หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.เมืองพิษณุโลก >ต.ในเมือง > กำแพงเมืองคูเมือง
TL;DR: กำแพงเมืองคูเมือง อยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา เข้าชมได้ตามพื้นที่สาธารณะและแนวโบราณสถานที่ปรากฏในเมือง. จุดเด่นคือ เดิมเป็นกำแพงดินและคูน้ำ ต่อมามีการก่อกำแพงอิฐในสมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นหลักฐานการพัฒนาแนวป้องกันเมือง.
กำแพงเมืองคูเมือง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เข้าชมได้ตามพื้นที่สาธารณะและแนวโบราณสถานที่ปรากฏในเมือง
กำแพงเมืองคูเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นโบราณสถานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจรากฐานของเมืองพิษณุโลกในฐานะเมืองยุทธศาสตร์ของไทยได้อย่างชัดเจน พิษณุโลกไม่ได้เป็นเพียงเมืองผ่านระหว่างภาคเหนือกับภาคกลาง แต่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง เมืองหน้าด่าน เมืองลูกหลวง และฐานกำลังสำคัญในช่วงที่บ้านเมืองต้องรับมือกับศึกจากอาณาจักรล้านนาและพม่า ร่องรอยกำแพงเมืองและคูเมืองที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบันจึงเป็นหลักฐานที่บอกเล่าเรื่องราวการป้องกันเมือง การวางผังเมือง และความเปลี่ยนแปลงทางการทหารของไทยในแต่ละยุคสมัยได้อย่างมีน้ำหนัก
หากต้องการสรุปให้เข้าใจง่าย กำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกคือแนวป้องกันเมืองโบราณที่เคยมีบทบาทสำคัญตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมเป็นกำแพงดินและคูน้ำ ต่อมามีการซ่อมแซมและพัฒนาเป็นกำแพงอิฐในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่อนที่กำแพงและป้อมหลายส่วนจะถูกรื้อในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ ปัจจุบันสามารถเห็นร่องรอยกำแพงเมืองได้บริเวณวัดโพธิญาณ วัดน้อย และใกล้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ส่วนคูเมืองยังปรากฏตามแนวถนนพระร่วง ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
เมืองพิษณุโลกตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิศาสตร์การเมืองของไทยในอดีต เพราะเป็นจุดเชื่อมระหว่างลุ่มน้ำภาคกลางกับพื้นที่หัวเมืองเหนือ มีแม่น้ำน่านเป็นเส้นทางคมนาคมและเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ ทำให้เมืองนี้มีบทบาททั้งในด้านการปกครอง การค้า การทหาร และการควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์ เมื่อเกิดศึกสงคราม เมืองพิษณุโลกจึงมักถูกใช้เป็นฐานรับศึกหรือจุดรวบรวมกำลังพลก่อนเคลื่อนทัพต่อไปยังพื้นที่อื่น
กำแพงเมืองและคูเมืองพิษณุโลกจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อกำหนดเขตเมืองเท่านั้น แต่เป็นระบบป้องกันเมืองที่สะท้อนความจำเป็นของบ้านเมืองในยุคนั้น คูเมืองทำหน้าที่เป็นแนวกีดขวางตามธรรมชาติและตามการขุดแต่งของมนุษย์ ส่วนกำแพงเมืองทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันชั้นสำคัญสำหรับต้านทานกองทัพศัตรู เมื่อนำองค์ประกอบทั้งสองมารวมกัน เมืองพิษณุโลกจึงมีรูปแบบเป็นเมืองป้อมปราการที่สามารถรองรับสถานการณ์สงครามได้ดีกว่าเมืองเปิดทั่วไป
ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมืองพิษณุโลกมีบทบาทสูงมาก เพราะพระองค์เสด็จมาประทับที่พิษณุโลกเป็นเวลายาวนานในช่วงที่อยุธยาต้องเผชิญศึกกับล้านนา โดยเฉพาะพระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางเหนือในช่วงเวลานั้น การสร้างหรือเสริมกำแพงดินและคูเมืองจึงเป็นมาตรการสำคัญเพื่อรับมือกับการรุกของกองทัพจากทิศเหนือ เมืองพิษณุโลกในช่วงนี้จึงเปรียบเสมือนแนวป้องกันสำคัญก่อนที่ศัตรูจะเคลื่อนลงสู่หัวเมืองชั้นในและกรุงศรีอยุธยา
ความสำคัญของกำแพงเมืองในยุคนั้นไม่ได้อยู่เฉพาะความแข็งแรงทางกายภาพ แต่ยังอยู่ที่ความมั่นคงทางจิตใจของผู้คนในเมืองด้วย เมื่อมีแนวกำแพงและคูเมือง ประชาชนย่อมรู้สึกว่ามีพื้นที่ป้องกัน มีขอบเขตเมืองที่ชัดเจน และมีระบบรองรับยามเกิดภัยสงคราม กำแพงเมืองจึงเป็นทั้งโครงสร้างทางทหารและสัญลักษณ์ของอำนาจรัฐที่แสดงให้เห็นว่าพิษณุโลกคือเมืองสำคัญที่ควรได้รับการปกป้องอย่างจริงจัง
