หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.นครไทย >ต.นครไทย > วัดนครไทยวราราม (วัดหัวร้อง)
TL;DR: วัดนครไทยวราราม (วัดหัวร้อง) อยู่ที่บ้านหัวร้อง หมู่ที่ 6 ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดนครไทยวราราม (วัดหัวร้อง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดนครไทยวราราม หรือที่ชาวบ้านในอำเภอนครไทยรู้จักกันในชื่อเดิมว่า วัดหัวร้อง และบางครั้งเรียกว่า วัดใต้ เป็นวัดเก่าแก่ของบ้านหัวร้อง ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก จุดเด่นสำคัญของวัดคือวิหารโบราณทรงโรงและพระพุทธรูปไม้สักปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกด้วยความเคารพว่า “หลวงพ่อใหญ่” วัดแห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจของชุมชน แหล่งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และสถานที่สักการะสำคัญของผู้ที่เดินทางมายังเมืองนครไทย เมืองโบราณที่ผูกพันกับเรื่องราวของพ่อขุนบางกลางท่าวและรากฐานทางประวัติศาสตร์ของสุโขทัย
วัดนครไทยวรารามตั้งอยู่เลขที่ 200 หมู่ที่ 6 บ้านหัวร้อง ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก บริเวณชุมชนเก่าแก่ของนครไทยซึ่งมีความสัมพันธ์กับเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองบางยาง แม้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้สร้างวัดและสร้างขึ้นในปีใด แต่เรื่องเล่าที่สืบทอดในท้องถิ่นกล่าวว่าวัดหัวร้องเกิดขึ้นในสมัยพ่อขุนบางกลางท่าว เมื่อครั้งยกทัพไปตีกรุงสุโขทัยประมาณปี พ.ศ. 1800 หลังจากรวบรวมไพร่พลอยู่ที่เมืองบางยางเป็นระยะเวลาหนึ่ง เรื่องเล่านี้ทำให้วัดหัวร้องมิได้เป็นเพียงวัดประจำหมู่บ้าน แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความทรงจำร่วมของคนในอำเภอนครไทยเกี่ยวกับเมืองโบราณ ผู้นำท้องถิ่น และความเชื่อมโยงกับยุคเริ่มต้นของอาณาจักรสุโขทัย
สิ่งที่ทำให้วัดนครไทยวรารามโดดเด่นที่สุดคือพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แกะสลักจากไม้สักทั้งองค์ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 2.45 เมตร สูง 3.45 เมตร ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารเก่าแก่ของวัด เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ สง่างาม และได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงจากชุมชน หลวงพ่อใหญ่มีลักษณะพระรัศมียาวใหญ่ พระพักตร์กลมคล้ายงานศิลปะที่ได้รับอิทธิพลสุโขทัย มีพระอุณาโลมระหว่างพระขนง พระบาทใหญ่ ฝ่าพระบาทแบนราบ และส้นพระบาทยาว ปัจจุบันองค์พระมีปูนหุ้มและลงรักปิดทองเพื่อความงดงามและการอนุรักษ์ ทำให้พระพุทธรูปไม้สักองค์นี้เป็นทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ งานศิลปกรรมพื้นบ้าน และหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงฝีมือช่างท้องถิ่นในอดีต
ชื่อเดิมของวัดหัวร้องคือ “วัดศรีชมชื่น” ตั้งอยู่บริเวณสำนักสงฆ์คลองจิกในปัจจุบัน พื้นที่เดิมเป็นวัดร้าง ไม่มีผู้ดูแล และเนื่องจากชาวบ้านในอดีตตั้งบ้านเรือนอยู่เหนือร่องน้ำคลองจิก จึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดหัวร่อง” ก่อนที่เสียงเรียกในภาษาพูดจะเพี้ยนเป็น “วัดหัวร้อง” ชื่อนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นร่องรอยทางภาษาและภูมิประเทศที่บอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างวัด ลำน้ำ และชุมชนเก่าแก่ของนครไทย ต่อมาวัดเก่าได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ป่าที่ลามทั่วบริเวณ เหลือเพียงเจดีย์ดินให้เห็นเป็นร่องรอย หลังจากชาวบ้านตั้งถิ่นฐานรวมกันเป็นหมู่บ้าน จึงได้สร้างวัดขึ้นใหม่ในพื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งเดิมประมาณ 200 เมตร
