หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.ชาติตระการ >ต.บ่อภาค > อุทยานแห่งชาติสวนพฤกษศาสตร์
TL;DR: อุทยานแห่งชาติสวนพฤกษศาสตร์ อยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เปิดจันทร์ – เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก จากอำเภอชาติตระการไปยังสวนพฤกษศาสตร์ประมาณ 95 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง.
อุทยานแห่งชาติสวนพฤกษศาสตร์

วันเปิดทำการ: จันทร์ – เสาร์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางภูมิประเทศสูงของแนวเทือกเขาภูขัด ภูเมี่ยง และภูสอยดาว มีความสูงประมาณ 750 – 1,280 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศเย็นสบายกว่าพื้นที่ราบโดยรอบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากตัวเมือง เข้ามาสัมผัสธรรมชาติ สายหมอก ภูเขา พรรณไม้หายาก และบรรยากาศสงบของป่าภาคเหนือตอนล่างในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว
สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสวนดอกไม้หรือจุดชมวิวบนภูเขาเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษา การวิจัย การฟื้นฟูป่า และการสร้างความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ มีภารกิจในการรวบรวมพรรณไม้ของภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะพืชพื้นที่สูง พืชหายาก พืชถิ่นเดียว และพืชเสี่ยงสูญพันธุ์ เพื่อนำมาศึกษา ขยายพันธุ์ อนุรักษ์นอกถิ่นอาศัย และเผยแพร่ความรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา ชุมชน และนักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติอย่างจริงจัง
จุดเด่นที่ทำให้สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป คือความสมบูรณ์ของสังคมพืชหลายรูปแบบในพื้นที่เดียวกัน ทั้งป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่สะท้อนความหลากหลายของพื้นที่ภูเขาภาคเหนือตอนล่างและพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะได้เห็นลักษณะพรรณไม้ที่ต่างจากป่าในพื้นที่ราบ ทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม เฟิน มอส กล้วยไม้ และพืชดอกเฉพาะถิ่นที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็นชื้นของภูเขา
หนึ่งในพันธุ์ไม้สำคัญของสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ คือ สร้อยสยาม ซึ่งเป็นพืชถิ่นเดียวและเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพิษณุโลก พรรณไม้ชนิดนี้มีคุณค่าทั้งในเชิงพฤกษศาสตร์และเชิงอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพราะช่วยสะท้อนความเฉพาะตัวของพื้นที่พิษณุโลกได้อย่างชัดเจน การมีสร้อยสยามอยู่ในพื้นที่ทำให้สวนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ทั่วไป แต่เป็นแหล่งอนุรักษ์พืชที่เกี่ยวข้องกับตัวตนของจังหวัดโดยตรง ผู้มาเยือนจึงได้เรียนรู้ว่าความสวยงามของดอกไม้หนึ่งชนิดสามารถเชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่นได้อย่างไร
นอกจากสร้อยสยามแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องกล้วยไม้หายากและกล้วยไม้ไทยหลายชนิด เช่น มณฑาภู รองเท้านารีอินทนนท์ เอื้องพลายชมพู และสามปอยหลวง กล้วยไม้เหล่านี้เป็นพรรณไม้ที่มีคุณค่าในเชิงอนุรักษ์ เพราะหลายชนิดต้องอาศัยสภาพแวดล้อมเฉพาะ ทั้งระดับความสูง ความชื้น แสง และอุณหภูมิที่เหมาะสม การได้ชมกล้วยไม้ในพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์จึงแตกต่างจากการชมไม้ประดับทั่วไป เพราะผู้มาเยือนจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับสภาพแวดล้อมจริง และเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมการอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำจึงสำคัญต่อการคงอยู่ของพันธุ์ไม้เหล่านี้
สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ ยังมีโรงเรือนและพื้นที่จัดแสดงพรรณไม้ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มกล้วยไม้และพืชพื้นที่สูง ซึ่งเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ นักเรียน นักศึกษา และครอบครัวที่ต้องการพาเด็ก ๆ มาสัมผัสธรรมชาติแบบมีเนื้อหาสาระ ที่นี่ช่วยเปิดมุมมองว่าการท่องเที่ยวธรรมชาติไม่จำเป็นต้องจบเพียงการถ่ายภาพ แต่สามารถต่อยอดไปสู่ความเข้าใจเรื่องระบบนิเวศ การอนุรักษ์ การเพาะขยายพันธุ์ และความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมได้
