หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.ชาติตระการ >ต.บ่อภาค > อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อยู่ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดพิษณุโลก โดยมีพื้นที่สำคัญในอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวันตามประกาศอุทยานฯ เวลา แนะนำเข้าติดต่อและลงทะเบียนช่วง 08.00 – 13.00 น.
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

วันเปิดทำการ: ทุกวันตามประกาศอุทยานฯ
เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าติดต่อและลงทะเบียนช่วง 08.00 – 13.00 น. สำหรับการขึ้นลานสนในฤดูกาลเปิดท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นที่สุดของภาคเหนือตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูงใกล้แนวชายแดนไทย-ลาว ภูมิประเทศของที่นี่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน หน้าผาสูง สันเขา ป่าดิบเขา ป่าสน ทุ่งหญ้า น้ำตก และลานสนกว้างใหญ่ที่นักเดินป่าทั่วประเทศรู้จักกันดี จุดเด่นสำคัญของภูสอยดาวคือความงามของป่าสนสามใบ ทุ่งดอกหงอนนาค ทะเลหมอก น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ และเส้นทางเดินป่าระยะประมาณ 6.5 กิโลเมตรที่ท้าทายแต่คุ้มค่ากับทุกก้าวที่เดินขึ้นไปถึงลานสนด้านบน
ภูสอยดาวเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างจริงจัง เพราะการขึ้นไปยังลานสนไม่ได้ใช้รถขึ้นถึงจุดกางเต็นท์ แต่ต้องเดินเท้าจากจุดเริ่มต้นบริเวณน้ำตกภูสอยดาว ผ่านเส้นทางป่าที่มีทั้งช่วงร่มรื่น ทางชัน เนินต่อเนื่อง และจุดพักตามธรรมชาติ เส้นทางนี้ทำให้ผู้เดินทางได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศตั้งแต่ป่าด้านล่าง ลำธาร น้ำตก ไปจนถึงป่าสนบนพื้นที่สูง ระยะทางแม้ไม่ยาวมากเมื่อเทียบกับเส้นทางเดินป่าหลายแห่ง แต่ด้วยความชันและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว จึงต้องเตรียมร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อม
พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวมีความสูงเด่นชัด โดยยอดภูสอยดาวมีความสูงประมาณ 2,102 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนลานสนที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปกางเต็นท์อยู่บนพื้นที่สูงที่มีอากาศเย็นและสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ ความสูงของพื้นที่ทำให้ภูสอยดาวมีบรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่ราบโดยรอบอย่างชัดเจน ในฤดูฝนป่าไม้และทุ่งหญ้าจะเขียวชุ่ม ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง และหมอกลอยผ่านแนวสน ส่วนฤดูหนาวอากาศเย็นจัดในบางช่วง โดยเฉพาะตอนเช้ามืดที่อาจเกิดแม่คะนิ้งบนยอดหญ้าและใบไม้ สร้างภาพธรรมชาติที่น่าประทับใจสำหรับผู้ที่ชอบอากาศหนาวและการพักแรมกลางป่า
ความโดดเด่นที่สุดของภูสอยดาวคือ ลานสนภูสอยดาว ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างบนภูเขาที่ปกคลุมด้วยสนสามใบสูงโปร่งเรียงรายอย่างงดงาม ท่ามกลางทุ่งหญ้าและดอกไม้ป่าตามฤดูกาล บรรยากาศของลานสนในยามเช้าเป็นภาพที่หลายคนจดจำได้อย่างลึกซึ้ง เมื่อหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งระหว่างแนวสน แสงแรกของวันลอดผ่านยอดไม้ และลมเย็นพัดผ่านเต็นท์อย่างแผ่วเบา ภาพเหล่านี้ทำให้ลานสนภูสอยดาวกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักเดินป่าไทย และเป็นสถานที่ที่หลายคนตั้งใจมาเยือนให้ได้อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต
ในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว ภูสอยดาวมีชื่อเสียงมากจาก ดอกหงอนนาค ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าสีม่วงอมฟ้าที่ขึ้นกระจายอยู่ตามทุ่งโล่งบนลานสน เมื่อดอกหงอนนาคบานพร้อมกัน พื้นที่บางส่วนของลานสนจะกลายเป็นทุ่งสีม่วงอ่อนที่ตัดกับสีเขียวของหญ้าและแนวสนได้อย่างงดงาม ช่วงที่นิยมชมดอกหงอนนาคคือประมาณเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดินมีความชุ่มชื้นและอากาศเย็น การได้เดินท่ามกลางดอกไม้ป่าบนพื้นที่สูงหลังจากเดินขึ้นเขามาหลายชั่วโมง เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ภูสอยดาวมีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เหมือนภูเขาแห่งอื่น
นอกจากดอกหงอนนาคแล้ว ภูสอยดาวยังมีพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลายชนิด เช่น กล้วยไม้ป่า เฟิร์น มอสส์ ไม้ดอกตามฤดูกาล และพืชพื้นที่สูงที่เจริญเติบโตตามซอกหิน ทุ่งหญ้า และใต้ร่มสน ความหลากหลายของพืชพรรณสะท้อนให้เห็นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศบนภูเขาสูง พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาที่เชื่อมต่อกับเทือกเขาเพชรบูรณ์และเทือกเขาหลวงพระบางในประเทศลาว ทำให้มีองค์ประกอบทางชีวภาพที่น่าสนใจทั้งในระดับพืช สัตว์ป่า แมลง และระบบต้นน้ำ
น้ำตกภูสอยดาวเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวมักแวะชมก่อนหรือหลังการเดินขึ้นลานสน น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของอุทยาน มีสายน้ำไหลผ่านชั้นหินและป่าเขียวขจี บริเวณน้ำตกให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะกับการพักผ่อน ถ่ายภาพ และเตรียมใจก่อนเข้าสู่เส้นทางเดินป่า ส่วนบริเวณลานสนด้านบนยังมีน้ำตกสายทิพย์ ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่นักท่องเที่ยวที่พักค้างแรมสามารถเดินไปชมได้ น้ำตกสายทิพย์มีเสน่ห์จากบรรยากาศป่าสนและความเงียบสงบของพื้นที่สูง ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การพักแรมบนภูสอยดาวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เส้นทางเดินขึ้นลานสนภูสอยดาวมีระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางที่นักเดินป่ารู้จักกันดีจากชื่อเนินต่าง ๆ เช่น เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ชื่อของแต่ละเนินสะท้อนความชันและความท้าทายของเส้นทางได้เป็นอย่างดี แม้ชื่อบางเนินจะฟังดูหนัก แต่เมื่อเดินจริงจะพบว่าทุกช่วงมีความงามของธรรมชาติช่วยเติมกำลังใจ ไม่ว่าจะเป็นเสียงลำธาร ความร่มรื่นของต้นไม้ ความเย็นของอากาศ หรือวิวภูเขาที่ค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้นตามระดับความสูง
โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวใช้เวลาประมาณ 4 – 6 ชั่วโมงในการเดินจากจุดเริ่มต้นขึ้นไปถึงลานสน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย น้ำหนักสัมภาระ สภาพอากาศ และจำนวนผู้เดินทาง การเดินขึ้นภูสอยดาวจึงไม่ควรเร่งรีบเกินไป ควรเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอ พักเป็นระยะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือลูกหาบในพื้นที่ การเดินอย่างมีสติจะช่วยให้ถึงปลายทางอย่างปลอดภัย และทำให้ได้สัมผัสธรรมชาติระหว่างทางอย่างเต็มที่
ระบบลูกหาบเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวภูสอยดาวที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินป่า โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการแบกสัมภาระหนักขึ้นไปเอง ลูกหาบจะช่วยขนเต็นท์ อุปกรณ์นอน อาหาร และสัมภาระตามน้ำหนักที่กำหนด การใช้บริการลูกหาบไม่เพียงช่วยลดภาระของนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการสนับสนุนรายได้ของชุมชนและแรงงานท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญเส้นทาง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรจัดสัมภาระให้เป็นระเบียบ ไม่บรรทุกสิ่งของเกินจำเป็น และปฏิบัติตามกฎของอุทยานเกี่ยวกับน้ำหนักและการรับฝากสัมภาระ
