หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.นครไทย >ต.นครไทย > วัดกลางศรีพุทธาราม
TL;DR: วัดกลางศรีพุทธาราม อยู่ที่ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดราษฎร์มหานิกายที่เป็นแหล่งศิลปกรรมและโบราณสถานสำคัญกลางเมืองนครไทย เชื่อมโยงประวัติศาสตร์สุโขทัยกับศรัทธาท้องถิ่น.
วัดกลางศรีพุทธาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดกลางศรีพุทธาราม หรือที่ชาวนครไทยนิยมเรียกว่า วัดกลางนครไทย เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ในตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และเป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์เมืองนครไทยหรือเมืองบางยางในสมัยโบราณ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตชุมชนเก่ากลางเมืองนครไทย จึงมีความหมายทั้งในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านและในฐานะแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับยุคต้นกรุงสุโขทัย เรื่องราวของวัดกลางเกี่ยวข้องกับพ่อขุนบางกลางหาว หรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมบรมกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ทำให้วัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงวัดสำหรับประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรากฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยผ่านโบราณสถาน พระพุทธรูป ใบเสมา ต้นจำปาขาว และอนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาวที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของนครไทยมาจนถึงปัจจุบัน
วัดกลางตั้งอยู่ในตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง เมืองนครไทยหรือเมืองบางยางมีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย และเป็นพื้นที่ที่ปรากฏเรื่องเล่าเกี่ยวกับพ่อขุนบางกลางหาวอย่างชัดเจน วัดกลางจึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางความทรงจำของเมืองเก่า เพราะภายในวัดยังมีหลักฐานทางศิลปกรรมและโบราณวัตถุที่ช่วยบอกเล่าว่าพื้นที่แห่งนี้เคยมีบทบาททางศาสนา การเมือง และวัฒนธรรมมาก่อน การเดินทางมาวัดกลางจึงเป็นการเยี่ยมชมวัดเก่าแก่ควบคู่กับการทำความเข้าใจเมืองนครไทยในฐานะหนึ่งในรากสำคัญของประวัติศาสตร์สุโขทัย
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่าวัดกลางตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 1887 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2400 ข้อมูลนี้สะท้อนว่าวัดกลางมีสถานะเป็นศาสนสถานที่สืบทอดบทบาทมาหลายร้อยปี การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นเครื่องยืนยันความมั่นคงของวัดในฐานะพื้นที่ประกอบสังฆกรรมตามพระวินัย โดยเฉพาะการอุปสมบทและพิธีกรรมสำคัญของคณะสงฆ์ วัดกลางจึงเป็นทั้งวัดเก่าแก่ในเชิงประวัติศาสตร์และวัดที่ยังมีบทบาทจริงในชุมชนปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่คนในนครไทยใช้ทำบุญ ไหว้พระ ฟังธรรม และรักษาประเพณีทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้วัดกลางมีความโดดเด่นอย่างมากคือพระอุโบสถเก่า ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพ่อขุนบางกลางหาว แม้ปัจจุบันอุโบสถจะผ่านการปรับปรุงและบูรณะเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานตามกาลเวลา แต่ยังคงความหมายของศาสนสถานโบราณที่เชื่อมโยงกับยุคเมืองบางยางไว้ได้อย่างชัดเจน รอบพระอุโบสถมีใบเสมาศิลาทรายสีแดงซึ่งถือเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่สำคัญ ใบเสมาเป็นสัญลักษณ์กำหนดเขตพัทธสีมาหรือเขตประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ การพบใบเสมาเก่าแก่เช่นนี้จึงช่วยยืนยันบทบาทของพื้นที่วัดกลางในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชุมชนมาตั้งแต่อดีต