ในช่วงแรก วัดหัวร้องยังมีผู้ดูแลไม่มาก มีเพียงเจ้าอาวาสและพระลูกวัดบางส่วนคอยดูแลรักษาวัดตามกำลัง จนถึงสมัยหลวงปู่หุยเป็นเจ้าอาวาส จึงเริ่มมีการก่อสร้างศาลาและกุฏิเพิ่มเติมจากวิหารเดิมและพระพุทธรูปไม้สักองค์ใหญ่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ วัดหัวร้องได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2482 และต่อมาเริ่มก่อสร้างพระอุโบสถในปี พ.ศ. 2491 ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ก่อนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2496 ลำดับเหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้ค่อย ๆ เติบโตจากวัดชุมชนขนาดเล็กที่พึ่งพาแรงศรัทธาของชาวบ้าน ไปสู่ศาสนสถานที่มีโครงสร้างทางศาสนาชัดเจนและมีบทบาทต่อชุมชนมากขึ้น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2516 เมื่อศาลาและกุฏิเดิมเริ่มเก่าแก่และชำรุด จึงมีการรื้อถอนและสร้างอาคารใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อวัดให้สอดคล้องกับการพัฒนาเป็น “วัดนครไทยวราราม” บนพื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่ ชื่อใหม่นี้สะท้อนบทบาทของวัดที่ผูกพันกับอำเภอนครไทยโดยตรง ขณะเดียวกันชื่อวัดหัวร้องก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนท้องถิ่นและผู้เฒ่าผู้แก่ ทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อซ้อนทับกัน ทั้งชื่อทางการ ชื่อเดิม และชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกในชีวิตประจำวัน
ภายในวัดยังมีวิหารเก่าแก่ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 18 เมตร เป็นอาคารสำคัญที่ประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ วิหารหลังนี้มีลักษณะเป็นวิหารทรงโรง สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมพื้นบ้านของพื้นที่ ภายในประดับด้วยศิลปกรรมพื้นบ้านที่อ่อนช้อยและเรียบง่าย มีอาสน์สงฆ์ก่ออิฐถือปูนยกสูงอยู่ด้านขวาของพระประธาน องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนรูปแบบการสร้างศาสนสถานในชุมชนท้องถิ่นที่เน้นการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสมกับกิจกรรมทางศาสนา ไม่ได้เน้นความโอ่อ่าหรูหราแบบวัดใหญ่ในเมือง แต่มีเสน่ห์จากความเก่าแก่ ความสงบ และความต่อเนื่องของการใช้งานจริงในชุมชน
หลวงพ่อใหญ่เป็นศูนย์กลางของความศรัทธาภายในวัดนครไทยวราราม ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้ขอพร สะเดาะเคราะห์ และอธิษฐานเพื่อความเป็นสิริมงคล ความเชื่อในท้องถิ่นกล่าวว่าผู้ที่มากราบไหว้หลวงพ่อใหญ่จะได้รับความคุ้มครอง มีชีวิตสงบสุข และพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ความศรัทธานี้ทำให้หลวงพ่อใหญ่ไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปโบราณ แต่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจของผู้คนในบ้านหัวร้องและอำเภอนครไทยมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เดินทางมากราบไหว้ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกายวาจา และให้ความเคารพต่อพื้นที่วิหาร เนื่องจากเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และมีโบราณวัตถุสำคัญอยู่ภายใน
วัดนครไทยวรารามเคยจัดงานประจำปีเพื่อเฉลิมฉลองและเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ร่วมทำบุญอย่างคึกคัก แต่ปัจจุบันการจัดงานมีลักษณะเหมาะสมกับสถานการณ์และความปลอดภัยมากขึ้น โดยจัดในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันตรุษ วันสงกรานต์ วันออกพรรษา เทศน์มหาชาติ และพิธีสลากภัต การจำกัดกิจกรรมบางประเภทเกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยและการป้องกันการสูญหายของวัตถุสิ่งของภายในวิหาร ทำให้การเข้าชมวัดแห่งนี้ควรอยู่บนพื้นฐานของความเคารพและความระมัดระวังเป็นพิเศษ
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดนครไทยวรารามเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำความเข้าใจเมืองนครไทย เพราะพื้นที่นี้เชื่อมโยงกับเมืองบางยาง พ่อขุนบางกลางท่าว และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในชุมชนใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อไปยังวัดกลางเพื่อสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางท่าว หรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองนครไทยเพื่อเรียนรู้เครื่องมือ เครื่องใช้ และเรื่องเล่าของชาวนครไทยในอดีต เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แบบไม่เร่งรีบ และต้องการเข้าใจบริบทของสถานที่มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
