หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.ศรีสัชนาลัย >ต.ศรีสัชนาลัย > วัดชมชื่น
TL;DR: วัดชมชื่น อยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นโบราณสถานที่แสดงชั้นวัฒนธรรมหลายยุคสมัยในพื้นที่เดียว และเป็นแหล่งเรียนรู้โบราณคดีสำคัญของศรีสัชนาลัย.
วัดชมชื่น

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดชมชื่น จังหวัดสุโขทัย เป็นโบราณสถานร้างสำคัญริมแม่น้ำยม ตั้งอยู่นอกเมืองโบราณศรีสัชนาลัย ภายในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของชุมชนมนุษย์ในลุ่มน้ำยมได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สมัยทวารวดี สมัยวัฒนธรรมร่วมแบบเขมร สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา จนถึงร่องรอยการใช้พื้นที่ในสมัยรัตนโกสินทร์ จุดเด่นของวัดชมชื่นไม่ได้มีเพียงเจดีย์ทรงกลม วิหารศิลาแลง และมณฑปท้ายวิหารเท่านั้น แต่ยังมีอาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่จัดแสดงหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในพื้นที่ศรีสัชนาลัยอย่างเป็นรูปธรรม
วัดชมชื่นเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจสุโขทัยในมิติที่ลึกกว่าการชมโบราณสถานสวยงาม เพราะพื้นที่นี้บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนก่อนเกิดเมืองศรีสัชนาลัยในฐานะเมืองสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย หลักฐานที่ขุดพบ เช่น เศษภาชนะดินเผา โครงกระดูกมนุษย์ โบราณสถานอิฐ เครื่องถ้วย เศษกระเบื้อง และร่องรอยสถาปัตยกรรมศิลาแลง ล้วนช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ริมแม่น้ำยมแห่งนี้มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนาน และมีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมตามยุคสมัยอย่างชัดเจน
วัดชมชื่นได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับชาติ โดยกรมศิลปากรประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 หน้า 3701 การขึ้นทะเบียนดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นที่นี้มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรม และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของศรีสัชนาลัย โบราณสถานแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงซากวัดร้างริมแม่น้ำ แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เข้าใจรากฐานของเมืองโบราณและวิถีชีวิตของผู้คนในลุ่มแม่น้ำยม
ตำแหน่งของวัดชมชื่นมีความสัมพันธ์กับแม่น้ำยมอย่างใกล้ชิด การตั้งอยู่ริมแม่น้ำทำให้พื้นที่นี้เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ เพราะแม่น้ำเป็นทั้งแหล่งน้ำ เส้นทางคมนาคม พื้นที่ทำกิน และแกนกลางของชีวิตชุมชนโบราณ ในอดีต การเลือกพื้นที่ตั้งวัดหรือชุมชนใกล้แม่น้ำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนความเข้าใจของผู้คนต่อภูมิประเทศและทรัพยากรธรรมชาติ วัดชมชื่นจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของแหล่งโบราณคดีที่ผูกโยงศาสนา ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
จากการขุดค้นทางโบราณคดี พบว่าบริเวณวัดชมชื่นมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 9 หลักฐานสำคัญคือเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ ขึ้นรูปด้วยมือ และมีคุณภาพการเผาที่ไม่สูงนัก ลักษณะดังกล่าวสะท้อนสังคมมนุษย์ยุคแรกที่เริ่มตั้งหลักแหล่งในพื้นที่ มีการผลิตภาชนะใช้เอง และใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการดำรงชีวิต แม้หลักฐานจะดูเรียบง่าย แต่มีคุณค่ามาก เพราะช่วยบอกว่าพื้นที่ศรีสัชนาลัยมีมนุษย์อยู่อาศัยก่อนการเกิดเมืองโบราณที่มีสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่หลายร้อยปี