ต่อมาในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมืองพิษณุโลกยังคงมีบทบาทเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการรับมือกับกองทัพพม่า การบูรณะซ่อมแซมกำแพงเมืองในช่วงนี้สะท้อนว่าสภาพบ้านเมืองเปลี่ยนจากการรับศึกล้านนาไปสู่การรับศึกพม่า ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่มีขนาดใหญ่และต่อเนื่องมากขึ้น พม่าต้องการควบคุมเส้นทางเข้าสู่ภาคกลาง การครอบครองพิษณุโลกจึงมีความหมายเชิงยุทธศาสตร์สูง เพราะเป็นประตูสำคัญที่จะเปิดทางลงสู่กรุงศรีอยุธยาได้สะดวก
การซ่อมกำแพงเมืองในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทำให้เห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วหยุดนิ่ง แต่เป็นระบบป้องกันเมืองที่ถูกใช้งาน ปรับปรุง และซ่อมแซมตามสถานการณ์ทางการเมืองและสงคราม เมื่อภัยคุกคามเปลี่ยน รูปแบบการเตรียมเมืองก็ต้องเปลี่ยนตาม กำแพงเมืองพิษณุโลกจึงเป็นหลักฐานของการปรับตัวด้านการทหารในระดับหัวเมืองสำคัญของไทย
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กำแพงเมืองพิษณุโลกได้รับการพัฒนาอีกขั้นหนึ่ง โดยมีการก่อสร้างกำแพงใหม่ด้วยอิฐให้แข็งแรงกว่าเดิม และมีข้อมูลสืบต่อกันว่าพระองค์โปรดให้ช่างชาวฝรั่งเศสเข้ามามีบทบาทในการก่อสร้าง การเปลี่ยนจากกำแพงดินไปสู่กำแพงอิฐสะท้อนพัฒนาการด้านเทคโนโลยีการป้องกันเมืองและการรับอิทธิพลวิศวกรรมตะวันตกในสมัยอยุธยาตอนปลาย เมืองพิษณุโลกจึงเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างความรู้ท้องถิ่นกับความรู้จากต่างประเทศ
กำแพงอิฐที่แข็งแรงขึ้นช่วยยกระดับสถานะของพิษณุโลกในฐานะเมืองป้อมปราการที่มีความทันสมัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับยุคกำแพงดิน การใช้วัสดุถาวรอย่างอิฐทำให้แนวกำแพงสามารถต้านแรงกระแทกและการโจมตีได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของการลงทุนของรัฐต่อเมืองยุทธศาสตร์ เมืองใดที่ได้รับการสร้างกำแพงแข็งแรงย่อมสะท้อนว่าเมืองนั้นมีความสำคัญต่อความมั่นคงในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้รื้อกำแพงเมืองและป้อมต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ รวมถึงพิษณุโลก ด้วยเหตุผลด้านยุทธศาสตร์ คือไม่ต้องการให้ข้าศึก โดยเฉพาะพม่า ใช้กำแพงและป้อมเหล่านี้เป็นที่มั่นหากเข้ายึดเมืองได้ การรื้อกำแพงจึงไม่ใช่การทำลายโดยไร้เหตุผล แต่เป็นการตัดสินใจทางทหารที่สะท้อนเงื่อนไขของสงครามในเวลานั้น
การรื้อกำแพงเมืองทำให้โครงสร้างขนาดใหญ่จำนวนมากสูญหายไป แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้ร่องรอยที่เหลืออยู่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เพราะสิ่งที่ยังคงปรากฏในปัจจุบันเป็นหลักฐานที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองมาหลายศตวรรษ กำแพงดินบางแนว คูเมืองบางช่วง และตำแหน่งของแนวเมืองเดิมจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นหลังอ่านประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลกผ่านภูมิทัศน์จริงได้
ปัจจุบันร่องรอยกำแพงเมืองพิษณุโลกที่เห็นได้ชัดเจนยังพบได้หลายจุด เช่น บริเวณวัดโพธิญาณ ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวกำแพงด้านเหนือ บริเวณวัดน้อยที่อยู่ใกล้ทางรถไฟ และบริเวณใกล้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ส่วนคูเมืองพบเห็นได้ตามแนวที่ขนานกับถนนพระร่วง ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จุดเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเข้าใจตำแหน่งเมืองเก่าและแนวป้องกันเมืองได้โดยไม่ต้องจินตนาการจากเอกสารเพียงอย่างเดียว
ความน่าสนใจของกำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกอยู่ที่โบราณสถานกระจายตัวอยู่ในเมืองปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ปิดหรืออุทยานประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่แบบบางจังหวัด เมืองใหม่และเมืองเก่าจึงซ้อนทับกันอย่างชัดเจน ถนน บ้านเรือน สถานศึกษา วัด สถานีตำรวจ และชุมชนเมืองล้วนตั้งอยู่ใกล้ร่องรอยประวัติศาสตร์เดิม การเดินชมกำแพงเมืองคูเมืองจึงเป็นการอ่านเมืองผ่านพื้นที่จริง เห็นว่าประวัติศาสตร์ยังฝังอยู่ในชีวิตประจำวันของคนพิษณุโลก
