หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.ทุ่งเสลี่ยม >ต.ทุ่งเสลี่ยม > หอคำหลวง
TL;DR: หอคำหลวง อยู่ที่วัดพิพัฒน์มงคล ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ สร้างตามแบบศิลปะไทยล้านนา คล้ายตำหนักหมู่ของคุ้มเจ้าหลวงในราชวงศ์เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน เชียงตุง และลำปาง.

สุโขทัย

หอคำหลวง

หอคำหลวง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
หอคำหลวง วัดพิพัฒน์มงคล ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมไม้สักทองที่โดดเด่นที่สุดของภาคเหนือตอนล่าง และเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะล้านนา วัดงาม งานไม้โบราณ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสุโขทัย หอคำหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในวัดพิพัฒน์มงคล วัดสำคัญของอำเภอทุ่งเสลี่ยมที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมงดงาม บรรยากาศสงบ และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในพื้นที่ ตัวหอคำหลวงสร้างขึ้นด้วยแนวคิดการจำลองความงามของตำหนักหมู่แบบคุ้มเจ้าหลวงล้านนา สะท้อนให้เห็นทั้งความประณีตของงานช่าง ความศรัทธาของผู้สร้าง และความตั้งใจในการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคเหนือให้คงอยู่ในพื้นที่สุโขทัย
 
หากต้องสรุปให้เข้าใจทันที หอคำหลวงคืออาคารไม้สักทองขนาดใหญ่ภายในวัดพิพัฒน์มงคล มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ 50 ตารางวา สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยล้านนา ใช้เสารวม 99 ต้น บุฝา 2 ชั้น และมุงหลังคาด้วยกระเบื้องใบโพธิ์ ตัวอาคารมีความสง่างามคล้ายตำหนักหมู่ของคุ้มเจ้าหลวงในดินแดนล้านนา เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน เชียงตุง และลำปาง ภายในประดิษฐานรูปเหมือนพระมหาเถราจารย์และเกจิอาจารย์ที่ประชาชนเคารพนับถือ ทำให้หอคำหลวงเป็นทั้งสถานที่ชมสถาปัตยกรรม สถานที่ทำบุญ และพื้นที่เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาในคราวเดียวกัน
 
วัดพิพัฒน์มงคลตั้งอยู่เลขที่ 464 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย 64150 อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอทุ่งเสลี่ยมประมาณ 3 กม. สภาพแวดล้อมของวัดมีความสงบ ร่มรื่น และมีพื้นที่กว้าง เหมาะแก่การเดินทางมาทำบุญ ไหว้พระ ชมงานสถาปัตยกรรม และพักใจจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน วัดแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางศาสนาและวัฒนธรรมของอำเภอทุ่งเสลี่ยม และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ช่วยทำให้อำเภอทุ่งเสลี่ยมเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากขึ้น
 
หอคำหลวงเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์เป็นประธานในการยกเสาเอก การยกเสาเอกถือเป็นพิธีสำคัญในวัฒนธรรมการก่อสร้างไทย เพราะเป็นการเริ่มต้นอาคารด้วยความเป็นสิริมงคล อาคารขนาดใหญ่เช่นหอคำหลวงจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากงานช่างเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากศรัทธา พิธีกรรม การอธิษฐาน และความร่วมมือของผู้คนที่ต้องการสร้างสถานที่อันทรงคุณค่าไว้ในพระพุทธศาสนาและชุมชน
 
หลังจากการก่อสร้างดำเนินไปจนสำเร็จสมบูรณ์ อาคารแห่งนี้ได้รับพระกรุณาอนุญาตจากพระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ให้ตั้งชื่อว่า “สุวรรณหอคำหลวง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” ชื่อนี้มีความหมายงดงามอย่างยิ่ง คำว่า “สุวรรณ” สื่อถึงความรุ่งเรือง ความงดงาม และคุณค่าอันสูงส่ง ส่วนคำว่า “หอคำหลวง” สะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับคุ้มเจ้าหลวงและเรือนประทับแบบล้านนา จึงทำให้อาคารนี้มีความหมายทั้งในเชิงศิลปะและเชิงศรัทธา
 
วัตถุประสงค์ในการสร้างหอคำหลวงคือการน้อมถวายบูชาคุณแด่พระมหาเถราจารย์หลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้มีพระเมตตาและเกื้อกูลต่อวัดพิพัฒน์มงคลและคณะสงฆ์มาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นการถวายในโอกาสอายุวัฒนมงคลครบ 82 ปี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2550 การสร้างอาคารจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสิ่งปลูกสร้างภายในวัด แต่เป็นการสร้างอนุสรณ์แห่งความกตัญญู ความเคารพ และการสืบทอดพระพุทธศาสนาในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่จับต้องได้
 
