หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร >อ.บางมูลนาก >ต.วังตะกู > วัดสุขุมาราม
TL;DR: วัดสุขุมาราม อยู่ที่บ้านวังตะกู หมู่ที่ 11 ตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เปิดทุกวัน เวลา ช่วงกลางวัน. จุดเด่นคือ วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ เสนาสนะครบถ้วน พื้นที่ปฏิบัติธรรม และพื้นที่พักผ่อนของชุมชน.
วัดสุขุมาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวัน
วัดสุขุมาราม จังหวัดพิจิตร หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักกันในชื่อวัดใหม่ วัดใหม่วังตะกู หรือวัดสุขุมารามพระนอน เป็นวัดสำคัญของตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่เลขที่ 236 บ้านวังตะกู หมู่ที่ 11 ตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่สีทองอร่าม ซึ่งเป็นพระนอนองค์สำคัญของจังหวัดพิจิตรและเป็นจุดหมายที่พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจศิลปะพระพุทธรูปขนาดใหญ่เดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง พระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีความยาวประมาณ 55 เมตร ตั้งเด่นอยู่ภายในบริเวณวัดและกลายเป็นสัญลักษณ์ทางศรัทธาของชุมชนวังตะกูอย่างชัดเจน
จุดเด่นของวัดสุขุมารามอยู่ที่การผสมผสานระหว่างความเป็นวัดชุมชนที่สงบเรียบง่ายกับความยิ่งใหญ่ของพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ เมื่อเดินทางเข้าสู่บริเวณวัด ผู้มาเยือนจะมองเห็นองค์พระนอนสีทองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ภาพของพระพุทธไสยาสน์ที่ทอดพระวรกายอย่างสงบช่วยสร้างความรู้สึกนอบน้อมและผ่อนคลาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาไหว้พระ ขอพร ทำบุญ ปฏิบัติธรรม หรือพักใจจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน
วัดสุขุมารามตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มของตำบลวังตะกู มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา โดยมีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับที่ดินเลขที่ 163 ทิศใต้และทิศตะวันออกติดต่อกับคลองวังกรด และทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินเลขที่ 163 ลักษณะพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนความเป็นวัดชุมชนที่ผูกพันกับลำน้ำ คลอง พื้นที่เกษตรกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น วัดไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมของบ้านวังตะกูที่มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ
วัดสุขุมารามสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เดิมในระยะแรกของการสร้างวัดมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น วัดอโศการาม วัดใหม่วังตะกู และวัดใหม่ ต่อมาจึงใช้ชื่อวัดสุขุมาราม ซึ่งเชื่อมโยงกับนามสกุลของผู้มีจิตศรัทธาที่ถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด การเปลี่ยนชื่อและการเรียกขานหลายชื่อสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เติบโตมาจากแรงศรัทธาของคนในชุมชน และค่อย ๆ พัฒนาเป็นวัดที่มีสถานะชัดเจนในชีวิตทางศาสนาของชาววังตะกู
ผู้มีส่วนสำคัญในช่วงเริ่มต้นของวัด ได้แก่ นางสุ่น พฤกษะวัน ซึ่งมีสกุลเดิมว่าสุขุมานนท์ และนายแพทย์พยุง กลันทกพันธ์ ผู้บริจาคที่ดินให้ใช้สร้างวัด การถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดถือเป็นกุศลสำคัญในสังคมไทย เพราะเป็นการสร้างพื้นที่ให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ในชุมชน เป็นสถานที่ให้พระสงฆ์จำพรรษา เป็นที่ทำบุญของชาวบ้าน เป็นที่ฟังธรรม และเป็นพื้นที่สาธารณะทางจิตใจที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ การเกิดขึ้นของวัดสุขุมารามจึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างอาคารทางศาสนา แต่เป็นการสร้างศูนย์กลางทางศรัทธาให้กับชุมชนวังตะกู