คูเมืองพิษณุโลกยังมีความสำคัญในฐานะองค์ประกอบของภูมิทัศน์เมืองเก่า คูน้ำไม่ได้ทำหน้าที่เพียงป้องกันศัตรู แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบน้ำ การระบายน้ำ และการกำหนดขอบเขตเมืองในอดีต เมื่อนักท่องเที่ยวเดินตามแนวถนนพระร่วงและมองเห็นร่องรอยคูเมือง จะสามารถเข้าใจได้ว่าเมืองโบราณไม่ได้สร้างแบบสุ่ม แต่มีการวางตำแหน่งสัมพันธ์กับภูมิประเทศ แม่น้ำน่าน และพื้นที่ชุมชนอย่างรอบคอบ
ในเชิงยุทธศาสตร์ กำแพงเมืองและคูเมืองคือบทเรียนสำคัญของการป้องกันเมืองในอดีต ก่อนยุคปืนใหญ่และระบบทหารสมัยใหม่ เมืองที่มั่นคงต้องมีแนวกำแพง คูน้ำ ประตูเมือง และจุดเฝ้าระวังที่เหมาะสม การออกแบบเช่นนี้ทำให้ศัตรูเคลื่อนทัพเข้าถึงศูนย์กลางเมืองได้ยากขึ้น และช่วยให้ฝ่ายป้องกันมีเวลารวบรวมกำลัง ตอบโต้ หรืออพยพประชาชน กำแพงเมืองพิษณุโลกจึงเป็นมากกว่าสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นเครื่องมือจัดการความปลอดภัยของเมืองทั้งระบบ
ในเชิงประวัติศาสตร์การเมือง เมืองพิษณุโลกสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับหัวเมืองเหนือได้อย่างเด่นชัด การที่เมืองนี้เคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางอำนาจในช่วงสำคัญ ทำให้กำแพงเมืองคูเมืองมีความหมายมากกว่าการป้องกันพื้นที่ท้องถิ่น แต่เกี่ยวข้องกับการรักษาเสถียรภาพของราชอาณาจักรทั้งหมด หากพิษณุโลกมั่นคง เส้นทางจากเหนือสู่กลางก็มั่นคงตามไปด้วย
กำแพงเมืองคูเมืองยังเชื่อมโยงกับสถานที่สำคัญหลายแห่งในตัวเมืองพิษณุโลก เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารหรือวัดใหญ่ พระราชวังจันทน์ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และย่านริมแม่น้ำน่าน นักท่องเที่ยวจึงสามารถจัดเส้นทางเดินทางแบบประวัติศาสตร์เมืองได้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการสักการะพระพุทธชินราชที่วัดใหญ่ ศึกษาร่องรอยพระราชวังจันทน์ แล้วต่อด้วยแนวกำแพงเมืองและคูเมือง เพื่อเข้าใจเมืองพิษณุโลกทั้งในมิติศาสนา การปกครอง และการทหาร
การเดินทาง ไปชมกำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกสามารถเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลกได้สะดวก เพราะจุดที่ยังเห็นร่องรอยอยู่ในเขตเมืองและอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่ง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งต้นจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารหรือสถานีรถไฟพิษณุโลก แล้วขับไปยังบริเวณวัดโพธิญาณ วัดน้อย สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก และแนวถนนพระร่วง หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้รถรับจ้างในเมืองหรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินชมเมือง ควรวางเส้นทางให้เหมาะกับสภาพอากาศ เพราะหลายจุดเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการเดินดูแนวคูเมืองและถ่ายภาพมากกว่าช่วงกลางวัน นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม และควรระวังการจราจรเมื่อเดินบริเวณถนนในเมือง เนื่องจากร่องรอยโบราณสถานบางส่วนอยู่ใกล้ชุมชน ถนน และพื้นที่ราชการ
สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อมาเยือนกำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกคือแนวระดับดิน ร่องน้ำ แนวโค้งของพื้นที่ และตำแหน่งที่สัมพันธ์กับวัดหรือสถานที่ราชการในปัจจุบัน แม้ร่องรอยบางส่วนจะไม่ได้เหลือเป็นกำแพงสูงใหญ่ แต่ยังสามารถอ่านได้จากภูมิประเทศและแนวเมืองเดิม การเที่ยวสถานที่นี้จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบประวัติศาสตร์เชิงลึกและต้องการเข้าใจเมืองผ่านหลักฐานที่ยังอยู่ในภูมิทัศน์จริง
ด้านการอนุรักษ์ กำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกเป็นโบราณสถานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งกรมศิลปากร หน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เพราะโบราณสถานไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่แทรกอยู่ในพื้นที่เมืองที่มีการใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง การดูแลจึงต้องคำนึงถึงทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์และชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน
ผู้มาเยือนควรช่วยกันรักษาพื้นที่ ไม่ปีนป่ายหรือทำลายแนวโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ และไม่ขีดเขียนบนป้ายหรือสิ่งก่อสร้าง การเคารพโบราณสถานคือการช่วยรักษาหลักฐานประวัติศาสตร์ที่เหลืออยู่ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เพราะกำแพงเมืองและคูเมืองไม่ได้เป็นเพียงของเก่า แต่เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เขียนด้วยดิน น้ำ อิฐ และภูมิประเทศของเมือง
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด การเที่ยวกำแพงเมืองคูเมืองควรจัดร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในตัวเมือง เพื่อให้เห็นภาพรวมของพิษณุโลกอย่างสมบูรณ์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นจุดสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้น เพราะเป็นศูนย์รวมศรัทธาและประวัติศาสตร์ของเมือง พระราชวังจันทน์ช่วยเติมภาพด้านราชสำนักและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ส่วนย่านริมแม่น้ำน่านช่วยให้เข้าใจความสำคัญของแม่น้ำต่อเมืองโบราณ
กำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกยังเหมาะกับการใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและผู้สนใจประวัติศาสตร์ เพราะช่วยอธิบายเรื่องเมืองหน้าด่าน การวางผังเมือง การป้องกันเมือง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความสัมพันธ์ระหว่างสงครามกับภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน เมื่อนำเรื่องราวเหล่านี้ไปเชื่อมกับยุคสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และรัชกาลที่ 1 จะเห็นพัฒนาการของเมืองพิษณุโลกอย่างต่อเนื่อง
ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถานที่แห่งนี้อาจไม่ใช่จุดท่องเที่ยวที่มีความตื่นตาตื่นใจแบบอาคารใหญ่หรือวัดที่ประดับประดางดงาม แต่มีคุณค่าลึกซึ้งในฐานะร่องรอยของเมืองที่เคยผ่านศึกสงครามและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์มาหลายยุค การมาเยือนจึงต้องใช้เวลาในการมอง อ่าน และเชื่อมโยงข้อมูล ผู้ที่เข้าใจบริบทจะเห็นว่าร่องดิน แนวคูน้ำ และเศษกำแพงที่เหลืออยู่นั้นมีเรื่องราวหนักแน่นซ่อนอยู่
โดยสรุป กำแพงเมืองคูเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเมืองพิษณุโลกในฐานะเมืองยุทธศาสตร์ของไทย ตั้งแต่การรับศึกล้านนาในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ การเตรียมรับศึกพม่าในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ การพัฒนากำแพงอิฐในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และการรื้อกำแพงในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อไม่ให้ข้าศึกใช้เป็นที่มั่น ร่องรอยที่ยังเหลืออยู่จึงเป็นอนุสรณ์ของความมั่นคง ความเสียสละ และภูมิปัญญาด้านการป้องกันเมืองของบรรพชนไทย
| ชื่อสถานที่ | กำแพงเมืองคูเมือง จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่ตั้ง | ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | แนวกำแพงเมืองและคูเมืองเก่าในเขตตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 |
| พิกัดอ้างอิง | 16.8246, 100.2597 |
| ไฮไลต์ | ร่องรอยกำแพงเมืองและคูเมืองโบราณของพิษณุโลก เมืองยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างภาคเหนือและภาคกลาง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกี่ยวข้องกับสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช |
| หลักฐานสำคัญ | แนวกำแพงเมืองบริเวณวัดโพธิญาณ วัดน้อย ใกล้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก และแนวคูเมืองขนานถนนพระร่วง |
| ลักษณะเด่น | เดิมเป็นกำแพงดินและคูน้ำ ต่อมามีการก่อกำแพงอิฐในสมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นหลักฐานการพัฒนาแนวป้องกันเมือง |