ในช่วงสมัยกึ่งก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 10–16 นักโบราณคดีพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 15 โครง หลักฐานนี้ทำให้วัดชมชื่นมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะโครงกระดูกมนุษย์ช่วยให้ศึกษาได้ทั้งรูปแบบการฝังศพ สุขภาพ โภชนาการ ความเชื่อ และลักษณะทางกายภาพของผู้คนในอดีต การค้นพบดังกล่าวทำให้พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งโบราณสถานทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์และชุมชนโบราณโดยตรง
เมื่อเข้าสู่สมัยวัฒนธรรมร่วมแบบเขมรถึงสมัยสุโขทัยตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 17–18 พบหลักฐานเป็นกลุ่มซากโบราณสถานอิฐจำนวน 3 หลัง รวมถึงชิ้นส่วนกี๋ท่อดินเผา เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งทั้งชนิดไม่เคลือบและเคลือบเขียว ตลอดจนกระดูกสัตว์ หลักฐานเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จากชุมชนอยู่อาศัยทั่วไปไปสู่ชุมชนที่มีระบบช่าง การผลิต และสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อนขึ้น การพบเครื่องถ้วยและวัสดุก่อสร้างยังแสดงถึงความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีการผลิตในพื้นที่ศรีสัชนาลัย ซึ่งต่อมาเป็นแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกสำคัญ
ในสมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ 19–21 วัดชมชื่นมีพัฒนาการเป็นศาสนสถานพุทธที่มีองค์ประกอบชัดเจน ประกอบด้วยเจดีย์ทรงกลมหรือเจดีย์ทรงระฆังเป็นประธาน วิหารตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ และมณฑปเชื่อมต่อท้ายวิหาร โบราณสถานหลักสร้างด้วยศิลาแลง ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างสำคัญในพื้นที่สุโขทัยและศรีสัชนาลัย การใช้ศิลาแลงทำให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและคงทน เหมาะกับการสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่ในพื้นที่เมืองโบราณ
เจดีย์ประธานของวัดชมชื่นมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลม ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อด้วยศิลาแลง ฐานเขียงชั้นล่างสุดมีซุ้มพระอยู่บริเวณกึ่งกลางทั้ง 4 ด้านและบริเวณมุม ลักษณะดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตความเชื่อมโยงทางศิลปกรรมกับรูปแบบเจดีย์ในลังกาและล้านนาได้ เจดีย์องค์นี้จึงไม่ใช่เพียงศูนย์กลางของวัด แต่ยังเป็นหลักฐานของการรับและปรับรูปแบบศิลปกรรมจากพื้นที่ต่าง ๆ ให้เข้ากับบริบทของศรีสัชนาลัย
วิหารของวัดชมชื่นตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลง มีขนาด 6 ห้อง มีมุขยื่นออกด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหลังพระวิหารเชื่อมต่อกับมณฑปซึ่งมีลักษณะคล้ายห้องทึบอยู่ท้ายวิหาร หลังคามณฑปใช้ศิลาแลงก่อเหลื่อมเข้าหากันเป็นรูปจั่วแหลม ลักษณะการก่อสร้างเช่นนี้สะท้อนทักษะของช่างโบราณในการใช้วัสดุหนักอย่างศิลาแลงสร้างพื้นที่ปิดและพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอย่างมั่นคง
มณฑปด้านหลังวิหารเป็นจุดที่มีความสำคัญทั้งด้านสถาปัตยกรรมและศาสนา ด้านหน้าทั้งสองข้างของมณฑปทำเป็นซุ้มจรนำ 2 ซุ้ม ส่วนด้านหลังมีซุ้มจรนำซึ่งเคยประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก แต่ปัจจุบันพระพุทธรูปได้สูญหายไปแล้ว นอกจากนี้บริเวณหน้าบันด้านหลังมณฑปยังพบลวดลายปูนปั้น ซึ่งเป็นรายละเอียดที่แสดงความงดงามทางศิลปกรรมของวัด แม้ปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยบางส่วน แต่ยังช่วยให้เข้าใจความประณีตของงานช่างในอดีต
ความน่าสนใจของวัดชมชื่นอยู่ที่การเป็นพื้นที่ซ้อนทับของหลายยุคสมัย โบราณสถานศิลาแลงในสมัยสุโขทัยและอยุธยาตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีหลักฐานมนุษย์อยู่อาศัยมาก่อนหลายร้อยปี เมื่อเดินชมวัด ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงวัดร้างยุคสุโขทัย แต่กำลังยืนอยู่บนพื้นที่ที่มนุษย์หลายรุ่นใช้ชีวิต สร้างชุมชน ประกอบพิธีกรรม ฝังศพ ผลิตภาชนะ และปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป
สำหรับช่วงสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โบราณวัตถุที่พบในพื้นที่วัดชมชื่นส่วนใหญ่เป็นเศษกระเบื้องดินเผาและเศษภาชนะเนื้อกระเบื้องประเภทเครื่องถ้วยจีน ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงถึงราชวงศ์ชิง นอกจากนี้ยังพบเหรียญสตางค์และเหรียญบาทปะปนอยู่ในชั้นดิน หลักฐานเหล่านี้สะท้อนว่าพื้นที่วัดและชุมชนโดยรอบยังคงมีความเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคหลัง และเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าและวัฒนธรรมที่กว้างออกไป
อาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้นวัดชมชื่นเป็นจุดสำคัญที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจเรื่องราวของพื้นที่ได้ดีขึ้น ภายในพื้นที่หลุมขุดค้นมีการนำเสนอหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในชั้นดินต่าง ๆ ทำให้เห็นภาพลำดับเวลาการอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคประวัติศาสตร์ การจัดแสดงลักษณะนี้มีคุณค่ามากสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และผู้สนใจโบราณคดี เพราะช่วยเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการให้เป็นประสบการณ์ที่มองเห็นและเข้าใจได้ง่าย
วัดชมชื่นจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลายศาสตร์ ทั้งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยา ภูมิศาสตร์วัฒนธรรม และการอนุรักษ์มรดก การชมวัดแห่งนี้ควรใช้เวลาเดินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการสังเกตตำแหน่งของวัดริมแม่น้ำยม จากนั้นดูเจดีย์ประธาน วิหาร มณฑป และร่องรอยลวดลายปูนปั้น แล้วจึงไปชมอาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้น เพื่อเชื่อมโยงโบราณสถานบนผิวดินกับหลักฐานชีวิตมนุษย์ใต้ชั้นดิน
ปัจจุบันวัดชมชื่นเป็นโบราณสถานร้างในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร จึงไม่มีเจ้าอาวาสประจำเหมือนวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษา การดูแลพื้นที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์โบราณสถาน การจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว การดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าชม และการให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์แก่ประชาชน ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามป้ายแนะนำ ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน ไม่สัมผัสปูนปั้นหรือผนังโบราณ และไม่เคลื่อนย้ายวัตถุใด ๆ ภายในพื้นที่
การเดินทางมายังวัดชมชื่นสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยสามารถเดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปยังอำเภอศรีสัชนาลัย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและเมืองเชลียงเดิม หากเดินทางจากอำเภอสวรรคโลกจะใช้เวลาสั้นกว่า เพราะอยู่ใกล้ศรีสัชนาลัยมากกว่า เส้นทางสามารถเชื่อมต่อกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร วัดเจ้าจันทร์ วัดนางพญา วัดเจดีย์เจ็ดแถว และวัดช้างล้อมได้อย่างสะดวก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะพื้นที่โบราณสถานมีลักษณะเปิดโล่งและมีบางส่วนต้องเดินกลางแจ้ง แสงเช้าช่วยให้เห็นพื้นผิวศิลาแลงและรายละเอียดของเจดีย์ได้ชัด ส่วนแสงเย็นทำให้บรรยากาศริมแม่น้ำยมดูสงบและเหมาะกับการถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก ร่ม และรองเท้าที่เดินสะดวก โดยเฉพาะหากวางแผนเที่ยวหลายวัดในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยในวันเดียว
วัดชมชื่นสามารถจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวศรีสัชนาลัยได้อย่างลงตัว หากมีเวลาครึ่งวัน ควรเริ่มจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหารหรือวัดพระปรางค์ ต่อด้วยวัดชมชื่นและอาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้น จากนั้นไปยังวัดเจ้าจันทร์หรือวัดนางพญา หากมีเวลาเต็มวัน สามารถขยายเส้นทางไปถึงวัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดช้างล้อม และแหล่งอนุรักษ์เตาสังคโลก เพื่อเข้าใจทั้งศาสนา สถาปัตยกรรม เมืองโบราณ และอุตสาหกรรมเครื่องถ้วยในพื้นที่เดียวกัน
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดชมชื่นช่วยเติมภาพที่สำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าศรีสัชนาลัยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่พัฒนาจากชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานมายาวนาน ก่อนจะกลายเป็นเมืองสำคัญของรัฐสุโขทัย หลักฐานโครงกระดูกและภาชนะดินเผาทำให้เห็นชีวิตมนุษย์ระดับพื้นฐาน ส่วนเจดีย์ วิหาร และมณฑปแสดงถึงพัฒนาการของศาสนาและสถาปัตยกรรม เมื่อมองร่วมกัน วัดชมชื่นจึงเป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขียนด้วยชั้นดินและศิลาแลง
ข้อควรปฏิบัติในการชมวัดชมชื่นคือแต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนโบราณสถาน ไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่เสี่ยงต่อการทำลายพื้นที่ และไม่ทิ้งขยะภายในบริเวณโบราณสถาน แม้วัดจะเป็นวัดร้าง แต่ยังเป็นพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติและอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจะช่วยให้หลักฐานสำคัญเหล่านี้คงอยู่สำหรับการศึกษาในอนาคต
กล่าวโดยสรุป วัดชมชื่น จังหวัดสุโขทัย เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่ามากกว่าความงามของซากอาคาร เพราะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในศรีสัชนาลัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ จุดเด่นของวัดอยู่ที่เจดีย์ทรงกลม วิหารศิลาแลง มณฑปท้ายวิหาร ลวดลายปูนปั้น หลุมขุดค้นทางโบราณคดี และความสัมพันธ์กับแม่น้ำยม ผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์เมือง โบราณคดี วิถีชีวิตมนุษย์โบราณ และคุณค่าของการอนุรักษ์มรดกไทยในพื้นที่จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดชมชื่น และอาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้นวัดชมชื่น |
| ที่ตั้ง | อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย |
| ที่อยู่ | ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 64190 |
| พิกัด | 17.42829, 99.806277 |
| ไฮไลต์ | เจดีย์ทรงกลม วิหารศิลาแลง มณฑปท้ายวิหาร อาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้น โครงกระดูกมนุษย์โบราณ และหลักฐานการตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำยม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีหลักฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายราวพุทธศตวรรษที่ 9 ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดี วัฒนธรรมร่วมแบบเขมร สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ |
| หลักฐานสำคัญ | เศษภาชนะดินเผา โครงกระดูกมนุษย์ 15 โครง ซากโบราณสถานอิฐ 3 หลัง เครื่องถ้วย เศษกระเบื้อง เครื่องถ้วยจีน เหรียญสตางค์ เหรียญบาท เจดีย์ วิหาร และมณฑปศิลาแลง |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดชมชื่นเป็นชื่อโบราณสถานที่ใช้เรียกพื้นที่วัดร้างและหลุมขุดค้นทางโบราณคดีริมแม่น้ำยมในเขตศรีสัชนาลัย |
