หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย >อ.เมืองสุโขทัย >ต.เมืองเก่า > พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
TL;DR: พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อยู่ที่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เปิดทุกวัน เวลา 06.30 – 19.30 น.

สุโขทัย

พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.30 – 19.30 น.
 
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่สุดภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักแวะสักการะก่อนเริ่มต้นเดินชมเมืองเก่าสุโขทัย พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากษัตริย์พระองค์สำคัญของอาณาจักรสุโขทัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองแบบพ่อปกครองลูก ความยุติธรรม การศึกษา การวางรากฐานอักษรไทย และความรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมไทยในยุคต้น
 
พระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ทางทิศเหนือของวัดมหาธาตุและใกล้กับถนนจรดวิถีถ่อง พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้างที่เปิดมุมมองให้เห็นพระบรมรูปได้อย่างสง่างาม และยังเชื่อมโยงกับโบราณสถานสำคัญหลายแห่งในเมืองเก่า เช่น วัดมหาธาตุ วัดสระศรี วัดศรีสวาย วัดตระพังเงิน และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง การตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ไว้ในพื้นที่เมืองเก่าสุโขทัยทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความหมายทางประวัติศาสตร์ในสถานที่จริง ไม่ใช่เพียงการอ่านเรื่องราวจากตำรา
 
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์สำคัญแห่งราชวงศ์พระร่วงในสมัยสุโขทัย พระองค์ทรงมีบทบาทในการขยายอำนาจของอาณาจักรสุโขทัย ส่งเสริมการค้า วางระบบการปกครอง สร้างความสัมพันธ์กับบ้านเมืองใกล้เคียง และทรงมีพระราชกรณียกิจที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการของอักษรไทย เรื่องราวของพระองค์ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์สุโขทัย การปกครอง วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ศาสนา และภาษาไทยในยุคต้น
 
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 เพื่อรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้มีพระราชกรณียกิจสำคัญต่อชาติไทย พระบรมรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ มีความสูงประมาณ 3 เมตร และมีน้ำหนักประมาณ 3 ตัน ประทับนั่งห้อยพระบาทบนแท่นมนังคศิลาอาสน์ พระพักตร์ของพระบรมรูปได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะสุโขทัยตอนต้น แสดงถึงความเมตตา สุขุม ยุติธรรม และความเด็ดขาดในการปกครองอย่างสมดุล
 
พระหัตถ์ขวาของพระบรมรูปทรงถือสมุดไทย ซึ่งสื่อถึงพระปรีชาสามารถด้านความรู้ การศึกษา และภูมิปัญญา ส่วนพระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าคล้ายกำลังสั่งสอนหรือว่าราชการ สื่อถึงบทบาทของกษัตริย์ที่ใกล้ชิดประชาชนและทรงปกครองด้วยความเป็นธรรม ข้างแท่นมีพานวางพระขรรค์ซึ่งช่วยเสริมความหมายด้านอำนาจ ความมั่นคง และพระราชภาระในการปกป้องบ้านเมือง องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้พระบรมรูปมิได้เป็นเพียงงานประติมากรรม แต่เป็นงานศิลปกรรมที่เล่าเรื่องพระราชกรณียกิจและพระบารมีผ่านท่าทาง สัญลักษณ์ และองค์ประกอบโดยรอบ
 
ผู้ปั้นพระบรมรูปคือ นายสนั่น ศิลากรณ์ นายช่างเอกของกรมศิลปากร ผู้เป็นศิษย์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ผู้วางรากฐานศิลปะสมัยใหม่ของไทย ความชำนาญของนายสนั่น ศิลากรณ์ทำให้พระบรมรูปมีความสมจริง สง่างาม และยังคงกลิ่นอายของศิลปะสุโขทัยอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนพระพักตร์ เครื่องฉลองพระองค์ ท่วงท่าการประทับ และการจัดวางสัดส่วนโดยรวม พระบรมรูปจึงมีคุณค่าในฐานะงานศิลปกรรมร่วมสมัยที่สร้างขึ้นด้วยความเข้าใจประวัติศาสตร์และศิลปะไทยโบราณ
 
ประวัติการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เริ่มต้นจากกระแสความต้องการของประชาชนสุโขทัยที่ต้องการให้มีอนุสรณ์สถานรำลึกถึงพ่อขุนรามคำแหงมหาราชอย่างเหมาะสม ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดสุโขทัย และทรงบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในโอกาสนั้นประชาชนได้เสนอให้มีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเพื่อเชิดชูพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ผู้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย
 
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 และมีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง โดยกรมศิลปากรรับผิดชอบงานออกแบบ ปั้น และหล่อพระบรมรูป การเลือกพื้นที่ประดิษฐานให้ความสำคัญกับความเหมาะสมทางประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์ จึงเลือกพื้นที่ภายในเมืองเก่าสุโขทัยซึ่งเชื่อมโยงกับศูนย์กลางอาณาจักรสุโขทัยในอดีต และอยู่ในบริเวณที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้สะดวก
 
พิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 ต่อมาหลังจากงานปั้นหุ่นและออกแบบพระบรมรูปเสร็จสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูป ณ มณฑลพิธี กองหัตถศิลป กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2513 การหล่อพระบรมรูปครั้งนี้เป็นงานศิลปกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง ทั้งในด้านแบบหล่อ สัดส่วน โลหะ และการเก็บรายละเอียดผิวงาน
 
หลังการหล่อพระบรมรูป จังหวัดสุโขทัยได้อัญเชิญพระบรมรูปไปประดิษฐานชั่วคราว ณ ปะรำพิธีเนินปราสาท เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2518 เพื่อให้ประชาชนได้สักการะในระหว่างที่แท่นฐานและผังบริเวณถาวรยังอยู่ระหว่างดำเนินการ พระบรมรูปประดิษฐานอยู่ ณ ปะรำพิธีเนินปราสาทเป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะอัญเชิญไปประดิษฐานบนแท่นฐานปัจจุบันเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2519 พร้อมจัดพิธีฉลองสมโภชอย่างยิ่งใหญ่
 
บริเวณแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์มีภาพจำหลักนูนที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ภาพเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนบทเรียนประวัติศาสตร์กลางแจ้ง ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจพระราชกรณียกิจด้านการปกครอง การสร้างบ้านเมือง การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา การส่งเสริมการค้า และความสัมพันธ์ของสุโขทัยกับดินแดนต่าง ๆ การเดินชมภาพจำหลักนูนรอบฐานจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมความเข้าใจต่อพระบรมรูปให้ครบถ้วนมากขึ้น
 
พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับเรื่องศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย ศิลาจารึกดังกล่าวบอกเล่าเรื่องราวของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช การปกครองสุโขทัย ความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง ธรรมเนียมในสังคม การสร้างพระแท่นมนังคศิลา การสร้างพระธาตุเมืองศรีสัชนาลัย และการประดิษฐ์ลายสือไทย เมื่อผู้มาเยือนสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์แล้วเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหงหรือโบราณสถานใกล้เคียง จะเห็นภาพเชื่อมโยงระหว่างพระมหากษัตริย์ หลักฐานทางภาษา และเมืองโบราณสุโขทัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
ในแง่ประวัติศาสตร์การปกครอง พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชช่วยสะท้อนอุดมคติเรื่องกษัตริย์ที่ทรงปกครองด้วยความใกล้ชิดประชาชน แนวคิดพ่อปกครองลูกเป็นภาพจำสำคัญของสังคมไทยเมื่อกล่าวถึงสุโขทัย สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับประชาชนที่ตั้งอยู่บนความเมตตา การรับฟัง และการอำนวยความเป็นธรรม พระบรมรูปที่ประทับบนแท่นมนังคศิลาอาสน์จึงไม่ได้เป็นเพียงท่าทางทางศิลปะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปกครอง การสั่งสอน และการเป็นศูนย์กลางของชุมชน
 
