หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร >อ.ทับคล้อ >ต.ทับคล้อ > วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์)
TL;DR: วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์) อยู่ที่ตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ วัดพื้นที่กว้างกว่า 111 ไร่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม เดินจงกรม พักใจ และเรียนรู้บทบาทของวัดในการพัฒนาชุมชน.
วัดทับคล้อ (สวนโพธิสัตว์)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
วัดทับคล้อ จังหวัดพิจิตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ สวนโพธิสัตว์ เป็นวัดสำคัญของอำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ในตำบลทับคล้อ ซอยเทศบาลทับคล้อ 5 เป็นสถานที่ทางพระพุทธศาสนาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากบรรยากาศอันสงบ ร่มรื่น และเปี่ยมด้วยธรรมชาติ วัดแห่งนี้เติบโตขึ้นจากแนวคิดของการสร้างพื้นที่ปฏิบัติธรรมกลางธรรมชาติ ก่อนจะพัฒนาเป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน การศึกษา การพัฒนาชุมชน และการดูแลสุขภาวะของพระภิกษุสามเณรในจังหวัดพิจิตร ผู้ที่เดินทางมายังวัดทับคล้อจะสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็นว่า ที่นี่ไม่ใช่วัดที่เน้นความใหญ่โตโอ่อ่าเป็นหลัก แต่เป็นวัดที่ตั้งใจสร้างบรรยากาศแห่งความสงบให้ผู้มาเยือนได้พักใจ ฝึกสติ และเรียนรู้คุณค่าของพระพุทธศาสนาในพื้นที่ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ
เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เริ่มต้นจากชื่อ “สวนพระโพธิสัตว์” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยพระมหาโกศล จันทวณฺโณ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา จุดเริ่มต้นของสวนพระโพธิสัตว์ไม่ได้เกิดจากการสร้างศาสนสถานแบบวัดทั่วไปตั้งแต่ต้น หากแต่เกิดจากความตั้งใจที่จะพัฒนาที่ดินว่างเปล่าให้กลายเป็นพื้นที่แห่งธรรมะ พื้นที่ที่มีต้นไม้ ความสงบ และสิ่งแวดล้อมเหมาะกับการปฏิบัติกรรมฐาน ต่อมาเมื่อสถานที่แห่งนี้ได้รับความศรัทธาและมีบทบาทต่อประชาชนมากขึ้น จึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะได้รับการยกฐานะเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2541 ทำให้วัดทับคล้อมีสถานะเป็นศาสนสถานสมบูรณ์ตามพระธรรมวินัยและกฎหมายคณะสงฆ์
พื้นที่ของวัดทับคล้อมีขนาดมากกว่า 111 ไร่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่กว้างขวางและหาได้ยากสำหรับวัดชุมชนทั่วไป ความกว้างของพื้นที่ทำให้วัดสามารถจัดสรรบริเวณสำหรับการปฏิบัติธรรม การเดินจงกรม การพักผ่อน การเรียนรู้ และการทำกิจกรรมทางศาสนาได้อย่างเหมาะสม ต้นไม้ใหญ่จำนวนมากภายในวัดช่วยสร้างร่มเงา ลดความร้อน และทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนธรรมชาติ วัดจึงมีความเป็นสวนป่าปฏิบัติธรรมมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวแบบพลุกพล่าน ผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากชีวิตประจำวันสามารถมาใช้เวลาเงียบ ๆ ภายในวัดเพื่อฟื้นฟูจิตใจได้อย่างดี
ความโดดเด่นของวัดทับคล้ออยู่ที่การเป็นพื้นที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง วัดได้รับการคัดเลือกจากมหาเถรสมาคมให้เป็น สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพิจิตร แห่งแรก เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2545 ภายใต้การนำของพระครูวิสุทธิภาวนาคุณ หรือพระมหาโกศล จันทวณฺโณ พระเถราจารย์ผู้มีชื่อเสียงด้านวิปัสสนากรรมฐาน การได้รับคัดเลือกในฐานะสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดสะท้อนว่าวัดแห่งนี้มีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่ คณะสงฆ์ ระบบการอบรม และบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาจิตใจ ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมจึงสามารถเรียนรู้การเจริญสติ การเดินจงกรม การนั่งสมาธิ และการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามหลักพระพุทธศาสนาได้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
