หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.เมืองพิษณุโลก >ต.ในเมือง > พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอกทวี-พิมพ์ บูรณเ..
TL;DR: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอกทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์) อยู่ที่ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอกทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจวิถีชีวิตไทยในอดีตผ่านข้าวของเครื่องใช้จริง พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่เลขที่ 26/138 ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก อยู่ในเขตตัวเมืองที่เดินทางสะดวกและสามารถเชื่อมต่อกับสถานที่สำคัญอื่น ๆ ของเมืองได้ง่าย เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา พระราชวังจันทน์ และย่านริมแม่น้ำน่าน จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือการรวบรวมสิ่งของพื้นบ้านจำนวนมากที่สะท้อนชีวิตจริงของคนไทยในอดีต ทั้งเครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือทำมาหากิน เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือเกษตร เครื่องมือดักจับสัตว์ เครื่องสีข้าว เครื่องวิดน้ำด้วยมือ และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตชนบทไทยอย่างละเอียด
หากต้องการเข้าใจภาพรวมของสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีคือพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องคนไทยผ่านสิ่งของธรรมดาในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งของเหล่านี้กลับมีพลังอย่างมากในการอธิบายสังคมไทยยุคก่อน ผู้เข้าชมจะได้เห็นว่าในอดีตผู้คนคิดค้นเครื่องมือขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การดำรงชีวิตอย่างไร ใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างไร ทำงานร่วมกับฤดูกาลอย่างไร และใช้ภูมิปัญญาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างไร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บของเก่า แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์สังคมไทยที่จับต้องได้ผ่านวัตถุจริง
ชื่อของพิพิธภัณฑ์ผูกพันกับผู้ก่อตั้งคือ จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ บุคคลสำคัญของจังหวัดพิษณุโลกและวงการศิลปะไทย ท่านเป็นผู้มีความสามารถด้านประติมากรรม โดยเฉพาะแขนงช่างหล่อ และเป็นผู้สะสมข้าวของพื้นบ้านด้วยความรักในภูมิปัญญาไทย สิ่งของจำนวนมากที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เกิดจากการเก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องจากความตั้งใจส่วนตัว ก่อนจะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติได้เข้ามาศึกษา คุณค่าของพิพิธภัณฑ์จึงอยู่ทั้งในตัววัตถุจัดแสดงและในจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้งที่ต้องการรักษาความทรงจำของสังคมไทยไว้ไม่ให้สูญหาย
สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือบรรยากาศของความเป็นบ้านและความใกล้ชิดกับชีวิตจริง วัตถุจำนวนมากไม่ได้ถูกจัดแสดงในลักษณะของโบราณวัตถุที่ห่างไกลจากผู้ชม แต่ถูกนำเสนอในฐานะเครื่องมือและข้าวของที่เคยถูกใช้งานจริงในชีวิตของคนรุ่นก่อน ผู้เข้าชมจึงสามารถจินตนาการได้ว่าชาวบ้านใช้เครื่องวิดน้ำอย่างไร ใช้เครื่องสีข้าวอย่างไร ใช้เครื่องจักสานใส่ผลผลิตอย่างไร ใช้หม้อดินหรือภาชนะพื้นบ้านประกอบอาหารอย่างไร และใช้เครื่องมือจับปลา ดักสัตว์ หรือทำไร่นาอย่างไรในบริบทของชีวิตชนบท
เครื่องจักสานเป็นหนึ่งในกลุ่มวัตถุที่สะท้อนภูมิปัญญาชาวบ้านได้ชัดเจนที่สุด การจักสานไม่ใช่เพียงการนำไม้ไผ่ หวาย หรือวัสดุธรรมชาติมาทำเป็นภาชนะ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความรู้เรื่องวัสดุ ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง น้ำหนัก การระบายอากาศ และรูปทรงที่เหมาะกับการใช้งานจริง กระบุง ตะกร้า ไซ ลอบ กระด้ง และเครื่องจักสานประเภทต่าง ๆ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์จึงบอกเล่าเรื่องวิธีคิดของคนไทยที่รู้จักใช้สิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างคุ้มค่าและชาญฉลาด
เครื่องปั้นดินเผาและภาชนะพื้นบ้านที่พบในพิพิธภัณฑ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสะท้อนทั้งความรู้ด้านดิน ไฟ น้ำ และการใช้งานในครัวเรือน ภาชนะดินเผาบางชนิดใช้เก็บน้ำ บางชนิดใช้ประกอบอาหาร บางชนิดใช้ในพิธีกรรมหรือใช้เก็บของจำเป็นในบ้าน ความเรียบง่ายของรูปทรงและวัสดุไม่ได้ทำให้คุณค่าลดลง ตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวิถีชีวิตไทยในอดีตมีความพอเหมาะพอดีและอาศัยความเข้าใจธรรมชาติเป็นพื้นฐาน
