนสภาพแวดล้อมของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นป่าและมีลักษณะสงบตามแบบวัดป่าหรือศาสนสถานในชุมชนชนบท ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน” ชื่อใหม่นี้เชื่อมโยงกับชุมชนแจ้ซ้อนและยกระดับความหมายของวัดให้เป็นศาสนสถานสำคัญประจำถิ่น
 
พื้นที่ภายในวัดได้รับการจัดวางผังอย่างงดงาม โดยสร้างวิหารและเจดีย์ไว้บนเนินดินที่สูงกว่าพื้นที่ปกติ การยกตำแหน่งศาสนสถานขึ้นบนเนินสูงทำให้ตัววิหารและเจดีย์มีความโดดเด่น เห็นได้ชัดจากระยะไกล และดึงดูดสายตาผู้ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี ลักษณะการวางผังเช่นนี้สอดคล้องกับคติการจัดวางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมล้านนา ที่มักให้สิ่งสำคัญทางศาสนาอยู่ในตำแหน่งสูง เด่น และเป็นศูนย์กลางทางสายตา เพื่อให้ผู้คนเกิดความเคารพตั้งแต่แรกเห็น
 
วิหารวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นอาคารสำคัญที่สุดของวัด สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ตัววิหารตั้งตามแนวทิศตะวันออก–ตะวันตก โครงสร้างหลังคาเดิมสันนิษฐานว่ามีลักษณะหน้า 3 หลัง 2 คือด้านหน้าซ้อนชั้นหลังคาลดหลั่นกัน 3 ชั้น และด้านหลัง 2 ชั้น ผืนหลังคาลาดเอียงลงด้านข้าง 2 ตับ รูปแบบนี้ทำให้วิหารมีจังหวะหลังคาที่สง่างาม อ่อนช้อย และเป็นเอกลักษณ์ของงานช่างล้านนา ต่อมามีการสร้างมุขหลังคาเสริมออกไปด้านหน้าวิหาร เพื่อคลุมบันไดไม่ให้ถูกแดดและฝน ซึ่งเป็นการปรับอาคารให้เหมาะกับการใช้งานจริงของชุมชน
 
ตัววิหารสร้างแบบก่ออิฐถือปูน ในอดีตเป็นเพียงศาลาโล่ง ๆ ต่อมามีการก่อผนังอิฐและใส่ช่องหน้าต่างหรือช่องแสงขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานและช่วยปกป้องพื้นที่ภายในจากสภาพอากาศ บริเวณบันไดทางขึ้นวิหารมีประติมากรรมปูนปั้นรูปสัตว์ในนิยาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความงามและบรรยากาศเชิงคติความเชื่อให้กับพื้นที่ทางขึ้นวิหาร ผู้มาเยือนควรสังเกตรายละเอียดบริเวณบันได หน้าบัน หลังคา และแนวอาคาร เพราะเป็นจุดที่สะท้อนฝีมือช่างและแนวคิดในการสร้างวัดอย่างชัดเจน
 
ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปประธานศิลปะเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านแจ้ซ้อน พระพุทธรูปประธานในวิหารมีความสำคัญต่อผู้มาเยือน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการกราบไหว้ สงบใจ และระลึกถึงพระพุทธคุณ งานศิลปะเชียงแสนมีเอกลักษณ์ด้านความสงบนิ่งของพระพักตร์ สัดส่วนที่มั่นคง และความรู้สึกขรึมขลัง ผู้ที่สนใจพุทธศิลป์ควรใช้เวลาในการชมองค์พระอย่างสำรวม
 
เหนือองค์พระพุทธรูปมีดาวเพดานแกะเป็นรูปดอกบัวลงรักปิดทอง วางในช่องแก้วจำนวน 42 ช่อง ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์สำคัญในพระพุทธศาสนา สื่อถึงความบริสุทธิ์ การตื่นรู้ และการพ้นจากกิเลส การประดับลายดอกบัวไว้เหนือพระประธานทำให้พื้นที่ภายในวิหารมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น เสมือนเป็นการยกพื้นที่ภายในให้กลายเป็นโลกศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงผู้กราบไหว้กับพระธรรม
 
ภายในวิหารยังมีการตกแต่งเสา ขื่อ และม้าต่างไหมด้วยลายคำ ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมในงานช่างล้านนา ลายคำเป็นการตกแต่งด้วยลวดลายสีทองบนพื้นเข้มหรือพื้นลงรัก ทำให้เกิดความงามสงบ ลุ่มลึก และศักดิ์สิทธิ์ การประดับลายคำไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังมีบทบาทในการสร้างบรรยากาศภายในวิหารให้ต่างจากพื้นที่ธรรมดาภายนอก เมื่อเดินเข้าสู่ภายใน ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงความขรึมขลังและความละเอียดประณีตของงานช่างโบราณ
 