ที่มาของสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ เกี่ยวข้องกับพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ภายหลังการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินงานของโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ภูขัด ภูเมี่ยง และภูสอยดาว เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2542 พื้นที่นี้จึงได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ แหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดพิษณุโลก ประวัติดังกล่าวทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นสวนพฤกษศาสตร์ทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนชายแดน
ในอดีต พื้นที่บ้านร่มเกล้าและบริเวณใกล้เคียงมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ร่องรอยและเรื่องเล่าจากอดีตทำให้ภูมิทัศน์ที่เห็นในปัจจุบันมีมิติทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ด้วย เมื่อพื้นที่ดังกล่าวได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ภาพของพื้นที่จึงเปลี่ยนจากพื้นที่ที่เคยมีความตึงเครียด ไปสู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ การอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ เป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้ธรรมชาติและองค์ความรู้เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับชุมชน
ภารกิจด้านการฟื้นฟูป่าเป็นอีกหัวใจสำคัญของสวนแห่งนี้ พื้นที่บางส่วนเคยเป็นป่าเสื่อมโทรมหรือพื้นที่ที่ต้องการการฟื้นฟู จึงมีการปลูกป่า ดูแลพันธุ์ไม้ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม การอนุรักษ์ในลักษณะนี้ไม่ได้มองป่าเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เห็นป่าเป็นระบบชีวิตที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ดิน อากาศ สัตว์ป่า พืชพรรณ และชุมชนโดยรอบ เมื่อป่าได้รับการฟื้นฟู พื้นที่ก็สามารถกลับมาเป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่พักผ่อนของผู้คนได้อีกครั้ง
ความสัมพันธ์ระหว่างสวนพฤกษศาสตร์กับชุมชนบ้านร่มเกล้าเป็นสิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีชีวิต ชุมชนในพื้นที่และหมู่บ้านใกล้เคียงมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลทรัพยากร การต้อนรับนักท่องเที่ยว และการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น การพัฒนาพื้นที่ไม่ได้มุ่งเฉพาะการปลูกต้นไม้หรือสร้างจุดชมวิว แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสร้างรายได้เสริม และการปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนเห็นคุณค่าของป่าในฐานะทรัพยากรที่ต้องรักษาร่วมกัน
บรรยากาศของสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ เป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญ ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นแนวภูเขาสวยงามหลายทิศทาง โดยเฉพาะภูขัด ภูเมี่ยง และภูสอยดาว ซึ่งเป็นภูเขาสำคัญของพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จุดชมวิวบางบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกล โดยเฉพาะช่วงเช้าในฤดูฝนและฤดูหนาวที่มีสายหมอกปกคลุมยอดเขา ส่วนช่วงเย็นจะได้บรรยากาศสงบของแสงสุดท้ายเหนือแนวภูเขา เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติและผู้ที่ต้องการพักใจจากความเร่งรีบในเมือง
จุดชมวิวค้อเดียวดายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวกล่าวถึงมาก เพราะสามารถชมทะเลหมอกยามเช้าและทิวทัศน์ภูเขาได้อย่างงดงาม คำว่า “ค้อเดียวดาย” ชวนให้เกิดภาพของต้นค้อที่ยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของภูเขา เหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น ชมหมอก และเก็บภาพธรรมชาติในมุมที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดพิษณุโลก นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมหมอกควรพักค้างคืนหรือตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาที่สวยที่สุดมักอยู่ก่อนและหลังพระอาทิตย์ขึ้นไม่นาน
