หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร >อ.โพธิ์ประทับช้าง >ต.โพธิ์ประทับช้าง > วัดโพธิ์ประทับช้าง
TL;DR: วัดโพธิ์ประทับช้าง อยู่ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ สถาปัตยกรรมแบบอยุธยา พระวิหารขนาดใหญ่ กำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น ซุ้มประตูโบราณ ต้นตะเคียนเก่าแก่ และบรรยากาศวัดริมแม่น้ำพิจิตรเก่า.

พิจิตร

วัดโพธิ์ประทับช้าง

วัดโพธิ์ประทับช้าง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม และความทรงจำของท้องถิ่น ตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพิจิตรที่เชื่อมโยงโดยตรงกับสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในพระนาม “พระพุทธเจ้าเสือ” หรือ “ขุนหลวงสรศักดิ์” วัดถูกสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2242–2244 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในพื้นที่ประสูติของพระองค์ จึงทำให้วัดโพธิ์ประทับช้างไม่ได้เป็นเพียงวัดเก่าริมลำน้ำเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักอยุธยา ชุมชนพิจิตร และความศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
 
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางเที่ยวพิจิตร วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาตอนปลาย สักการะหลวงพ่อโต หรือหลวงพ่อยิ้ม ชมสถาปัตยกรรมโบราณแบบอยุธยา และสัมผัสบรรยากาศสงบของวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำพิจิตรเก่า ภายในวัดมีพระวิหารขนาดใหญ่ กำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น ซุ้มประตูโบราณ ต้นตะเคียนเก่าแก่ และร่องรอยทางศิลปกรรมที่ทำให้เห็นความสำคัญของพื้นที่แห่งนี้ในฐานะแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยที่ยังมีชีวิตอยู่
 
ประวัติของวัดโพธิ์ประทับช้างผูกพันกับเรื่องราวของพระพุทธเจ้าเสืออย่างแนบแน่น พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาที่มีพระนามเดิมว่าขุนหลวงสรศักดิ์ และได้รับการกล่าวถึงในหน้าประวัติศาสตร์ไทยอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านพระราชอำนาจ พระปรีชาสามารถ และความเกี่ยวข้องกับพื้นที่เมืองพิจิตร การสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างบนพื้นที่ซึ่งถือเป็นถิ่นประสูติของพระองค์จึงมีความหมายทั้งในเชิงราชประวัติและในเชิงสัญลักษณ์ วัดแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์แห่งการรำลึกถึงพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา และในขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนในอำเภอโพธิ์ประทับช้างสืบต่อมาหลายชั่วอายุคน
 
ในมิติทางประวัติศาสตร์ วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้มองเห็นบทบาทของพื้นที่ลุ่มน้ำพิจิตรในอดีต แม่น้ำพิจิตรเก่าและชุมชนริมลำน้ำมีความเกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐาน การเดินทาง การค้าขาย และวิถีชีวิตของผู้คนมาตั้งแต่โบราณ วัดที่ตั้งอยู่ใกล้ลำน้ำจึงมักทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางทางศาสนา ศูนย์กลางชุมชน และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญ วัดโพธิ์ประทับช้างสะท้อนลักษณะดังกล่าวอย่างชัดเจน เพราะแม้เวลาจะผ่านมากว่า 300 ปี วัดยังคงเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้ ทำบุญ ศึกษาประวัติศาสตร์ และเชื่อมโยงตัวเองกับเรื่องเล่าของแผ่นดินอยุธยา
 
ความสำคัญของวัดโพธิ์ประทับช้างได้รับการยืนยันในระดับชาติ เมื่อกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 การขึ้นทะเบียนดังกล่าวสะท้อนคุณค่าของวัดในฐานะมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ควรได้รับการอนุรักษ์ ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และความทรงจำร่วมของชุมชน การที่วัดได้รับการดูแลในฐานะโบราณสถานยังทำให้ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นร่องรอยของศิลปะอยุธยาที่คงเหลืออยู่ในพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงข้อมูลในตำรา แต่เป็นประสบการณ์ตรงของการยืนอยู่ท่ามกลางอาคารเก่า กำแพงโบราณ และพื้นที่ที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง
 