ธรรมาสน์ไม้สักเก่าแก่ภายในวิหารเป็นอีกองค์ประกอบที่ควรให้ความสำคัญ ธรรมาสน์เป็นที่นั่งสำหรับพระภิกษุใช้แสดงธรรม และเป็นหลักฐานของบทบาทวัดในฐานะสถานที่สอนธรรมแก่ชุมชน ธรรมาสน์ไม้สักที่มีอายุร้อยกว่าปีสะท้อนทั้งงานช่างไม้ ความเคารพต่อการแสดงธรรม และความสำคัญของวัดในฐานะพื้นที่เรียนรู้ของชาวบ้านในอดีต การมีธรรมาสน์เก่าอยู่ภายในวิหารทำให้วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ชมสถาปัตยกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่ยังเก็บร่องรอยของการฟังธรรมและวิถีศาสนาของชุมชนไว้ด้วย
 
ด้านหลังวิหารประดิษฐานเจดีย์ทรงระฆังคว่ำย่อมุม 12 ศิลปกรรมล้านนาผสมพม่า และหุ้มด้วยทองจังโกฐ เจดีย์องค์นี้เป็นหัวใจอีกส่วนหนึ่งของวัด เพราะเป็นโบราณสถานเดิมที่เป็นหลักฐานสำคัญก่อนการฟื้นฟูวัด เจดีย์ทรงระฆังคว่ำย่อมุม 12 มีรูปทรงที่สง่างามและสะท้อนความสัมพันธ์ทางศิลปกรรมในพื้นที่ภาคเหนือ การผสมผสานศิลปะล้านนากับศิลปะพม่าเป็นลักษณะที่พบได้ในหลายพื้นที่ของลำปาง ซึ่งเคยมีการติดต่อกับกลุ่มช่างและวัฒนธรรมหลากหลาย
 
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนได้รับการสันนิษฐานว่าอาจอยู่ในยุคสมัยเดียวกับวัดหนองบัว อำเภอท่าวังผา และวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน เนื่องจากรูปทรงอาคารมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ประเด็นนี้ทำให้วัดมีความน่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบทางสถาปัตยกรรม เพราะช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงของงานช่างล้านนาในพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคเหนือ ผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมวัดจึงสามารถใช้วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นจุดศึกษารูปแบบวิหารล้านนาที่มีความสัมพันธ์กับงานช่างในเมืองน่านและลำปางได้
 
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนได้รับการบูรณะหลายครั้ง โดยครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 มีการรื้อหลังคาแป้นเกล็ดและเปลี่ยนเป็นกระเบื้องคอนกรีต พร้อมปรับรูปแบบผนังวิหารจากผนังที่มีช่องลูกติ่งให้เป็นผนังทึบที่มีช่องแสงและลมผ่าน การบูรณะครั้งนี้สะท้อนความพยายามของชาวบ้านในการรักษาวิหารให้ยังใช้งานได้ แม้วัสดุและรูปแบบบางส่วนจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 มีการบูรณะอีกครั้งโดยฤๅษีตนกินหมากเป็นผู้นำร่วมกับชาวบ้าน
 
ในช่วง พ.ศ. 2527–2528 มีการบูรณะพระเจดีย์ โดยตัดและถอนต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนองค์เจดีย์ออก แล้วโบกปูนซ่อมแซมให้องค์เจดีย์กลับมามีความสมบูรณ์และสวยงาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะครั้งใหญ่ทั้งวิหารและพระเจดีย์ โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากกรมศิลปากร การบูรณะครั้งใหญ่ครั้งนี้ทำให้วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนได้รับการดูแลในฐานะโบราณสถานอย่างเป็นระบบมากขึ้น และช่วยรักษาองค์ประกอบสำคัญของวัดให้คงอยู่ต่อไป
 
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นโบราณสถาน ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนพิเศษ 103 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2543 เป็นโบราณสถานลำดับที่ 15 มีเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 33.01 ตารางวา การขึ้นทะเบียนนี้มีความสำคัญมาก เพราะแสดงว่าวัดแห่งนี้มีคุณค่าระดับมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการคุ้มครอง การบูรณะหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงต้องอยู่ภายใต้แนวทางการอนุรักษ์ที่เหมาะสม
 
ประเด็นการอนุรักษ์วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนมีความสำคัญต่อทั้งชุมชนและผู้มาเยือน วัดเก่าแก่ที่มีวิหาร เจดีย์ ลายคำ และธรรมาสน์ไม้สักล้วนเป็นวัตถุที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน การดูแลจึงต้องอาศัยความเข้าใจทั้งด้านศิลปกรรม วัสดุ โครงสร้าง และการใช้งานจริงของวัด ผู้มาเยือนควรช่วยกันรักษาสถานที่ด้วยการไม่สัมผัสลายคำ เสา ผนัง หรือองค์ประกอบเก่าโดยไม่จำเป็น และไม่ปีนป่ายโบราณสถาน เพื่อให้วัดยังคงคุณค่าแก่คนรุ่นหลัง
 