สำหรับผู้ที่ชอบการพักแรมกลางธรรมชาติ สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ มีลานกางเต็นท์และพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศภูเขา การนอนเต็นท์บนพื้นที่สูงช่วยให้สัมผัสอากาศเย็น ลมภูเขา ท้องฟ้ายามค่ำคืน และบรรยากาศเงียบสงบได้ชัดเจนกว่าการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ในวันที่ท้องฟ้าเปิด นักท่องเที่ยวสามารถชมดวงดาวจำนวนมากเหนือแนวภูเขา เป็นประสบการณ์ที่เหมาะกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และนักเดินทางที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง
นอกจากธรรมชาติแล้ว สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ ยังมีมิติทางวัฒนธรรมจากชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง กิจกรรมทางวัฒนธรรมในบางช่วงอาจมีการแสดงต้อนรับ การแสดงประเพณีท้องถิ่น เรื่องเล่าความเป็นมาของชุมชน และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนบนพื้นที่สูง สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้การเดินทางไม่ได้เป็นเพียงการมาชมดอกไม้หรือวิวภูเขา แต่เป็นการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า และภูมิประเทศ
ฤดูกาลท่องเที่ยวของสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ มีเสน่ห์ต่างกันไป ฤดูหนาวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็น ดอกไม้เมืองหนาว และบรรยากาศกางเต็นท์ ส่วนฤดูฝนเหมาะกับผู้ที่ชอบความเขียวชุ่มของป่าและทะเลหมอกที่มักเกิดขึ้นหลังฝนตก ส่วนฤดูร้อนสามารถชมกล้วยไม้และพรรณไม้บางชนิดที่ออกดอกตามฤดูกาลได้ การเลือกช่วงเวลาเดินทางจึงควรขึ้นอยู่กับสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการสัมผัส หากต้องการหมอกและอากาศหนาวควรเลือกช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาว แต่ถ้าต้องการชมความสมบูรณ์ของป่า ฤดูฝนก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว
ผู้ที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติจะพบว่าที่นี่มีองค์ประกอบหลากหลาย ทั้งดอกไม้ กล้วยไม้ เฟิน ป่าเขียวชื้น ลานกางเต็นท์ จุดชมวิว ทะเลหมอก พระอาทิตย์ตก และวิถีชุมชนบนพื้นที่สูง ภาพถ่ายจากสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ จึงสามารถเล่าเรื่องได้หลายมิติ ไม่ใช่เพียงภาพดอกไม้สวย แต่ยังเป็นภาพของการอนุรักษ์ ระบบนิเวศ และการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรเตรียมกล้องหรือโทรศัพท์ให้พร้อม และควรใช้เวลาเดินช้า ๆ เพื่อสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ระหว่างทาง
ในด้านการเรียนรู้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เหมาะมากสำหรับการจัดกิจกรรมค่ายธรรมชาติ ค่ายสิ่งแวดล้อม หรือการศึกษานอกห้องเรียน เพราะมีองค์ประกอบครบทั้งระบบนิเวศจริง พรรณไม้หายาก พื้นที่ฟื้นฟูป่า และตัวอย่างการทำงานอนุรักษ์ที่เชื่อมโยงกับชุมชน นักเรียนสามารถเรียนรู้เรื่องการจำแนกพรรณไม้ การขยายพันธุ์กล้วยไม้ การเก็บตัวอย่างพืชอย่างถูกวิธี ความสำคัญของพืชถิ่นเดียว และแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การเรียนรู้จากพื้นที่จริงเช่นนี้ช่วยให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าใจง่ายและจดจำได้มากกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางคือพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ อยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองพิษณุโลกและอยู่ในพื้นที่ภูเขา การเดินทางควรวางแผนล่วงหน้า ตรวจสอบสภาพรถ น้ำมัน และสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝน แม้เส้นทางหลักจะเป็นถนนลาดยาง แต่บางช่วงเป็นทางขึ้นเขาและมีระยะทางยาว การขับรถควรใช้ความระมัดระวัง ไม่เร่งรีบ และควรเดินทางในช่วงกลางวันเพื่อความปลอดภัย
การเดินทาง ไปสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด จากตัวเมืองพิษณุโลกสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง เช่น เส้นทางผ่านอำเภอวัดโบสถ์และอำเภอชาติตระการ หรือเส้นทางผ่านอำเภอวังทอง อำเภอนครไทย แล้วเข้าสู่อำเภอชาติตระการ จากนั้นใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลบ่อภาค ระยะทางโดยรวมจากตัวเมืองค่อนข้างไกลและใช้เวลาหลายชั่วโมง ส่วนจากอำเภอชาติตระการไปยังสวนพฤกษศาสตร์มีระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถนนเป็นทางลาดยางตลอดเส้นทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบวันเดียวหรือพักค้างคืนเพื่อชมหมอกและดาว
การเตรียมตัวสำหรับการเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ ควรให้ความสำคัญกับเสื้อกันหนาว รองเท้าที่เดินสะดวก ไฟฉาย ยาประจำตัว น้ำดื่ม และอุปกรณ์กันฝนตามฤดูกาล หากต้องการกางเต็นท์ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อสอบถามพื้นที่ว่าง เงื่อนไขการเข้าพัก และอุปกรณ์ที่มีให้บริการ นักท่องเที่ยวควรนำขยะกลับออกจากพื้นที่ ไม่เก็บพืช ดอกไม้ หรือเมล็ดพันธุ์ออกจากสวน และควรเดินตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อไม่รบกวนระบบนิเวศ
สิ่งที่ทำให้สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ มีคุณค่ามากคือการเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยง “การเที่ยว” กับ “การอนุรักษ์” อย่างเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนจะได้เห็นความงามของป่า แต่ในเวลาเดียวกันก็ได้เห็นความพยายามของเจ้าหน้าที่และชุมชนในการดูแลพันธุ์ไม้ ฟื้นฟูพื้นที่ และสื่อสารความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวในลักษณะนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภคความสวยงามของธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้และสนับสนุนงานอนุรักษ์ด้วย
หากมองในภาพรวมของจังหวัดพิษณุโลก สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ เป็นจุดหมายที่ช่วยขยายภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดให้มากกว่าวัดสำคัญและเมืองประวัติศาสตร์ พิษณุโลกไม่ได้มีเพียงพระพุทธชินราช วัดใหญ่ หรือแหล่งประวัติศาสตร์ในเมืองเท่านั้น แต่ยังมีธรรมชาติพื้นที่สูง ป่าชายแดน พืชเฉพาะถิ่น และชุมชนบนภูเขาที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ สวนแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับการสร้างเส้นทางเที่ยวที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ได้อย่างลงตัว
ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวควรใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึง 1 วันเต็ม หากต้องการชมเฉพาะจุดสำคัญ เช่น โรงเรือนพรรณไม้ จุดชมวิว และพื้นที่ธรรมชาติรอบศูนย์ แต่หากต้องการสัมผัสบรรยากาศอย่างลึกซึ้ง ควรพักค้างคืนที่ลานกางเต็นท์หรือที่พักใกล้เคียง เพื่อชมพระอาทิตย์ตก ดาวยามค่ำคืน และหมอกยามเช้า การพักค้างคืนจะทำให้เห็นจังหวะชีวิตของภูเขาที่แตกต่างจากการมาเยือนในช่วงกลางวันเพียงอย่างเดียว
สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งคนรักธรรมชาติ นักถ่ายภาพ ผู้สนใจพฤกษศาสตร์ ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักเดินป่าระดับเบา และผู้ที่ต้องการพักใจในบรรยากาศเงียบสงบ จุดเด่นของที่นี่คือไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีความบันเทิงฉูดฉาด แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้คนค่อย ๆ มอง ค่อย ๆ ฟัง และค่อย ๆ เข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
เมื่อสรุปทั้งหมด สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศูนย์เรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ที่มีความครบถ้วน ทั้งความหลากหลายของพันธุ์ไม้ พืชหายาก กล้วยไม้ไทย สร้อยสยาม จุดชมวิวภูเขา ลานกางเต็นท์ กิจกรรมชุมชน และประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่สูง ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ชมดอกไม้หรือจุดถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความงดงามของธรรมชาติ ความสำคัญของการอนุรักษ์ และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่าบนพื้นที่สูงของจังหวัดพิษณุโลกได้อย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 8 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | ตู้ ปณ. 7 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก 65170 |
| ไฮไลต์ | สวนพฤกษศาสตร์พื้นที่สูง แหล่งอนุรักษ์พืชภาคเหนือตอนล่าง กล้วยไม้หายาก สร้อยสยาม จุดชมวิวค้อเดียวดาย ทะเลหมอก และลานกางเต็นท์บนภูเขา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | จัดตั้งขึ้นตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2542 เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ |
| ลักษณะพื้นที่ | พื้นที่สูงประมาณ 750 – 1,280 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีสังคมพืชป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบ |
| พันธุ์ไม้สำคัญ | สร้อยสยาม มณฑาภู รองเท้านารีอินทนนท์ เอื้องพลายชมพู สามปอยหลวง และกล้วยไม้ไทยหลายชนิด |
| การเดินทาง | จากอำเภอชาติตระการไปยังสวนพฤกษศาสตร์ประมาณ 95 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้พฤกษศาสตร์ แหล่งอนุรักษ์พืชพื้นที่สูง และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดพิษณุโลก |
| วันเปิดทำการ | จันทร์ – เสาร์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานกางเต็นท์ จุดชมวิว โรงเรือนพรรณไม้ พื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน และจุดติดต่อเจ้าหน้าที่ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | จุดชมวิวค้อเดียวดาย โรงเรือนกล้วยไม้ พื้นที่รวบรวมพรรณไม้ ลานกางเต็นท์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่ชมวิวภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | องค์การสวนพฤกษศาสตร์ และสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-2874994, 0-5531-6713 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวค้อเดียวดาย ประมาณ 1 กม. 2. บ้านร่มเกล้าและชุมชนม้งในพื้นที่ ประมาณ 3 กม. 3. บ้านบ่อภาค อำเภอชาติตระการ ประมาณ 25 กม. 4. น้ำตกชาติตระการ ประมาณ 95 กม. 5. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ประมาณ 110 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. น้องเหมียวอาหารตามสั่ง ประมาณ 12 กม. 2. Soi Dao Cafe ประมาณ 13 กม. 3. Mac Loei ประมาณ 13 กม. 4. กาแฟสร้างป่า ประมาณ 20 กม. 5. ร้านอาหารในชุมชนบ้านร่มเกล้าและตำบลบ่อภาค ประมาณ 3 – 25 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ลานกางเต็นท์สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ ภายในพื้นที่ ติดต่อ 081-2874994 2. บ้านพักเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 39 กม. 3. บ้านพักรับรองเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 40 กม. 4. ภูนาคำรีสอร์ท อำเภอด่านซ้าย ประมาณ 46 กม. 5. สบายดี 2 รีสอร์ท ด่านซ้าย ประมาณ 46 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก บนพื้นที่สูงของแนวภูขัด ภูเมี่ยง และภูสอยดาว
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ มีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีพรรณไม้พื้นที่สูง กล้วยไม้หายาก สร้อยสยาม จุดชมวิวค้อเดียวดาย ทะเลหมอก ลานกางเต็นท์ และบรรยากาศภูเขาเงียบสงบ
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ เปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. หากต้องการพักค้างแรมควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม แต่บริการลานกางเต็นท์หรืออุปกรณ์พักแรมอาจมีค่าบริการตามเงื่อนไขของพื้นที่
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ?
ตอบ: ช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาวเหมาะสำหรับชมหมอก อากาศเย็น และดอกไม้ ส่วนฤดูฝนเหมาะกับผู้ที่ชอบป่าเขียวชุ่มและบรรยากาศธรรมชาติสดชื่น
ถาม: สามารถกางเต็นท์พักค้างคืนได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถกางเต็นท์ได้ในพื้นที่ที่จัดไว้ ควรติดต่อสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ ล่วงหน้าที่ 081-2874994 หรือ 0-5531-6713 เพื่อสอบถามพื้นที่ว่างและเงื่อนไขล่าสุด
ถาม: เดินทางไปสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ อย่างไร?
ตอบ: เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากอำเภอชาติตระการไปยังสวนประมาณ 95 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง
ถาม: มีข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมอย่างไร?
ตอบ: ควรเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่เก็บดอกไม้หรือพรรณไม้ออกจากพื้นที่ ไม่ทิ้งขยะ เตรียมเสื้อกันหนาว รองเท้าที่เดินสะดวก และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