พื้นที่ลานสนด้านบนมีลานกางเต็นท์ ห้องสุขา และจุดบริการพื้นฐาน แต่ไม่มีความสะดวกสบายแบบรีสอร์ท นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวให้พร้อม เช่น ถุงนอน เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน ไฟฉาย อาหารแห้ง น้ำดื่ม อุปกรณ์ทำอาหารที่เหมาะสม และถุงขยะสำหรับนำขยะกลับลงมา การพักบนลานสนจึงเป็นการใช้ชีวิตกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ความเรียบง่ายของที่พักแรมทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความสงบของภูเขา ฟังเสียงลมผ่านยอดสน และเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวในวันที่อากาศเปิด
ในยามค่ำคืน ภูสอยดาวให้บรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงกลางวันอย่างชัดเจน อุณหภูมิลดลง ลมพัดแรงขึ้น และความมืดทำให้ท้องฟ้าดูกว้างใหญ่กว่าปกติ หากไม่มีฝนและท้องฟ้าเปิด นักท่องเที่ยวสามารถชมดาวได้อย่างสวยงามจากบริเวณลานกางเต็นท์ ความเงียบของป่าสนและเสียงธรรมชาติรอบตัวทำให้การพักแรมบนภูสอยดาวเป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ เพราะผู้มาเยือนได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติทั้งกลางวัน กลางคืน และยามเช้า
ทะเลหมอกเป็นอีกหนึ่งรางวัลของผู้ที่พักค้างคืนบนภูสอยดาว เมื่อแสงเช้าค่อย ๆ ปรากฏเหนือแนวเขา หมอกสีขาวจะลอยตัวอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง บางวันหมอกหนาแน่นจนดูเหมือนทะเลสีขาว บางวันหมอกบางเผยให้เห็นชั้นภูเขาสลับซับซ้อน ภาพเหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากยอมเหน็ดเหนื่อยกับการเดินขึ้นเขา การได้ยืนเงียบ ๆ ท่ามกลางลมเย็นและแสงแรกของวันเป็นประสบการณ์ที่สะท้อนความงดงามของภูสอยดาวได้อย่างชัดเจนที่สุด
ด้านประวัติศาสตร์และสังคม พื้นที่ภูสอยดาวเคยเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวม้งที่ใช้พื้นที่สูงเพื่อทำกินในอดีต ก่อนการประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ บางบริเวณเคยถูกใช้เป็นไร่เลื่อนลอย ทำให้ผืนป่าบางส่วนเสื่อมโทรมลง ต่อมาเมื่อมีการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติและมีการฟื้นฟูธรรมชาติ พื้นที่ที่เคยถูกใช้ประโยชน์ทางเกษตรบางส่วนค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ กลายเป็นทุ่งหญ้า ป่าสน และแหล่งดอกไม้ป่าที่งดงามในปัจจุบัน เรื่องราวนี้ทำให้ภูสอยดาวเป็นตัวอย่างสำคัญของการฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติและการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ใช้ประโยชน์สู่พื้นที่อนุรักษ์
ภูสอยดาวยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและชุมชนด้านล่าง สายน้ำจากภูเขาช่วยหล่อเลี้ยงป่า ลำธาร น้ำตก และชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโดยรอบ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าบนภูเขาสูงจึงไม่ใช่เรื่องของทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับน้ำ ดิน อากาศ สัตว์ป่า พืชพรรณ และชีวิตของผู้คน การอนุรักษ์ภูสอยดาวจึงมีความสำคัญทั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและฐานทรัพยากรธรรมชาติที่สนับสนุนชีวิตในวงกว้าง
สัตว์ป่าในเขตอุทยานมีหลากหลายกลุ่ม ทั้งนก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงป่าที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศป่าสน ป่าดิบเขา และป่าเบญจพรรณ นักท่องเที่ยวอาจพบร่องรอยสัตว์หรือได้ยินเสียงนกในช่วงเช้าและเย็น การสังเกตสัตว์ป่าควรทำอย่างเงียบสงบ ไม่เข้าใกล้ ไม่ให้อาหาร และไม่รบกวนถิ่นอาศัย การชมธรรมชาติอย่างรับผิดชอบเป็นหัวใจสำคัญของการเที่ยวอุทยานแห่งชาติ เพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่เปราะบาง
เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางภูเขายอดนิยมอื่น ๆ ภูสอยดาวมีเอกลักษณ์ชัดเจนจากการรวม 3 สิ่งไว้ด้วยกัน คือเส้นทางเดินป่าที่ท้าทาย ป่าสนสามใบที่กว้างและงดงาม และทุ่งดอกหงอนนาคที่บานตามฤดูกาล ภูกระดึงมีเสน่ห์จากหน้าผาและทุ่งราบกว้างบนยอดเขา ดอยอินทนนท์มีชื่อเสียงจากการเป็นยอดเขาสูงสุดของประเทศ แต่ภูสอยดาวมีบุคลิกของนักเดินป่าที่ต้องการสัมผัสความเหนื่อย ความงาม และความสงบในระดับที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากเป็นพิเศษ