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนยังมีประเพณีสำคัญคือประเพณี 8 เป็ง สรงน้ำพระธาตุ ซึ่งเป็นงานบุญประจำปีของชุมชนแจ้ซ้อน บรรยากาศงานมีการรวมตัวของชาวบ้าน ผู้ศรัทธา และผู้เดินทางจากพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อร่วมสรงน้ำพระธาตุ ทำบุญ และสืบทอดประเพณีล้านนา ประเพณีนี้ช่วยยืนยันว่าที่นี่ไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่หยุดนิ่ง แต่ยังเป็นวัดที่มีชีวิต มีศรัทธา และเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
การเดินทางไปวัดศรีหลวงแจ้ซ้อน หากมาจากอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ให้ขับรถไปทางอำเภอเมืองปาน จะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปบ้านแจ้ซ้อน จากนั้นตรงเข้าไปผ่านตลาด วัดจะอยู่ทางขวามือ เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะพื้นที่อำเภอเมืองปานเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อทั้งชุมชน วัดเก่า และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองลำปางสามารถมุ่งหน้าไปอำเภอเมืองปาน แล้วเข้าสู่ตำบลแจ้ซ้อนเพื่อเดินทางมายังบ้านหลวงแจ้ซ้อนได้
 
เนื่องจากวัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จึงสามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน น้ำตกแจ้ซ้อน บ้านป่าเหมี้ยง และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงได้อย่างสะดวก หากต้องการเที่ยวแบบเต็มวัน สามารถเริ่มจากวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนในช่วงเช้า เพื่อชมวิหารและเจดีย์ในช่วงแสงอ่อน จากนั้นเดินทางต่อไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเพื่อชมธรรมชาติ แช่น้ำแร่ หรือลวกไข่ในน้ำพุร้อนตามกิจกรรมยอดนิยมของพื้นที่
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะอากาศสบายและเหมาะกับการเดินชมวิหารเก่า หากเดินทางในฤดูฝนควรเพิ่มความระมัดระวัง เพราะถนนบางช่วงในพื้นที่เมืองปานและแจ้ซ้อนอาจเปียกลื่น ส่วนฤดูหนาวเป็นช่วงที่บรรยากาศดีที่สุดสำหรับการเที่ยวทั้งวัดและธรรมชาติ ผู้ที่สนใจงานบุญประจำปีควรติดตามช่วงจัดงานประเพณี 8 เป็ง สรงน้ำพระธาตุ เพื่อสัมผัสบรรยากาศศรัทธาของชุมชนแจ้ซ้อน
 
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดโบราณ ศิลปกรรมล้านนา ประวัติศาสตร์ชุมชน และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมอย่างละเอียด เริ่มจากภาพรวมของผังวัดที่วางวิหารและเจดีย์บนเนินดิน จากนั้นชมสถาปัตยกรรมวิหาร บันได ประติมากรรมปูนปั้นรูปสัตว์ในนิยาย พระพุทธรูปประธาน ธรรมาสน์ไม้สัก ลายคำ ดาวเพดาน และเจดีย์ด้านหลังวิหาร การชมแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้เข้าใจความงามและคุณค่าของวัดได้มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงสั้น ๆ
 
ในภาพรวม วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นหนึ่งในวัดโบราณที่ทรงคุณค่าของจังหวัดลำปาง จากพื้นที่ที่เคยมีเพียงเจดีย์ร้างกลางป่า สู่การฟื้นฟูโดยครูบาเจ้าวะจิระปัญญาและคณะศรัทธา จากวิหารที่ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2400 สู่โบราณสถานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน วัดแห่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญของพลังศรัทธา งานช่างล้านนา การอนุรักษ์ และความต่อเนื่องของชุมชนแจ้ซ้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักลำปางในมิติที่ลึกกว่าการเที่ยวธรรมชาติหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไป
 