พระมหาโกศล จันทวณฺโณ หรือพระครูวิสุทธิภาวนาคุณ เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้วัดทับคล้อมีชื่อเสียงในฐานะวัดสายปฏิบัติ ท่านเป็นพระที่อุทิศตนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการอบรมวิปัสสนากรรมฐานอย่างต่อเนื่อง บทบาทของท่านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้นำทางศาสนา แต่ยังรวมถึงการพัฒนาวัดให้เป็นพื้นที่สาธารณะทางจิตใจของคนในชุมชนและผู้ศรัทธาจากต่างพื้นที่ หลายคนรู้จักวัดทับคล้อผ่านชื่อของพระมหาโกศล เพราะท่านเป็นพระเกจิที่ได้รับความเคารพจากลูกศิษย์และผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนมาก การพัฒนาสวนพระโพธิสัตว์จากพื้นที่ธรรมชาติสู่สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดจึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของพระสงฆ์ผู้ต้องการให้วัดเป็นที่พึ่งทั้งทางธรรมและทางสังคม
คำว่า “สวนโพธิสัตว์” มีความหมายที่ลึกซึ้ง เพราะไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกสถานที่ แต่ยังสื่อถึงเจตนารมณ์ของการสร้างพื้นที่เพื่อบ่มเพาะความดีงามในจิตใจ คำว่าโพธิสัตว์ในคติพระพุทธศาสนาหมายถึงผู้มุ่งบำเพ็ญบารมีเพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น การใช้ชื่อนี้จึงทำให้วัดทับคล้อมีภาพลักษณ์เป็นสวนแห่งการฝึกฝนตน สวนแห่งเมตตา และสวนแห่งการเรียนรู้ธรรมะ ผู้ที่มาเยือนวัดจึงไม่ได้เข้ามาเพื่อชมอาคารหรือถ่ายภาพเท่านั้น แต่เข้ามาสัมผัสสภาพแวดล้อมที่ชวนให้ระลึกถึงความสงบ ความเสียสละ และการพัฒนาจิตใจ
นอกจากบทบาทด้านการปฏิบัติธรรมแล้ว วัดทับคล้อยังมีความสำคัญด้านการศึกษาและการเรียนรู้ของชุมชน โดยมีการจัดตั้ง ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 การมีห้องสมุดประชาชนในพื้นที่วัดสะท้อนแนวคิดที่สำคัญว่า วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของประชาชน การอ่านหนังสือ การศึกษาความรู้ และการพัฒนาปัญญาเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับหลักพระพุทธศาสนา เพราะการเรียนรู้ที่ถูกต้องช่วยให้มนุษย์เข้าใจตนเอง เข้าใจสังคม และดำเนินชีวิตด้วยเหตุผลมากขึ้น
ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารีภายในบริบทของวัดทับคล้อจึงมีความหมายมากกว่าสถานที่เก็บหนังสือ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานศาสนา การศึกษา และการพัฒนาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ชาวบ้าน เยาวชน นักเรียน และประชาชนทั่วไปสามารถใช้วัดเป็นพื้นที่ในการแสวงหาความรู้ควบคู่กับการเรียนรู้ธรรมะ ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับห้องสมุดทำให้เห็นบทบาทดั้งเดิมของวัดไทยในฐานะโรงเรียนของชุมชน ซึ่งในอดีตพระสงฆ์เคยเป็นผู้ให้ความรู้แก่เด็กและประชาชน ก่อนที่ระบบโรงเรียนสมัยใหม่จะพัฒนาอย่างแพร่หลาย
วัดทับคล้อยังได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. 2547 และ พ.ศ. 2548 รางวัลดังกล่าวสะท้อนความพยายามของวัดในการพัฒนาพื้นที่ สิ่งแวดล้อม ระบบการจัดการ และกิจกรรมทางศาสนาให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน วัดที่ได้รับการยกย่องในลักษณะนี้ต้องมีบทบาทมากกว่าการประกอบพิธีกรรมทั่วไป แต่ต้องเป็นวัดที่มีความสะอาด เป็นระเบียบ มีประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถเป็นแบบอย่างให้วัดอื่นนำแนวทางไปปรับใช้ได้ วัดทับคล้อจึงเป็นตัวอย่างของวัดที่พัฒนาตนเองทั้งในเชิงศาสนา สังคม สิ่งแวดล้อม และการบริการชุมชน