สถาปัตยกรรมของวัดโพธิ์ประทับช้างเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดทั่วไปในจังหวัดพิจิตร วัดมีพระวิหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางพื้นที่วัด มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น แสดงรูปแบบการวางผังวัดที่มีความเป็นระเบียบและสะท้อนคติทางสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยา กำแพงชั้นนอกและชั้นในช่วยกำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แยกเขตศาสนสถานออกจากบริเวณโดยรอบ และสร้างความรู้สึกสง่างามให้กับองค์ประกอบหลักภายในวัด เมื่อเดินผ่านพื้นที่วัด ผู้มาเยือนจะค่อย ๆ รับรู้ถึงลำดับของพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณด้านหน้าเข้าสู่เขตวิหารและอุโบสถ ซึ่งเป็นหัวใจของการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา
 
พระวิหารและอาคารโบราณภายในวัดสะท้อนลักษณะศิลปะแบบอยุธยา ทั้งในรูปทรงอาคาร การก่ออิฐถือปูน ซุ้มประตู และองค์ประกอบประดับตกแต่ง แม้หลายส่วนผ่านกาลเวลามายาวนาน แต่ยังคงให้ภาพของความมั่นคง สงบ และงดงามแบบศิลปกรรมไทยโบราณ สิ่งที่น่าสนใจคือความงามของวัดไม่ได้เกิดจากความใหม่หรือความหรูหรา แต่เกิดจากร่องรอยของเวลา ความหนาแน่นของประวัติศาสตร์ และความสงบที่สะสมอยู่ในพื้นที่ วัดโพธิ์ประทับช้างจึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปกรรมอยุธยา นักเรียน นักศึกษา นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจวัดเก่าในฐานะหลักฐานทางวัฒนธรรม
 
ภายในอุโบสถของวัดประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวบ้านให้ความเคารพอย่างสูง คือ “หลวงพ่อโต” หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อยิ้ม” เนื่องจากพระพักตร์ขององค์พระมีลักษณะอ่อนโยน สงบ และเปี่ยมด้วยเมตตา ผู้ที่เดินทางมากราบไหว้มักรู้สึกถึงความอิ่มเอมใจ ความสงบ และความเป็นมงคล หลวงพ่อโตจึงเป็นทั้งพระประธานสำคัญของวัดและศูนย์รวมศรัทธาของชาวโพธิ์ประทับช้าง การมากราบไหว้หลวงพ่อโตถือเป็นกิจกรรมสำคัญสำหรับผู้มาเยือนวัดแห่งนี้ ไม่ว่าจะมาเพื่อทำบุญ ขอพร หรือใช้เวลาสงบใจในบรรยากาศของวัดโบราณ
 
ชื่อ “หลวงพ่อยิ้ม” เป็นชื่อที่สะท้อนความรู้สึกของชุมชนต่อองค์พระได้อย่างงดงาม เพราะไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกตามลักษณะพระพักตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อที่สื่อถึงความเมตตา ความอบอุ่น และความผ่อนคลายทางใจ ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาวัดโพธิ์ประทับช้างเพื่อกราบหลวงพ่อโต แล้วใช้เวลาเงียบ ๆ ภายในอุโบสถหรือบริเวณรอบวัดเพื่อสงบใจ การที่พระพุทธรูปองค์หนึ่งสามารถเป็นศูนย์รวมความรู้สึกเช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นบทบาทของพระพุทธรูปในสังคมไทย ไม่ใช่เพียงศิลปวัตถุ แต่เป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนในชุมชน
 
บริเวณหน้าวัดมีต้นตะเคียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 200 ปี และในความทรงจำของชาวบ้านถือเป็นต้นไม้สำคัญประจำวัด ต้นตะเคียนนี้มีขนาดใหญ่ วัดโดยรอบได้ประมาณ 7 เมตร หรือราว 7 คนโอบ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนจดจำวัดโพธิ์ประทับช้างได้อย่างชัดเจน ต้นไม้เก่าแก่หน้าวัดไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านธรรมชาติ แต่ยังมีความหมายในเชิงความเชื่อและจิตวิญญาณของชุมชน ผู้คนจำนวนมากมองต้นตะเคียนเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความร่มเย็น และความเจริญรุ่งเรืองของพื้นที่
 
ต้นตะเคียนหน้าวัดยังช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างให้กับการเยี่ยมชมวัด ผู้ที่เดินทางมาถึงจะเห็นความร่มครึ้มของต้นไม้ใหญ่ก่อนเข้าสู่เขตโบราณสถาน ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ที่มีทั้งประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์อยู่ร่วมกัน ต้นไม้ใหญ่เช่นนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดไทยจำนวนมาก เพราะทำหน้าที่ทั้งให้ร่มเงา เป็นที่พักใจ และเป็นหมุดหมายทางความทรงจำของชุมชน วัดโพธิ์ประทับช้างจึงมีเสน่ห์จากทั้งสถาปัตยกรรมโบราณ พระพุทธรูปสำคัญ และธรรมชาติที่อยู่คู่กับวัดมายาวนาน
 
