หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.ศรีสัชนาลัย >ต.ศรีสัชนาลัย > วัดช้างล้อม
TL;DR: วัดช้างล้อม อยู่ที่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.
วัดช้างล้อม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดช้างล้อม เป็นโบราณสถานสำคัญภายในกำแพงเมืองของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาพนมเพลิงด้านทิศใต้ และอยู่ในแนวเดียวกับวัดเจดีย์เจ็ดแถว ทำให้พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในกลุ่มโบราณสถานที่สะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัยได้อย่างชัดเจน จุดเด่นที่สุดของวัดคือเจดีย์ประธานทรงลังกาขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ชั้น ฐานชั้นล่างประดับด้วยช้างปูนปั้นยืนเต็มตัวจำนวน 39 เชือก ล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ช้างที่มุมทั้ง 4 มีขนาดใหญ่กว่าช้างตัวอื่นและยังคงแสดงให้เห็นร่องรอยลวดลายปูนปั้นประดับที่คอและข้อเท้าอย่างงดงาม วัดช้างล้อมจึงเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่ควรค่าแก่การชมที่สุดในศรีสัชนาลัย เพราะรวมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และความหมายทางพระพุทธศาสนาไว้ในพื้นที่เดียวกัน
เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณวัดช้างล้อม ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงซากโบราณสถานที่หลงเหลืออยู่จากอดีต แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในเมืองศรีสัชนาลัย เจดีย์ประธานที่ตั้งอยู่กลางวัดทำหน้าที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ทั้งหมด ด้านหน้าเป็นวิหารขนาดใหญ่ซึ่งเคยใช้ประกอบพิธีกรรมและรองรับพุทธศาสนิกชน ส่วนรอบเจดีย์มีโบราณสถานย่อย เจดีย์ราย วิหารขนาดเล็ก และกำแพงแก้วที่ช่วยกำหนดขอบเขตของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นระบบ การจัดวางองค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดช้างล้อมเคยเป็นวัดสำคัญในเมือง ไม่ใช่วัดขนาดเล็กทั่วไป
วัดช้างล้อมมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก เนื่องจากนักวิชาการสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับวัดที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งกล่าวถึงการสร้างพระธาตุและพระเจดีย์ในเมืองศรีสัชนาลัย โดยกำหนดอายุการก่อสร้างราว พ.ศ. 1828-1831 ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับระยะสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางศาสนาและการเมืองของอาณาจักรสุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัยในเวลานั้นเป็นเมืองสำคัญที่มีบทบาททั้งด้านการปกครอง การค้า ศิลปกรรม และพระพุทธศาสนา วัดช้างล้อมจึงเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันความเจริญของเมืองศรีสัชนาลัยในระดับที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางอำนาจของสุโขทัย
คำว่า “ช้างล้อม” มาจากลักษณะเด่นของเจดีย์ประธานที่มีช้างปูนปั้นยืนเต็มตัวล้อมรอบฐานเจดีย์ ช้างเป็นสัตว์มงคลในคติไทยและคติพุทธ มีความหมายเกี่ยวข้องกับพลัง อำนาจ ความมั่นคง และการรองรับพระพุทธศาสนา การนำช้างมาประดับฐานเจดีย์จึงไม่ได้มีหน้าที่ด้านความงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เหมือนช้างทั้ง 39 เชือกทำหน้าที่แบกรับและปกป้ององค์พระเจดีย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางศรัทธาของวัด ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดช้างล้อมมีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างจากโบราณสถานอื่น ๆ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