กลุ่มเครื่องมือเกษตรและเครื่องมือทำมาหากินทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับนา น้ำ ป่า และฤดูกาลอย่างลึกซึ้ง เครื่องมือบางชิ้นใช้ในการไถนา เก็บเกี่ยว สีข้าว วิดน้ำ จับปลา ดักสัตว์ หรือแปรรูปผลผลิต เครื่องมือเหล่านี้บอกว่าการดำรงชีวิตในอดีตไม่ได้แยกออกจากสิ่งแวดล้อม แต่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับฤดูกาล น้ำฝน แหล่งน้ำ และแรงงานในครัวเรือน การชมเครื่องมือเหล่านี้จึงช่วยให้เข้าใจความอดทน ความละเอียด และความสามารถในการแก้ปัญหาของชาวบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีเป็นพื้นที่ที่ทำให้คำว่า “ภูมิปัญญาไทย” ไม่เป็นเพียงคำกว้าง ๆ แต่ปรากฏให้เห็นเป็นสิ่งของจริง ภูมิปัญญาไม่ได้อยู่เฉพาะในตำรา หากอยู่ในวิธีผูกเชือก วิธีจักตอก วิธีทำเครื่องมือให้พอดีกับมือ วิธีออกแบบภาชนะให้เหมาะกับผลผลิต วิธีใช้แรงคนและแรงธรรมชาติร่วมกัน และวิธีซ่อมแซมสิ่งของให้ใช้ได้นานที่สุด เมื่อผู้เข้าชมเดินผ่านวัตถุเหล่านี้ จะเห็นว่าสังคมไทยในอดีตมีระบบความรู้ที่ละเอียดและเกิดจากประสบการณ์จริงของผู้คนหลายรุ่น
อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจความพอเพียงในวิถีชีวิตไทยแบบดั้งเดิม ก่อนที่สังคมบริโภคสมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้คนในอดีตมักใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวัง สิ่งของหลายชิ้นทำขึ้นเพื่อใช้ได้นาน ซ่อมได้ ดัดแปลงได้ และใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น แนวคิดเช่นนี้ยังมีคุณค่าต่อสังคมปัจจุบัน เพราะช่วยให้เห็นว่าการใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่าทรัพยากรไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นภูมิปัญญาที่มีอยู่ในวิถีชนบทไทยมาอย่างยาวนาน
การเดินชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีจึงเหมือนการเดินทางย้อนเวลา ผู้ชมจะได้เห็นบ้านไทยในมิติของการทำกิน การเก็บของ การประกอบอาหาร การทอ การสาน การเพาะปลูก การจับสัตว์น้ำ และการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ สิ่งของหลายชิ้นอาจทำให้ผู้สูงอายุระลึกถึงบ้านในวัยเด็ก ขณะที่เด็กและเยาวชนอาจได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยพบในชีวิตประจำวันมาก่อน พิพิธภัณฑ์จึงทำหน้าที่เชื่อมคนต่างรุ่นเข้าหากันผ่านความทรงจำและสิ่งของ
สำหรับนักเรียนและนักศึกษา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นห้องเรียนภาคสนามที่มีคุณค่ามาก เพราะสามารถใช้เรียนรู้ได้หลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สังคมไทย วัฒนธรรมการกินอยู่ ภูมิปัญญางานช่าง วิถีเกษตรกรรม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการออกแบบเครื่องมือพื้นบ้าน การได้เห็นวัตถุจริงช่วยให้การเรียนรู้มีชีวิตมากกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว และยังช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตของคนในอดีตได้ดีขึ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายประเทศไทยในระดับชีวิตประจำวันได้อย่างดี หลายคนอาจรู้จักไทยจากวัด อาหาร ตลาด หรือธรรมชาติ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เห็นอีกด้านหนึ่งของสังคมไทย คือชีวิตของชาวบ้าน เครื่องมือทำกิน และความฉลาดในการใช้วัสดุธรรมชาติ แม้ผู้ชมจะไม่เข้าใจภาษาไทยทั้งหมด แต่สิ่งของที่จัดแสดงสามารถสื่อสารได้ผ่านรูปทรง หน้าที่การใช้งาน และการจัดวางที่สะท้อนความเป็นอยู่ของผู้คน
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีคุณภาพ โดยเคยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว เมื่อปี พ.ศ. 2541 รางวัลนี้สะท้อนว่าพิพิธภัณฑ์ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะต่อคนพิษณุโลกเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในระดับประเทศ เพราะเป็นตัวอย่างของการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยภาคเอกชนและบุคคลผู้มีความรักในวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง
ความสำเร็จของพิพิธภัณฑ์ยังทำให้เห็นว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป บางครั้งเริ่มจากคนคนหนึ่งที่เห็นคุณค่าของสิ่งของที่คนอื่นอาจมองข้าม จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ เห็นว่าข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านเหล่านี้กำลังค่อย ๆ หายไปจากชีวิตประจำวัน หากไม่มีใครเก็บรักษาไว้ คนรุ่นหลังอาจไม่เหลือหลักฐานให้เรียนรู้ว่าบรรพบุรุษใช้ชีวิตอย่างไร พิพิธภัณฑ์จึงเป็นผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นส่วนบุคคลที่ขยายตัวเป็นประโยชน์สาธารณะ
