หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.เมืองสุโขทัย >ต.เมืองเก่า > ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ
TL;DR: ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ อยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เปิดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เวลา กิจกรรมภายในงานมีทั้งช่วงกลางวันและช่วงค่ำ.

สุโขทัย

ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ

ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ

วันเปิดทำการ: จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
เวลาเปิดทำการ: กิจกรรมภายในงานมีทั้งช่วงกลางวันและช่วงค่ำ โดยควรตรวจสอบกำหนดการประจำปีก่อนเดินทาง
 
ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย เป็นหนึ่งในงานประเพณีลอยกระทงที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย และเป็นงานใหญ่ประจำปีที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์สุโขทัย ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาการใช้แสงไฟแบบโบราณ และวัฒนธรรมการขอขมาพระแม่คงคาอย่างงดงาม งานนี้จัดขึ้นในช่วงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี ซึ่งตรงกับคืนพระจันทร์เต็มดวงตามคติไทย และมีศูนย์กลางสำคัญอยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย พื้นที่ซึ่งเคยเป็นราชธานีเก่าของอาณาจักรสุโขทัย และเป็นฉากประวัติศาสตร์ที่ทำให้งานลอยกระทงแห่งนี้มีบรรยากาศต่างจากงานลอยกระทงทั่วไปอย่างชัดเจน
 
งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ สุโขทัย คือประเพณีสำคัญที่จัดขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีรากความทรงจำเชื่อมโยงกับเมืองสุโขทัยมากกว่า 700 ปี และได้รับการฟื้นฟูเป็นงานประจำจังหวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา ภายในงานมีการลอยกระทง การประดับประทีปโคมไฟตามโบราณสถานและตระพัง การแสดงแสงสีเสียง ขบวนแห่ การละเล่นพื้นบ้าน การทำกระทง พนมหมาก พนมดอกไม้ โคมชัก โคมแขวน และการจุดพลุตะไลไฟพะเนียงแบบสุโขทัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประเพณีไทยในบรรยากาศเมืองมรดกโลก
 
ความสำคัญของงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของกระทงและแสงเทียนยามค่ำคืนเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การพาผู้มาเยือนย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศของเมืองสุโขทัยในฐานะราชธานีโบราณที่มีวัฒนธรรมรุ่งเรืองมาก่อนหลายร้อยปี หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีทำให้สุโขทัยได้รับการกล่าวถึงในฐานะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีลอยกระทงมายาวนาน โดยเฉพาะข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งกล่าวถึงเมืองสุโขทัยว่ามีผู้คนเนืองแน่นมาดู “ท่านเผาเทียนเล่นไฟ” จนเมืองดูประหนึ่งจะแตก ข้อความดังกล่าวทำให้คำว่าเผาเทียนเล่นไฟกลายเป็นถ้อยคำสำคัญที่ใช้เรียกงานประเพณีของจังหวัดสุโขทัยมาจนถึงปัจจุบัน
 
ในเชิงประวัติศาสตร์ สุโขทัยเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของสังคมไทย ทั้งด้านการปกครอง ภาษา ศาสนา ศิลปกรรม และวิถีชุมชน เมืองสุโขทัยมีระบบคูน้ำ กำแพงเมือง วัดวาอาราม สถูปเจดีย์ ตระพัง และพื้นที่น้ำจำนวนมาก การจัดงานลอยกระทงในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจึงมีความหมายพิเศษ เพราะกิจกรรมประดับประทีปและลอยกระทงเกิดขึ้นท่ามกลางโบราณสถานจริง ไม่ใช่เพียงฉากจำลอง นักท่องเที่ยวที่เดินเข้าสู่พื้นที่งานจะเห็นเงาเจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป และผืนน้ำสะท้อนแสงไฟ เป็นภาพที่สื่อถึงความต่อเนื่องระหว่างอดีตกับปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้ง
 