ในแง่สถาปัตยกรรม หอคำหลวงมีความโดดเด่นจากการเลือกใช้ไม้สักทองเป็นวัสดุหลัก ไม้สักทองเป็นไม้ที่มีคุณค่าในงานสถาปัตยกรรมไทย เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน ลวดลายสวยงาม และให้ความรู้สึกอบอุ่นสง่างาม อาคารไม้สักทองขนาดใหญ่เช่นนี้จึงสะท้อนทั้งศักยภาพของงานช่าง ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัสดุ และความต้องการสร้างอาคารที่สามารถดำรงอยู่ได้นานในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม
 
เสาจำนวน 99 ต้นของหอคำหลวงเป็นรายละเอียดที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์และเชิงโครงสร้าง จำนวนเสาที่มากทำให้อาคารมีความมั่นคงและรองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างสง่างาม ในขณะเดียวกันตัวเลข 99 ยังสื่อถึงความก้าวหน้า ความเป็นมงคล และความเจริญรุ่งเรืองในความรู้สึกของผู้คนทั่วไป การเดินชมเสาไม้สักที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบภายในอาคารจึงทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของงานช่างและแรงศรัทธาที่อยู่เบื้องหลังการก่อสร้าง
 
การบุฝา 2 ชั้นและหลังคามุงกระเบื้องใบโพธิ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้หอคำหลวงมีเอกลักษณ์ชัดเจน ฝาอาคารที่ซ้อนชั้นให้ความรู้สึกประณีตและมีมิติ ส่วนกระเบื้องใบโพธิ์เชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา เพราะใบโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้และความร่มเย็นทางธรรม เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้มาประกอบกัน หอคำหลวงจึงไม่ใช่อาคารไม้สวยงามทั่วไป แต่เป็นอาคารที่มีความหมายซ่อนอยู่ในทุกส่วนของสถาปัตยกรรม
 
รูปแบบของหอคำหลวงได้รับแรงบันดาลใจจากตำหนักหมู่ของคุ้มเจ้าหลวงในวัฒนธรรมล้านนา โดยเชื่อมโยงกับราชวงศ์และเมืองสำคัญของภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน เชียงตุง และลำปาง รูปแบบดังกล่าวสะท้อนวิถีชีวิต ชนชั้นนำ ศิลปะ และความประณีตของสังคมล้านนาในอดีต เมื่อนำมาสร้างภายในวัดพิพัฒน์มงคล จังหวัดสุโขทัย จึงกลายเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมล้านนากับดินแดนสุโขทัยอย่างงดงาม
 
ความพิเศษของหอคำหลวงอยู่ที่การผสมผสานระหว่างความเป็นศาสนสถานและงานสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรม ภายนอกอาคารโดดเด่นด้วยรูปทรงและงานไม้ ส่วนภายในทำหน้าที่เป็นพื้นที่ประดิษฐานรูปเหมือนพระมหาเถราจารย์และเกจิอาจารย์ที่ประชาชนเคารพนับถือ ผู้มาเยือนจึงไม่ได้มาเพื่อชมอาคารเท่านั้น แต่ยังมาสักการะครูบาอาจารย์ทางพระพุทธศาสนา ทำบุญ และระลึกถึงคุณงามความดีของพระเถราจารย์ที่มีบทบาทต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
 
ภายในหอคำหลวงประดิษฐานรูปเหมือนพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หรือหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ เป็นองค์ปฐมประดิษฐาน หลวงพ่อสดเป็นพระมหาเถราจารย์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสังคมไทย และได้รับความเคารพจากประชาชนจำนวนมาก การประดิษฐานรูปเหมือนของท่านภายในหอคำหลวงจึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายทางจิตใจเพิ่มขึ้น เป็นพื้นที่ที่ผู้ศรัทธาสามารถมากราบไหว้ ระลึกถึงคำสอน และตั้งจิตปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
 