ชื่อสถานที่วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน
ที่ตั้งบ้านหลวง หมู่ 5 ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
ที่อยู่เลขที่ 246 หมู่ 5 บ้านหลวง ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง 52240
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ชื่อเดิมวัดป่าไผ่
ไฮไลต์วิหารล้านนาผสมพม่า เจดีย์ทรงระฆังคว่ำย่อมุม 12 พระพุทธรูปประธานศิลปะเชียงแสน ธรรมาสน์ไม้สักเก่าแก่ และพื้นที่โบราณสถานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มก่อสร้างวิหารในวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ จุลศักราช 1219 ตรงกับ พ.ศ. 2400 โดยครูบาเจ้าวะจิระปัญญา แสนเมืองลือโลก และคณะศรัทธาชาวบ้านเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่เจดีย์ร้างเดิม
บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องครูบาเจ้าวะจิระปัญญา, แสนเมืองลือโลก, ครูบาเจ้าอสิงวิตั๊ก วัดพระยืน จังหวัดลำพูน และครูบายาวิชัย วัดบ้านถ้ำ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
ลักษณะเด่นของวิหารวิหารก่ออิฐถือปูน ตั้งแนวทิศตะวันออก–ตะวันตก เดิมเป็นศาลาโล่ง ต่อมามีการก่อผนังและใส่ช่องหน้าต่าง บริเวณบันไดมีประติมากรรมปูนปั้นรูปสัตว์ในนิยาย
พื้นที่สำคัญภายในวัดวิหาร, พระประธานศิลปะเชียงแสน, ธรรมาสน์ไม้สักเก่าแก่, เจดีย์ทรงระฆังคว่ำย่อมุม 12, งานลายคำ, ดาวเพดาน และพื้นที่โบราณสถาน
การบูรณะบูรณะครั้งสำคัญใน พ.ศ. 2509, พ.ศ. 2515, พ.ศ. 2527–2528 และ พ.ศ. 2553 โดยกรมศิลปากรบูรณะครั้งใหญ่ทั้งวิหารและพระเจดีย์
สถานะโบราณสถานกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนพิเศษ 103 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2543 เป็นโบราณสถานลำดับที่ 15 เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 33.01 ตารางวา
ประเพณีสำคัญประเพณี 8 เป็ง สรงน้ำพระธาตุ วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน
การเดินทางหากมาจากอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ให้ขับไปทางอำเภอเมืองปาน จะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปบ้านแจ้ซ้อน ตรงเข้าไปผ่านตลาด วัดอยู่ทางขวามือ
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัด โบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าเข้าชมฟรี
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระอธิการเสาร์คำ ธมฺมานนฺโท
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประมาณ 7 กม. โทร. 089-851-3355
2. น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ประมาณ 7 กม.
3. น้ำตกแจ้ซ้อน ประมาณ 8 กม.
4. บ้านป่าเหมี้ยง ประมาณ 17 กม.
5. น้ำตกแม่ขุน ประมาณ 22 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. 259 Chae Son Cafe & Bistro ประมาณ 4 กม. โทร. 093-102-2441, 093-141-5252
2. ร้านอาหารสวัสดิการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประมาณ 7 กม.
3. แจ้ซ้อนกาแฟสด ประมาณ 7 กม.
4. ร้านกาแฟฮ่อมดอย & อาร์ต แกลเลอรี่ ประมาณ 13 กม.
5. ร้านอาหารในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง ประมาณ 17 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. ไร่หญ้าแจ้ซ้อน รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 054-263-048
2. แจ้ซ้อนฮิลล์รีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 081-289-3503, 086-183-5932
3. บ้านพักอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประมาณ 7 กม. โทร. 089-851-3355
4. เฌอปา แจ้ซ้อน ประมาณ 8 กม. โทร. 081-984-1767
5. โฮมสเตย์บ้านป่าเหมี้ยง ประมาณ 17 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนตั้งอยู่เลขที่ 246 หมู่ 5 บ้านหลวง ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง 52240
 
ถาม: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเดิมชื่อวัดป่าไผ่ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีหลวงแจ้ซ้อน
 
ถาม: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วิหารเริ่มก่อสร้างในวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ จุลศักราช 1219 ตรงกับ พ.ศ. 2400
 
ถาม: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดเด่นคือวิหารล้านนาผสมพม่า เจดีย์ทรงระฆังคว่ำย่อมุม 12 พระพุทธรูปประธานศิลปะเชียงแสน ธรรมาสน์ไม้สักเก่าแก่ และงานลายคำภายในวิหาร
 
ถาม: วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นโบราณสถานหรือไม่?
ตอบ: เป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนพิเศษ 103 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2543
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนคือพระอธิการเสาร์คำ ธมฺมานนฺโท
 
ถาม: เดินทางไปวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนอย่างไร?
ตอบ: หากมาจากอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ให้ขับไปทางอำเภอเมืองปาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าบ้านแจ้ซ้อน ตรงผ่านตลาด วัดจะอยู่ทางขวามือ
 
ถาม: ควรเที่ยววัดศรีหลวงแจ้ซ้อนร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน น้ำตกแจ้ซ้อน บ้านป่าเหมี้ยง และน้ำตกแม่ขุนได้

มือถือ : 0899980753

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(10)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
วัด วัด(86/684)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(9)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(11)
น้ำตก น้ำตก(15)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(12)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(1)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)