คำว่า “ลอยกระทง” มีความหมายเชิงวัฒนธรรมหลายชั้น ในระดับพื้นฐานคือการนำกระทงที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติไปลอยในแหล่งน้ำ เพื่อแสดงความสำนึกในคุณของน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนตลอดปี และเพื่อขอขมาต่อแหล่งน้ำที่มนุษย์อาจใช้ประโยชน์หรือทำให้ไม่สะอาดโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ในอีกมิติหนึ่ง การลอยกระทงยังเกี่ยวข้องกับการบูชารอยพระพุทธบาทตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องการบูชารอยพระพุทธบาทที่หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ซึ่งปรากฏในคติไทยมาอย่างยาวนาน
 
ส่วนคำว่า “เผาเทียนเล่นไฟ” เป็นคำที่ทำให้งานลอยกระทงสุโขทัยมีเอกลักษณ์แตกต่างจากพื้นที่อื่นอย่างเด่นชัด การเผาเทียนหมายถึงการจุดเทียน ประทีป ตะคัน และแสงไฟเพื่อบูชา สร้างความสว่าง และประดับเมืองในคืนวันเพ็ญ ส่วนเล่นไฟหมายถึงการแสดงแสงไฟ ดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ไฟพะเนียง และการจัดแสงในพื้นที่โบราณสถาน เมื่อสองคำนี้ถูกรวมเข้ากับลอยกระทง จึงเกิดเป็นประเพณีที่ผสานน้ำ ไฟ พระจันทร์ ความศรัทธา และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์
 
ประเพณีลอยกระทงของสุโขทัยได้รับการสืบทอดผ่านกาลเวลาจากสมัยสุโขทัยสู่กรุงศรีอยุธยา และต่อเนื่องมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ แม้รูปแบบการจัดงานจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่แก่นสำคัญของประเพณียังคงอยู่ คือการระลึกถึงบุญคุณของน้ำ การบูชาพระพุทธเจ้า การทำบุญ การรวมตัวของชุมชน และการใช้ศิลปะพื้นบ้านเป็นสื่อกลางในการสร้างความสุขร่วมกัน จนกระทั่งใน พ.ศ. 2520 จังหวัดสุโขทัยร่วมกับกรมศิลปากรและการท่องเที่ยวได้ฟื้นฟูประเพณีนี้ขึ้นอย่างเป็นระบบภายใต้ชื่อ “งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ” ทำให้งานกลับมามีชีวิตชีวาและเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
การฟื้นฟูงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟใน พ.ศ. 2520 มีความสำคัญอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงการจัดงานท่องเที่ยวประจำปี แต่เป็นการนำประวัติศาสตร์ สุโขทัยศึกษา โบราณคดี ศิลปกรรม การแสดงพื้นบ้าน และงานหัตถกรรมมาสร้างเป็นประสบการณ์ร่วมสำหรับผู้ชม งานนี้จึงกลายเป็นต้นแบบของการใช้มรดกทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ โดยยังคงเคารพบริบทของพื้นที่โบราณสถานและวิถีชุมชนเมืองเก่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานไม่ได้เพียงมาลอยกระทง แต่ได้เรียนรู้ความหมายของสุโขทัยผ่านแสงไฟ พิธีกรรม การแสดง และผู้คนในพื้นที่
 
กิจกรรมเด่นของงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟมีจำนวนมากและกระจายอยู่หลายพื้นที่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาไทยอย่างชัดเจนคือการประดิษฐ์กระทง พนมเบี้ย พนมหมาก พนมดอกไม้ โคมชัก และโคมแขวน กระทงเป็นสัญลักษณ์หลักของงาน ส่วนพนมเบี้ย พนมหมาก และพนมดอกไม้เป็นงานประดิษฐ์ที่แสดงถึงความประณีตในวัฒนธรรมการบูชาและเครื่องสักการะไทย โคมชักและโคมแขวนช่วยเติมบรรยากาศให้พื้นที่งานงดงามในแบบย้อนยุค และยังสะท้อนความสามารถของช่างท้องถิ่นที่สืบทอดงานฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น
 