เจดีย์ประธานของวัดช้างล้อมเป็นเจดีย์ทรงลังกาหรือทรงระฆังที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะลังกา ซึ่งแพร่เข้าสู่โลกพุทธในสุโขทัยผ่านเครือข่ายพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ รูปแบบเจดีย์ทรงระฆังนี้สะท้อนความสัมพันธ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างสุโขทัยกับโลกพุทธนานาชาติในอดีต การเลือกใช้เจดีย์ทรงลังกาในวัดสำคัญของเมืองศรีสัชนาลัยจึงเป็นหลักฐานว่าพระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัยไม่ได้เป็นระบบความเชื่อที่แยกตัวอยู่ลำพัง แต่เชื่อมโยงกับเครือข่ายศาสนา ศิลปะ และการเดินทางของพระสงฆ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ฐานประทักษิณของเจดีย์วัดช้างล้อมมีความสำคัญทั้งในเชิงสถาปัตยกรรมและพิธีกรรม คำว่า “ประทักษิณ” หมายถึงการเดินเวียนขวารอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การมีลานประทักษิณรอบเจดีย์จึงแสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ออกแบบมาเพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินเวียนสักการะพระเจดีย์ได้โดยตรง การเดินเวียนรอบเจดีย์เป็นพิธีกรรมที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ พร้อมทั้งแสดงความเคารพต่อพระบรมสารีริกธาตุหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์
ช้างปูนปั้น 39 เชือกที่ล้อมฐานเจดีย์เป็นองค์ประกอบที่แสดงฝีมือช่างสุโขทัยอย่างชัดเจน จุดที่น่าสนใจคือช้างเหล่านี้ยืนเต็มตัวและแยกตัวออกจากผนังฐานเจดีย์มากกว่าการเป็นเพียงภาพนูนต่ำธรรมดา ลักษณะการยืนเต็มตัวทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าช้างมีชีวิต มีน้ำหนัก และมีพลังในการรองรับองค์เจดีย์ แม้ปัจจุบันช้างหลายเชือกผุพังไปตามกาลเวลา แต่ส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ยังแสดงให้เห็นถึงความชำนาญของช่างโบราณในการปั้นรูปสัตว์ขนาดใหญ่ให้สัมพันธ์กับสถาปัตยกรรมศักดิ์สิทธิ์
ช้างที่อยู่บริเวณมุมทั้ง 4 ของฐานเจดีย์มีขนาดใหญ่กว่าช้างตัวอื่น และประดับลวดลายปูนปั้นบริเวณคอและข้อเท้าอย่างละเอียด ความแตกต่างนี้ทำให้ช้างมุมมีบทบาทพิเศษในเชิงองค์ประกอบ เพราะทำหน้าที่เน้นมุมทั้ง 4 ของฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสร้างความมั่นคงทางสายตาให้กับองค์เจดีย์ การเลือกเน้นช้างมุมให้มีขนาดใหญ่กว่าและตกแต่งงดงามกว่าช้างด้านข้างแสดงให้เห็นความเข้าใจเรื่องจังหวะ สัดส่วน และความสมดุลในงานสถาปัตยกรรมสุโขทัย
บริเวณระหว่างช้างปูนปั้นยังมีเสาประทีปศิลาแลงตั้งสลับเป็นระยะ และด้านหน้าช้างแต่ละเชือกเคยมีพุ่มดอกบัวตูมปูนปั้นประดับอยู่ องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และความสมบูรณ์ของพื้นที่รอบเจดีย์ เสาประทีปอาจเกี่ยวข้องกับการจุดไฟหรือการประดับแสงในพิธีกรรม ส่วนพุ่มบัวตูมเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการบูชาพระพุทธศาสนา เมื่อนำมาจัดวางร่วมกับช้างและฐานเจดีย์ จึงทำให้พื้นที่รอบองค์เจดีย์มีความหมายทั้งเชิงศิลปะและเชิงพิธีกรรม
ชั้นที่ 2 ของฐานประทักษิณประกอบด้วยซุ้มพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย พร้อมประติมากรรมรูปต้นโพธิ์อยู่เบื้องหลัง จำนวนที่ปรากฏในข้อมูลโบราณสถานระบุไว้ 17 องค์ และยังมีการกล่าวถึงซุ้มพระพุทธรูปบนลานหน้าเจดีย์จำนวน 20 ซุ้มในรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมบางชุด แม้ปัจจุบันพระพุทธรูปส่วนใหญ่ชำรุดไปมาก แต่ซุ้มที่เหลืออยู่ยังทำให้เห็นแนวคิดในการประดิษฐานพระพุทธรูปโดยรอบเจดีย์ เพื่อให้พื้นที่เจดีย์ประธานไม่ใช่เพียงองค์สถูปกลางวัด แต่เป็นพื้นที่แห่งการบูชาพระพุทธเจ้าหลายมิติ
พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ปรากฏในซุ้มมีความหมายสำคัญต่อคติพุทธ เพราะปางมารวิชัยหมายถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงชนะมารก่อนตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ การมีประติมากรรมรูปต้นโพธิ์อยู่เบื้องหลังพระพุทธรูปยิ่งตอกย้ำความหมายของการตรัสรู้และชัยชนะทางจิตวิญญาณ ภาพพระพุทธรูปปางมารวิชัยรายรอบเจดีย์จึงช่วยให้ผู้มาเยือนในอดีตระลึกถึงพุทธประวัติและความสำคัญของการฝึกจิตตามแนวทางพระพุทธศาสนา
