หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.บางกระทุ่ม >ต.นครป่าหมาก > วัดสามเรือน
TL;DR: วัดสามเรือน อยู่ที่บ้านสามเรือน ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดชุมชนริมแม่น้ำวังทอง มีงานจิตรกรรมฝาผนังพื้นบ้านที่สะท้อนพุทธประวัติ คติธรรม และวิถีชีวิตของชาวนครป่าหมาก.

พิษณุโลก

วัดสามเรือน

วัดสามเรือน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
 
วัดสามเรือน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวังทอง บนทางหลวงชนบทหมายเลข 4029 บ้านสามเรือน ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนที่มีความสำคัญทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2450 เดิมมีชื่อว่า วัดโพธาราม ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสามเรือนตามชื่อหมู่บ้านในภายหลัง ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่เพียงอายุที่ยาวนานกว่า 100 ปี แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน การบูรณะอุโบสถเก่า จิตรกรรมฝาผนังพื้นบ้าน และประเพณีหว่านทานลูกมะกรูดที่กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัดและชุมชนบ้านสามเรือน
 
วัดสามเรือนเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านสามเรือนซึ่งเป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์กับลำน้ำวังทองมาอย่างยาวนาน ทำเลริมแม่น้ำทำให้วัดมีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และมีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่อย่างแนบแน่น ในอดีตแม่น้ำและลำคลองเป็นทั้งเส้นทางสัญจร แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และพื้นที่ที่หล่อเลี้ยงชุมชน วัดที่ตั้งอยู่ใกล้น้ำจึงมักทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน ทั้งในด้านศาสนา การศึกษา การพบปะของชาวบ้าน และกิจกรรมสาธารณประโยชน์
 
ประวัติการก่อสร้างวัดสามเรือนสะท้อนพลังศรัทธาของคนในชุมชนอย่างชัดเจน นายบุญ บุญถึง เป็นผู้บริจาคที่ดินจำนวนกว่า 6 ไร่เศษเพื่อสร้างวัด ขณะที่นางจีนเสี้ยวและนางเม้า ซึ่งเป็นแม่ค้าในชุมชน เป็นผู้นำในการดำเนินการก่อสร้างวัด การที่ผู้คนในชุมชนร่วมกันบริจาคที่ดิน แรงกาย แรงใจ และทรัพย์สินเพื่อสร้างศาสนสถาน แสดงให้เห็นว่าวัดสามเรือนเกิดขึ้นจากความต้องการของชาวบ้านที่จะมีศูนย์รวมจิตใจ มีสถานที่ประกอบพิธีกรรม และมีพื้นที่สำหรับสืบทอดพระพุทธศาสนาในชุมชนของตนเอง
 
เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่าวัดโพธาราม ชื่อนี้มีความหมายเชื่อมโยงกับคติทางพระพุทธศาสนาและสื่อถึงสถานที่แห่งความร่มเย็น ต่อมาชื่อวัดได้เปลี่ยนเป็นวัดสามเรือนตามชื่อของหมู่บ้าน ทำให้วัดมีความผูกพันกับอัตลักษณ์ของชุมชนมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนชื่อในลักษณะนี้พบได้ในวัดชุมชนหลายแห่ง เพราะชื่อวัดมักสะท้อนทั้งความหมายทางศาสนาและความทรงจำของคนในพื้นที่ วัดสามเรือนจึงเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานและจดจำร่วมกันในฐานะวัดประจำหมู่บ้าน
 
วัดสามเรือนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อราว พ.ศ. 2453 การได้รับวิสุงคามสีมาเป็นหมุดหมายสำคัญของวัด เพราะทำให้วัดมีเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมอย่างถูกต้องตามพระวินัย อุโบสถจึงเป็นอาคารศักดิ์สิทธิ์ที่มีบทบาทสำคัญในการอุปสมบท การทำอุโบสถกรรม และพิธีกรรมทางคณะสงฆ์ การมีวิสุงคามสีมาแสดงถึงความมั่นคงของวัดในฐานะศาสนสถานที่มีบทบาททางพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์
 
ในช่วงปี พ.ศ. 2470 พระอุปัชฌาย์บาง เกสรํสี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น ได้ดำเนินการปฏิสังขรณ์อุโบสถหลังเก่าจนแล้วเสร็จ โดยมีพระอินทร์ ติสวโร เป็นผู้ช่วยดูแล การบูรณะในช่วงนี้มีความสำคัญต่อประวัติของวัด เพราะเป็นการรักษาอาคารศาสนสถานสำคัญให้คงอยู่และใช้งานต่อไปได้ อุโบสถเก่าของวัดสามเรือนจึงไม่ใช่เพียงอาคารประกอบพิธีกรรม แต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนการดูแลวัดของพระสงฆ์และชุมชนในช่วงเวลาสำคัญ
 