ในปี พ.ศ. 2546 วัดทับคล้อได้รับเสาเสมาธรรมจักรเพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้สร้างคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา เกียรติคุณนี้สะท้อนว่างานของวัดและพระมหาโกศลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในระดับท้องถิ่น แต่ได้รับการยอมรับในวงกว้างในฐานะการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง การเผยแผ่ธรรมะ การจัดอบรมปฏิบัติธรรม และการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน ล้วนเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความอดทน ความเสียสละ และความต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน
อีกหนึ่งบทบาทที่ทำให้วัดทับคล้อมีความสำคัญเป็นพิเศษคือการจัดตั้ง ศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธ เมื่อปี พ.ศ. 2545 เพื่อดูแลสุขภาพของพระภิกษุ สามเณร และชุมชนในพื้นที่ ศูนย์ดังกล่าวเป็นแนวคิดที่สะท้อนความเข้าใจว่าพระสงฆ์ก็เป็นบุคคลที่ต้องการการดูแลด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพระสูงอายุ พระอาพาธ หรือพระที่อยู่ในวัดห่างไกล การมีศูนย์ดูแลพระป่วยทำให้วัดทับคล้อไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นต้นแบบของการเชื่อมโยงพระพุทธศาสนากับระบบสุขภาวะของคณะสงฆ์และสังคม
โครงการศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจังหวัดพิจิตร เพราะแนวคิดดังกล่าวได้ขยายไปครอบคลุมวัดจำนวนมากในจังหวัด ช่วยให้เกิดระบบดูแลสุขภาพพระภิกษุที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น งานนี้แสดงให้เห็นว่าวัดสามารถมีบทบาทด้านสาธารณสุขได้โดยไม่แยกขาดจากภารกิจทางศาสนา การดูแลผู้ป่วย การช่วยเหลือผู้สูงอายุ และการสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพ เป็นส่วนหนึ่งของเมตตาธรรมที่พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญ วัดทับคล้อจึงเป็นตัวอย่างของวัดที่นำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้กับปัญหาสังคมจริง
อีกหนึ่งโครงการสำคัญของวัดทับคล้อคือการสร้าง พระพุทธเมตตา องค์พระปูนปั้นขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 80 เมตร และฐานกว้างประมาณ 80 เมตร โดยตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์กทางพระพุทธศาสนาและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสิ่งปลูกสร้างให้โดดเด่นทางสายตา แต่ยังเป็นการสร้างสัญลักษณ์แห่งเมตตา ความสงบ และแรงศรัทธาร่วมกันของผู้คนจำนวนมาก พระพุทธเมตตาจึงมีความหมายทั้งในเชิงพุทธศิลป์ การท่องเที่ยวเชิงศาสนา และการรวมพลังของชุมชน
องค์พระพุทธเมตตาที่วัดทับคล้อเป็นโครงการที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของวัดในการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รองรับทั้งผู้ปฏิบัติธรรมและผู้มาเยือนจากต่างพื้นที่ ขนาดขององค์พระที่สูงถึง 80 เมตรทำให้เกิดความรู้สึกยิ่งใหญ่และนอบน้อม ขณะเดียวกันคำว่าเมตตายังเตือนใจให้ผู้มาเยือนระลึกถึงคุณธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา คือความปรารถนาดีต่อผู้อื่น การลดความเห็นแก่ตัว และการมีใจอ่อนโยนต่อสรรพชีวิต หากโครงการก่อสร้างดำเนินต่อไปจนสมบูรณ์ องค์พระพุทธเมตตาจะกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของอำเภอทับคล้อและจังหวัดพิจิตร
บรรยากาศภายในวัดทับคล้อเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมหรือพักใจ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วัด เสียงใบไม้ ลมธรรมชาติ และความเงียบสงบภายในพื้นที่วัดช่วยลดความฟุ้งซ่าน เหมาะสำหรับการนั่งสมาธิ เดินจงกรม ฟังธรรม หรือเพียงนั่งสงบเพื่อทบทวนตนเอง วัดแห่งนี้จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ตั้งใจมาปฏิบัติธรรมจริงจังและผู้ที่เดินทางมาไหว้พระระยะสั้นเพื่อเติมพลังใจ
ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัดทับคล้อเป็นจุดหมายที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดที่เน้นโบราณสถานหรือพระพุทธรูปเก่าแก่ เพราะคุณค่าของวัดอยู่ที่การเป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่และศูนย์พัฒนาชุมชน ผู้ที่สนใจวัดสายปฏิบัติ สวนธรรมชาติ ห้องสมุดชุมชน ศูนย์ดูแลพระอาพาธ และโครงการพระพุทธรูปขนาดใหญ่ จะพบว่าวัดทับคล้อมีเรื่องราวหลากหลายและลึกกว่าการเที่ยวชมเพียงผิวเผิน การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพื่อเดินชมพื้นที่ สักการะสิ่งสำคัญ และสัมผัสบรรยากาศสวนโพธิสัตว์อย่างเต็มที่
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติของพระมหาโกศล จันทวณฺโณ วัดทับคล้อเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เห็นผลงานของท่านอย่างเป็นรูปธรรม จากพื้นที่สวนพระโพธิสัตว์ การพัฒนาวัด การจัดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน การผลักดันศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธ และการสร้างบทบาทวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชน ทั้งหมดนี้สะท้อนการทำงานของพระสงฆ์ที่ไม่ได้แยกตัวออกจากสังคม แต่ใช้ธรรมะเป็นฐานในการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน และสร้างพื้นที่แห่งความเกื้อกูลให้เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น
วัดทับคล้อยังเหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเรียนรู้วิถีวัดไทยในมุมที่มากกว่าการไหว้พระ เพราะที่นี่มีทั้งธรรมชาติ พื้นที่ปฏิบัติธรรม ห้องสมุดประชาชน ประวัติการพัฒนาสังคม และโครงการสุขภาวะพระสงฆ์ เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้ได้ว่าวัดไทยไม่ได้มีหน้าที่เพียงประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่สาธารณะของชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นที่ดูแลผู้ป่วย และเป็นที่ปลูกฝังคุณธรรม ความเมตตา และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
การเดินทาง ไปวัดทับคล้อสามารถเดินทางได้สะดวกโดยมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร แล้วเข้าสู่ตำบลทับคล้อบริเวณซอยเทศบาลทับคล้อ 5 ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ระบบนำทางค้นหาวัดทับคล้อหรือสวนพระโพธิสัตว์ได้โดยตรง เส้นทางอยู่ในย่านชุมชนอำเภอทับคล้อ จึงสามารถจัดรวมกับสถานที่ใกล้เคียง เช่น วัดมงคลทับคล้อ วัดพระพุทธบาทเขาทราย ย่านตลาดทับคล้อ และสถานีรถไฟทับคล้อได้สะดวก หากเดินทางจากตัวเมืองพิจิตร สามารถจัดเป็นทริปไหว้พระและปฏิบัติธรรมแบบไปเช้าเย็นกลับได้
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนวัดทับคล้อคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะพื้นที่วัดกว้างและมีต้นไม้จำนวนมาก ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระ ฟังธรรม ทำสมาธิ และเดินชมสวนอย่างสงบ ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการเดินชมพื้นที่และถ่ายภาพบรรยากาศวัดในแสงที่นุ่มขึ้น ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมควรสอบถามกำหนดการจากทางวัดล่วงหน้า เพราะวัดมีการจัดกิจกรรมตามช่วงเวลาและวาระสำคัญทางพระพุทธศาสนา
มารยาทในการเข้าชมวัดทับคล้อควรยึดหลักความสงบและความเคารพเป็นสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม ไม่เดินเข้าไปในพื้นที่ที่สงวนไว้สำหรับพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทิ้งขยะ และถ่ายภาพอย่างสำรวม หากเข้าร่วมกิจกรรมสมาธิภาวนาควรปฏิบัติตามกติกาของวัดอย่างเคร่งครัด การรักษามารยาทเหล่านี้จะช่วยให้บรรยากาศสงบของสวนโพธิสัตว์ยังคงเหมาะแก่การเจริญภาวนาและการพักใจของทุกคน