อีกกิจกรรมที่สร้างภาพจำให้แก่งานสุโขทัยคือการประดับประทีปโคมไฟตามสถูป โบราณสถาน และตระพังนับแสนดวง ตะคันดินเผาและแสงเทียนถูกจัดวางอย่างประณีตตามแนววัดเก่า กำแพง องค์เจดีย์ และขอบสระน้ำ เมื่อแสงไฟสะท้อนผืนน้ำในยามค่ำคืน บรรยากาศของอุทยานประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนจากเมืองโบราณที่สงบนิ่งในเวลากลางวัน เป็นเมืองแห่งแสงและศรัทธาที่มีชีวิตในยามค่ำ ภาพดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเดินทางมาสุโขทัยเพื่อสัมผัสงานลอยกระทงในสถานที่ต้นแบบทางวัฒนธรรม
 
ขบวนแห่ของอำเภอต่าง ๆ เป็นอีกส่วนที่ทำให้งานมีความหลากหลายและสะท้อนตัวตนของชุมชนสุโขทัยในหลายมิติ แต่ละอำเภอจะนำเสนอเอกลักษณ์ผ่านเครื่องแต่งกาย การประดับรถขบวน ศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน และเรื่องเล่าท้องถิ่น ขบวนแห่เหล่านี้ไม่เพียงสร้างสีสันให้กับงาน แต่ยังทำหน้าที่เป็นเวทีให้ชุมชนได้แสดงความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง ผู้ชมจึงได้เห็นว่าสุโขทัยไม่ได้มีเพียงโบราณสถาน แต่ยังมีผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบัน
 
การละเล่นพื้นบ้านภายในงานช่วยเติมความอบอุ่นและความเป็นชุมชนให้กับบรรยากาศของลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ การละเล่นเหล่านี้ทำให้เด็ก เยาวชน และนักท่องเที่ยวได้รู้จักรูปแบบความสนุกของคนไทยในอดีต ซึ่งแตกต่างจากความบันเทิงสมัยใหม่ที่เน้นความรวดเร็ว การนำการละเล่นพื้นบ้านมาอยู่ในงานใหญ่ระดับประเทศจึงมีคุณค่าด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม เพราะทำให้สิ่งที่เคยอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ กลับมาเป็นที่มองเห็นและมีความหมายต่อคนรุ่นใหม่
 
พลุ ตะไล ไฟพะเนียง และดอกไม้ไฟเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คำว่าเล่นไฟมีความสมบูรณ์มากขึ้น สุโขทัยมีเอกลักษณ์ในการนำไฟมาใช้สร้างบรรยากาศอย่างมีศิลปะ ไม่ใช่เพียงความตื่นตา แต่เป็นการจัดจังหวะแสง เสียง และพื้นที่ให้สัมพันธ์กับโบราณสถาน โดยเฉพาะการแสดงแสงสีเสียงที่มักเล่าเรื่องประวัติศาสตร์สุโขทัยผ่านฉากโบราณสถานจริง ทำให้ผู้ชมเข้าใจประวัติศาสตร์ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและจดจำได้มากกว่าการอ่านข้อมูลเพียงอย่างเดียว
 
กิจกรรมลอยกระทงเป็นหัวใจของงาน ผู้คนจะนำกระทงที่ประดิษฐ์อย่างประณีตไปลอยในแหล่งน้ำที่จัดไว้ เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท สำนึกในคุณของแหล่งน้ำ และขอขมาต่อพระแม่คงคา ความงดงามของช่วงเวลานี้ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนกระทงที่ลอยอยู่บนผืนน้ำ แต่เกิดจากความเงียบสงบในใจของผู้ร่วมพิธี หลายคนอธิษฐานขอให้สิ่งไม่ดีลอยไปกับกระทง บางคนตั้งใจเริ่มต้นสิ่งใหม่ บางคนใช้ช่วงเวลานี้ระลึกถึงครอบครัวและบุญคุณของธรรมชาติ ดังนั้นลอยกระทงจึงเป็นทั้งพิธีกรรมส่วนบุคคลและพิธีกรรมร่วมของสังคม
 