หลังจากพระอุปัชฌาย์บางมรณภาพในปี พ.ศ. 2477 หลวงพ่อหรั่ง ยสวนฺโต ได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวัดสามเรือน โดยเฉพาะการบูรณะและสร้างสรรค์จิตรกรรมฝาผนังที่เขียนเรื่องราวพุทธประวัติและวิถีชีวิตของชาวนครป่าหมาก จิตรกรรมเหล่านี้ปรากฏทั้งภายในและภายนอกอุโบสถ และกลายเป็นงานศิลปกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในจังหวัดพิษณุโลก ผลงานดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเพื่อบูชาคุณพระอุปัชฌาย์บางในปี พ.ศ. 2490
 
จิตรกรรมฝาผนังวัดสามเรือนมีความน่าสนใจเพราะเป็นงานศิลปกรรมที่สะท้อนทั้งความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ภาพเขียนไม่ได้เน้นเพียงความงามแบบราชสำนักหรือแบบช่างหลวง แต่มีเสน่ห์จากฝีมือช่างพื้นบ้าน การจัดองค์ประกอบ ภาพบุคคล เรื่องเล่า และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนชีวิตจริงของผู้คน งานจิตรกรรมเช่นนี้จึงมีคุณค่าทั้งในฐานะพุทธศิลป์และหลักฐานทางสังคมที่ช่วยให้คนรุ่นหลังเห็นโลกทัศน์ ความศรัทธา และวัฒนธรรมของชุมชนในอดีต
 
จิตรกรรมในอุโบสถเก่าแบ่งออกเป็นหลายส่วน ผนังด้านนอกด้านหน้ามีภาพพุทธประวัติบริเวณซ้ายและขวาของประตู ตรงกลางเขียนภาพพระพุทธเจ้าปางรำพึง และด้านบนเขียนภาพพระมาลัยขึ้นไปไหว้พระเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ ภาพเหล่านี้สะท้อนคติความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า สวรรค์ และการทำบุญตามแบบพุทธศาสนาไทยที่พบในวัฒนธรรมชาวบ้าน การเลือกเรื่องพระมาลัยยังแสดงถึงความเชื่อเรื่องบุญกุศล นรก สวรรค์ และการตักเตือนให้ผู้คนดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง
 
ผนังด้านหลังของอุโบสถเก่ายังคงเหลือภาพอยู่เพียง 3 ภาพ ภาพใหญ่ด้านบนเป็นภาพพุทธประวัติช่วงตรัสรู้ ส่วนภาพเล็กด้านล่างเป็นภาพสนามมวย และยังมีภาพขนาดเล็กซึ่งคาดว่าอาจเป็นรูปเหมือนของผู้วาดเอง ความน่าสนใจอยู่ที่การมีภาพสนามมวยปรากฏร่วมกับภาพพุทธประวัติ เพราะแสดงให้เห็นว่าช่างพื้นบ้านไม่ได้แยกโลกทางศาสนาออกจากชีวิตประจำวันอย่างเด็ดขาด แต่บันทึกวิถีชีวิต ความบันเทิง และภาพสังคมของชาวบ้านลงไปในพื้นที่ศิลปกรรมของวัดด้วย
 
ผนังด้านในของอุโบสถเก่าเดิมเขียนพุทธประวัติครบทั้ง 4 ด้าน แต่ปัจจุบันยังหลงเหลือภาพที่สมบูรณ์ชัดเจนเฉพาะด้านขวาพระและด้านหลังพระประธาน ส่วนด้านซ้ายพระเหลือเพียงบางส่วน โดยเรื่องราวขาดหายตั้งแต่ตอนพระเจ้าพิมพิสารถวายเวฬุวันไปจนปรากฏอีกครั้งที่ฉากปรินิพพานใกล้ประตูทางเข้า แม้ภาพบางส่วนจะชำรุดหรือสูญหายไปตามกาลเวลา แต่ส่วนที่ยังคงอยู่ก็มีคุณค่าสูงในฐานะหลักฐานของงานช่างท้องถิ่นและความทรงจำทางศาสนาของชุมชน
 