วัดทับคล้อจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าหลายด้านในจังหวัดพิจิตร ทั้งด้านพระพุทธศาสนา จากการเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งแรก ด้านการศึกษา จากห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ด้านสังคมและสาธารณสุข จากศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธ ด้านสิ่งแวดล้อม จากพื้นที่สวนธรรมชาติขนาดใหญ่ และด้านการท่องเที่ยว จากความสงบ ร่มรื่น และโครงการพระพุทธเมตตาขนาดใหญ่ วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมากกว่าการเที่ยววัดทั่วไป เพราะที่นี่คือพื้นที่เรียนรู้ชีวิต ธรรมะ และการพัฒนาชุมชนในคราวเดียวกัน
เมื่อมองโดยรวม วัดทับคล้อหรือสวนโพธิสัตว์เป็นวัดที่สะท้อนบทบาทของวัดไทยร่วมสมัยได้อย่างครบถ้วน วัดเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ปฏิบัติธรรม สวนธรรมชาติ ห้องสมุดชุมชน ศูนย์ดูแลสุขภาพพระสงฆ์ และศูนย์รวมศรัทธาของชาวอำเภอทับคล้อ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความสงบของพื้นที่มากกว่า 111 ไร่ ได้เรียนรู้ประวัติของพระมหาโกศล จันทวณฺโณ ได้เห็นความพยายามในการสร้างพระพุทธเมตตา และได้เข้าใจว่าพระพุทธศาสนาสามารถดำรงอยู่คู่ชุมชนได้อย่างมีชีวิตชีวาเพียงใด วัดทับคล้อจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การเดินทางมาเยือนเมื่อมาถึงจังหวัดพิจิตร
| ชื่อสถานที่ | วัดทับคล้อ หรือสวนโพธิสัตว์ จังหวัดพิจิตร |
| ที่ตั้ง | ตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร |
| ที่อยู่ | ซอยเทศบาลทับคล้อ 5 ตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร 66150 |
| ไฮไลต์ | สวนพระโพธิสัตว์ พื้นที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพิจิตรแห่งแรก ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธ และโครงการพระพุทธเมตตาขนาดใหญ่ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจากสวนพระโพธิสัตว์เมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยพระมหาโกศล จันทวณฺโณ และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ได้รับการยกฐานะเป็นวัดเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2541 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดทับคล้อสัมพันธ์กับอำเภอทับคล้อ ส่วนชื่อสวนโพธิสัตว์สะท้อนเจตนารมณ์ของการสร้างพื้นที่ธรรมชาติสำหรับการบ่มเพาะธรรมะ ความเมตตา และการปฏิบัติธรรม |
| ลักษณะเด่น | วัดพื้นที่กว้างกว่า 111 ไร่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม เดินจงกรม พักใจ และเรียนรู้บทบาทของวัดในการพัฒนาชุมชน |
| การเดินทาง | เดินทางเข้าสู่อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร แล้วเข้าสู่ซอยเทศบาลทับคล้อ 5 สามารถใช้ระบบนำทางค้นหาวัดทับคล้อหรือสวนพระโพธิสัตว์ได้โดยตรง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดและสำนักปฏิบัติธรรมที่เปิดให้ประชาชนเข้าทำบุญ ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะ เยี่ยมชมพื้นที่สวนธรรมชาติ และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ พื้นที่ปฏิบัติธรรม พื้นที่เดินจงกรม พื้นที่พักผ่อนในสวน ห้องสมุดประชาชน พื้นที่กิจกรรมทางศาสนา ศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธ และห้องน้ำ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | สวนพระโพธิสัตว์ พื้นที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธ พื้นที่โครงการพระพุทธเมตตา และพื้นที่สวนธรรมชาติภายในวัด |