บรรยากาศของวัดนครไทยวรารามมีความสงบ เรียบง่าย และเป็นกันเองแบบวัดชุมชน เมื่อเข้าสู่บริเวณวัดจะสัมผัสได้ถึงความเป็นศาสนสถานที่ยังมีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีในวันสำคัญ หรือร่วมกิจกรรมตามประเพณีของชุมชน จุดเด่นของวัดจึงไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่ของวิหารและหลวงพ่อใหญ่เท่านั้น แต่อยู่ที่ความต่อเนื่องของศรัทธาที่คนในพื้นที่ยังรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน
การเดินทาง ไปวัดนครไทยวรารามเหมาะที่สุดสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองพิษณุโลกสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอนครไทยผ่านถนนสายพิษณุโลก – นครไทย เมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอนครไทยให้มุ่งหน้าไปยังบ้านหัวร้อง ตำบลนครไทย วัดตั้งอยู่ในเขตชุมชน เดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้สะดวก หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถเดินทางมายังอำเภอนครไทยก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถในพื้นที่ไปยังวัด ควรเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอำเภอนครไทยอยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกค่อนข้างมากและเส้นทางบางช่วงเป็นทางขึ้นลงตามภูมิประเทศ
การเที่ยววัดนครไทยวรารามควรใช้เวลาพอสมควรในการชมวิหาร กราบหลวงพ่อใหญ่ และเรียนรู้ประวัติของวัดอย่างสงบ ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหรือการถ่ายภาพใกล้โบราณวัตถุโดยไม่จำเป็น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัดและชุมชน หากเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญควรเตรียมตัวเรื่องที่จอดรถและเวลาเข้าชม เนื่องจากอาจมีชาวบ้านและผู้ศรัทธาเดินทางมาร่วมพิธีมากกว่าวันปกติ
ด้วยประวัติความเป็นมายาวนาน วิหารเก่าแก่ พระพุทธรูปไม้สักองค์ใหญ่ และความผูกพันกับชุมชนบ้านหัวร้อง วัดนครไทยวรารามจึงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศวัดเก่าแก่ที่ยังมีชีวิตในชุมชนจริง วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะสั้น ๆ ระหว่างการเดินทาง แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เข้าใจรากเหง้าของนครไทยและความศรัทธาของผู้คนที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
| ชื่อสถานที่ | วัดนครไทยวราราม หรือ วัดหัวร้อง / วัดใต้ |
| ที่ตั้ง | บ้านหัวร้อง หมู่ที่ 6 ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก |
| ที่อยู่ | เลขที่ 200 หมู่ที่ 6 ถนนอุดรดำริห์ บ้านหัวร้อง ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก |
| ไฮไลต์ | วิหารเก่าแก่ทรงโรง และหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปไม้สักปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 2.45 เมตร สูง 3.45 เมตร |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดเก่าแก่ของนครไทย มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่าเกี่ยวข้องกับสมัยพ่อขุนบางกลางท่าว ประมาณปี พ.ศ. 1800 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2482 เริ่มสร้างพระอุโบสถในปี พ.ศ. 2491 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2496 |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดศรีชมชื่น ต่อมาเรียกวัดหัวร่องตามลักษณะชุมชนที่อยู่เหนือร่องน้ำคลองจิก ก่อนเพี้ยนเป็นวัดหัวร้อง และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นวัดนครไทยวราราม |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดชุมชนเก่าแก่ มีวิหารทรงโรง ศิลปกรรมพื้นบ้าน อาสน์สงฆ์ก่ออิฐถือปูนยกสูง และพระพุทธรูปไม้สักศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ | หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปไม้สักปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ประดิษฐานภายในวิหารเก่าแก่ของวัด |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | การทำบุญในวันตรุษ วันสงกรานต์ วันออกพรรษา