ฤดูกาลท่องเที่ยวของภูสอยดาวต้องพิจารณาจากประกาศของอุทยานเป็นหลัก เพราะบริเวณลานสนมีการปิดฟื้นฟูประจำปีในช่วงฤดูแล้งเพื่อให้ธรรมชาติได้พักตัวและลดความเสี่ยงจากไฟป่า สำหรับปี พ.ศ. 2569 อุทยานประกาศปิดการท่องเที่ยวบริเวณลานสนตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569 และมีกำหนดเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอีกครั้งหลังสิ้นสุดช่วงฟื้นฟูตามประกาศอุทยาน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะหากมีแผนขึ้นลานสน พักแรม หรือใช้บริการลูกหาบ
ช่วงที่นิยมมากที่สุดสำหรับการขึ้นภูสอยดาวคือฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนสิงหาคมถึงกันยายนสำหรับชมดอกหงอนนาค และช่วงปลายฝนต้นหนาวสำหรับชมหมอก ป่าสน และอากาศเย็น หากต้องการอากาศหนาวจัดและบรรยากาศกางเต็นท์แบบฤดูหนาว ควรเลือกช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคมก่อนการปิดฟื้นฟูประจำปี แต่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะอุณหภูมิบนลานสนในช่วงกลางคืนอาจต่ำกว่าพื้นที่ราบมาก
การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวสามารถเดินทางได้ทั้งจากฝั่งจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดพิษณุโลก จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้เป็นทางขึ้นลานสนอยู่ในพื้นที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ใกล้ตำบลห้วยมุ่น หากเดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลกสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอชาติตระการและตำบลบ่อภาค หรือเชื่อมต่อเส้นทางไปยังอำเภอน้ำปาดตามสภาพเส้นทางที่เหมาะสม หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถวางแผนผ่านจังหวัดพิษณุโลกหรืออุตรดิตถ์แล้วต่อไปยังที่ทำการอุทยาน เส้นทางมีช่วงภูเขาและทางโค้ง ควรตรวจสภาพรถ ระบบเบรก ยาง น้ำมัน และสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว ควรวางแผนต่อรถอย่างรอบคอบ เพราะพื้นที่อุทยานอยู่ห่างจากตัวเมืองและระบบขนส่งสาธารณะไม่หนาแน่นเท่าแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังอำเภอน้ำปาดหรือพื้นที่ใกล้เคียง แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าสู่อุทยาน การเดินทางแบบนี้ควรติดต่อที่พักหรืออุทยานล่วงหน้าเพื่อสอบถามตัวเลือกการเดินทาง เวลารถ และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
ก่อนขึ้นลานสน นักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียนและปฏิบัติตามเงื่อนไขของอุทยาน โดยทั่วไปจะมีการกำหนดเวลาลงทะเบียนและควบคุมจำนวนผู้ขึ้นพักแรมเพื่อความปลอดภัยและการจัดการพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรมาถึงตั้งแต่เช้า เตรียมบัตรประจำตัว ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนด และจัดสัมภาระให้พร้อมก่อนส่งให้ลูกหาบหรือแบกขึ้นเอง การมาถึงช้าเกินเวลาที่กำหนดอาจทำให้ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นลานสนในวันนั้น
สิ่งที่ควรเตรียมสำหรับการขึ้นภูสอยดาว ได้แก่ รองเท้าสำหรับเดินป่าที่เกาะพื้นได้ดี เสื้อกันฝน เสื้อกันหนาว ถุงมือ หมวก ไฟฉายหรือไฟคาดหัว ถุงนอน แผ่นรองนอน อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาประจำตัว ยาดม ยาแก้ปวด พลาสเตอร์ อุปกรณ์กันทากตามฤดูกาล และถุงสำหรับเก็บขยะกลับลงมา การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงระหว่างเดินทางและทำให้สามารถสนุกกับธรรมชาติได้เต็มที่โดยไม่เป็นภาระต่อเจ้าหน้าที่หรือเพื่อนร่วมทาง