ใบเสมาศิลาทรายสีแดงของวัดกลางเป็นรายละเอียดที่ควรสังเกตอย่างยิ่ง เพราะศิลาทรายสีแดงเป็นวัสดุที่พบในงานศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมโบราณหลายพื้นที่ในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน การใช้ใบเสมาลักษณะนี้สะท้อนทั้งฝีมือช่างท้องถิ่น ความเชื่อเรื่องการกำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และความสัมพันธ์ระหว่างศิลปกรรมกับพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ผู้ที่เดินชมวัดควรมองใบเสมาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงหินตั้งรอบอุโบสถ แต่เป็นหลักฐานที่บอกเล่าระบบความคิดของคนโบราณที่ให้ความสำคัญกับขอบเขต ความศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นระเบียบของพื้นที่พระพุทธศาสนา
ภายในวัดกลางเคยมีพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ที่สะท้อนความหลากหลายทางศิลปกรรม โดยเฉพาะพระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย ขนาดหน้าตักกว้าง 53 เซนติเมตร สูง 68 เซนติเมตร และพระพุทธรูปศิลานาคปรกปางสมาธิศิลปะลพบุรี 2 องค์ องค์หนึ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์แต่มีสภาพชำรุด มีขนาดหน้าตักกว้าง 65 เซนติเมตร สูง 177 เซนติเมตร ส่วนอีกองค์หนึ่งอยู่ในสภาพเป็นโกลน พระพุทธรูปนาคปรกเหล่านี้มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 18–19 และมีลักษณะเป็นศิลปะท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น รายละเอียดนี้ทำให้วัดกลางมีคุณค่าอย่างมากในฐานะแหล่งศึกษาพัฒนาการของพุทธศิลป์ในพื้นที่นครไทย
พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยและลพบุรีที่เคยประดิษฐานในวัดกลางช่วยสะท้อนความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมระหว่างยุคก่อนสุโขทัยและยุคสุโขทัย พระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัยแสดงถึงความงามอ่อนช้อยและความสมดุลของรูปแบบสุโขทัย ส่วนพระพุทธรูปนาคปรกศิลปะลพบุรีสะท้อนอิทธิพลศิลปะเขมรและคติพุทธศาสนาที่แพร่หลายในภูมิภาคก่อนการรุ่งเรืองของสุโขทัย การที่ทั้ง 2 กลุ่มศิลปกรรมปรากฏอยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้วัดกลางเป็นหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านทางศิลปะ ความเชื่อ และอำนาจทางวัฒนธรรมในดินแดนแถบเมืองบางยาง
แม้ปัจจุบันพระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัยและพระพุทธรูปนาคปรกศิลปะลพบุรีองค์สมบูรณ์จะถูกโจรกรรมสูญหายไปแล้ว แต่เรื่องราวของพระพุทธรูปเหล่านี้ยังมีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ เพราะช่วยย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์โบราณวัตถุในวัดท้องถิ่น วัดกลางจึงเป็นกรณีศึกษาที่ทำให้ผู้มาเยือนตระหนักว่ามรดกทางวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่คงอยู่ได้เอง หากต้องอาศัยการดูแลของวัด ชุมชน หน่วยงานรัฐ และผู้มาเยือนทุกคน การรับรู้เรื่องการสูญหายของโบราณวัตถุจึงควรนำไปสู่ความเคารพและความระมัดระวังมากขึ้นในการชมโบราณสถาน
อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของวัดกลางคืออนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาว หรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่วัด พ่อขุนบางกลางหาวเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การก่อรูปของรัฐสุโขทัย และเมืองนครไทยมีความสัมพันธ์กับพระนามของพระองค์อย่างลึกซึ้ง การมีอนุสาวรีย์อยู่ภายในวัดทำให้วัดกลางเป็นพื้นที่ที่ผสานระหว่างศาสนาและประวัติศาสตร์การเมืองของท้องถิ่น ผู้มาเยือนจึงสามารถกราบไหว้พระ ทำบุญ และเรียนรู้เรื่องราวบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ได้ในสถานที่เดียว
ต้นจำปาขาวอายุกว่า 700 ปีภายในวัดกลางเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตามตำนานท้องถิ่นเชื่อว่าพ่อขุนบางกลางหาวทรงปลูกต้นจำปานี้ก่อนเสด็จไปสู้รบเพื่อชิงเมืองสุโขทัยคืน และได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่าหากการรบสำเร็จ ต้นจำปาจะเจริญงอกงามและออกดอกสีขาว ต้นจำปาขาวจึงไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้เก่าแก่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของศรัทธา คำอธิษฐาน ความกล้าหาญ และความสำเร็จที่ชุมชนเล่าขานสืบต่อกันมา ต้นไม้ต้นนี้ทำให้ประวัติศาสตร์ซึ่งอาจดูห่างไกลกลายเป็นสิ่งที่ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นและสัมผัสได้จริง