เทศน์มหาชาติ และประเพณีสลากภัตของชุมชน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองพิษณุโลกใช้เส้นทางไปอำเภอนครไทย แล้วเข้าสู่บ้านหัวร้อง ตำบลนครไทย เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถท้องถิ่นจากตัวอำเภอนครไทย |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดที่ยังใช้งานทางศาสนา เป็นสถานที่สักการะหลวงพ่อใหญ่ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านหัวร้อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัด ศาลาการเปรียญ วิหาร พระอุโบสถ และพื้นที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนา |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | วิหารหลวงพ่อใหญ่ พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ประกอบพิธีของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูนครบุราณานุรักษ์ (หลวงพ่อสนอง อตฺตทโม) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดกลางและอนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางท่าว ประมาณ 2 กม. 2. พิพิธภัณฑ์เมืองนครไทย ประมาณ 2 กม. 3. วัดหน้าพระธาตุ ประมาณ 3 กม. 4. น้ำตกแก่งโสภา ประมาณ 24 กม. 5. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 42 กม. 6. ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า ประมาณ 48 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Homu Cafe นครไทย ประมาณ 3 กม. โทร. 086-935-9135 2. ครัวคุณริน ประมาณ 3 กม. 3. ร้านดวงใจ ประมาณ 3 กม. 4. Check in Coffee นครไทย ประมาณ 4 กม. 5. แวนด้า คาเฟ่ ประมาณ 4 กม. 6. ร้านเตี๋ยวยักษ์ บ้านโนนตาโพน ประมาณ 18 กม. โทร. 090-926-8787 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เปรมเพลส นครไทย ประมาณ 3 กม. โทร. 099-154-5144 2. Panya Garden Resort ประมาณ 8 กม. โทร. 087-998-6896 3. เพชร รีสอร์ท นครไทย ประมาณ 9 กม. โทร. 081-474-3541 4. จอมรีสอร์ท นครไทย ประมาณ 13 กม. โทร. 086-032-4872 5. เพชร นครไทย โฮมสเตย์ ประมาณ 15 กม. โทร. 086-375-8018 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดนครไทยวรารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดนครไทยวรารามตั้งอยู่เลขที่ 200 หมู่ที่ 6 บ้านหัวร้อง ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนบ้านหัวร้องและอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอนครไทย
ถาม: วัดนครไทยวรารามมีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดนี้มีชื่อเดิมว่า วัดศรีชมชื่น ต่อมาเรียกว่าวัดหัวร่องตามลักษณะชุมชนเหนือร่องน้ำคลองจิก ก่อนเพี้ยนเป็นวัดหัวร้อง และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นวัดนครไทยวราราม
ถาม: จุดเด่นสำคัญของวัดนครไทยวรารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปไม้สักปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ประดิษฐานภายในวิหารเก่าแก่ทรงโรง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา
ถาม: หลวงพ่อใหญ่ วัดนครไทยวราราม มีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่อใหญ่เป็นพระพุทธรูปไม้สักปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 2.45 เมตร สูง 3.45 เมตร ปัจจุบันมีปูนหุ้มและลงรักปิดทอง มีลักษณะสง่างามและเป็นที่เคารพของชาวนครไทย
ถาม: วัดนครไทยวรารามเกี่ยวข้องกับพ่อขุนบางกลางท่าวอย่างไร?
ตอบ: เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวว่าวัดหัวร้องเกิดขึ้นในสมัยพ่อขุนบางกลางท่าว ช่วงที่เกี่ยวข้องกับเมืองบางยางและการยกทัพไปตีกรุงสุโขทัยประมาณปี พ.ศ. 1800 ทำให้วัดมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์นครไทย
ถาม: วัดนครไทยวรารามเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตนด้วยความสำรวมภายในบริเวณวัดและวิหาร
ถาม: ไปวัดนครไทยวรารามควรเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดกลางและอนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางท่าว พิพิธภัณฑ์เมืองนครไทย วัดหน้าพระธาตุ น้ำตกแก่งโสภา และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



