หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.ทุ่งเสลี่ยม >ต.ทุ่งเสลี่ยม > หลวงพ่อศิลา
TL;DR: หลวงพ่อศิลา อยู่ที่วัดทุ่งเสลี่ยม หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ พระพักตร์ทรงสี่เหลี่ยม สวมศิราภรณ์ กุณฑล มงกุฎเทริด กรองศอ พาหุรัด ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานขดนาคสามชั้น.
หลวงพ่อศิลา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
หลวงพ่อศิลา วัดทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอทุ่งเสลี่ยม และเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปนาคปรกที่มีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ และศรัทธาอย่างยิ่ง องค์พระเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สกัดจากหินทรายสีเทา สร้างตามแบบพุทธศิลป์สมัยลพบุรี มีพระพักตร์ทรงสี่เหลี่ยม สวมศิราภรณ์ กุณฑล มงกุฎเทริด และเครื่องประดับแบบโบราณ ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานขดนาคสามชั้น โดยมีพญานาคเจ็ดเศียรแผ่พังพานปกเหนือพระเศียรอย่างสง่างาม หลวงพ่อศิลาจึงไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปสำหรับกราบไหว้ขอพร แต่ยังเป็นงานพุทธศิลป์ที่สะท้อนฝีมือช่างโบราณ ความเชื่อเรื่องนาคปรก และความรุ่งเรืองของศิลปะในดินแดนสุโขทัยได้อย่างชัดเจน
หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปที่ผู้มาเยือนสามารถเข้าใจคุณค่าได้ตั้งแต่แรกเห็น เพราะองค์พระมีลักษณะโดดเด่นแตกต่างจากพระพุทธรูปสุโขทัยทั่วไปที่หลายคนคุ้นเคย พระพุทธรูปองค์นี้มีพุทธลักษณะหนักแน่นแบบศิลปะลพบุรี พระวรกายประทับนิ่งในปางสมาธิ พระพักตร์ทรงสี่เหลี่ยมให้ความรู้สึกเข้มขลัง ขณะที่นาคเจ็ดเศียรเหนือพระเศียรเพิ่มความสง่าและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับองค์พระ รายละเอียดของฐานนาค ลวดลายหางนาคด้านหลัง และเครื่องทรงที่ประดับบนองค์พระ ทำให้หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปที่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างละเอียดทั้งในมุมศิลปกรรมและมุมความเชื่อ
องค์พระมีขนาดสูงประมาณ 85.50 เซนติเมตร เมื่อวัดจากฐานถึงปลายยอดเศียรนาค และมีน้ำหนักประมาณ 126.5 กิโลกรัม แม้จะไม่ใช่พระพุทธรูปขนาดใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับพระประธานในอุโบสถวัดใหญ่ แต่ความหนักแน่นของหินทรายสีเทา รูปทรงนาคปรก และรายละเอียดการสลักทำให้องค์พระมีพลังทางสายตาอย่างมาก ลักษณะของหินทรายที่ผ่านกาลเวลายาวนานช่วยเพิ่มความขลังและความรู้สึกเก่าแก่ ผู้ที่เข้ามากราบไหว้จึงสัมผัสได้ถึงความสงบ ความมั่นคง และความศักดิ์สิทธิ์ที่รายล้อมองค์พระอยู่ตลอดเวลา
คำว่า “หลวงพ่อศิลา” เป็นชื่อที่ชาวทุ่งเสลี่ยมใช้เรียกพระพุทธรูปองค์นี้อย่างเคารพ คำว่า “ศิลา” สื่อถึงวัสดุหินที่ใช้สร้างองค์พระโดยตรง ขณะเดียวกันยังสื่อถึงความแข็งแกร่ง ความมั่นคง และการดำรงอยู่เหนือกาลเวลา พระพุทธรูปที่สกัดจากหินมีคุณลักษณะต่างจากพระพุทธรูปหล่อโลหะหรือปูนปั้น เพราะให้ความรู้สึกแน่น หนัก และสงบนิ่งเป็นพิเศษ เมื่อรวมกับท่านาคปรกปางสมาธิ หลวงพ่อศิลาจึงมีภาพลักษณ์ของพระพุทธรูปผู้คุ้มครองและเป็นหลักใจของชุมชนอย่างชัดเจน
เดิมหลวงพ่อศิลาประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำเจ้าราม กลางป่าลึกในพื้นที่เขตติดต่อกับอำเภอบ้านด่านลานหอย ถ้ำเจ้ารามเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นถ้ำใหญ่และอยู่ห่างจากชุมชนในอดีต การที่พระพุทธรูปนาคปรกองค์สำคัญเคยประดิษฐานอยู่ในถ้ำกลางป่า ทำให้เรื่องราวของหลวงพ่อศิลามีมิติของความลี้ลับ ศรัทธา และการค้นพบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ธรรมชาติ ภาพพระพุทธรูปหินทรายในถ้ำมืดที่มีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก ยิ่งทำให้หลวงพ่อศิลาเป็นองค์พระที่มีบรรยากาศแห่งตำนานและความน่าเคารพศรัทธา