ต้นจำปาขาวของวัดกลางมีขนาดลำต้นรอบประมาณ 3 เมตร สูงประมาณ 9–10 เมตร แม้สภาพต้นไม้จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเป็นจุดสักการะและจุดเรียนรู้สำคัญของวัด ชาวบ้านให้ความเคารพในฐานะต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพ่อขุนบางกลางหาวและประวัติศาสตร์นครไทย การบูรณะพื้นที่ใต้ต้นจำปาขาวให้เหมาะแก่การประกอบพิธีและการสักการะช่วยทำให้ต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้ยังคงมีบทบาทในชีวิตทางวัฒนธรรมของชุมชน ไม่ได้เป็นเพียงซากพืชเก่า แต่เป็นมรดกมีชีวิตที่เชื่อมคนรุ่นใหม่กับเรื่องเล่าของบรรพชน
ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดกลางเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจนครไทยให้ลึกกว่าการชมธรรมชาติ เพราะอำเภอนครไทยเป็นพื้นที่ที่มีทั้งภูมิประเทศสวยงาม เส้นทางขึ้นภูหินร่องกล้า และมรดกประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองบางยาง วัดกลางช่วยเติมเต็มภาพของนครไทยในฐานะเมืองเก่า ผู้มาเยือนที่แวะวัดแห่งนี้จะได้เห็นทั้งศาสนสถาน โบราณวัตถุ เรื่องราวพ่อขุนบางกลางหาว และต้นจำปาขาว ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้นครไทยมีความหมายมากกว่าการเป็นเมืองผ่านระหว่างพิษณุโลกกับภูเขา
วัดกลางยังเป็นตัวอย่างของวัดที่มีบทบาททั้งในอดีตและปัจจุบัน ในอดีตวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของเมืองบางยาง มีอุโบสถ ใบเสมา และพระพุทธรูปสำคัญเป็นหลักฐาน ส่วนในปัจจุบันวัดยังคงเป็นพื้นที่ทำบุญของชาวบ้านนครไทย เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา และเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ การที่วัดยังคงถูกใช้งานและดูแลต่อเนื่องทำให้โบราณสถานไม่ถูกตัดขาดจากชีวิตผู้คน แต่ยังมีความหมายในฐานะวัดที่มีชีวิตและเป็นพื้นที่แห่งศรัทธาจริง
ผู้มาเยือนวัดกลางควรใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ เริ่มจากการสักการะพระภายในวัด จากนั้นเดินชมพระอุโบสถเก่า ใบเสมาศิลาทรายสีแดง อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาว และต้นจำปาขาว การเดินชมเช่นนี้จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบแต่ละส่วนได้ชัดเจน พระอุโบสถและใบเสมาสะท้อนพื้นที่ศาสนา พระพุทธรูปที่เคยประดิษฐานสะท้อนความรุ่งเรืองของพุทธศิลป์ อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาวสะท้อนประวัติศาสตร์การเมือง ส่วนต้นจำปาขาวสะท้อนความเชื่อและความทรงจำของชุมชน
สำหรับผู้สนใจศิลปกรรมไทย วัดกลางมีจุดเด่นที่ควรศึกษาอย่างละเอียด โดยเฉพาะการเชื่อมโยงศิลปะสุโขทัยและลพบุรีในพื้นที่เดียวกัน พระพุทธรูปนาคปรกศิลปะลพบุรีเป็นหลักฐานของอิทธิพลทางศิลปะและศาสนาก่อนสุโขทัย ส่วนพระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัยแสดงถึงการพัฒนารูปแบบศิลปะที่งดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้วัดกลางเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนผ่านของศิลปะไทยจากยุคหนึ่งสู่อีกยุคหนึ่งอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับชาวนครไทย วัดกลางเป็นมากกว่าวัดเก่า เพราะเป็นพื้นที่ที่บรรจุความภาคภูมิใจของชุมชนไว้หลายชั้น ทั้งความภาคภูมิใจในพ่อขุนบางกลางหาว ความภาคภูมิใจในเมืองบางยาง ความภาคภูมิใจในต้นจำปาขาวอายุหลายร้อยปี และความภาคภูมิใจในการรักษาวัดที่มีหลักฐานทางศิลปกรรมสำคัญไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ วัดกลางจึงทำหน้าที่เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของนครไทย แม้ไม่ได้จัดแสดงด้วยระบบพิพิธภัณฑ์เต็มรูปแบบ แต่ทุกองค์ประกอบภายในวัดสามารถเล่าเรื่องของเมืองได้อย่างชัดเจน