| ลักษณะเด่น | เป็นโบราณสถานที่แสดงชั้นวัฒนธรรมหลายยุคสมัยในพื้นที่เดียว และเป็นแหล่งเรียนรู้โบราณคดีสำคัญของศรีสัชนาลัย |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุโขทัยขับรถสู่อำเภอศรีสัชนาลัย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเข้าสู่พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและเมืองเชลียงเดิม |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานร้างและแหล่งโบราณคดีในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เดินชมโบราณสถาน อาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้น ป้ายข้อมูล พื้นที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เจดีย์ประธาน วิหารศิลาแลง มณฑปท้ายวิหาร ซุ้มจรนำ ลวดลายปูนปั้น และอาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้นวัดชมชื่น |
| ผู้ดูแล | อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 055-950-714, 061-268-6383 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ประมาณ 0.4 กม. 2. วัดเจ้าจันทร์ ประมาณ 0.5 กม. 3. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประมาณ 3 กม. 4. วัดนางพญา ประมาณ 3 กม. 5. วัดเจดีย์เจ็ดแถว ประมาณ 3 กม. 6. วัดช้างล้อม ประมาณ 4 กม. 7. แหล่งอนุรักษ์เตาสังคโลกหมายเลข 61 และ 42 ประมาณ 6 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ชมปรางค์ ChomPrang ประมาณ 0.8 กม. โทร. 063-465-6168, 083-229-9598 2. เถาวลี ประมาณ 1 กม. 3. จี๊ดจ้ากาแฟสด ประมาณ 1 กม. 4. แก่งสักเบียร์การ์เด้น ประมาณ 1.5 กม. 5. ร้านอาหารบ้านกลางนา ศรีสัชนาลัย ประมาณ 4 กม. 6. ครัวต้นอ้อย ศรีสัชนาลัย ประมาณ 8 กม. โทร. 087-208-5526, 098-156-9393 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ศรีสัชนาลัยเฮอริเทจ รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 055-615-423, 086-443-2799, 062-869-6988 2. รีสอร์ท บ้านพระร่วง พระปรางค์ ศรีสัชนาลัย ประมาณ 2 กม. โทร. 080-509-7345 3. หนองอ้อบลูเฮ้าส์ รีสอร์ท ประมาณ 7 กม. 4. Downhill Resort ประมาณ 10 กม. 5. ชานาลัยรีสอร์ทแอนด์โฮเทล ประมาณ 12 กม. โทร. 055-672-555 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดชมชื่นอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดชมชื่นตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ริมแม่น้ำยม นอกเมืองโบราณศรีสัชนาลัย
ถาม: วัดชมชื่นเป็นวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษาหรือไม่?
ตอบ: วัดชมชื่นเป็นโบราณสถานร้างในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร จึงไม่มีเจ้าอาวาสประจำ
ถาม: วัดชมชื่นสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดชมชื่นสำคัญเพราะมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ต่อเนื่องตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัยรัตนโกสินทร์ รวมทั้งพบโครงกระดูกมนุษย์ โบราณวัตถุ และโบราณสถานศิลาแลง
ถาม: จุดเด่นของวัดชมชื่นคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเจดีย์ทรงกลม วิหารศิลาแลง มณฑปท้ายวิหาร ซุ้มจรนำ ลวดลายปูนปั้น และอาคารอนุรักษ์หลุมขุดค้นทางโบราณคดี
ถาม: วัดชมชื่นเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดชมชื่นนานแค่ไหน?
ตอบ: หากชมเฉพาะวัดชมชื่นและอาคารหลุมขุดค้นควรใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเที่ยวร่วมกับวัดใกล้เคียงในศรีสัชนาลัยควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปวัดชมชื่นอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองสุโขทัยไปอำเภอศรีสัชนาลัย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและเมืองเชลียงเดิม
ถาม: วัดชมชื่นเที่ยวคู่กับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวคู่กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร วัดเจ้าจันทร์ วัดนางพญา วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดช้างล้อม และแหล่งอนุรักษ์เตาสังคโลกได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