ภายในงานยังมีตลาดย้อนยุคและพื้นที่จำหน่ายอาหารพื้นเมือง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสสุโขทัยผ่านรสชาติ อาหารพื้นเมืองอย่างก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ขนมไทย อาหารพื้นบ้าน และของกินหาทานยากช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินงานในยามค่ำ การได้ถือกระทง เดินผ่านแสงโคม ชิมอาหารพื้นเมือง และฟังเสียงดนตรีไทยในพื้นที่เมืองเก่า เป็นประสบการณ์ที่ทำให้งานนี้มีคุณค่าทั้งในเชิงประเพณีและการท่องเที่ยว
 
จุดเด่นอีกประการของงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ คือการจัดงานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับสากลและเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกสำคัญของไทย พื้นที่ภายในอุทยานมีวัดสำคัญ เช่น วัดมหาธาตุ วัดสระศรี วัดศรีสวาย วัดตระพังเงิน วัดตระพังทอง และอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช โบราณสถานเหล่านี้ช่วยทำให้บรรยากาศของงานมีความสง่างามและมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินชมอุทยานในเวลากลางวัน แล้วรอชมบรรยากาศไฟประดับและกิจกรรมในช่วงเย็นถึงค่ำ
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ การมาเที่ยวงานนี้ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม เพื่อชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยในช่วงกลางวัน ก่อนเข้าสู่พื้นที่งานในช่วงค่ำ ช่วงกลางวันเหมาะสำหรับการปั่นจักรยานหรือเดินชมโบราณสถาน เรียนรู้ผังเมืองสุโขทัย วัดสำคัญ และภูมิทัศน์ตระพัง ส่วนช่วงเย็นเหมาะสำหรับเดินชมตลาด งานหัตถกรรม ขบวนแห่ แสงไฟ และการลอยกระทง หากต้องการชมการแสดงแสงสีเสียง ควรตรวจสอบรอบการแสดงและการสำรองบัตรล่วงหน้า เพราะในบางปีมีผู้เข้าชมจำนวนมาก
 
การเดินทาง ไปงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟสามารถเดินทางได้หลายวิธี หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองสุโขทัยให้มุ่งหน้าสู่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ระยะทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปยังเมืองเก่าประมาณ 12 กม. หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางนครสวรรค์ กำแพงเพชร แล้วเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย หรือเลือกเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางมายังสถานีขนส่งสุโขทัยแล้วต่อรถสองแถว รถรับจ้าง หรือรถเช่าไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ผู้ที่ต้องการความสะดวกในช่วงเทศกาลควรจองที่พักและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพราะช่วงงานมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
 
การเที่ยวงานลอยกระทงสุโขทัยควรแต่งกายสุภาพและสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เนื่องจากพื้นที่งานกว้างและมีการเดินผ่านพื้นที่โบราณสถานหลายจุด หากต้องการถ่ายภาพควรเตรียมกล้องหรือโทรศัพท์ที่ถ่ายกลางคืนได้ดี และควรเคารพกติกาของพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่วางของบนโบราณวัตถุ และไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ กระทงที่ใช้ควรทำจากวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ และไม่ใช้โฟมหรือวัสดุที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาคุณค่าของประเพณีให้สอดคล้องกับความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ
 