นอกจากหลวงพ่อสด วัดปากน้ำแล้ว ภายในหอคำหลวงยังมีรูปเหมือนเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกหลายองค์ เช่น หลวงปู่ทวด หลวงพ่อเงิน หลวงปู่สุข สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงปู่แหวน ครูบาศรีวิชัย และหลวงปู่แก้ว การประดิษฐานรูปเหมือนเหล่านี้ทำให้หอคำหลวงกลายเป็นเสมือนหอแห่งความระลึกถึงพระเถราจารย์ผู้เป็นที่เคารพของชาวไทยหลายยุคหลายสมัย ผู้มาเยือนสามารถกราบไหว้ครูบาอาจารย์หลายองค์ในพื้นที่เดียว และเรียนรู้สายธารศรัทธาที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนาไทยจากภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอื่น ๆ เข้าด้วยกัน
 
ในเชิงวัฒนธรรม หอคำหลวงทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะไทยล้านนาได้อย่างดี ผู้มาเยือนสามารถศึกษารูปแบบเรือนไทยล้านนา การใช้ไม้สักทอง การจัดสัดส่วนอาคาร การวางเสา การเลือกวัสดุหลังคา และการตกแต่งภายใน อาคารแห่งนี้ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่าสถาปัตยกรรมล้านนาไม่ได้มีอยู่เฉพาะในจังหวัดภาคเหนือตอนบนเท่านั้น แต่สามารถปรากฏและได้รับการอนุรักษ์ในพื้นที่สุโขทัยได้เช่นกัน
 
การที่หอคำหลวงตั้งอยู่ภายในวัดพิพัฒน์มงคลยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางศาสนาให้กับอาคาร เพราะวัดแห่งนี้มีบรรยากาศสงบและได้รับการดูแลอย่างเป็นระเบียบ ผู้มาเยือนสามารถทำบุญ ไหว้พระ เดินชมอาคารไม้สักทอง และใช้เวลาอยู่กับความงามของศิลปะโดยไม่รู้สึกเร่งรีบ พื้นที่วัดที่ร่มรื่นยังทำให้หอคำหลวงโดดเด่นยิ่งขึ้น เพราะสถาปัตยกรรมไม้สักทองเมื่ออยู่ท่ามกลางบริบทวัดและธรรมชาติ จะให้ความรู้สึกทั้งสง่างามและสงบเย็น
 
ในด้านเศรษฐกิจและสังคม หอคำหลวงและวัดพิพัฒน์มงคลเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การเดินทางของผู้คนเข้ามายังอำเภอทุ่งเสลี่ยมช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก ร้านค้าชุมชน และบริการท้องถิ่น ขณะเดียวกันการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยังช่วยกระตุ้นให้ชุมชนเห็นคุณค่าของมรดกท้องถิ่น และร่วมกันรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบ และเอกลักษณ์ของพื้นที่
 
หอคำหลวงยังมีบทบาทด้านการสร้างภาพจำให้กับอำเภอทุ่งเสลี่ยม เพราะอาคารไม้สักทองขนาดใหญ่และรูปแบบล้านนาที่สง่างามทำให้ผู้มาเยือนจดจำวัดพิพัฒน์มงคลได้ทันที หลายคนเดินทางมาวัดแห่งนี้เพื่อชมความงามของหอคำหลวงโดยเฉพาะ บางคนมาถ่ายภาพ บางคนมาศึกษาศิลปะ และบางคนมาทำบุญพร้อมพาครอบครัวพักผ่อนในบรรยากาศวัดที่สงบ สถานที่แห่งนี้จึงตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวสายศรัทธา สายวัฒนธรรม และสายถ่ายภาพ
 
สำหรับผู้ที่สนใจงานไม้ หอคำหลวงเป็นตัวอย่างที่ควรค่าแก่การชมอย่างละเอียด เพราะอาคารไม้สักขนาดใหญ่ต้องอาศัยความชำนาญทั้งด้านโครงสร้าง การเข้าไม้ การรักษาสัดส่วน และการควบคุมความงามโดยรวม เสาแต่ละต้น ฝาแต่ละส่วน และหลังคาแต่ละช่วงล้วนสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ การเดินชมอาคารจึงช่วยให้เห็นว่า งานสถาปัตยกรรมไทยไม่ได้เกิดจากการตกแต่งภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจวัสดุ เทคนิค และจังหวะทางศิลปะที่สืบทอดกันมา
 
หอคำหลวงยังสะท้อนแนวคิดเรื่องการสร้างบุญผ่านงานสถาปัตยกรรม ในพระพุทธศาสนา การสร้างอาคารเพื่อประโยชน์แก่พระศาสนาและสาธารณชนถือเป็นกุศลใหญ่ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อเนื่องยาวนาน อาคารแห่งนี้จึงเป็นผลรวมของศรัทธาจากพระสงฆ์ ผู้มีจิตศรัทธา ช่างฝีมือ และชุมชนที่ร่วมกันสร้างสถานที่แห่งหนึ่งให้เป็นทั้งที่สักการะ ที่เรียนรู้ และที่อนุรักษ์วัฒนธรรม
 