ต่อมาชาวอำเภอทุ่งเสลี่ยมได้อัญเชิญหลวงพ่อศิลามาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยมในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2472 – 2475 การอัญเชิญพระพุทธรูปจากถ้ำเจ้ารามมายังวัดทุ่งเสลี่ยมมีความหมายลึกซึ้ง เพราะเป็นการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่กลางป่ามาสู่ศูนย์กลางชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชาและดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น นับแต่นั้นมา หลวงพ่อศิลาก็กลายเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวทุ่งเสลี่ยม และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในพื้นที่อย่างมั่นคง
เรื่องเล่าระหว่างการอัญเชิญหลวงพ่อศิลามายังวัดทุ่งเสลี่ยมเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ความศรัทธาต่อองค์พระแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อขบวนอัญเชิญมาถึงวัดทุ่งเสลี่ยม มีเรื่องเล่าว่าท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนและเกิดฝนตกหนักเป็นเวลานาน หลังฝนหยุดตก มีฝูงค้างคาวบินวนอยู่เหนือวัดทุ่งเสลี่ยมก่อนจะบินกลับไปยังถ้ำเจ้าราม เหตุการณ์นี้ถูกชาวบ้านจดจำในฐานะสัญญาณแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นภาพสะท้อนความผูกพันระหว่างองค์พระ ถ้ำเจ้าราม และวัดทุ่งเสลี่ยมอย่างลึกซึ้ง
ความสำคัญของหลวงพ่อศิลาไม่ได้อยู่เฉพาะที่ความงดงามขององค์พระหรือประวัติการอัญเชิญเท่านั้น แต่ยังมีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชื่อของหลวงพ่อศิลาเป็นที่กล่าวถึงในระดับกว้าง นั่นคือเหตุการณ์ที่องค์พระเคยถูกโจรกรรมและถูกนำออกนอกประเทศไปยังประเทศอังกฤษ การสูญหายของพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชนเป็นความเจ็บปวดอย่างยิ่งของชาวทุ่งเสลี่ยม เพราะหลวงพ่อศิลาไม่ได้เป็นเพียงศิลปวัตถุ แต่เป็นศูนย์รวมใจของผู้คน เป็นพระพุทธรูปที่ชุมชนฝากความหวัง ความศรัทธา และความทรงจำไว้ร่วมกัน
ด้วยแรงศรัทธาและความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้อง หลวงพ่อศิลาสามารถกลับคืนมาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยมได้อีกครั้ง เหตุการณ์การกลับคืนมาขององค์พระสร้างความปลื้มปีติแก่ชาวทุ่งเสลี่ยมและพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหมือนการได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชนกลับคืนสู่บ้านเดิม การกลับมาครั้งนั้นยังสะท้อนให้เห็นว่าพระพุทธรูปโบราณไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะวัตถุทางศิลปะ แต่เป็นมรดกจิตวิญญาณที่มีความหมายต่อชุมชนอย่างลึกซึ้ง
เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญดังกล่าวและเพื่อแสดงความเคารพต่อหลวงพ่อศิลา ชาวอำเภอทุ่งเสลี่ยมจึงร่วมกันจัดงานนมัสการหลวงพ่อศิลาขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ งานนมัสการนี้เป็นงานบุญสำคัญของอำเภอทุ่งเสลี่ยม มีประชาชนจากทั้งในพื้นที่และต่างถิ่นเดินทางมากราบไหว้ สักการะ ถวายเครื่องบูชา และขอพรจากองค์หลวงพ่อศิลา ภายในงานยังสะท้อนความสามัคคีของชุมชน การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการรักษาประเพณีที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์การกลับคืนมาขององค์พระ
งานนมัสการหลวงพ่อศิลาไม่ได้เป็นเพียงงานประจำปีของวัด แต่เป็นวาระสำคัญที่ทำให้ชุมชนได้กลับมารวมพลังกันอีกครั้ง ผู้คนที่ย้ายไปทำงานต่างถิ่นมักใช้โอกาสนี้กลับบ้าน ชาวบ้านร่วมกันเตรียมพื้นที่ ต้อนรับผู้มาเยือน และร่วมพิธีกรรมด้วยความศรัทธา ผู้ที่เดินทางมาจากต่างอำเภอหรือต่างจังหวัดก็ได้รับโอกาสสัมผัสบรรยากาศความศรัทธาของท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด งานนี้จึงเป็นทั้งงานศาสนา งานชุมชน และงานวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนหลายรุ่นเข้าด้วยกัน
