หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก >อ.เมืองพิษณุโลก >ต.บ้านคลอง > วัดยาง
TL;DR: วัดยาง อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดราษฎร์ริมแม่น้ำน่าน มีหลวงพ่อเขียวเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ มีประวัติปรากฏในจดหมายเหตุของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ.

พิษณุโลก

วัดยาง

วัดยาง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดยาง จังหวัดพิษณุโลก เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำน่านในเขตตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เป็นศาสนสถานที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำ วัดแห่งนี้ได้รับการสถาปนาเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2398 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2461 จึงเป็นวัดที่มีรากฐานมั่นคงในชุมชนมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี จุดเด่นที่สุดของวัดยางคือการประดิษฐาน พระสัมฤทธิ์โกสีย์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ หลวงพ่อเขียว พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางประทานอภัย สูงประมาณ 190 เซนติเมตร ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านคลองและพุทธศาสนิกชนในจังหวัดพิษณุโลก
 
วัดยางตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับแม่น้ำน่านและวิถีชุมชนเก่าแก่ของเมืองพิษณุโลกมาอย่างยาวนาน การตั้งวัดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและใกล้ปากคลองทำให้วัดยางมีบทบาทเป็นทั้งศูนย์กลางศาสนา จุดพักพิงทางใจ และพื้นที่รวมกิจกรรมของชาวบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในสมัยที่การเดินทางทางน้ำยังมีความสำคัญ แม่น้ำน่านเป็นเส้นทางคมนาคม การค้า และการติดต่อระหว่างชุมชน วัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจึงไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธี แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมผู้คนเข้ากับระบบเศรษฐกิจและสังคมของเมืองด้วย
 
ความสำคัญของวัดยางไม่ได้มีเพียงอายุของวัดเท่านั้น แต่ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้วัดแห่งนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงบันทึกถึงวัดยางไว้ในจดหมายเหตุเมื่อครั้งเสด็จมาเมืองพิษณุโลก พระองค์ทรงกล่าวถึงการแวะชมวัดยาง หอไตร ตู้เก็บคัมภีร์โบราณจำนวน 4 ใบ รวมถึงโบสถ์และศาลาการเปรียญภายในวัด แม้บันทึกจะระบุว่างานบางส่วนไม่ได้มีลักษณะแปลกตาอย่างโดดเด่น แต่รายละเอียดเหล่านั้นกลับสะท้อนให้เห็นว่าวัดยางเป็นวัดที่มีองค์ประกอบทางศาสนาและศิลปกรรมครบถ้วนในฐานะวัดชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำน่าน
 
หอไตรและตู้เก็บคัมภีร์ที่ถูกกล่าวถึงในบันทึกมีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรม เพราะหอไตรเป็นสถานที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งในอดีตถือเป็นแหล่งความรู้หลักของวัดและชุมชน ตู้คัมภีร์จำนวน 4 ใบที่มีลวดลายฝีมือช่างแตกต่างกัน บ้างเป็นภาพเทวดายืน บ้างเป็นภาพเทวดาเดิน อีกใบหนึ่งเป็นงานฝีมือช่างจากกรุงเทพ และอีกใบเป็นตู้ทองทึบ แสดงให้เห็นว่าภายในวัดยางเคยมีการสะสม รักษา และใช้คัมภีร์ธรรมอย่างต่อเนื่อง การมีตู้คัมภีร์หลากรูปแบบยังบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปกรรมท้องถิ่นกับงานช่างจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นมิติที่ช่วยให้วัดยางมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากขึ้น
 
วัดยางเป็นตัวอย่างของวัดราษฎร์ที่สะท้อนชีวิตจริงของชุมชนมากกว่าวัดหลวงขนาดใหญ่ ภายในวัดมีโบสถ์ ศาลาการเปรียญ หอไตร พื้นที่ประกอบพิธีกรรม และพื้นที่สักการะหลวงพ่อเขียว องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้เห็นบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางการทำบุญ การฟังธรรม การบวชเรียน การจัดงานประเพณี และการรวมกลุ่มของชาวบ้าน การดำรงอยู่ของวัดยางจึงไม่ใช่เพียงการรักษาอาคารหรือปูชนียวัตถุ แต่เป็นการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับวิถีชีวิตของชุมชนบ้านคลอง
 
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้วัดยางเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ พระสัมฤทธิ์โกสีย์ หรือหลวงพ่อเขียว พระพุทธรูปปางประทานอภัย สูงประมาณ 190 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปที่มีความโดดเด่นทั้งด้านศิลปกรรมและความศรัทธา ลักษณะสำคัญคือองค์พระทำด้วยสัมฤทธิ์และผ่านกาลเวลายาวนานจนเกิดสนิมสีเขียวเกาะทั่วองค์พระ จึงเป็นที่มาของชื่อหลวงพ่อเขียว ชื่อนี้กลายเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกด้วยความใกล้ชิดและเคารพศรัทธา เป็นทั้งชื่อที่สะท้อนลักษณะทางกายภาพของพระพุทธรูปและสะท้อนความผูกพันของชุมชนที่มีต่อองค์พระ
 