การมาเยือนหอคำหลวงควรใช้เวลาอย่างพอเหมาะ ไม่ควรเพียงแวะถ่ายภาพแล้วเดินผ่าน ผู้มาเยือนควรสังเกตรูปแบบอาคารจากภายนอกก่อน แล้วจึงค่อย ๆ เข้าไปภายในเพื่อชมรายละเอียดของงานไม้และสักการะรูปเหมือนพระเถราจารย์ การเดินชมอย่างช้า ๆ จะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะล้านนา ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา และบทบาทของวัดพิพัฒน์มงคลในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย
 
มารยาทในการเข้าชมหอคำหลวงควรยึดหลักเดียวกับการเข้าชมอาคารศาสนสถาน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสสิ่งของภายในโดยไม่จำเป็น ไม่ปีนหรือนั่งในจุดที่ไม่เหมาะสม และเคารพผู้ที่มากราบไหว้ หากต้องการถ่ายภาพควรทำด้วยความสุภาพ ไม่รบกวนผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยรักษาความงามและความสงบของหอคำหลวงให้คงอยู่ต่อไป
 
การเดินทาง ไปหอคำหลวง วัดพิพัฒน์มงคล สามารถเดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปยังอำเภอทุ่งเสลี่ยม แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งเสลี่ยม วัดตั้งอยู่เลขที่ 464 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย 64150 การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียง เช่น วัดทุ่งเสลี่ยม หลวงพ่อศิลา สวนน้ำทุ่งเสลี่ยม ฮ่อมโด่ ฟาร์ม และสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอทุ่งเสลี่ยมได้ในวันเดียว ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถมาถึงตัวอำเภอทุ่งเสลี่ยมก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าสู่วัด
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะแสงธรรมชาติช่วยให้เห็นรายละเอียดของอาคารไม้สักทองได้ชัดเจน และอากาศไม่ร้อนจัดมาก หากต้องการถ่ายภาพภายนอกอาคาร ควรเลือกช่วงที่แสงอ่อนเพื่อให้เห็นสีของไม้และรูปทรงหลังคาอย่างงดงาม ส่วนผู้ที่ต้องการความสงบควรเลือกวันธรรมดาหรือช่วงที่ไม่มีงานบุญขนาดใหญ่ เพื่อใช้เวลาเดินชมและสักการะภายในหอคำหลวงได้อย่างเต็มที่
 
สำหรับชาวต่างชาติ หอคำหลวงเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมไทยล้านนาได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมไม้ ศาสนา ความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ และการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวกัน อาคารแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าศิลปะไทยไม่ได้อยู่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังดำรงอยู่ในวัด ชุมชน และพื้นที่ศรัทธาที่ผู้คนใช้จริงในปัจจุบัน
 
โดยสรุป หอคำหลวง วัดพิพัฒน์มงคล จังหวัดสุโขทัย เป็นสถาปัตยกรรมไม้สักทองแบบล้านนาที่มีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรม ศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยความประณีต ใช้เสา 99 ต้น มีพื้นที่กว้างใหญ่ และประดิษฐานรูปเหมือนพระมหาเถราจารย์หลายองค์ที่ประชาชนเคารพนับถือ การมาเยือนหอคำหลวงจึงเป็นประสบการณ์ที่รวมทั้งการชมความงามของงานไม้ การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมล้านนาในพื้นที่สุโขทัยอย่างครบถ้วน
 