ด้านบนขององค์ระฆังมีบัลลังก์และก้านฉัตรซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเจดีย์ทรงลังกา บริเวณนี้ยังปรากฏงานปูนปั้นรูปพระสาวกปางลีลาแบบนูนต่ำจำนวน 17 องค์ ซึ่งแสดงถึงความละเอียดอ่อนของงานประติมากรรมสุโขทัย พระสาวกปางลีลาให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว อ่อนช้อย และสง่างาม สอดคล้องกับลักษณะเด่นของศิลปะสุโขทัยที่ให้ความสำคัญกับความสมดุล ความนุ่มนวล และความเป็นอุดมคติทางศาสนา
กำแพงแก้วของวัดช้างล้อมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสล้อมรอบเจดีย์ประธาน ภายในกำแพงมีประตูและซุ้มทางเข้าออกที่สะท้อนระบบการจัดพื้นที่อย่างชัดเจน ประตูด้านหน้าและด้านหลังเปิดเป็นทางเข้าออก ส่วนประตูด้านข้างบางส่วนก่อเป็นประตูตันด้วยอิฐและศิลาแลง การเล่นระดับที่ซุ้มประตูและการใช้วัสดุศิลาแลงช่วยให้กำแพงแก้วของวัดมีความแข็งแรงและสร้างความรู้สึกเป็นขอบเขตระหว่างพื้นที่โลกภายนอกกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายใน
ด้านหน้าของเจดีย์ประธานมีวิหารขนาดใหญ่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมและรองรับผู้คนที่มาสักการะในอดีต โครงสร้างของวิหารประกอบด้วยฐาน เสา และร่องรอยผังอาคารที่ยังพอให้เห็นขนาดและบทบาทของพื้นที่ได้ วิหารด้านหน้าเจดีย์เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดในสมัยสุโขทัย เพราะทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างพุทธศาสนิกชนกับองค์เจดีย์ประธาน ผู้ที่มาทำบุญอาจเริ่มจากการเข้าสู่วิหารเพื่อกราบไหว้พระพุทธรูป ก่อนเดินเวียนประทักษิณรอบเจดีย์
นอกจากวิหารใหญ่ วัดช้างล้อมยังมีวิหารขนาดเล็กอีก 2 หลัง และเจดีย์รายอีก 2 องค์ องค์ประกอบเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดเคยมีพื้นที่ใช้งานหลายส่วน ไม่ได้มีเพียงเจดีย์ประธานเพียงองค์เดียว เจดีย์รายและวิหารย่อยอาจเกี่ยวข้องกับการบูชาเพิ่มเติม การประดิษฐานพระพุทธรูป หรือกิจกรรมของชุมชนและพระสงฆ์ในอดีต เมื่อมองภาพรวมทั้งวัด จะเห็นว่าวัดช้างล้อมเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่มีความซับซ้อนและได้รับการออกแบบอย่างรอบคอบ
ความสำคัญของวัดช้างล้อมยังเชื่อมโยงกับเมืองศรีสัชนาลัยในฐานะเมืองสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองที่มีบทบาทสูงทั้งด้านการเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม มีโบราณสถานจำนวนมากกระจายอยู่ภายในและนอกกำแพงเมือง วัดช้างล้อมซึ่งตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองและอยู่ในแนวเดียวกับวัดเจดีย์เจ็ดแถว จึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงให้เห็นการวางผังเมืองและการจัดพื้นที่ศาสนาของศรีสัชนาลัยอย่างมีระบบ
เมื่อเปรียบเทียบกับวัดอื่นในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดช้างล้อมมีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดจากช้างปูนปั้นเต็มตัวรอบฐานเจดีย์ วัดเจดีย์เจ็ดแถวโดดเด่นด้านความหลากหลายของเจดีย์รายและรูปแบบศิลปกรรม ส่วนวัดนางพญามีชื่อเสียงเรื่องลวดลายปูนปั้นอันวิจิตร วัดช้างล้อมกลับโดดเด่นด้วยพลังของช้างและขนาดของเจดีย์ประธาน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาโครงสร้างเจดีย์ทรงลังกาและสัญลักษณ์ช้างในศิลปกรรมสุโขทัย
วัดช้างล้อมยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน เพราะชิ้นส่วนหลายอย่างของวัดอยู่ในสภาพผุพังตามกาลเวลา การชมวัดแห่งนี้จึงควรใช้สายตาที่เคารพต่อความเปราะบางของโบราณสถาน ผู้มาเยือนไม่ควรปีนป่ายฐานเจดีย์ จับต้องชิ้นส่วนปูนปั้น หรือเข้าไปในพื้นที่ที่มีป้ายห้าม เพราะช้างปูนปั้นและองค์ประกอบศิลาแลงจำนวนมากมีอายุหลายร้อยปี การรักษาระยะห่างและชมอย่างระมัดระวังเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นต่อไป