ข้อปฏิบัติสำคัญคือไม่เก็บดอกไม้ป่า ไม่เหยียบย่ำแปลงดอกหงอนนาค ไม่ตัดกิ่งไม้ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ก่อไฟนอกจุดที่อนุญาต และไม่รบกวนสัตว์ป่า พื้นที่ลานสนเป็นระบบนิเวศที่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน การกระทำเล็ก ๆ เช่น เหยียบดอกไม้หรือทิ้งเศษอาหาร อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด การเที่ยวภูสอยดาวอย่างมีความรับผิดชอบจึงเป็นหน้าที่ของผู้เดินทางทุกคน
ภูสอยดาวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งนักเดินป่ามือใหม่ที่เตรียมตัวดี นักเดินป่าประสบการณ์สูง นักถ่ายภาพธรรมชาติ ผู้ที่ชอบดอกไม้ป่า กลุ่มเพื่อน คู่รัก และผู้ที่ต้องการพิสูจน์ความแข็งแรงของตนเองผ่านเส้นทางภูเขา อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพรุนแรง ผู้ที่ไม่พร้อมเดินขึ้นเขาหลายชั่วโมง หรือผู้ที่ไม่สามารถพักในสภาพแวดล้อมพื้นฐานได้ ควรประเมินร่างกายอย่างตรงไปตรงมาก่อนตัดสินใจเดินทาง
เมื่อสรุปภาพรวม อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวเป็นจุดหมายที่รวมความงาม ความท้าทาย และคุณค่าทางธรรมชาติไว้ครบถ้วน ป่าสนสามใบ ทุ่งดอกหงอนนาค ทะเลหมอก น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ เส้นทางเดินป่า และท้องฟ้ายามค่ำคืน ล้วนสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเที่ยวภูเขาแบบทั่วไป การมาเยือนภูสอยดาวไม่ได้ให้เพียงภาพถ่ายสวย ๆ แต่ยังให้บทเรียนเรื่องความอดทน การเคารพธรรมชาติ และการเห็นคุณค่าของผืนป่าที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว |
| ที่ตั้ง | ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดพิษณุโลก โดยมีพื้นที่สำคัญในอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ 53110 |
| ไฮไลต์ | ลานสนภูสอยดาว ป่าสนสามใบ ทุ่งดอกหงอนนาค น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ ทะเลหมอก เส้นทางเดินป่า 6.5 กม. และการกางเต็นท์บนพื้นที่สูง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | พื้นที่เคยเกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่สูงของชุมชนม้งและการฟื้นฟูพื้นที่ป่า ก่อนพัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงด้านการเดินป่า ป่าสน และดอกไม้ป่าบนพื้นที่สูง |
| ลักษณะพื้นที่ | ภูเขาสูงใกล้ชายแดนไทย-ลาว มีป่าดิบเขา ป่าสน ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า น้ำตก ลำธาร และพื้นที่ลานสนบนภูเขา |
| ความสูง | ยอดภูสอยดาวสูงประมาณ 2,102 เมตรจากระดับน้ำทะเล |
| พืชและระบบนิเวศ | ป่าสนสามใบ ดอกหงอนนาค กล้วยไม้ป่า เฟิร์น มอสส์ ดอกไม้ป่าตามฤดูกาล ป่าดิบเขา และระบบนิเวศต้นน้ำบนพื้นที่สูง |
| กิจกรรมแนะนำ | เดินป่าขึ้นลานสน กางเต็นท์ ชมดอกหงอนนาค ชมทะเลหมอก ชมน้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ ถ่ายภาพป่าสน ดูดาว และศึกษาธรรมชาติพื้นที่สูง |
| การเดินทาง | เดินทางได้จากฝั่งจังหวัดอุตรดิตถ์หรือจังหวัดพิษณุโลก จุดขึ้นลานสนอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฝั่งอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า และควรเดินทางถึงก่อนเวลาลงทะเบียนขึ้นลานสน |
| สถานะปัจจุบัน | ลานสนภูสอยดาวปิดฟื้นฟูประจำปี พ.ศ. 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569 ส่วนการเปิดพื้นที่อื่นให้ยึดประกาศล่าสุดของอุทยาน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันตามประกาศอุทยานฯ โดยพื้นที่ลานสนเปิดเป็นฤดูกาล |
| เวลาเปิดทำการ | แนะนำเข้าติดต่อและลงทะเบียนช่วง 08.00 – 13.00 น. สำหรับการขึ้นลานสนในฤดูกาลเปิดท่องเที่ยว |