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ งานนี้เป็นประตูสำคัญในการทำความเข้าใจวัฒนธรรมไทย เพราะรวมองค์ประกอบสำคัญหลายด้านไว้ในงานเดียว ทั้งพระพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับน้ำ ศิลปะโบราณ ประวัติศาสตร์เมืองสุโขทัย ดนตรีไทย การแสดงพื้นบ้าน งานหัตถกรรม และอาหารท้องถิ่น การลอยกระทงในสุโขทัยจึงไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพสวย ๆ กับแสงเทียน แต่เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมคนไทยจึงให้ความสำคัญกับน้ำ ความกตัญญู การขอขมา และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพ
 
ในเชิงการอนุรักษ์ งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟมีบทบาทสำคัญต่อการทำให้มรดกทางวัฒนธรรมมีชีวิต โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงซากเมืองเก่าที่หยุดนิ่ง แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนกลับมาใช้งานในบริบทของพิธีกรรมและความทรงจำ การใช้พื้นที่เช่นนี้ต้องอาศัยการดูแลอย่างรอบคอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ดำเนินไปพร้อมกัน งานนี้จึงเป็นตัวอย่างของการจัดการมรดกวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันอย่างมีพลัง
 
ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ สุโขทัย จึงเป็นมากกว่างานเทศกาลประจำปี แต่เป็นภาพแทนของเมืองสุโขทัยในฐานะต้นธารทางวัฒนธรรมไทย เป็นงานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์กว่า 700 ปีเข้ากับชีวิตร่วมสมัย เป็นเวทีของชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความหมายของแสงเทียน กระทง ผืนน้ำ และเมืองเก่าในคืนวันเพ็ญเดือน 12 อย่างครบถ้วน ผู้ที่ต้องการเข้าใจประเพณีลอยกระทงในมิติที่ลึก งดงาม และมีรากประวัติศาสตร์ชัดเจน ควรเดินทางมาสัมผัสงานนี้อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต
 
ชื่อสถานที่ / งานประเพณีงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย
ที่ตั้งอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
ที่อยู่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 64210
พิกัด17.01930, 99.70325
ช่วงเวลาจัดงานขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี โดยกำหนดวันจัดงานแต่ละปีอาจขยายหลายวันตามประกาศของจังหวัดสุโขทัย
กำหนดจัดงานปี 256915-24 พฤศจิกายน 2569
ไฮไลต์ลอยกระทงในเมืองมรดกโลก ประดับประทีปโคมไฟตามโบราณสถานและตระพัง การแสดงแสงสีเสียง ขบวนแห่ กระทง พนมหมาก พนมดอกไม้ โคมชัก โคมแขวน พลุตะไล ไฟพะเนียง และดอกไม้ไฟแบบสุโขทัย
ประวัติ / สมัย / ยุคมีรากความทรงจำเชื่อมโยงกับเมืองสุโขทัยมากกว่า 700 ปี และได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบตั้งแต่ พ.ศ. 2520
หลักฐานสำคัญข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงผู้คนที่มาดูการเผาเทียนเล่นไฟในเมืองสุโขทัย
ที่มาของชื่อมาจากการรวมความหมายของการลอยกระทงเพื่อบูชาและขอขมาน้ำ กับการเผาเทียนเล่นไฟซึ่งเป็นการประดับประทีปและการแสดงแสงไฟในเมืองสุโขทัย
ลักษณะเด่นเป็นงานลอยกระทงที่จัดท่ามกลางโบราณสถานจริงของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ทำให้มีบรรยากาศย้อนยุคและมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์สูง
กิจกรรมสำคัญการประดิษฐ์กระทง พนมเบี้ย พนมหมาก พนมดอกไม้ โคมชัก โคมแขวน การประดับประทีปโคมไฟ ขบวนแห่ การละเล่นพื้นบ้าน พลุตะไล ไฟพะเนียง ดอกไม้ไฟ และการลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทและขอขมาแหล่งน้ำ
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปยังตำบลเมืองเก่า ประมาณ 12 กม. สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถสองแถว หรือรถรับจ้างจากสถานีขนส่งสุโขทัยไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
สถานะปัจจุบันเป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดสุโขทัยและเป็นหนึ่งในงานลอยกระทงสำคัญระดับประเทศ
ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจังหวัดสุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง
เบอร์ติดต่อหลักอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โทร. 055-697527
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดมหาธาตุ ประมาณ 0.2 กม.
2. อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประมาณ 0.4 กม.
3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ประมาณ 0.6 กม.
4. วัดตระพังทอง ประมาณ 0.8 กม.
5. วัดศรีสวาย ประมาณ 1 กม.
6. วัดสระศรี ประมาณ 1 กม.
7. วัดศรีชุม ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Chanda's Historical Garden Restaurant ประมาณ 0.3 กม. โทร. 092-993-3408
2. สุรีรัตน์โภชนา ประมาณ 0.5 กม. โทร. 055-633-323
3. Cafe Thammada ประมาณ 0.6 กม. โทร. 084-931-9299
4. Say Hi Cafe ประมาณ 0.4 กม.
5. ส้มตำป้าหลง ประมาณ 0.4 กม.
6. ส้มตำไหมงาม ประมาณ 0.4 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Wake Up at Muang Kao Boutique Hotel ประมาณ 0.6 กม. โทร. 062-419-6924
2. Sukhothai Garden ประมาณ 1 กม. โทร. 084-751-1533
3. Thai Thai Sukhothai Resort ประมาณ 1.5 กม. โทร. 084-932-1006
4. Sriwilai Sukhothai Resort & Spa ประมาณ 2 กม. โทร. 094-194-4122
5. Le Charme Sukhothai Historical Park Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 055-633-333
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ สุโขทัย จัดช่วงไหน?
ตอบ: งานจัดขึ้นในช่วงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี โดยจังหวัดสุโขทัยมักกำหนดจัดงานต่อเนื่องหลายวันในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
 