ในแง่การท่องเที่ยว วัดช้างล้อมเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม โบราณคดี สถาปัตยกรรม และการถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินชม เพราะแสงแดดจะช่วยเน้นพื้นผิวของอิฐ ศิลาแลง และช้างปูนปั้นให้เห็นมิติชัดเจนมากขึ้น บรรยากาศบริเวณเชิงเขาพนมเพลิงยังให้ความร่มรื่นและความสงบ เหมาะกับการเดินชมอย่างช้า ๆ และใช้เวลาสังเกตรายละเอียดของโบราณสถาน
ผู้ที่มาเที่ยววัดช้างล้อมควรจัดเส้นทางร่วมกับโบราณสถานใกล้เคียงภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เช่น วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดเขาพนมเพลิง และวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ เพราะแต่ละวัดมีเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมต่างกัน การเดินชมต่อเนื่องจะช่วยให้เข้าใจภาพรวมของเมืองศรีสัชนาลัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากมีเวลาเพิ่มเติมสามารถเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยหรือแหล่งเรียนรู้เครื่องสังคโลกในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ศาสนาเข้ากับภูมิทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมการผลิตเครื่องถ้วยของสุโขทัย
การเดินทาง ไปวัดช้างล้อมสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยเดินทางเข้าสู่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แล้วมุ่งหน้าไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย วัดช้างล้อมตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานและอยู่ไม่ไกลจากวัดเจดีย์เจ็ดแถว เมื่อถึงอุทยานสามารถจอดรถในพื้นที่ที่จัดไว้ แล้วเดินหรือใช้จักรยานเที่ยวชมโบราณสถานภายในเขตเมืองเก่า การเที่ยวด้วยจักรยานเป็นวิธีที่เหมาะกับบรรยากาศของศรีสัชนาลัย เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลาอยู่กับพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่างไม่เร่งรีบ
ผู้มาเยือนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่แดดแรง ควรสวมรองเท้าที่เดินสบายเพราะพื้นที่ภายในอุทยานมีทั้งทางเดินดิน พื้นอิฐ และลานโบราณสถาน ควรเคารพกฎของอุทยาน ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่แตะต้องปูนปั้นช้าง ไม่ขีดเขียน และไม่เคลื่อนย้ายวัตถุใด ๆ ในพื้นที่ การเที่ยววัดช้างล้อมอย่างรับผิดชอบจะช่วยรักษาความงดงามของศิลปกรรมสุโขทัยให้คงอยู่ต่อไป
วัดช้างล้อมจึงเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่ทรงคุณค่าที่สุดของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เพราะเป็นสถานที่ที่รวมความงดงามของเจดีย์ทรงลังกา งานปูนปั้นช้างเต็มตัว 39 เชือก ซุ้มพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระสาวกปางลีลา และการจัดผังวัดอย่างมีระบบไว้ในที่เดียว การได้มาเยือนวัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการชมโบราณสถาน แต่เป็นการเดินเข้าสู่โลกของศิลปกรรมสุโขทัยที่ยังคงเล่าเรื่องศรัทธา ความคิด และความสามารถของผู้คนในอดีตได้อย่างทรงพลัง
| ชื่อสถานที่ | วัดช้างล้อม |
| ที่ตั้ง | ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย |
| ที่อยู่ | อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 64190 |
| ไฮไลต์ | เจดีย์ทรงลังกาบนฐานประทักษิณ 2 ชั้น ประดับช้างปูนปั้นยืนเต็มตัว 39 เชือก และซุ้มพระพุทธรูปปางมารวิชัยโดยรอบ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สมัยสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 19 และสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างพระธาตุและพระเจดีย์ในเมืองศรีสัชนาลัยช่วงประมาณ พ.ศ. 1828-1831 |
| ที่มาของชื่อ | มาจากลักษณะเจดีย์ประธานที่มีช้างปูนปั้นยืนเต็มตัวล้อมรอบฐานเจดีย์ทั้ง 4 ด้าน |
| ลักษณะเด่น | เจดีย์ประธานทรงลังกา ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ช้างปูนปั้นเต็มตัว ซุ้มพระพุทธรูป พระสาวกปางลีลา วิหารใหญ่ วิหารย่อย และเจดีย์ราย |