ต่อมาวัดสามเรือนได้สร้างอุโบสถใหม่เพิ่มเติมเพื่อรองรับการทำสังฆกรรมและกิจกรรมทางศาสนา อุโบสถใหม่มีจิตรกรรมฝาผนังที่แตกต่างจากอุโบสถเก่า โดยผนังเหนือหน้าต่างและประตูเขียนภาพทศชาติ โดยเฉพาะเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ เวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวสำคัญในพุทธศาสนาไทย เพราะสื่อถึงบารมีด้านทาน การเสียสละ และความเพียรในการบำเพ็ญคุณธรรม การนำเรื่องนี้มาเขียนในอุโบสถจึงช่วยให้พื้นที่ศาสนสถานกลายเป็นห้องเรียนธรรมะสำหรับชาวบ้านด้วย
 
จิตรกรรมในอุโบสถใหม่ยังมีภาพพุทธประวัติตามพระพุทธชัยมงคลคาถา หรือคาถาพาหุง ซึ่งกล่าวถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้าต่ออุปสรรคและมารทั้งหลาย เรื่องราวเหล่านี้มีความสำคัญในคติพุทธศาสนา เพราะช่วยย้ำเตือนเรื่องสติ ปัญญา ความเมตตา และการเอาชนะอุปสรรคด้วยธรรมะ ขณะที่ผนังระหว่างประตูและหน้าต่างตกแต่งด้วยภาพทวารบาลที่มีความงดงาม เป็นการผสมผสานศิลปกรรมแบบดั้งเดิมเข้ากับคติความเชื่อทางศาสนาอย่างกลมกลืน
 
นอกจากคุณค่าทางศิลปกรรมแล้ว วัดสามเรือนยังมีประเพณีสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ประเพณีหว่านทานลูกมะกรูด ซึ่งจัดขึ้นที่วัดและเป็นที่รู้จักในพื้นที่พิษณุโลก ประเพณีนี้มีรูปแบบโดดเด่นจากการใช้ลูกมะกรูดในกิจกรรมหว่านทาน เพื่อนำไปแลกข้าวสารอาหารแห้งและช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลน กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดเรื่องทาน การแบ่งปัน และการใช้วัดเป็นพื้นที่เชื่อมโยงความศรัทธากับการช่วยเหลือสังคม
 
ประเพณีหว่านทานลูกมะกรูดทำให้วัดสามเรือนมีบทบาทที่ชัดเจนทั้งในด้านศาสนาและด้านสังคม การทำบุญไม่ได้หยุดอยู่ที่พิธีกรรม แต่ขยายไปสู่การช่วยเหลือผู้คนในชุมชนและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน วัดจึงเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาในชีวิตประจำวันของชาวบ้านมีทั้งมิติของความศรัทธา ความเมตตา และความรับผิดชอบต่อสังคม ประเพณีนี้ยังช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของคนหลายวัย ตั้งแต่พระสงฆ์ ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ เยาวชน ไปจนถึงผู้เดินทางมาร่วมงานจากพื้นที่อื่น
 
ปัจจุบันวัดสามเรือนยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีบทบาททางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลกฐินสามัคคีปี 2567 ระบุว่าเจ้าอาวาสคือ พระครูวิบูลธรรมโชติ และมีพระจำพรรษา 7 รูป บทบาทของเจ้าอาวาสและพระสงฆ์ในวัดชุมชนมีความสำคัญต่อการดูแลศาสนสถาน การจัดกิจกรรมทางศาสนา การรักษาประเพณี และการประสานงานกับชาวบ้านในพื้นที่ วัดสามเรือนจึงยังคงเป็นวัดที่มีชีวิตและมีการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงสถานที่เก่าแก่สำหรับชมศิลปกรรมเท่านั้น
 
ในฐานะแหล่งเรียนรู้ วัดสามเรือนเหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จิตรกรรมฝาผนัง พุทธศิลป์ และวัฒนธรรมชาวบ้าน ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชุมชน การบูรณะอุโบสถเก่า บทบาทของพระอุปัชฌาย์บางและหลวงพ่อหรั่ง รวมถึงการตีความภาพจิตรกรรมที่แสดงทั้งพุทธประวัติ พระมาลัย ทศชาติ พาหุง และภาพวิถีชีวิตท้องถิ่น การชมวัดแห่งนี้จึงควรใช้เวลาอย่างสงบและให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากกว่าการแวะถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว
 
บรรยากาศริมแม่น้ำวังทองทำให้วัดสามเรือนมีความร่มรื่นและเหมาะแก่การพักใจ ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระ ทำบุญ ชมอุโบสถเก่าและอุโบสถใหม่ แล้วใช้เวลาสังเกตสภาพแวดล้อมของวัดที่ยังคงสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบ ความเรียบง่ายของวัดชนบทช่วยให้การมาเยือนมีความเป็นธรรมชาติ ผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมจะได้พบคุณค่าของงานช่างพื้นบ้าน ส่วนผู้ที่ต้องการความสงบจะได้สัมผัสบรรยากาศวัดริมแม่น้ำที่ไม่เร่งรีบ
 
การเดินทาง ไปวัดสามเรือนสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าได้สะดวก จากตัวเมืองพิษณุโลกมุ่งหน้าไปยังอำเภอบางกระทุ่ม แล้วเข้าสู่ตำบลนครป่าหมาก บ้านสามเรือน วัดตั้งอยู่บนทางหลวงชนบทหมายเลข 4029 ริมแม่น้ำวังทอง ผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถเดินทางไปยังอำเภอบางกระทุ่มก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าสู่บ้านสามเรือน หากวางแผนเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดใกล้เคียงและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอบางกระทุ่มได้
 
วัดสามเรือนสามารถจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมของพิษณุโลกตอนล่างร่วมกับวัดจุฬามณี วัดห้วยแก้ว ศาลสมเด็จพระนเรศวรบางกระทุ่ม วัดไพรสุวรรณ วัดโคกสลุด และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารในตัวเมืองพิษณุโลก เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจภาพรวมของวัดเก่า วัดริมแม่น้ำ งานจิตรกรรมฝาผนัง และบทบาทของวัดชุมชนในจังหวัดพิษณุโลก
 
ผู้มาเยือนวัดสามเรือนควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกายวาจา และให้ความเคารพต่อพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอุโบสถเก่า อุโบสถใหม่ จิตรกรรมฝาผนัง และพื้นที่ที่พระสงฆ์ใช้ประกอบศาสนกิจ หากต้องการถ่ายภาพจิตรกรรมควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช ไม่สัมผัสผนังภาพ และไม่รบกวนผู้ที่มาปฏิบัติศาสนกิจ การรักษามารยาทเช่นนี้ช่วยให้ภาพจิตรกรรมและบรรยากาศสงบของวัดคงอยู่ต่อไปสำหรับคนรุ่นหลัง
 
วัดสามเรือนจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าครบทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ศาสนา และวิถีชุมชน ความน่าสนใจของวัดไม่ได้อยู่เฉพาะอายุที่ยาวนานกว่า 100 ปี แต่ยังอยู่ที่จิตรกรรมฝาผนังพื้นบ้านที่บันทึกพุทธประวัติและชีวิตผู้คน ประเพณีหว่านทานลูกมะกรูดที่สะท้อนการแบ่งปัน และเรื่องราวของชาวบ้านที่ร่วมกันสร้างและรักษาวัดมาตั้งแต่อดีต ผู้ที่เดินทางมาเยือนจะได้เห็นว่าวัดเล็ก ๆ ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งสามารถเป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจ แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม และหลักฐานแห่งความศรัทธาของชุมชนได้อย่างลึกซึ้งเพียงใด
 