นอกจากพื้นที่ภายในวัดแล้ว ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้างยังได้สร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึกบริเวณใกล้ที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รำลึกถึงพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาที่มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่แห่งนี้ การเดินทางมาเที่ยววัดโพธิ์ประทับช้างจึงสามารถเชื่อมโยงกับการไปสักการะอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือได้ในทริปเดียวกัน ทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจเรื่องราวของพื้นที่อย่างรอบด้านมากขึ้น ทั้งในฐานะวัดโบราณ สถานที่ประสูติ และศูนย์กลางความภาคภูมิใจของชุมชน
 
บทบาทของวัดโพธิ์ประทับช้างในปัจจุบันยังคงเด่นชัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้าง วัดเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ทำบุญในวันสำคัญ และเป็นจุดหมายของผู้ที่เดินทางมาสักการะหลวงพ่อโต งานประจำปีและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนมัสการหลวงพ่อโตและการรำลึกถึงพระพุทธเจ้าเสือช่วยทำให้วัดแห่งนี้ยังคงมีชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่ถูกเก็บรักษาไว้ แต่เป็นพื้นที่ที่ศรัทธาของผู้คนยังดำเนินต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ
 
ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดโพธิ์ประทับช้างเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมากกว่าการถ่ายภาพหรือไหว้พระเพียงสั้น ๆ เพราะสถานที่แห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้หลายมิติพร้อมกัน ตั้งแต่ประวัติศาสตร์อยุธยา พระราชประวัติของพระพุทธเจ้าเสือ ศิลปกรรมแบบอยุธยา ความสำคัญของหลวงพ่อโต บทบาทของต้นตะเคียนในความเชื่อท้องถิ่น ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน การใช้เวลาเดินชมอย่างช้า ๆ จะช่วยให้เห็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่มากกว่าการรีบแวะผ่าน
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นตัวอย่างที่ดีของสถานที่ซึ่งประวัติศาสตร์ราชสำนักและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาบรรจบกัน เรื่องราวของพระพุทธเจ้าเสืออาจปรากฏในพงศาวดารและเอกสารประวัติศาสตร์ แต่ที่วัดแห่งนี้ เรื่องราวดังกล่าวถูกเชื่อมกับพื้นที่จริง ผู้คนจริง และศรัทธาที่สืบต่อมาจนปัจจุบัน การมาเยือนวัดจึงทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่กลายเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ผ่านอาคาร ศิลปกรรม พระพุทธรูป ต้นไม้ และวิถีชีวิตของชุมชน
 
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปกรรม วัดโพธิ์ประทับช้างมีองค์ประกอบให้ศึกษาอย่างหลากหลาย ตั้งแต่รูปแบบการวางผังวัด กำแพงแก้ว ซุ้มประตู อาคารก่ออิฐถือปูน และพระพุทธรูปประธาน ลักษณะเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจศิลปะอยุธยาในบริบทของวัดท้องถิ่น ไม่ใช่เฉพาะในราชธานีหรือเมืองใหญ่เท่านั้น การกระจายตัวของศิลปกรรมอยุธยาไปยังหัวเมืองต่าง ๆ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ทางการเมือง ศาสนา และวัฒนธรรมระหว่างราชสำนักกับพื้นที่ภูมิภาค วัดโพธิ์ประทับช้างจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์ศิลปะไทย
 
บรรยากาศของวัดโพธิ์ประทับช้างมีความสงบ เรียบง่าย และเหมาะกับการเดินชมอย่างสำรวม พื้นที่ของวัดไม่ได้เน้นความคึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่มีลักษณะของวัดเก่าในชุมชนที่ยังคงทำหน้าที่ทางศาสนาอยู่จริง ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพื้นที่ประกอบศาสนกิจ และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสโบราณสถานในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย การเที่ยววัดเก่าเช่นนี้ควรเป็นการเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ควบคู่กับการเรียนรู้
 