ในแง่ศิลปกรรม พระบรมรูปมีความสำคัญต่อการศึกษาประติมากรรมไทยสมัยใหม่ที่อ้างอิงศิลปะโบราณอย่างมีหลักการ ศิลปินไม่ได้จำลองพระบรมรูปตามจินตนาการล้วน ๆ แต่ใช้แรงบันดาลใจจากศิลปะสุโขทัยตอนต้น เทวรูป และหลักฐานทางศิลปะโบราณมาผสมผสานกับเทคนิคการปั้นและหล่อโลหะสมัยใหม่ ทำให้พระบรมรูปมีความสง่างาม หนักแน่น และสื่อความหมายได้ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึก
 
พื้นที่รอบพระบรมราชานุสาวรีย์ได้รับการปรับภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับบรรยากาศของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีลานกว้าง ทางเดิน พื้นที่สีเขียว และมุมพักผ่อนที่ช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถหยุดสักการะ ถ่ายภาพ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม ความสงบของพื้นที่ทำให้พระบรมราชานุสาวรีย์ไม่รู้สึกแยกขาดจากเมืองเก่า แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมกับโบราณสถานโดยรอบอย่างกลมกลืน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นครั้งแรก พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะมาก เพราะช่วยให้เข้าใจบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความรุ่งเรืองของสุโขทัยก่อนเดินชมวัดและโบราณสถานอื่น ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากการสักการะพระบรมรูป จากนั้นเดินหรือปั่นจักรยานไปยังวัดมหาธาตุ วัดสระศรี วัดศรีสวาย และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวของเมืองหลวงเก่าได้อย่างเป็นระบบ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้าอากาศเย็น แสงนุ่ม และบรรยากาศสงบ เหมาะกับการสักการะ ถ่ายภาพ และเริ่มต้นทริปเมืองเก่า ส่วนช่วงเย็นแสงแดดอ่อนลง ทำให้พระบรมรูปและลานโดยรอบมีมิติที่งดงาม เหมาะสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และชมบรรยากาศโบราณสถานใกล้เคียง หากมาในช่วงงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย พื้นที่บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่กิจกรรมสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ ประเพณี และการท่องเที่ยวร่วมสมัย
 
พระบรมราชานุสาวรีย์ยังมีบทบาทในฐานะสถานที่ประกอบพิธีรำลึกและถวายราชสักการะ โดยเฉพาะในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 17 มกราคมของทุกปี วันดังกล่าวเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชนร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ การมีพระบรมราชานุสาวรีย์ภายในเมืองเก่าสุโขทัยทำให้พิธีกรรมเหล่านี้มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับอาณาจักรสุโขทัยโดยตรง
 
การเดินทาง ไปพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทำได้สะดวก เพราะตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จากตัวเมืองสุโขทัยใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปยังตำบลเมืองเก่าประมาณ 12 กม. เมื่อเข้าสู่เขตอุทยานสามารถเดิน ปั่นจักรยาน ใช้รถราง หรือใช้ยานพาหนะตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์ได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถลงที่ตัวเมืองสุโขทัยแล้วต่อรถสองแถว รถรับจ้าง หรือรถเช่าไปยังเมืองเก่าได้สะดวก
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่สักการะและอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญระดับชาติ ควรรักษาความสะอาด ไม่ปีนป่ายแท่นฐาน ไม่จับต้องภาพจำหลักนูนหรือองค์ประกอบที่อาจเสียหาย และควรใช้พื้นที่ด้วยความเคารพต่อผู้ที่มาสักการะคนอื่น ๆ การถ่ายภาพสามารถทำได้ในบริเวณที่เหมาะสม แต่ควรหลีกเลี่ยงท่าทางหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงกับหลายหัวข้อได้ ทั้งประวัติศาสตร์สุโขทัย ศิลาจารึกหลักที่ 1 การกำเนิดอักษรไทย ระบบการปกครอง การค้า ศาสนา ศิลปกรรมสุโขทัย และการสร้างอนุสรณ์สถานในสมัยปัจจุบัน การได้มาเรียนรู้ในพื้นที่จริงช่วยให้เนื้อหาประวัติศาสตร์มีชีวิตมากขึ้น และทำให้ผู้เรียนเห็นว่ามรดกทางวัฒนธรรมไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่ยังปรากฏอยู่ในภูมิทัศน์และความทรงจำของสังคมไทย
 