หลวงพ่อเขียวมีความสำคัญในมิติศิลปกรรม เพราะมีการกล่าวถึงลักษณะศิลปะในยุคอมราวดี ซึ่งเป็นศิลปะอินเดียที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะกรีกในบางองค์ประกอบ ช่วงเวลาการสร้างอยู่ราวพุทธศักราช 663–863 ตามข้อมูลที่สืบทอดในแหล่งประวัติของวัด ลักษณะดังกล่าวทำให้หลวงพ่อเขียวเป็นปูชนียวัตถุที่มีคุณค่ามากกว่าพระพุทธรูปประจำวัดทั่วไป เพราะสะท้อนความเชื่อมโยงของศิลปกรรมพุทธศาสนาจากดินแดนอินเดียสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธาในท้องถิ่นพิษณุโลก
 
ปางประทานอภัยของหลวงพ่อเขียวมีความหมายทางพุทธศาสนาที่ลึกซึ้ง พระหัตถ์ที่ยกขึ้นในลักษณะประทานอภัยสื่อถึงการคุ้มครอง ความสงบ การให้อภัย และการระงับความกลัว ผู้ที่มากราบสักการะจึงมักตั้งจิตขอพรเพื่อความปลอดภัย ความร่มเย็น ความมั่นคงในชีวิต และความเป็นสิริมงคล หลวงพ่อเขียวจึงเป็นทั้งปูชนียวัตถุทางศิลปกรรมและศูนย์รวมศรัทธาที่ให้พลังใจแก่ผู้คนในชุมชนบ้านคลองและผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น
 
สนิมสีเขียวบนองค์พระไม่ใช่เพียงลักษณะทางวัตถุ แต่ยังเป็นร่องรอยของกาลเวลาที่ทำให้หลวงพ่อเขียวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สีเขียวที่เกิดจากเนื้อสัมฤทธิ์ผ่านการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติทำให้องค์พระมีภาพจำที่ต่างจากพระพุทธรูปทั่วไป และทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงความเก่าแก่ของปูชนียวัตถุอย่างชัดเจน การได้เห็นองค์พระจริงภายในวัดจึงเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการอ่านประวัติ เพราะผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงทั้งความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ และอายุของศิลปกรรมที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน
 
ในฐานะวัดริมแม่น้ำน่าน วัดยางยังสะท้อนภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของพิษณุโลกที่มีแม่น้ำเป็นแกนกลาง เมืองพิษณุโลกเติบโตขึ้นจากความสัมพันธ์กับแม่น้ำน่าน ทั้งด้านการตั้งถิ่นฐาน การค้า การเดินทาง และศาสนา วัดจำนวนมากตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำเพราะแม่น้ำเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเดินทางถึงได้สะดวก วัดยางจึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของวัดชุมชนริมน้ำที่แสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาไม่ได้แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่ผูกพันกับบ้านเรือน การทำมาหากิน และประเพณีของผู้คนอย่างแนบแน่น
 
วัดยางมีบทบาทสำคัญในด้านการสืบทอดวัฒนธรรมของชุมชนบ้านคลอง ชาวบ้านใช้วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในวันสำคัญ เช่น วันพระ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา รวมถึงงานบุญประจำปีและกิจกรรมของชุมชน การมีวัดเป็นศูนย์กลางช่วยให้ชุมชนมีพื้นที่ร่วมกันในการรักษาศีลธรรม การเรียนรู้ธรรมะ และการถ่ายทอดประเพณีจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
 
กิจกรรมที่ยังคงมีความสำคัญคือการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ การถวายภัตตาหารพระ การทำบุญในเทศกาลสงกรานต์ และการสรงน้ำพระ หลวงพ่อเขียวเป็นองค์พระสำคัญที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธามักมากราบไหว้ในโอกาสมงคล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและงานบุญที่เกี่ยวข้องกับวัด ความต่อเนื่องของกิจกรรมเหล่านี้ทำให้วัดยางยังคงมีชีวิตชีวา ไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นพื้นที่ศรัทธาที่ยังมีบทบาทจริงในปัจจุบัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม วัดยางเป็นสถานที่ที่ควรเดินชมอย่างช้า ๆ เพราะเสน่ห์ของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือความอลังการแบบวัดหลวงในตัวเมือง หากอยู่ที่บรรยากาศเรียบง่ายของวัดชุมชน ความเก่าแก่ของสถานที่ ความศรัทธาต่อหลวงพ่อเขียว และเรื่องราวในจดหมายเหตุที่ช่วยยืนยันว่าวัดแห่งนี้เคยอยู่ในสายตาของบุคคลสำคัญทางศิลปกรรมไทย การมาเยือนวัดยางจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นพิษณุโลกในมุมที่ลึกกว่าเส้นทางท่องเที่ยวหลัก
 
ผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์สามารถใช้วัดยางเป็นจุดศึกษาเรื่องปูชนียวัตถุโบราณได้อย่างดี โดยเฉพาะการพิจารณาหลวงพ่อเขียวในฐานะพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่มีความเก่าแก่และมีลักษณะเฉพาะ การสังเกตปางประทานอภัย สัดส่วนองค์พระ ผิวสัมฤทธิ์ และสนิมสีเขียวจะช่วยให้เข้าใจคุณค่าขององค์พระมากขึ้น ขณะเดียวกัน หอไตรและตู้คัมภีร์ที่ปรากฏในจดหมายเหตุก็ทำให้วัดยางเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาวัฒนธรรมการเก็บรักษาคัมภีร์ในวัดไทย
 
ในมิติของความเชื่อ หลวงพ่อเขียวเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมายาวนาน ผู้ที่มาสักการะมักตั้งจิตขอพรด้านความปลอดภัย ความราบรื่น สุขภาพ ความสำเร็จ และความสงบในชีวิต การกราบไหว้หลวงพ่อเขียวจึงไม่ใช่เพียงการขอพรตามความเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นการเชื่อมโยงตนเองเข้ากับศรัทธาร่วมของชุมชนที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน
 
วัดยางยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับแหล่งสำคัญอื่นในจังหวัดพิษณุโลก เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและสามารถเดินทางต่อไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา วัดราชบูรณะ พระราชวังจันทน์ และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีได้สะดวก เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความหลากหลายของพิษณุโลก ตั้งแต่วัดหลวงสำคัญระดับประเทศ วัดโบราณกลางเมือง ไปจนถึงวัดชุมชนริมแม่น้ำอย่างวัดยาง
 
การเดินทาง ไปวัดยางสามารถเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลก ใช้เส้นทางไปยังตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก วัดตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ในพื้นที่ชุมชนบ้านคลอง ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้แผนที่นำทางไปยังวัดยาง บ้านคลอง ได้โดยตรง ส่วนผู้ที่พักในตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้าง รถแท็กซี่ รถสองแถว หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ได้ ระยะทางจากย่านวัดใหญ่หรือศูนย์กลางเมืองพิษณุโลกมายังวัดยางอยู่ในระยะที่เหมาะกับการเดินทางแบบไปกลับภายในวันเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนวัดยางคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด เพราะผู้มาเยือนจะได้มีเวลาสักการะหลวงพ่อเขียว เดินชมพื้นที่วัด และสัมผัสบรรยากาศชุมชนริมน้ำอย่างสงบ ควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดังในบริเวณศาสนสถาน และปฏิบัติตนด้วยความเคารพต่อพระสงฆ์ ชาวบ้าน และผู้ที่มาประกอบศาสนกิจ หากต้องการถ่ายภาพภายในอาคารหรือบริเวณที่มีพระพุทธรูปสำคัญ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่เป็นสำคัญ
 
วัดยางเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งสายบุญ ผู้สนใจพระพุทธรูปโบราณ นักเรียน นักศึกษา นักถ่ายภาพเชิงสารคดี ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และนักเดินทางที่ต้องการค้นหาสถานที่สงบในจังหวัดพิษณุโลก สำหรับผู้ที่เคยเที่ยววัดสำคัญในตัวเมืองแล้ว การมาเยือนวัดยางจะช่วยเติมเต็มภาพของพิษณุโลกในฐานะเมืองที่มีทั้งวัดหลวง วัดโบราณ วัดชุมชน และแหล่งศรัทธาขนาดเล็กที่มีความหมายต่อชีวิตผู้คนจริง
 
เมื่อมองในภาพรวม วัดยางคือหลักฐานสำคัญของพระพุทธศาสนาในระดับชุมชน พระสัมฤทธิ์โกสีย์หรือหลวงพ่อเขียวคือหัวใจของวัด ส่วนประวัติการตั้งวัด การได้รับวิสุงคามสีมา หอไตร ตู้คัมภีร์ และบันทึกของกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์คือองค์ประกอบที่ทำให้วัดแห่งนี้มีมิติทางประวัติศาสตร์ชัดเจน วัดยางจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับกราบไหว้เท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปะ ความเชื่อ การศึกษา และวิถีชุมชนริมแม่น้ำน่านอย่างครบถ้วน
 