ในเชิงศิลปกรรม หลวงพ่อศิลาเป็นตัวอย่างสำคัญของพระพุทธรูปนาคปรกศิลปะลพบุรีที่ยังคงความสมบูรณ์และมีพลังทางศิลปะสูง พระพุทธรูปนาคปรกเป็นรูปแบบที่มีความหมายลึกซึ้งในพระพุทธศาสนา สื่อถึงเหตุการณ์ที่พญานาคมุจลินท์แผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าขณะทรงบำเพ็ญสมาธิท่ามกลางฝนและพายุ รูปแบบนาคปรกจึงเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครอง ความสงบภายใน และพลังแห่งธรรมที่ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคภายนอก
เมื่อมององค์หลวงพ่อศิลาในรายละเอียด จะเห็นว่าความงามไม่ได้อยู่ที่องค์พระเพียงด้านหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านหลังที่ปรากฏลวดลายหางนาคพันขึ้นมาจนถึงลำตัว รายละเอียดนี้สะท้อนความพิถีพิถันของช่างโบราณที่ให้ความสำคัญกับรูปทรงทั้งหมดขององค์พระ ไม่ใช่เพียงมุมมองจากด้านหน้า ฐานขดนาคสามชั้นทำให้พระพุทธรูปมีความมั่นคง ส่วนพังพานนาคเจ็ดเศียรที่แผ่อยู่เหนือพระเศียรช่วยสร้างจังหวะของรูปทรงให้ดูสง่างามและศักดิ์สิทธิ์
พระพักตร์ทรงสี่เหลี่ยม เครื่องทรง กุณฑล มงกุฎเทริด กรองศอ และพาหุรัด ล้วนเป็นองค์ประกอบที่แสดงลักษณะศิลปะลพบุรีอย่างเด่นชัด ศิลปะลพบุรีได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเขมรและมีลักษณะหนักแน่น เข้มขลัง และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของอำนาจทางศาสนา การพบพระพุทธรูปแบบนี้ในจังหวัดสุโขทัยจึงช่วยให้เข้าใจว่าดินแดนสุโขทัยไม่ได้มีเพียงศิลปะสุโขทัยแบบอ่อนช้อยเท่านั้น แต่ยังมีชั้นประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมก่อนหน้าอย่างลึกซึ้ง
สำหรับชาวทุ่งเสลี่ยม หลวงพ่อศิลาเป็นมากกว่าวัตถุโบราณ พระพุทธรูปองค์นี้คือศูนย์รวมใจของชุมชน ผู้คนมากราบไหว้เพื่อขอพรเรื่องความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพ การงาน ครอบครัว และความเป็นสิริมงคลในชีวิต หลายคนเดินทางมาด้วยความเชื่อมั่นในบารมีขององค์พระ ขณะที่อีกหลายคนมาเพราะต้องการสัมผัสความสงบและกราบพระเก่าแก่ที่มีประวัติสำคัญ การสักการะหลวงพ่อศิลาจึงมีทั้งมิติของความเชื่อ ความเคารพ และการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ชุมชน
วัดทุ่งเสลี่ยมซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อศิลา ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตของคนท้องถิ่น ทั้งในฐานะสถานที่ประกอบศาสนกิจ แหล่งรวมใจของชุมชน และจุดหมายของผู้ศรัทธาที่เดินทางมานมัสการหลวงพ่อศิลา ภายในวัดมีบรรยากาศสงบ เหมาะแก่การไหว้พระ ทำบุญ และใช้เวลาเรียนรู้เรื่องราวขององค์พระอย่างตั้งใจ
การบูชาหลวงพ่อศิลาสามารถทำได้ด้วยความเรียบง่าย ผู้มาเยือนนิยมกราบไหว้ ถวายดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องสักการะตามความเหมาะสม สิ่งสำคัญคือการแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา เคารพพื้นที่วัด ไม่ส่งเสียงดัง และไม่สัมผัสองค์พระหรือสิ่งของศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น เนื่องจากหลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่และมีคุณค่าทางศิลปกรรมสูง การเยี่ยมชมด้วยความเคารพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
ผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสามารถจัดวัดทุ่งเสลี่ยมไว้ในเส้นทางเดียวกับสถานที่สำคัญอื่นของอำเภอทุ่งเสลี่ยมได้ เช่น วัดพิพัฒน์มงคล ซึ่งมีสถาปัตยกรรมโดดเด่นและเป็นวัดสำคัญอีกแห่งของอำเภอ สวนน้ำทุ่งเสลี่ยม ฮ่อมโด่ ฟาร์ม โด่แม่ถัน และฝายน้ำล้นบ้านเชิงผา เส้นทางเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งวัด ศรัทธา ธรรมชาติ และวิถีชุมชนของอำเภอทุ่งเสลี่ยมในทริปเดียว