การเดินทาง ไปวัดกลางศรีพุทธารามสามารถทำได้สะดวก เพราะวัดตั้งอยู่ในตัวอำเภอนครไทย ไม่ไกลจากถนนหลักและชุมชนตลาดนครไทย ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลกสามารถใช้เส้นทางพิษณุโลก–นครไทย มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอนครไทย จากนั้นเข้าสู่เขตตำบลนครไทยและใช้แผนที่นำทางไปยังวัดกลางศรีพุทธารามหรือวัดกลางนครไทยได้โดยตรง ระยะทางจากตัวเมืองพิษณุโลกถึงอำเภอนครไทยค่อนข้างไกลกว่าวัดในเขตอำเภอเมือง จึงเหมาะกับการจัดเป็นทริปเต็มวันหรือแวะระหว่างทางไปยังภูหินร่องกล้า ภูทับเบิก หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียง
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดกลางคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงธรรมชาติเหมาะกับการชมอุโบสถเก่า ใบเสมา และต้นจำปาขาว หากต้องการเดินชมอย่างละเอียดควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดังในเขตศาสนสถาน ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสโบราณวัตถุโดยไม่เหมาะสม และควรช่วยกันรักษาความสะอาด เพราะวัดกลางเป็นทั้งวัดที่ชาวบ้านใช้ประกอบศาสนกิจและโบราณสถานที่มีคุณค่าต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
วัดกลางเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้สนใจประวัติศาสตร์สุโขทัย ผู้สนใจพ่อขุนบางกลางหาว นักเรียน นักศึกษา นักถ่ายภาพ ผู้ชื่นชอบวัดเก่า และผู้ที่ต้องการทำบุญในบรรยากาศสงบกลางเมืองนครไทย จุดเด่นของวัดอยู่ที่การรวมเรื่องราวทางศาสนา ศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ และตำนานท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียว การมาเยือนจึงให้ทั้งความสงบทางใจและความรู้ทางวัฒนธรรม เหมาะกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวพิษณุโลกในมุมลึกและแตกต่างจากเส้นทางวัดสำคัญในตัวเมือง
ในภาพรวม วัดกลางศรีพุทธารามหรือวัดกลางนครไทยเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่ เพราะเป็นวัดที่เชื่อมโยงกับเมืองบางยาง พ่อขุนบางกลางหาว ศิลปกรรมสุโขทัยและลพบุรี ใบเสมาศิลาทรายสีแดง ต้นจำปาขาวอายุหลายร้อยปี และความศรัทธาของชาวนครไทยอย่างแนบแน่น ผู้ที่เดินทางมาจังหวัดพิษณุโลกและต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์สุโขทัยในมิติท้องถิ่น ควรแวะวัดกลางเพื่อสัมผัสสถานที่จริงที่ยังคงรักษาร่องรอยอดีตไว้ท่ามกลางชีวิตปัจจุบันของชุมชนนครไทย
| ชื่อสถานที่ | วัดกลางศรีพุทธาราม / วัดกลางนครไทย |
| ที่ตั้ง | ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | ถนนอุดรดำริห์ เขตตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก 65120 |
| พิกัด | 17.1009389529, 100.842771184 |
| ไฮไลต์ | พระอุโบสถเก่า ใบเสมาศิลาทรายสีแดง อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาว ต้นจำปาขาวอายุกว่า 700 ปี และร่องรอยพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย–ลพบุรี |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดเก่าแก่ในเมืองนครไทยหรือเมืองบางยาง สร้างในยุคพ่อขุนบางกลางหาวหรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 1887 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2400 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดกลางสะท้อนตำแหน่งที่ตั้งกลางเมืองนครไทยโบราณ ส่วนชื่อวัดกลางศรีพุทธารามเป็นชื่อเต็มที่ใช้เรียกศาสนสถานสำคัญแห่งนี้ |
| ลักษณะเด่น | วัดราษฎร์มหานิกายที่เป็นแหล่งศิลปกรรมและโบราณสถานสำคัญกลางเมืองนครไทย เชื่อมโยงประวัติศาสตร์สุโขทัยกับศรัทธาท้องถิ่น |