การได้แวะสักการะหลวงพ่อเขียวที่วัดยางจึงเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าทั้งทางจิตใจและทางวัฒนธรรม ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความสงบของวัดชุมชน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกับจังหวัดพิษณุโลก และได้เห็นศิลปกรรมโบราณที่ยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คน วัดยางจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรค่าแก่การบรรจุไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเมืองพิษณุโลก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองนี้อย่างลึกซึ้งมากกว่าการเที่ยวเฉพาะสถานที่ยอดนิยม
 
ชื่อสถานที่วัดยาง
ที่ตั้งหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ไฮไลต์หลวงพ่อเขียว หรือพระสัมฤทธิ์โกสีย์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางประทานอภัย สูงประมาณ 190 เซนติเมตร และประวัติวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำน่าน
ประวัติ / สมัย / ยุคตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2398 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2461 เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ของตำบลบ้านคลอง
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับชื่อชุมชนบ้านวัดยางในตำบลบ้านคลอง ซึ่งเป็นชุมชนเก่าในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก
ลักษณะเด่นวัดราษฎร์ริมแม่น้ำน่าน มีหลวงพ่อเขียวเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ มีประวัติปรากฏในจดหมายเหตุของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
หลักฐานสำคัญพระสัมฤทธิ์โกสีย์หรือหลวงพ่อเขียว หอไตร ตู้เก็บคัมภีร์โบราณ 4 ใบ โบสถ์ ศาลาการเปรียญ และบันทึกการเสด็จชมวัดยางในจดหมายเหตุ
การเดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลกเดินทางไปยังตำบลบ้านคลอง ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถแท็กซี่ รถสองแถว หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ วัดตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลอง
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์และศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านคลอง สามารถเข้ากราบสักการะหลวงพ่อเขียวและร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะ ลานวัด ศาลาการเปรียญ พื้นที่จอดรถภายในหรือบริเวณใกล้เคียง และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพื้นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเขียว โบสถ์ ศาลาการเปรียญ หอไตร พื้นที่ชุมชนวัด และลานประกอบกิจกรรมทางศาสนา
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูโสภณจันทโพธิ
เว็บไซต์ / เพจทางการวัดยาง บ้านคลอง พิษณุโลก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประมาณ 4 กม.
2. วัดนางพญา ประมาณ 4 กม.
3. วัดราชบูรณะ ประมาณ 4 กม.
4. พระราชวังจันทน์ ประมาณ 5 กม.
5. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ประมาณ 7 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. OMNI COFFEE ROASTERS ประมาณ 2 กม.
2. ตำนิยม คาเฟ่ ประมาณ 2 กม.
3. ease cafe ประมาณ 3 กม.
4. ร้านบ้านครูอิ๋ว สาขาบ้านคลอง ประมาณ 4 กม. โทร. 063-665-6224
5. Chim Cafe and Restaurant ประมาณ 5 กม. โทร. 095-630-8696
ที่พักใกล้เคียง1. Shinnabhura Historic Boutique Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 055-219-888
2. โรงแรมหรรษนันท์ พิษณุโลก ประมาณ 4 กม. โทร. 066-103-5665, 055-320-600
3. HOP INN Phitsanulok Mittraphap Road ประมาณ 5 กม. โทร. 065-950-4679
4. B2 Phitsanulok Premier Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897, Call Center 1328
5. Pattara Resort & Spa ประมาณ 6 กม. โทร. 055-282-966, 063-519-0007
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดยาง จังหวัดพิษณุโลก อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดยางตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน
 
ถาม: วัดยางมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดยางเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2398 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2461 และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านคลอง
 
ถาม: หลวงพ่อเขียวคือใคร?
ตอบ: หลวงพ่อเขียวคือพระสัมฤทธิ์โกสีย์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางประทานอภัย สูงประมาณ 190 เซนติเมตร เป็นปูชนียวัตถุสำคัญของวัดยาง
 
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าหลวงพ่อเขียว?
ตอบ: เรียกว่าหลวงพ่อเขียวเพราะองค์พระทำด้วยสัมฤทธิ์และเกิดสนิมสีเขียวตามกาลเวลา ทำให้มีสีและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
 
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดยาง?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดยางคือพระครูโสภณจันทโพธิ
 
ถาม: วัดยางเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจวัดเก่า พระพุทธรูปโบราณ ศิลปกรรมพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผู้ที่ต้องการสักการะหลวงพ่อเขียวเพื่อความเป็นสิริมงคล
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดยางนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อสักการะหลวงพ่อเขียว เดินชมพื้นที่วัด และซึมซับบรรยากาศวัดชุมชนริมแม่น้ำน่าน
 
ถาม: เที่ยววัดยางแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา วัดราชบูรณะ พระราชวังจันทน์ และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดยาง

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(19)
ถ้ำ ถ้ำ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)