ถาม: งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ สุโขทัย มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นประเพณีที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์เมืองสุโขทัยมากกว่า 700 ปี และสะท้อนความเชื่อเรื่องการบูชาพระพุทธเจ้า การสำนึกในคุณของน้ำ และการขอขมาต่อแหล่งน้ำ
 
ถาม: งานนี้จัดที่ไหน?
ตอบ: จัดที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองโบราณสำคัญของไทย
 
ถาม: ภายในงานมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมลอยกระทง ประดับประทีปโคมไฟ การแสดงแสงสีเสียง ขบวนแห่ การละเล่นพื้นบ้าน การประดิษฐ์กระทง พนมหมาก พนมดอกไม้ โคมชัก โคมแขวน พลุตะไล ไฟพะเนียง และตลาดย้อนยุค
 
ถาม: ควรไปงานลอยกระทงสุโขทัยกี่วัน?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อชมอุทยานประวัติศาสตร์ในช่วงกลางวันและร่วมกิจกรรมลอยกระทงในช่วงเย็นถึงค่ำ
 
ถาม: นักท่องเที่ยวต่างชาติควรไปงานนี้หรือไม่?
ตอบ: ควรไปอย่างยิ่ง เพราะเป็นงานที่รวมประวัติศาสตร์สุโขทัย ศิลปะไทย พระพุทธศาสนา งานหัตถกรรม อาหารท้องถิ่น และพิธีลอยกระทงไว้ในสถานที่เดียว
 
ถาม: เดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสุโขทัยเดินทางไปตำบลเมืองเก่าประมาณ 12 กม. สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถสองแถว หรือรถรับจ้างจากสถานีขนส่งสุโขทัยได้
 
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ?
ตอบ: ควรจองที่พักล่วงหน้า สวมรองเท้าเดินสบาย แต่งกายสุภาพ ตรวจสอบกำหนดการประจำปี และใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(11)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
วัด วัด(40)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(10)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(4)
น้ำตก น้ำตก(8)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)