| การเดินทาง | อยู่ในเขตเมืองพิษณุโลก สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้างในเมือง หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน โดยจัดเส้นทางร่วมกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระราชวังจันทน์ และย่านริมแม่น้ำน่านได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นโบราณสถานสำคัญของเมืองพิษณุโลก ร่องรอยบางส่วนยังปรากฏในพื้นที่เมืองปัจจุบัน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อยู่ในเขตเมือง ใกล้ถนนหลัก ร้านอาหาร ที่พัก วัดสำคัญ สถานีรถไฟ และบริการขนส่งในเมือง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | แนววัดโพธิญาณ แนววัดน้อย แนวใกล้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก และแนวคูเมืองถนนพระร่วง |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่เมืองพิษณุโลก |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย โทร. 0-5569-7364 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประมาณ 1 กม. 2. พระราชวังจันทน์ ประมาณ 2 กม. 3. ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประมาณ 2 กม. 4. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ประมาณ 4 กม. 5. วัดนางพญา ประมาณ 1 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อาหารตามสั่งคูเมือง ประมาณ 1 กม. โทร. 095-728-0016 2. ข้าวต้มปักนั้ง ประมาณ 2 กม. โทร. 055-258-681 3. ห้องอาหารอามอเร่ โยเดียเฮอริเทจ ประมาณ 2 กม. โทร. 055-214-677 4. ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่าน ประมาณ 1 กม. 5. ร้านอาหารและคาเฟ่ย่านวัดใหญ่-ริมแม่น้ำน่าน ประมาณ 1 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Harmony Ville ประมาณ 1 กม. โทร. 097-923-4272, 055-241-188 2. Topland Hotel & Convention Centre ประมาณ 1 กม. โทร. 055-247-801 3. Yodia Heritage Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 055-214-677 4. Dragon River Avenue ประมาณ 2 กม. โทร. 055-242-242, 091-151-7999 5. Fortune D Hotel Phitsanulok ประมาณ 2 กม. โทร. 055-303-833 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในเขตตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยร่องรอยสำคัญพบได้บริเวณวัดโพธิญาณ วัดน้อย ใกล้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก และแนวคูเมืองถนนพระร่วง
ถาม: กำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นหลักฐานของเมืองพิษณุโลกในฐานะเมืองยุทธศาสตร์และเมืองหน้าด่านสำคัญของไทย สะท้อนการป้องกันเมือง การรับศึก และการวางผังเมืองโบราณ
ถาม: กำแพงเมืองพิษณุโลกสร้างขึ้นในสมัยใด?
ตอบ: เดิมเป็นกำแพงดินที่เกี่ยวข้องกับสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ต่อมามีการซ่อมแซมในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และพัฒนาเป็นกำแพงอิฐในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ถาม: ปัจจุบันยังเห็นกำแพงเมืองพิษณุโลกได้ที่ไหน?
ตอบ: ยังเห็นร่องรอยได้บริเวณวัดโพธิญาณ วัดน้อย และใกล้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ส่วนคูเมืองเห็นได้ตามแนวถนนพระร่วงด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
ถาม: ทำไมกำแพงเมืองและป้อมพิษณุโลกจึงถูกรื้อในสมัยรัชกาลที่ 1?
ตอบ: เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ ไม่ต้องการให้ข้าศึกใช้กำแพงและป้อมเป็นที่มั่นหากยึดเมืองได้ จึงโปรดให้รื้อเพื่อไม่ให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายศัตรู
ถาม: การเที่ยวกำแพงเมืองคูเมืองพิษณุโลกเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย การทหารโบราณ ผังเมืองเก่า นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม และผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองพิษณุโลกอย่างลึกซึ้ง
ถาม: สามารถเที่ยวกำแพงเมืองคูเมืองร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระราชวังจันทน์ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดนางพญา และย่านริมแม่น้ำน่านได้
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปชมกำแพงเมืองคูเมือง?
ตอบ: ควรเลือกระยะเวลาเดินชมช่วงเช้าหรือเย็น เตรียมน้ำดื่ม หมวกหรือร่ม และระวังการจราจร เพราะร่องรอยโบราณสถานหลายจุดอยู่ในพื้นที่เมืองและใกล้ถนน
โทร : 0552527423
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว