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นจุดที่ช่วยอธิบายรากฐานสำคัญของ Thailand’s early civilization ได้ดี เพราะพระองค์เกี่ยวข้องกับการเมือง ภาษา ศาสนา การค้า และภาพจำของสุโขทัยในฐานะรุ่งอรุณแห่งความสุข การยืนอยู่หน้าพระบรมรูปภายในเมืองเก่าสุโขทัยช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าโบราณสถานรอบตัวไม่ได้เป็นเพียงซากอิฐและเจดีย์ แต่เป็นหลักฐานของสังคมที่มีผู้นำ ความคิด ระบบภาษา และวัฒนธรรมที่ส่งต่อมาถึงปัจจุบัน
 
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชจึงเป็นสถานที่ที่รวมความหมายหลายชั้นไว้ในจุดเดียว ทั้งความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรมสมัยใหม่ที่อ้างอิงศิลปะสุโขทัย การสักการะบุคคลสำคัญของชาติ พื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชน และจุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่เมืองเก่าสุโขทัย หากมาเยือนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ควรใช้เวลาอย่างน้อย 20–30 นาทีที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ เพื่ออ่านรายละเอียด ชมภาพจำหลักนูน สักการะพระบรมรูป และทำความเข้าใจบริบทก่อนเดินชมโบราณสถานอื่น ๆ ภายในอุทยาน
 
เมื่อมองในภาพรวม พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพหรือจุดแวะสั้น ๆ ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย แต่เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรือง ความรู้ ความเป็นธรรม และความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรมของไทย สถานที่แห่งนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเชื่อมโยงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์กับพื้นที่จริงของเมืองสุโขทัย และทำให้การเที่ยวเมืองเก่ามีความหมายลึกซึ้งขึ้นอย่างชัดเจน
 