ชื่อสถานที่วัดสามเรือน
ที่ตั้งบ้านสามเรือน ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
ที่อยู่30 หมู่ 3 ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก 65110
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ไฮไลต์วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำวังทอง มีอุโบสถเก่าและอุโบสถใหม่ จิตรกรรมฝาผนังพื้นบ้านเรื่องพุทธประวัติ พระมาลัย ทศชาติ เวสสันดรชาดก และประเพณีหว่านทานลูกมะกรูด
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2450 เดิมชื่อวัดโพธาราม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสามเรือนตามชื่อหมู่บ้าน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาราว พ.ศ. 2453
ผู้มีบทบาทในการสร้างวัดนายบุญ บุญถึง บริจาคที่ดินกว่า 6 ไร่เศษ และนางจีนเสี้ยวกับนางเม้าเป็นผู้นำชุมชนในการดำเนินการสร้างวัด
ที่มาของชื่อเดิมชื่อวัดโพธาราม ก่อนเปลี่ยนเป็นวัดสามเรือนตามชื่อบ้านสามเรือนซึ่งเป็นชุมชนที่วัดตั้งอยู่
ลักษณะเด่นเป็นวัดชุมชนริมแม่น้ำวังทอง มีงานจิตรกรรมฝาผนังพื้นบ้านที่สะท้อนพุทธประวัติ คติธรรม และวิถีชีวิตของชาวนครป่าหมาก
จิตรกรรมสำคัญอุโบสถเก่ามีภาพพุทธประวัติ พระพุทธเจ้าปางรำพึง พระมาลัย ภาพตรัสรู้ ภาพสนามมวย และภาพวิถีชีวิตท้องถิ่น ส่วนอุโบสถใหม่มีภาพทศชาติ เวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ พุทธประวัติตามคาถาพาหุง และภาพทวารบาล
ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องประเพณีหว่านทานลูกมะกรูด งานทำบุญวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานทอดกฐิน งานทอดผ้าป่า และกิจกรรมบุญของชุมชน
การเดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลกเดินทางสู่อำเภอบางกระทุ่ม แล้วต่อไปยังตำบลนครป่าหมาก บ้านสามเรือน วัดตั้งอยู่บนทางหลวงชนบทหมายเลข 4029 ริมแม่น้ำวังทอง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถท้องถิ่นจากอำเภอบางกระทุ่ม
สถานะปัจจุบันเป็นวัดที่ยังใช้งานทางศาสนา มีพระจำพรรษา เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้จิตรกรรมฝาผนังพื้นบ้านของจังหวัดพิษณุโลก
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกอุโบสถเก่า อุโบสถใหม่ พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ทำบุญ ศาลาวัด ลานกิจกรรมชุมชน และพื้นที่จอดรถภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญอุโบสถเก่า จิตรกรรมฝาผนังอุโบสถเก่า อุโบสถใหม่ จิตรกรรมทศชาติและพาหุง พื้นที่ทำบุญ และบริเวณริมแม่น้ำวังทอง
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูวิบูลธรรมโชติ
เบอร์ติดต่อหลัก055-296-224
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดจุฬามณี พิษณุโลก ประมาณ 10 กม.
2. ศาลสมเด็จพระนเรศวร บางกระทุ่ม ประมาณ 12 กม.
3. วัดห้วยแก้ว บางกระทุ่ม ประมาณ 13 กม.
4. วัดไพรสุวรรณ ประมาณ 20 กม.
5. วัดโคกสลุด ประมาณ 24 กม.
6. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประมาณ 28 กม.
7. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ประมาณ 30 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. บ้านไร่ภูวสิน 159 ประมาณ 22 กม. โทร. 097-202-1159, 080-608-7197
2. ร่มจามจุรี บางกระทุ่ม ประมาณ 13 กม.
3. ครัวน้านิน ประมาณ 16 กม. โทร. 081-675-5519, 081-575-5699
4. Muse Cafe & Studio ประมาณ 13 กม.
5. Pan Cafe ประมาณ 13 กม.
6. ลานอีสาน ประมาณ 13 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมท็อปแลนด์ แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ประมาณ 28 กม. โทร. 055-247-800
2. โรงแรมไอดูส ประมาณ 29 กม. โทร. 094-641-8226
3. ภัทธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา ประมาณ 30 กม. โทร. 055-282-966
4. โรงแรมบีทู พิษณุโลก พรีเมียร์ ประมาณ 30 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897
5. บ้านไร่ภูวสิน 159 ประมาณ 22 กม. โทร. 090-889-1159, 080-608-7197
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสามเรือนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสามเรือนตั้งอยู่ริมแม่น้ำวังทอง บนทางหลวงชนบทหมายเลข 4029 บ้านสามเรือน ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
 
ถาม: วัดสามเรือนเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดสามเรือนเดิมชื่อวัดโพธาราม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสามเรือนตามชื่อหมู่บ้าน
 
ถาม: วัดสามเรือนมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถเก่าและอุโบสถใหม่ ซึ่งมีทั้งภาพพุทธประวัติ พระมาลัย ทศชาติ เวสสันดรชาดก พาหุง ภาพทวารบาล และภาพวิถีชีวิตท้องถิ่น
 
ถาม: ประเพณีหว่านทานลูกมะกรูด วัดสามเรือน คืออะไร?
ตอบ: เป็นประเพณีทำบุญที่ใช้ลูกมะกรูดในกิจกรรมหว่านทาน เพื่อนำไปแลกข้าวสารอาหารแห้งและช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลน สะท้อนแนวคิดเรื่องการแบ่งปันและการทำทานของชุมชน
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสามเรือนคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสามเรือนคือพระครูวิบูลธรรมโชติ
 
ถาม: วัดสามเรือนเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดสามเรือนเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบภายในบริเวณวัด
 
ถาม: เดินทางไปวัดสามเรือนอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองพิษณุโลกเดินทางสู่อำเภอบางกระทุ่ม แล้วต่อไปยังตำบลนครป่าหมาก บ้านสามเรือน วัดตั้งอยู่บนทางหลวงชนบทหมายเลข 4029 ริมแม่น้ำวังทอง
 
ถาม: ไปวัดสามเรือนแล้วเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดจุฬามณี ศาลสมเด็จพระนเรศวร บางกระทุ่ม วัดห้วยแก้ว วัดไพรสุวรรณ วัดโคกสลุด วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(19)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)