| อดีตเจ้าอาวาสสำคัญ / ผู้ริเริ่ม | พระครูวิสุทธิภาวนาคุณ หรือพระมหาโกศล จันทวณฺโณ ผู้ริเริ่มสวนพระโพธิสัตว์และอดีตเจ้าอาวาสวัดทับคล้อ |
| ผู้ดูแล / เจ้าอาวาสปัจจุบัน | ใช้ข้อมูลติดต่อจากวัดทับคล้อโดยตรงก่อนเดินทางหรือเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรม |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจวัดทับคล้อ (สวนพระโพธิสัตว์) และข้อมูลท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สถานีรถไฟทับคล้อ ประมาณ 2 กม. 2. ย่านตลาดทับคล้อ ประมาณ 2 กม. 3. วัดมงคลทับคล้อ ประมาณ 3 กม. 4. วัดพระพุทธบาทเขาทราย ประมาณ 9 กม. 5. วัดเขารูปช้าง ประมาณ 15 กม. 6. วัดเทวประสาท หลวงพ่อโตตะพานหิน ประมาณ 28 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารในย่านตลาดทับคล้อ ประมาณ 2 กม. 2. ร้านย่าจ๋า อำเภอทับคล้อ ประมาณ 5 กม. 3. ร้านอาหารย่านแยกเขาทราย ประมาณ 8 กม. 4. ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้วัดพระพุทธบาทเขาทราย ประมาณ 9–10 กม. 5. ร้านอาหารในอำเภอตะพานหิน ประมาณ 27–30 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านสวย รีสอร์ท ทับคล้อ พิจิตร ประมาณ 8 กม. 2. ที่พักในย่านอำเภอทับคล้อ ประมาณ 2–8 กม. 3. ที่พักย่านเขาทราย อำเภอทับคล้อ ประมาณ 8–10 กม. 4. Roseinn Hotel Taphanhin ประมาณ 28 กม. โทร. 056-621-044, 091-024-5747, 093-140-8168 5. The Nest Hotel Phichit ประมาณ 55 กม. โทร. 056-033-662 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดทับคล้อหรือสวนโพธิสัตว์อยู่ที่ไหน?
ถาม: วัดทับคล้อหรือสวนโพธิสัตว์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดทับคล้อตั้งอยู่ในตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร บริเวณซอยเทศบาลทับคล้อ 5
ถาม: วัดทับคล้อมีจุดเด่นสำคัญอะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือการเป็นสวนพระโพธิสัตว์ พื้นที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานขนาดใหญ่ สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพิจิตรแห่งแรก ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี และศูนย์ดูแลพระป่วยพระอาพาธ
ถาม: วัดทับคล้อเริ่มสร้างเมื่อใด?
ตอบ: พื้นที่เดิมเริ่มเป็นสวนพระโพธิสัตว์เมื่อปี พ.ศ. 2520 และได้รับการยกฐานะเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535
ถาม: พระมหาโกศล จันทวณฺโณ เกี่ยวข้องกับวัดทับคล้ออย่างไร?
ตอบ: พระมหาโกศล จันทวณฺโณ หรือพระครูวิสุทธิภาวนาคุณ เป็นผู้ริเริ่มสวนพระโพธิสัตว์ อดีตเจ้าอาวาสวัดทับคล้อ และเป็นพระเถราจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวัด
ถาม: วัดทับคล้อเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดทับคล้อเปิดให้เข้าชมโดยทั่วไปทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
ถาม: วัดทับคล้อเหมาะกับการปฏิบัติธรรมหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะวัดทับคล้อได้รับคัดเลือกให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพิจิตรแห่งแรก และมีพื้นที่ร่มรื่นกว้างขวางเหมาะกับการเจริญสติ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม
ถาม: เดินทางไปวัดทับคล้ออย่างไร?
ตอบ: เดินทางเข้าสู่อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร แล้วเข้าสู่ซอยเทศบาลทับคล้อ 5 สามารถใช้ระบบนำทางค้นหาวัดทับคล้อหรือสวนพระโพธิสัตว์ได้โดยตรง
ถาม: เที่ยววัดทับคล้อควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถแวะสถานีรถไฟทับคล้อ ย่านตลาดทับคล้อ วัดมงคลทับคล้อ วัดพระพุทธบาทเขาทราย วัดเขารูปช้าง และวัดเทวประสาทได้ตามเส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดพิจิตร
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