ชื่อสถานที่พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ที่ตั้งภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
ที่อยู่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 64210
พิกัด17.0198, 99.7033
ไฮไลต์พระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชประทับบนแท่นมนังคศิลาอาสน์ ถือสมุดไทยและแสดงท่าทางสั่งสอนประชาชน เป็นจุดสักการะสำคัญก่อนชมเมืองเก่าสุโขทัย
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 เพื่อรำลึกถึงพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์สำคัญแห่งอาณาจักรสุโขทัย และอัญเชิญประดิษฐานบนแท่นฐานปัจจุบันเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2519
ที่มาของชื่อตั้งชื่อตามพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเมือง ภาษา ศิลปวัฒนธรรม และความรุ่งเรืองของสุโขทัย
ลักษณะเด่นพระบรมรูปโลหะทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ สูงประมาณ 3 เมตร หนักประมาณ 3 ตัน ประทับนั่งบนแท่นมนังคศิลาอาสน์ มีภาพจำหลักนูนเล่าเหตุการณ์สำคัญในรัชสมัยโดยรอบฐาน
ผู้ปั้นพระบรมรูปนายสนั่น ศิลากรณ์ นายช่างเอกของกรมศิลปากร และศิษย์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี
ความสำคัญเป็นสัญลักษณ์ของพระราชกรณียกิจพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ด้านการปกครอง การศึกษา อักษรไทย กฎหมาย การค้า และความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัย
การเดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ไปยังตำบลเมืองเก่าประมาณ 12 กม. เมื่อเข้าสู่อุทยานสามารถเดิน ปั่นจักรยาน ใช้รถราง หรือใช้ยานพาหนะตามเส้นทางที่กำหนดไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์
สถานะปัจจุบันเป็นจุดสักการะและแหล่งเรียนรู้สำคัญภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.30 – 19.30 น.
ค่าเข้าใช้บัตรเข้าชมเขตโบราณสถานชั้นในของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท หรือเลือกบัตรรวมตามอัตราของกรมศิลปากร
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ลานจอดรถ รถราง จุดเช่าจักรยาน เส้นทางเดินชมโบราณสถาน ป้ายข้อมูล และพื้นที่พักผ่อนภายในอุทยาน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญลานพระบรมราชานุสาวรีย์ แท่นมนังคศิลาอาสน์ ภาพจำหลักนูนรอบฐาน พื้นที่สักการะ และเส้นทางเชื่อมกับวัดมหาธาตุ วัดสระศรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ผู้ดูแลกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม / อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
เบอร์ติดต่อหลักอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โทร. 055-697-527
เว็บไซต์ / เพจทางการfinearts.go.th/sukhothaihistoricalpark
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดมหาธาตุ ประมาณ 0.3 กม.
2. วัดสระศรี ประมาณ 0.7 กม.
3. วัดศรีสวาย ประมาณ 0.9 กม.
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ประมาณ 0.8 กม.
5. วัดตระพังเงิน ประมาณ 1 กม.
6. วัดศรีชุม ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Chanda’s Historical Garden Restaurant ประมาณ 0.7 กม.
2. ร้านอาหารธารา ประมาณ 0.8 กม.
3. Maeboonmee Cafe & Bistro ประมาณ 0.9 กม.
4. Say Hi Cafe ประมาณ 1 กม.
5. Phumphor Coffee Restaurant ประมาณ 1.5 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Wake Up at Muang Kao Boutique Hotel ประมาณ 0.6 กม. โทร. 062-419-6924
2. Sukhothai Garden ประมาณ 0.8 กม. โทร. 091-843-1537
3. Smilingface Guesthouse ประมาณ 0.9 กม. โทร. 086-584-4879
4. Tharaburi Resort Sukhothai ประมาณ 1.2 กม. โทร. 055-697-132, 094-241-5536
5. Old City Boutique House ประมาณ 0.8 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ใกล้วัดมหาธาตุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
 
ถาม: พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: พระบรมราชานุสาวรีย์สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 และอัญเชิญไปประดิษฐานบนแท่นฐานปัจจุบันเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2519
 
ถาม: พระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชมีลักษณะเด่นอย่างไร?
ตอบ: พระบรมรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ สูงประมาณ 3 เมตร ประทับนั่งบนแท่นมนังคศิลาอาสน์ พระหัตถ์ขวาถือสมุดไทย และพระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าคล้ายทรงสั่งสอนประชาชน
 
ถาม: ใครเป็นผู้ปั้นพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช?
ตอบ: ผู้ปั้นพระบรมรูปคือ นายสนั่น ศิลากรณ์ นายช่างเอกของกรมศิลปากร และศิษย์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี
 
ถาม: เข้าชมพระบรมราชานุสาวรีย์ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พระบรมราชานุสาวรีย์อยู่ในเขตโบราณสถานชั้นในของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จึงใช้บัตรเข้าชมอุทยาน ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท หรือเลือกบัตรรวมตามอัตราของกรมศิลปากร
 
ถาม: ช่วงเวลาใดเหมาะสำหรับการไปสักการะและถ่ายภาพ?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อน แสงสวย และสามารถเดินชมโบราณสถานใกล้เคียงต่อได้อย่างสะดวก
 
ถาม: สามารถเที่ยวพระบรมราชานุสาวรีย์ร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดมหาธาตุ วัดสระศรี วัดศรีสวาย วัดตระพังเงิน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง และวัดศรีชุมได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช?
ตอบ: พื้นที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ผ่านอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่โทร. 055-697-527

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถานกลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(11)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
วัด วัด(40)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(10)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(8)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)