| หลักฐานสำคัญ | พระอุโบสถเก่า ใบเสมาศิลาทรายสีแดง พระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัยที่ถูกโจรกรรม พระพุทธรูปศิลานาคปรกศิลปะลพบุรี อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาว และต้นจำปาขาวเก่าแก่ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้เส้นทางพิษณุโลก–นครไทย มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอนครไทย แล้วเดินทางเข้าสู่เขตตำบลนครไทย วัดตั้งอยู่ในตัวอำเภอ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ โบราณสถาน และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองนครไทย สามารถเข้าทำบุญ ไหว้พระ และชมโบราณสถานได้ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่สักการะ พระอุโบสถ พื้นที่ชมโบราณสถาน พื้นที่ใต้ต้นจำปาขาว ศาลา พื้นที่จอดรถบริเวณวัดหรือพื้นที่ใกล้เคียง และร้านค้าในชุมชนตัวอำเภอนครไทย |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถเก่า ใบเสมาศิลาทรายสีแดง อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาว ต้นจำปาขาว พื้นที่สักการะ และบริเวณโบราณสถานภายในวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูสถิตย์ ชยานันท์ |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | วัดกลางศรีพุทธาราม / วัดกลางนครไทย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาว ประมาณ 0.1 กม. 2. วัดหน้าพระธาตุ หรือวัดเหนือ ประมาณ 1 กม. 3. วัดหัวร้อง ประมาณ 2 กม. 4. ตลาดและชุมชนเก่านครไทย ประมาณ 1 กม. 5. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 55 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านบะหมี่เกี๊ยว เฮียตั้ม นครไทย ประมาณ 1 กม. 2. ครัวคุณริน นครไทย ประมาณ 1 กม. 3. ก๋วยเตี๋ยวใบเตย นครไทย ประมาณ 1 กม. 4. ลาบเหนือนครไทย ประมาณ 2 กม. 5. De Frong’ce Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 084-091-6897 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Panya Garden Resort ประมาณ 2 กม. 2. Petch Nakhonthai Homestay ประมาณ 2 กม. 3. Prem’s Place Nakhon Thai ประมาณ 3 กม. 4. Jom Resort Nakhon Thai ประมาณ 3 กม. โทร. 086-032-4872 5. ปั้นหยากาแลรีสอร์ท นครไทย ประมาณ 4 กม. โทร. 097-924-0916 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดกลางศรีพุทธารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดกลางศรีพุทธารามหรือวัดกลางนครไทยตั้งอยู่ในตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อยู่ในเขตเมืองนครไทยหรือเมืองบางยางโบราณ
ถาม: วัดกลางนครไทยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดกลางเป็นวัดเก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับพ่อขุนบางกลางหาวหรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีโบราณสถาน ใบเสมาศิลาทรายสีแดง พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย–ลพบุรี และต้นจำปาขาวเก่าแก่
ถาม: วัดกลางสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดกลางตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 1887 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2400
ถาม: ต้นจำปาขาววัดกลางมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ต้นจำปาขาวเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่ชาวบ้านเชื่อว่าพ่อขุนบางกลางหาวทรงปลูกไว้ก่อนออกไปรบเพื่อชิงเมืองสุโขทัยคืน จึงเป็นสัญลักษณ์ทางศรัทธาและประวัติศาสตร์ของนครไทย
ถาม: ภายในวัดกลางมีโบราณวัตถุอะไรสำคัญ?
ตอบ: มีพระอุโบสถเก่า ใบเสมาศิลาทรายสีแดง ร่องรอยพระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย พระพุทธรูปศิลานาคปรกศิลปะลพบุรี อนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางหาว และต้นจำปาขาว
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางศรีพุทธาราม?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดกลางศรีพุทธารามคือพระครูสถิตย์ ชยานันท์
ถาม: วัดกลางนครไทยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เที่ยววัดกลางนครไทยแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดหน้าพระธาตุ วัดหัวร้อง ตลาดเก่านครไทย และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้ หากมีเวลาเพียงพอ
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