การเดินทาง ไปวัดโพธิ์ประทับช้างจากตัวเมืองพิจิตรมีระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร สามารถใช้เส้นทางสายพิจิตร–วังจิก หรือทางหลวงหมายเลข 1068 เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 12–13 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางอำเภอโพธิ์ประทับช้าง หรือทางหลวงหมายเลข 1300 ก่อนถึงตัวอำเภอจะพบทางแยกซ้ายมือเข้าสู่วัดอีกประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะสามารถจัดทริปเชื่อมกับสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก เช่น อนุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ วัดท่าหลวง บึงสีไฟ วัดเขารูปช้าง และอุทยานเมืองเก่าพิจิตร
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด สามารถวางแผนให้วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นหนึ่งในเส้นทางเที่ยวประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิจิตรได้อย่างเหมาะสม หากเริ่มจากตัวเมืองพิจิตร สามารถแวะวัดท่าหลวงและบึงสีไฟก่อนหรือหลังจากการเที่ยววัดโพธิ์ประทับช้างได้ ส่วนผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์อยุธยาและเมืองเก่าพิจิตรอาจจัดเส้นทางต่อไปยังอุทยานเมืองเก่าพิจิตรและวัดนครชุม เพื่อให้เห็นภาพพัฒนาการของพื้นที่พิจิตรตั้งแต่เมืองเก่า วัดสำคัญ ไปจนถึงชุมชนริมลำน้ำ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนวัดคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและเหมาะกับการเดินชมโบราณสถาน ช่วงเช้าให้บรรยากาศสงบและเหมาะกับการทำบุญ ส่วนช่วงบ่ายจะเห็นแสงธรรมชาติที่ช่วยขับความงามของอาคารเก่าและกำแพงโบราณให้ชัดเจนขึ้น ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเลือกมุมที่ไม่รบกวนผู้มาทำบุญ และควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมหรือมีข้อห้ามของวัด
 
วัดโพธิ์ประทับช้างยังเหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะมีเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ไทย ศิลปกรรม ศาสนา และความเชื่อท้องถิ่น ผู้ปกครองสามารถพาเด็ก ๆ มาชมโบราณสถาน สังเกตลักษณะกำแพงวัด กราบหลวงพ่อโต และเรียนรู้เรื่องพระพุทธเจ้าเสือในพื้นที่จริง การเรียนรู้ผ่านสถานที่จริงเช่นนี้ช่วยให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตและจดจำได้ง่ายกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว
 
ในเชิงจิตใจ วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกสงบและมั่นคง ผู้มาเยือนจำนวนมากไม่ได้เดินทางมาเพียงเพื่อชมความเก่าแก่ แต่ตั้งใจมากราบหลวงพ่อโต ขอพร และใช้เวลาสั้น ๆ ในการพักใจ ความเรียบง่ายของวัดเก่า เสียงลมในพื้นที่โล่ง เงาของต้นตะเคียน และพระพักตร์อ่อนโยนของหลวงพ่อโต ล้วนช่วยสร้างประสบการณ์ที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป วัดแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับทั้งสายประวัติศาสตร์ สายบุญ สายถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการพื้นที่สงบเพื่อทบทวนใจ
 
เมื่อมองโดยรวม วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของจังหวัดพิจิตร เพราะรวมองค์ประกอบที่หาได้ยากไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยา การเป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ศิลปกรรมแบบอยุธยา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ต้นตะเคียนเก่าแก่ และบทบาทของวัดในชีวิตชุมชน การเดินทางมาวัดแห่งนี้จึงเป็นการเดินทางเข้าสู่ประวัติศาสตร์ ศรัทธา และวิถีวัฒนธรรมของพิจิตรอย่างครบถ้วน
 
วัดโพธิ์ประทับช้างจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงจุดแวะเที่ยวระหว่างทาง แต่ควรเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของการเที่ยวจังหวัดพิจิตร ผู้ที่มาเยือนจะได้สักการะหลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อยิ้ม ชมสถาปัตยกรรมอยุธยา เรียนรู้เรื่องราวของพระพุทธเจ้าเสือ เดินชมต้นตะเคียนเก่าแก่ และสัมผัสบรรยากาศของวัดริมแม่น้ำพิจิตรเก่าที่ดำรงคุณค่ามานานกว่า 300 ปี ที่นี่คือพื้นที่ซึ่งอดีตและปัจจุบันยังสนทนากันผ่านศิลปะ ศรัทธา และความทรงจำของผู้คนในท้องถิ่นอย่างงดงาม
 