การเดินทาง ไปวัดทุ่งเสลี่ยมสามารถเดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปยังอำเภอทุ่งเสลี่ยม โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่งในวันเดียว วัดตั้งอยู่บริเวณทางหลวงชนบทหมายเลข 7018 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยควรวางแผนเวลาให้เหมาะสม เพราะอำเภอทุ่งเสลี่ยมอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร แต่เส้นทางเหมาะสำหรับการขับรถท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการกราบไหว้อย่างสงบ หากต้องการร่วมบรรยากาศงานบุญ ควรวางแผนเดินทางในช่วงงานนมัสการหลวงพ่อศิลา วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่วัดมีผู้ศรัทธาเดินทางมาจำนวนมาก ส่วนผู้ที่ต้องการความสงบควรเลือกวันธรรมดาหรือช่วงนอกเทศกาล เพื่อใช้เวลาชมรายละเอียดองค์พระและทำบุญได้อย่างเต็มที่
หลวงพ่อศิลา วัดทุ่งเสลี่ยม ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่สนใจศิลปะไทยและพระพุทธศาสนา เพราะองค์พระเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานระหว่างศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ และศรัทธาท้องถิ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้เรียนรู้ความหมายของพระพุทธรูปนาคปรก ความสำคัญของพระพุทธรูปหินทราย ศิลปะลพบุรี และบทบาทของวัดในชุมชนไทย การมาเยือนวัดทุ่งเสลี่ยมจึงไม่ใช่เพียงการชมพระพุทธรูป แต่เป็นการสัมผัสความทรงจำร่วมของชุมชนที่ยังคงมีชีวิตอยู่
โดยสรุป หลวงพ่อศิลา วัดทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความงามของศิลปะลพบุรี ความหายากของพระพุทธรูปนาคปรกหินทรายสีเทา ประวัติการอัญเชิญจากถ้ำเจ้าราม เหตุการณ์การถูกโจรกรรมและการกลับคืนสู่ประเทศไทย รวมถึงงานนมัสการประจำปีที่สืบทอดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ หลวงพ่อศิลาจึงเป็นทั้งมรดกศิลปกรรม ศูนย์รวมใจของชุมชน และจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการสัมผัสศรัทธาและวัฒนธรรมสุโขทัยในมิติที่ลึกซึ้งกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
| ชื่อสถานที่ | หลวงพ่อศิลา วัดทุ่งเสลี่ยม |
| ที่ตั้ง | วัดทุ่งเสลี่ยม หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย |
| ที่อยู่ | ทางหลวงชนบทหมายเลข 7018 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย 64150 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ สกัดจากหินทรายสีเทา ศิลปะลพบุรี เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอทุ่งเสลี่ยม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมประดิษฐานอยู่ในถ้ำเจ้าราม กลางป่าลึกในเขตติดต่ออำเภอบ้านด่านลานหอย ก่อนชาวอำเภอทุ่งเสลี่ยมอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยมราวปี พ.ศ. 2472 – 2475 |
| ลักษณะเด่น | พระพักตร์ทรงสี่เหลี่ยม สวมศิราภรณ์ กุณฑล มงกุฎเทริด กรองศอ พาหุรัด ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานขดนาคสามชั้น มีนาคเจ็ดเศียรแผ่พังพานปกเหนือพระเศียร |
| ขนาดองค์พระ | สูงประมาณ 85.50 เซนติเมตร วัดจากฐานถึงปลายยอดเศียรนาค น้ำหนักประมาณ 126.5 กิโลกรัม |
| เรื่องราวสำคัญ | หลวงพ่อศิลาเคยถูกโจรกรรมและถูกนำออกนอกประเทศไปยังอังกฤษ ก่อนอัญเชิญกลับมาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยมดังเดิม สร้างความปลื้มปีติแก่ชาวทุ่งเสลี่ยมและพุทธศาสนิกชน |
| ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ | งานนมัสการหลวงพ่อศิลา จัดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ณ วัดทุ่งเสลี่ยม มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมากราบไหว้ สักการะ ถวายเครื่องบูชา และร่วมงานบุญประจำปี |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปอำเภอทุ่งเสลี่ยม แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งเสลี่ยม วัดตั้งอยู่บริเวณทางหลวงชนบทหมายเลข 7018 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | ประดิษฐานอยู่ที่วัดทุ่งเสลี่ยม เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ากราบไหว้สักการะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของอำเภอทุ่งเสลี่ยม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะภายในวัด ลานวัด พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูสุเขตสุทธาลังการ (อลงกรณ์ อนาลโย) โทร. 055-626370, 086-671-5336 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจหลวงพ่อศิลา วัดทุ่งเสลี่ยม สุโขทัย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สวนน้ำทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 5 กม. 2. วัดพิพัฒน์มงคล ประมาณ 6 กม. 3. ฮ่อมโด่ ฟาร์ม ประมาณ 8 กม. 4. โด่แม่ถัน ประมาณ 10 กม. 5. ฝายน้ำล้นบ้านเชิงผา ประมาณ 12 กม. 6. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารอร่อยประจำอำเภอทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 2 กม. โทร. 063-165-6395 2. Jing Jai Cafe’ ประมาณ 3 กม. 3. ซะป๊ะลำ (SAPALUM) ประมาณ 6 กม. 4. ก๋วยเตี๋ยวไท ประมาณ 3 กม. 5. ก๋วยเตี๋ยวชายทุ่ง ประมาณ 4 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ออนอิงรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 062-431-4050 2. ชวนชมรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 099-756-6836, 062-565-8169 3. ที่พักในอำเภอทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 3 กม. 4. ที่พักใกล้วัดพิพัฒน์มงคล ประมาณ 6 กม. 5. ที่พักในอำเภอศรีสัชนาลัย ประมาณ 35 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หลวงพ่อศิลาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: หลวงพ่อศิลาประดิษฐานอยู่ที่วัดทุ่งเสลี่ยม หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย
ถาม: หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปแบบใด?
ตอบ: หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ สกัดจากหินทรายสีเทา มีลักษณะศิลปะลพบุรี และมีนาคเจ็ดเศียรแผ่พังพานปกเหนือพระเศียร
ถาม: หลวงพ่อศิลาเดิมประดิษฐานอยู่ที่ใด?
ตอบ: เดิมหลวงพ่อศิลาประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำเจ้าราม กลางป่าลึกในเขตติดต่ออำเภอบ้านด่านลานหอย ก่อนอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยมราวปี พ.ศ. 2472 – 2475
ถาม: งานนมัสการหลวงพ่อศิลาจัดเมื่อใด?
ตอบ: งานนมัสการหลวงพ่อศิลาจัดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ณ วัดทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย
ถาม: หลวงพ่อศิลาเคยถูกโจรกรรมจริงหรือไม่?
ตอบ: หลวงพ่อศิลาเคยถูกโจรกรรมและถูกนำออกนอกประเทศไปยังอังกฤษ ก่อนอัญเชิญกลับมาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยมดังเดิม
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปสักการะหลวงพ่อศิลา?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา กราบไหว้ด้วยความเคารพ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสองค์พระหรือสิ่งของศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น
ถาม: เที่ยววัดทุ่งเสลี่ยมแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดพิพัฒน์มงคล สวนน้ำทุ่งเสลี่ยม ฮ่อมโด่ ฟาร์ม โด่แม่ถัน ฝายน้ำล้นบ้านเชิงผา และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