| หลักฐานสำคัญ | ช้างปูนปั้น 39 เชือก ซุ้มพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประติมากรรมรูปต้นโพธิ์ พระสาวกปางลีลา ฐานเจดีย์ กำแพงแก้ว วิหาร และเจดีย์ราย |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่อำเภอศรีสัชนาลัย แล้วไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดช้างล้อมอยู่ภายในกำแพงเมือง ใกล้วัดเจดีย์เจ็ดแถว สามารถเดินหรือปั่นจักรยานเที่ยวชมภายในอุทยานได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานสำคัญภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดจำหน่ายบัตร พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ เส้นทางเดินชมโบราณสถาน และจักรยานให้เช่าภายในหรือใกล้พื้นที่อุทยาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เจดีย์ประธานฐานช้างล้อม วิหารใหญ่ด้านหน้า วิหารย่อย 2 หลัง เจดีย์ราย 2 องค์ กำแพงแก้ว และพื้นที่ประทักษิณรอบเจดีย์ |
| ผู้ดูแล | อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 055-950714, 061-2686383 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดเจดีย์เจ็ดแถว ประมาณ 0.3 กม. 2. วัดนางพญา ประมาณ 0.6 กม. 3. วัดเขาพนมเพลิง ประมาณ 1 กม. 4. วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ ประมาณ 1 กม. 5. ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านครัวศรีสัชนาลัย ประมาณ 5 กม. 2. ร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ศรีสัชนาลัย ประมาณ 6 กม. 3. ร้านอาหารบ้านแก่ง ประมาณ 7 กม. 4. ร้านกาแฟบ้านท่าชัย ประมาณ 8 กม. 5. ร้านอาหารริมน้ำยม ศรีสัชนาลัย ประมาณ 9 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ศรีสัชนาลัย เฮอริเทจ ประมาณ 5 กม. 2. รีสอร์ทบ้านพระร่วง พระปรางค์ ศรีสัชนาลัย ประมาณ 6 กม. โทร. 080-509-7345 3. หนองอ้อบลูเฮ้าส์ รีสอร์ท ประมาณ 9 กม. 4. บ้านอัคระสุโขทัย ประมาณ 10 กม. 5. ชานาลัย รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ประมาณ 15 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดช้างล้อมตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดช้างล้อมตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ถาม: วัดช้างล้อมมีจุดเด่นสำคัญอะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือเจดีย์ทรงลังกาที่ฐานประดับด้วยช้างปูนปั้นยืนเต็มตัว 39 เชือก ล้อมรอบฐานเจดีย์ทั้ง 4 ด้าน
ถาม: วัดช้างล้อมสร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: วัดช้างล้อมเป็นโบราณสถานสมัยสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 19 และสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการสร้างพระธาตุและพระเจดีย์ในเมืองศรีสัชนาลัยช่วง พ.ศ. 1828-1831
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าวัดช้างล้อม?
ตอบ: เพราะฐานเจดีย์ประธานมีช้างปูนปั้นยืนเต็มตัวล้อมรอบจำนวน 39 เชือก จึงเป็นที่มาของชื่อวัดช้างล้อม
ถาม: วัดช้างล้อมเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดช้างล้อมอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งเปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.
ถาม: วัดช้างล้อมมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าเข้าชมตามอัตราของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โดยชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท
ถาม: ควรเที่ยววัดช้างล้อมร่วมกับที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับวัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดเขาพนมเพลิง วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ และศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก
ถาม: เดินทางชมวัดช้างล้อมภายในอุทยานอย่างไรดีที่สุด?
ตอบ: สามารถเดินชมระยะใกล้หรือเช่าจักรยานภายในพื้นที่อุทยานได้ การใช้จักรยานเหมาะกับการชมโบราณสถานหลายแห่งภายในเมืองเก่าศรีสัชนาลัย
โทร : 665569 7367
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