ชื่อสถานที่วัดโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร
ที่ตั้งตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร
ที่อยู่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร 66190
ไฮไลต์วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ถิ่นประสูติสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ มีหลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อยิ้มเป็นพระพุทธรูปสำคัญ และมีกำแพงวัดโบราณล้อมรอบ 2 ชั้น
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2242–2244 สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี หรือพระพุทธเจ้าเสือ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในพื้นที่ประสูติของพระองค์
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับพื้นที่ประวัติศาสตร์ในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเป็นถิ่นที่เชื่อมโยงกับการประสูติของสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ
ลักษณะเด่นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา พระวิหารขนาดใหญ่ กำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น ซุ้มประตูโบราณ ต้นตะเคียนเก่าแก่ และบรรยากาศวัดริมแม่น้ำพิจิตรเก่า
การเดินทางจากตัวเมืองพิจิตรใช้เส้นทางพิจิตร–วังจิก ทางหลวงหมายเลข 1068 ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 12–13 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ทางหลวงหมายเลข 1300 ก่อนถึงตัวอำเภอมีทางแยกซ้ายเข้าสู่วัดอีกประมาณ 4 กม.
สถานะปัจจุบันเป็นวัดที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้และเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพิจิตร
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ พื้นที่กราบไหว้พระ พื้นที่ชมโบราณสถาน และบริเวณพักผ่อนภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญอุโบสถและพระวิหารโบราณ หลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อยิ้ม กำแพงวัด 2 ชั้น ซุ้มประตูโบราณ ต้นตะเคียนเก่าแก่ และพื้นที่โบราณสถานโดยรอบ
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูวิกรมสมาธิวัตร (จรัญ จนฺทสีโล)
เบอร์ติดต่อหลัก089-829-8986
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อนุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ ประมาณ 4 กม.
2. วัดเขารูปช้าง ประมาณ 23 กม.
3. วัดท่าหลวง พระอารามหลวง ประมาณ 27 กม.
4. บึงสีไฟ ประมาณ 29 กม.
5. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร ประมาณ 30 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านเจ๊แม็ดตามสั่ง ประมาณ 1 กม. โทร. 063-236-6289
2. ครัวปลาใหญ่ ประมาณ 8 กม.
3. PunThai Coffee โพธิ์ประทับช้าง ประมาณ 8 กม.
4. บะหมี่ลิ้นชัก กาแฟเจ้เล็ก ประมาณ 14 กม.
5. ฉำฉา คาเฟ่ Chamcha Cafe ประมาณ 15 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. มะเดื่อ รีสอร์ท ประมาณ 1 กม.
2. มีพรสวรรค์ แกรนด์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ประมาณ 12 กม.
3. เรือนริมน่าน ประมาณ 14 กม.
4. ระเบียงน้ำรีสอร์ท ประมาณ 15 กม.
5. The Nest Hotel Phichit ประมาณ 15 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธิ์ประทับช้างอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธิ์ประทับช้างตั้งอยู่ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า
 
ถาม: วัดโพธิ์ประทับช้างมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2242–2244 สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในพื้นที่ประสูติของสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ หรือขุนหลวงสรศักดิ์
 
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดโพธิ์ประทับช้างคืออะไร?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัดคือหลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อยิ้ม พระวิหารโบราณ กำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น ซุ้มประตูโบราณ และต้นตะเคียนเก่าแก่หน้าวัด
 
ถาม: หลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อยิ้มมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อยิ้มเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวบ้านเคารพนับถือ พระพักตร์มีลักษณะอ่อนโยนและสงบ ทำให้ผู้มากราบไหว้รู้สึกอิ่มเอมใจ
 
ถาม: วัดโพธิ์ประทับช้างเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองพิจิตรไปวัดโพธิ์ประทับช้างอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองพิจิตรใช้เส้นทางพิจิตร–วังจิก ทางหลวงหมายเลข 1068 แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1300 ไปยังอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ก่อนถึงตัวอำเภอจะมีทางแยกเข้าสู่วัด
 
ถาม: เที่ยววัดโพธิ์ประทับช้างควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถแวะอนุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ วัดเขารูปช้าง วัดท่าหลวง บึงสีไฟ และอุทยานเมืองเก่าพิจิตรได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
ถาม: ไปวัดโพธิ์ประทับช้างควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพื้นที่ศาสนสถาน และไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสโบราณสถานในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(32)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)