ชื่อสถานที่หอคำหลวง วัดพิพัฒน์มงคล
ที่ตั้งวัดพิพัฒน์มงคล ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย
ที่อยู่เลขที่ 464 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย 64150
ไฮไลต์อาคารไม้สักทองแบบล้านนาขนาดใหญ่ ใช้เสา 99 ต้น บุฝา 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องใบโพธิ์ และเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมไม้สักทองที่โดดเด่นของภาคเหนือตอนล่าง
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มก่อสร้างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์เป็นประธานในการยกเสาเอก และได้รับชื่อว่า “สุวรรณหอคำหลวง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์”
ที่มาของชื่อชื่อสุวรรณหอคำหลวง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สื่อถึงอาคารหอคำอันงดงามและการน้อมถวายบูชาคุณแด่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
ลักษณะเด่นสร้างตามแบบศิลปะไทยล้านนา คล้ายตำหนักหมู่ของคุ้มเจ้าหลวงในราชวงศ์เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน เชียงตุง และลำปาง
ขนาดพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ 50 ตารางวา
สิ่งสำคัญภายในประดิษฐานรูปเหมือนพระมหาเถราจารย์และเกจิอาจารย์ที่ประชาชนเคารพนับถือ เช่น หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ หลวงปู่ทวด หลวงพ่อเงิน หลวงปู่สุข สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงปู่แหวน ครูบาศรีวิชัย และหลวงปู่แก้ว
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยไปอำเภอทุ่งเสลี่ยม แล้วเข้าสู่ตำบลทุ่งเสลี่ยม วัดตั้งอยู่เลขที่ 464 หมู่ที่ 2 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่นจากตัวอำเภอทุ่งเสลี่ยม
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม สักการะ และเรียนรู้สถาปัตยกรรมล้านนาภายในวัดพิพัฒน์มงคล
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะ พื้นที่เดินชมอาคาร ลานวัด พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจภายในวัด
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระมงคลพัฒนพิธาน (พิพัฒน์ คุณยุตฺโต) โทร. 055-659-164
เว็บไซต์ / เพจทางการเพจวัดพิพัฒน์มงคล สุโขทัย Wat Phiphat Mongkhon Sukhothai
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดทุ่งเสลี่ยม / หลวงพ่อศิลา ประมาณ 6 กม.
2. สวนน้ำทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 5 กม.
3. ฮ่อมโด่ ฟาร์ม ประมาณ 8 กม.
4. โด่แม่ถัน ประมาณ 10 กม.
5. ฝายน้ำล้นบ้านเชิงผา ประมาณ 12 กม.
6. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประมาณ 35 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ซะป๊ะลำ (SAPALUM) ประมาณ 1 กม.
2. ก๋วยเตี๋ยวรังสิต สูตรโบราณ ทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 1 กม.
3. ร้านอาหารพรรณราย ประมาณ 1 กม.
4. ร้าน 3 บ. อิ่มอร่อย ประมาณ 1 กม.
5. Jing Jai Cafe’ ประมาณ 2 กม.
6. ร้านอาหารอร่อยประจำอำเภอทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 3 กม. โทร. 063-165-6395
ที่พักใกล้เคียง1. ออนอิงรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 086-589-0677
2. ชวนชมรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 099-756-6836, 062-565-8169
3. ที่พักในอำเภอทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 3 กม.
4. ที่พักใกล้วัดทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 6 กม.
5. ที่พักในอำเภอศรีสัชนาลัย ประมาณ 35 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หอคำหลวง วัดพิพัฒน์มงคล อยู่ที่ไหน?
ตอบ: หอคำหลวงตั้งอยู่ภายในวัดพิพัฒน์มงคล เลขที่ 464 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย
 
ถาม: หอคำหลวงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: หอคำหลวงเป็นสถาปัตยกรรมไม้สักทองแบบล้านนาขนาดใหญ่ ใช้เสา 99 ต้น และเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปเหมือนพระมหาเถราจารย์หลายองค์ จึงมีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรม ศาสนา และวัฒนธรรม
 
ถาม: หอคำหลวงเริ่มสร้างเมื่อใด?
ตอบ: หอคำหลวงเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์เป็นประธานในการยกเสาเอก
 
ถาม: ภายในหอคำหลวงประดิษฐานสิ่งใดบ้าง?
ตอบ: ภายในประดิษฐานรูปเหมือนพระมหาเถราจารย์และเกจิอาจารย์ที่ประชาชนเคารพนับถือ เช่น หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ หลวงปู่ทวด หลวงพ่อเงิน สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงปู่แหวน และครูบาศรีวิชัย
 
ถาม: หอคำหลวงเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชมหอคำหลวง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสสิ่งของภายในโดยไม่จำเป็น และเคารพผู้ที่มากราบไหว้ภายในอาคาร
 
ถาม: เที่ยวหอคำหลวงแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดทุ่งเสลี่ยม หลวงพ่อศิลา สวนน้ำทุ่งเสลี่ยม ฮ่อมโด่ ฟาร์ม โด่แม่ถัน ฝายน้ำล้นบ้านเชิงผา และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(11)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
วัด วัด(40)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(10)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(4)
น้ำตก น้ำตก(8)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)