| ค่าเข้า | คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดลงทะเบียน ลูกหาบ ลานกางเต็นท์ ห้องสุขา จุดบริการน้ำตามฤดูกาล ร้านค้าสวัสดิการ และพื้นที่พักแรมตามประกาศอุทยาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ที่ทำการอุทยาน น้ำตกภูสอยดาว เส้นทางเดินขึ้นลานสน เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ ลานสนภูสอยดาว ทุ่งดอกหงอนนาค และน้ำตกสายทิพย์ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ: นายฟารุต ใจทัศน์กุล |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 095-6299528, 0-5543-6001-2 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว - Phu Soi Dao National Park |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. น้ำตกภูสอยดาว ประมาณ 0.5 กม. 2. น้ำตกสายทิพย์ ประมาณ 6.5 กม. จากจุดเริ่มเดินขึ้นลานสน 3. ลานสนภูสอยดาว ประมาณ 6.5 กม. จากจุดเริ่มเดินเท้า 4. ไปนามา กม.44 ประมาณ 20 กม. 5. บ้านบ่อภาค อำเภอชาติตระการ ประมาณ 25 กม. 6. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ฝั่งพื้นที่ชาติตระการ ประมาณ 30 กม. 7. เขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 40 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านค้าสวัสดิการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ประมาณ 0 กม. โทร. 095-6299528 2. น้องเหมียวอาหารตามสั่ง ประมาณ 1 กม. โทร. 089-0950573 3. Soi Dao Cafe ประมาณ 13 กม. 4. ไปนามา กม.44 Cafe ประมาณ 20 กม. โทร. 065-4311499 5. ร้านอาหารท้องถิ่นบ้านบ่อภาค ประมาณ 25 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ประมาณ 0 กม. โทร. 095-6299528 2. ไปนามา กม.44 ประมาณ 20 กม. โทร. 065-4311499 3. บ้านพักรับรองเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 40 กม. 4. บ้านพักเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 41 กม. 5. ภูผาน้ำ รีสอร์ท ประมาณ 50 กม. 6. ภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ประมาณ 49 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดพิษณุโลก โดยจุดขึ้นลานสนหลักอยู่บริเวณอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ใกล้แนวชายแดนไทย-ลาว
ถาม: ภูสอยดาวมีอะไรน่าเที่ยว?
ตอบ: จุดเด่นคือเส้นทางเดินป่าขึ้นลานสน ป่าสนสามใบ ทุ่งดอกหงอนนาค ทะเลหมอก น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ การกางเต็นท์ ดูดาว และบรรยากาศภูเขาสูงที่เย็นสบาย
ถาม: ลานสนภูสอยดาวเปิดช่วงไหน?
ตอบ: ลานสนภูสอยดาวเปิดเป็นฤดูกาล และมีการปิดฟื้นฟูประจำปี โดยปี พ.ศ. 2569 ปิดตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569 นักท่องเที่ยวควรตรวจประกาศอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถาม: เส้นทางเดินขึ้นภูสอยดาวยากไหม?
ตอบ: เส้นทางเดินขึ้นลานสนระยะประมาณ 6.5 กม. มีหลายช่วงชันและใช้เวลาประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง เหมาะกับผู้ที่เตรียมร่างกายดี มีรองเท้าเดินป่า และพร้อมเดินขึ้นเขาต่อเนื่องหลายชั่วโมง
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการชมดอกหงอนนาค?
ตอบ: ช่วงที่นิยมชมดอกหงอนนาคคือประมาณเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนที่ดินชุ่มชื้นและดอกไม้ป่าบานสวยบนลานสน
ถาม: ภูสอยดาวสามารถกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถกางเต็นท์ได้ในฤดูกาลเปิดลานสน โดยต้องลงทะเบียนและปฏิบัติตามเงื่อนไขของอุทยาน มีลานกางเต็นท์ ห้องสุขา และบริการพื้นฐานตามที่อุทยานกำหนด
ถาม: ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนขึ้นภูสอยดาว?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าเดินป่า เสื้อกันฝน เสื้อกันหนาว ไฟฉาย ถุงนอน อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาประจำตัว อุปกรณ์กันทากตามฤดูกาล และถุงสำหรับนำขยะกลับลงมา
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวเท่าไร?
ตอบ: ค่าบริการเข้าอุทยานสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
โทร : 6655419234
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