นอกจากการจัดแสดงวัตถุพื้นบ้านแล้ว พื้นที่โดยรอบพิพิธภัณฑ์ยังมีบรรยากาศที่เหมาะกับการเรียนรู้อย่างช้า ๆ ผู้มาเยือนไม่ควรรีบเดินผ่านวัตถุแต่ละชิ้น เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น รอยสึกของไม้ รูปทรงของภาชนะ ร่องรอยการใช้งาน หรือวิธีประกอบชิ้นส่วนของเครื่องมือ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวได้มาก สิ่งของบางชิ้นอาจดูเรียบง่าย แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดจะเห็นทั้งความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ของผู้สร้าง
พิพิธภัณฑ์ยังเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานออกแบบและงานหัตถกรรม เพราะเครื่องมือพื้นบ้านจำนวนมากมีหลักการออกแบบที่น่าสนใจ ทั้งด้านความแข็งแรง ความเบา การใช้วัสดุน้อยแต่ได้ประโยชน์มาก และความสอดคล้องกับการใช้งานจริง นักออกแบบร่วมสมัยสามารถเรียนรู้จากสิ่งของเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่เกิดจากการใช้งาน วัสดุธรรมชาติที่เลือกอย่างเหมาะสม หรือความงามที่เกิดจากความเรียบง่ายและความจำเป็น
การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ควรใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพื่อให้สามารถชมวัตถุจัดแสดงได้อย่างไม่เร่งรีบ หากเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจเชิงลึก อาจใช้เวลามากกว่านั้นเพื่ออ่านป้ายข้อมูล สังเกตรายละเอียด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหลังชมงาน พิพิธภัณฑ์ประเภทนี้ยิ่งดูนานยิ่งเห็นความหมาย เพราะวัตถุแต่ละชิ้นไม่ได้เล่าเรื่องเฉพาะตัวเอง แต่เชื่อมโยงไปถึงระบบชีวิตของชุมชนทั้งระบบ
การเดินทาง ไปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีสะดวกมาก เพราะตั้งอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลก บนถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ตำบลในเมือง นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งพิกัดไปยังพิพิธภัณฑ์ได้โดยตรง หากพักอยู่ในตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก จากสถานีรถไฟพิษณุโลกใช้เวลาเดินทางไม่นาน และสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา พระราชวังจันทน์ และย่านริมแม่น้ำน่านได้ภายในวันเดียว
เมื่อมาเยือนพิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามกฎของสถานที่ ไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของ ไม่ใช้แฟลชหากพื้นที่มีข้อกำหนด และรักษาความสงบเพื่อให้ผู้ชมคนอื่นได้ใช้เวลาเรียนรู้อย่างเต็มที่ วัตถุหลายชิ้นเป็นของเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญา การดูแลอย่างระมัดระวังจึงเป็นการช่วยรักษามรดกของสังคมให้คงอยู่ต่อไป
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวียังสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองพิษณุโลกได้อย่างดี หลังจากชมพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปพิพิธภัณฑ์หล่อพระพุทธรูปใกล้เคียง เพื่อเรียนรู้กระบวนการหล่อพระแบบดั้งเดิม ต่อด้วยวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเพื่อสักการะพระพุทธชินราช หรือไปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ในเมือง เพื่อทำความเข้าใจพิษณุโลกทั้งในมิติศาสนา ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีมุมที่น่าสนใจหลายจุด โดยเฉพาะวัตถุพื้นบ้านที่มีพื้นผิวและรูปทรงเฉพาะตัว แต่การถ่ายภาพควรทำอย่างเคารพสถานที่และคำนึงถึงการอนุรักษ์วัตถุ ไม่ควรวางมือหรือสิ่งของบนวัตถุจัดแสดงเพื่อจัดฉาก และควรหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้เข้าชมคนอื่น ภาพที่ดีของพิพิธภัณฑ์นี้ควรถ่ายทอดความเรียบง่าย ความเก่าแก่ และคุณค่าของภูมิปัญญาไทย มากกว่าการจัดฉากเกินจริง
ในเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีช่วยให้คนรุ่นปัจจุบันมองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็ก ๆ ที่เป็นรากฐานของสังคมไทย เครื่องมือทำกิน ภาชนะพื้นบ้าน เครื่องจักสาน และของใช้ในครัวเรือนล้วนเป็นหลักฐานของแรงงาน ความคิด และความอดทนของผู้คนในอดีต การรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้จึงเท่ากับรักษาความทรงจำของผู้คนธรรมดาที่มีส่วนสร้างสังคมไทยในระดับฐานราก
โดยสรุป พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมสำหรับผู้ที่สนใจวิถีชีวิตไทย ภูมิปัญญาชาวบ้าน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายในรวบรวมข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากที่บอกเล่าเรื่องราวของคนไทยในอดีตอย่างละเอียด ผู้ก่อตั้งคือ จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงทำให้ผู้เข้าชมเห็นของเก่า แต่ทำให้เข้าใจชีวิต ความคิด ความพอเพียง และความสามารถของคนไทยในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี |
| ที่ตั้ง | ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | 26/138 ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 |
| ไฮไลต์ | แหล่งรวบรวมข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเกษตร เครื่องมือดักจับสัตว์ เครื่องวิดน้ำ เครื่องสีข้าว และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยในอดีตจำนวนมาก |
| ประวัติ / ความสำคัญ | ก่อตั้งโดย จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ เพื่ออนุรักษ์ข้าวของพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตไทยในอดีต และเคยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ปี พ.ศ. 2541 |
| ผู้ก่อตั้ง | จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ |
| ลักษณะเด่น | เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา และศาสนา ที่นำเสนอชีวิตคนไทยผ่านวัตถุใช้งานจริงในอดีต |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ผู้ใหญ่ 50 บาท, เด็ก 25 บาท |
| การเดินทาง | อยู่ในตัวเมืองพิษณุโลก เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา และพระราชวังจันทน์ได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จัดแสดงวัตถุพื้นบ้าน พื้นที่เรียนรู้ ร้านของที่ระลึก/ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านบางส่วน และสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตเมืองพิษณุโลก |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนเครื่องจักสาน โซนเครื่องปั้นดินเผา โซนเครื่องมือเกษตร โซนเครื่องมือทำมาหากิน โซนเครื่องใช้ในครัวเรือน และพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตไทยในอดีต |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานพื้นที่ | พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี / การบริหารจัดการโดยเอกชน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 055-212-749 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ่าทวี พิษณุโลก |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. โรงหล่อพระบูรณะไทย / พื้นที่เรียนรู้การหล่อพระ ใกล้พิพิธภัณฑ์ ประมาณ 100 ม. 2. ตลาดไนท์บาซาร์พิษณุโลก ประมาณ 2 กม. 3. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประมาณ 3 กม. 4. วัดนางพญา ประมาณ 3 กม. 5. พระราชวังจันทน์ ประมาณ 4 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กินครบ ถนนสนามบิน ประมาณ 200 ม. 2. Tara’s Cafe’ & Keto Shop ประมาณ 300 ม. 3. ขนมหวานทองกีบวัว ประมาณ 300 ม. 4. ก.ข้าวต้มกุ๊ย 1 ประมาณ 400 ม. 5. TASTETURE ปทุมทอง ประมาณ 700 ม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The 8 Factory Hotel Phitsanulok ประมาณ 600 ม. 2. The Park Hotel Phitsanulok ประมาณ 2 กม. 3. Fortune D Hotel Phitsanulok ประมาณ 3 กม. โทร. 055-303-833 4. The Harmony Ville ประมาณ 4 กม. โทร. 097-923-4272, 055-241-188 5. Topland Hotel & Convention Centre ประมาณ 4 กม. โทร. 055-247-801 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีตั้งอยู่เลขที่ 26/138 ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก อยู่ในตัวเมืองและเดินทางสะดวก
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีมีอะไรให้ชม?
ตอบ: ภายในมีข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านจำนวนมาก เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเกษตร เครื่องวิดน้ำ เครื่องสีข้าว เครื่องมือดักจับสัตว์ และเครื่องใช้ในครัวเรือนของคนไทยในอดีต
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดเวลา 08.30 – 16.30 น. เหมาะสำหรับวางแผนเข้าชมช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย โดยควรเผื่อเวลาเข้าชมประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท และเด็ก 25 บาท
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี?
ตอบ: ผู้ก่อตั้งคือ จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ ผู้มีบทบาทสำคัญด้านศิลปะไทยและการอนุรักษ์ข้าวของพื้นบ้านซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาไทย
ถาม: พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ ผู้สนใจวิถีชีวิตไทย ภูมิปัญญาชาวบ้าน งานหัตถกรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ถาม: เดินทางไปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันจากตัวเมืองพิษณุโลกได้สะดวก เพราะพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ในเขตเมือง
ถาม: เที่ยวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา พระราชวังจันทน์ ตลาดไนท์บาซาร์พิษณุโลก และย่านริมแม่น้ำน่านได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