ภายในวัดมีเสนาสนะสำคัญหลายแห่งที่สะท้อนการพัฒนาของวัดในแต่ละช่วงเวลา อุโบสถมีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 24 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 ใช้เป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมสำคัญของพระสงฆ์ ศาลาการเปรียญกว้าง 16 เมตร ยาว 32 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 เป็นพื้นที่ประชุม ฟังธรรม ทำบุญ และรองรับกิจกรรมทางศาสนาของชาวบ้าน หอสวดมนต์กว้าง 25 เมตร ยาว 35 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 ใช้เป็นพื้นที่สวดมนต์และประกอบกิจกรรมทางธรรม นอกจากนี้ยังมีกุฏีสงฆ์ ศาลาพระพุทธ ศาลาประดิษฐานหลวงพ่อเขียน กุฏีเจ้าอาวาสหลังใหม่ ศาลาธรรมทาน หอกลอง เจดีย์พระโพธิญาณ หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเมรุ
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดสุขุมาราม ได้แก่ พระพุทธรูปประธานหน้าตักกว้าง 3 ศอก 9 นิ้ว ประดิษฐานในอุโบสถ พร้อมด้วยรูปพระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตร ซึ่งเททองหล่อที่วัดสุขุมารามเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2517 นอกจากนี้ยังมีพระพุทธชินราชจำลองประดิษฐานในหอกัมมัฏฐาน และพระพุทธรูปอื่น ๆ อีกหลายองค์ สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดสุขุมารามเป็นสถานที่ที่มีปูชนียวัตถุให้สักการะหลายจุด ผู้มาเยือนจึงสามารถไหว้พระ ทำบุญ และใช้เวลาสงบใจได้มากกว่าการชมพระนอนเพียงอย่างเดียว
วัดสุขุมารามยังเปิดสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 บทบาทด้านการศึกษานี้มีความสำคัญต่อวัดในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้พระพุทธศาสนา เพราะพระปริยัติธรรมเป็นรากฐานของการศึกษาหลักธรรม พระวินัย และความรู้ทางพระพุทธศาสนา การที่วัดเปิดสอนต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่าวัดสุขุมารามไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สักการะ แต่เป็นพื้นที่สืบทอดความรู้ทางธรรมให้แก่พระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนที่เกี่ยวข้องกับวัด
พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ของวัดสุขุมารามสร้างขึ้นในสมัยพระครูวิจารณ์วิหารกิจ เจ้าอาวาสวัดสุขุมารามองค์ปัจจุบัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 องค์พระมีความยาวประมาณ 55 เมตร เป็นพระนอนขนาดใหญ่ที่สร้างความประทับใจอย่างมากแก่ผู้พบเห็น ทั้งจากขนาด สีทองอร่าม และความสงบงามของพุทธลักษณะ
พระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน มีความหมายสำคัญในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นพุทธลักษณะที่มักเชื่อมโยงกับการเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า สื่อถึงความสงบ ความวางเฉยต่อกิเลส และการหลุดพ้นจากทุกข์ การมาสักการะพระนอนจึงไม่ได้มีเพียงความหมายด้านสิริมงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ระลึกถึงสัจธรรมของชีวิต ความไม่เที่ยง และความสงบภายในใจ พระพุทธไสยาสน์วัดสุขุมารามจึงเป็นทั้งงานพระพุทธศิลป์ขนาดใหญ่และสื่อธรรมที่ช่วยเตือนใจผู้คน
ความยิ่งใหญ่ของพระพุทธไสยาสน์ทำให้วัดสุขุมารามกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงศาสนาในอำเภอบางมูลนาก ผู้ที่เดินทางมาจังหวัดพิจิตรสามารถจัดวัดแห่งนี้ไว้ในเส้นทางไหว้พระร่วมกับวัดห้วยเขน วัดท่าช้าง วัดเขารูปช้าง หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในพื้นที่บางมูลนากและอำเภอใกล้เคียงได้อย่างเหมาะสม วัดสุขุมารามจึงช่วยเติมเต็มภาพการท่องเที่ยวพิจิตรในมุมของพระพุทธรูปขนาดใหญ่ วัดชุมชน และพื้นที่พักผ่อนทางใจ
บรรยากาศภายในวัดมีความสงบและกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเดินชม ทำบุญ ไหว้พระ และพักผ่อน นอกจากพระพุทธไสยาสน์แล้ว วัดยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เป็นพื้นที่สวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชน บทบาทนี้ทำให้วัดสุขุมารามเป็นมากกว่าวัดที่มีพระนอนขนาดใหญ่ เพราะวัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะทางกายและใจให้กับชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสถานที่สงบเรียบง่าย
ภาพของพระนอนขนาดใหญ่สีทองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบริเวณวัดทำให้วัดสุขุมารามมีเอกลักษณ์ทางสายตาที่จดจำได้ง่าย นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมถ่ายภาพองค์พระจากด้านหน้าและด้านข้างเพื่อเก็บความประทับใจ อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่ เพราะวัดยังเป็นศาสนสถานที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนควรเลือกมุมถ่ายภาพที่สุภาพ ไม่ปีนขึ้นพื้นที่ที่ไม่อนุญาต และไม่รบกวนผู้ที่มากราบไหว้หรือทำบุญ
ในเชิงวัฒนธรรม วัดสุขุมารามสะท้อนพลังศรัทธาของชาวพิจิตรและชุมชนวังตะกูอย่างชัดเจน การสร้างพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้จากบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องอาศัยแรงศรัทธา การสนับสนุน และความร่วมมือจากพระสงฆ์ ญาติโยม และผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก องค์พระจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความตั้งใจร่วมกันของชุมชนในการสร้างสิ่งที่มีคุณค่าทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจพระพุทธศิลป์ พระพุทธไสยาสน์วัดสุขุมารามเป็นตัวอย่างของพระพุทธรูปขนาดใหญ่ยุคสมัยใหม่ที่เน้นความสง่างาม ความเข้าถึงง่าย และความเป็นศูนย์รวมศรัทธา รูปแบบสีทองทำให้องค์พระเด่นชัดจากระยะไกล ขนาดที่ยาวประมาณ 55 เมตรสร้างความรู้สึกอลังการ แต่พุทธลักษณะโดยรวมยังคงสื่อถึงความสงบและความเมตตา ผู้มาเยือนจึงได้สัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่ทางกายภาพและความสงบทางใจในเวลาเดียวกัน
สำหรับครอบครัว วัดสุขุมารามเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพาเด็กและผู้สูงอายุมาทำบุญ เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้างและเดินทางสะดวก เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้เรื่องพุทธลักษณะของพระนอน ความหมายของพระพุทธไสยาสน์ และมารยาทในการเข้าวัด เช่น การแต่งกายสุภาพ การใช้เสียงเบา การไหว้พระ และการเคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนผู้สูงอายุสามารถใช้เวลาทำบุญ สวดมนต์ หรือนั่งพักในบรรยากาศสงบของวัดได้อย่างเหมาะสม
วัดสุขุมารามยังเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาไหว้พระแบบไม่เร่งรีบ เพราะวัดตั้งอยู่ในตำบลวังตะกู ห่างจากตัวอำเภอบางมูลนากประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางผ่านพื้นที่ชนบทและชุมชนท้องถิ่น ทำให้การเดินทางมีบรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือจัดรวมกับสถานที่อื่นในอำเภอบางมูลนาก เมื่อเดินทางมาถึงวัด ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีในการกราบพระนอน เดินชมเสนาสนะสำคัญ และถ่ายภาพอย่างเหมาะสม
การเดินทาง ไปวัดสุขุมารามสามารถเริ่มต้นจากอำเภอบางมูลนาก ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสายบางมูลนาก–วังงิ้ว ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่บริเวณตลาดนอกวังตะกูในตำบลวังตะกู ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสามารถตั้งเส้นทางไปยังวัดสุขุมาราม บ้านวังตะกู หมู่ที่ 11 ได้โดยตรง ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟบางมูลนาก แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นไปยังวัดได้
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับวัดสุขุมารามสามารถจัดเป็นทริปวัดและชุมชนบางมูลนากได้อย่างน่าสนใจ เริ่มจากสถานีรถไฟบางมูลนากหรือย่านตัวอำเภอ แวะวัดห้วยเขนเพื่อชมโบสถ์เก่าและจิตรกรรมฝาผนัง ต่อไปยังวัดท่าช้างเพื่อสักการะพระพุทธรูปหินทรายและชมช้างคู่ แล้วเดินทางต่อมายังวัดสุขุมารามเพื่อกราบพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ หากมีเวลาเพิ่มสามารถแวะวัดเขารูปช้างหรือสถานที่สำคัญอื่นในจังหวัดพิจิตรได้ ทำให้ทริปมีทั้งมิติของศิลปกรรม พระพุทธศาสนา และวิถีชุมชน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดสุขุมารามคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเหมาะกับการเดินชมพื้นที่วัด ช่วงเช้าเหมาะสำหรับการทำบุญ ไหว้พระ และสวดมนต์ ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพองค์พระพุทธไสยาสน์ในแสงที่นุ่มขึ้น ผู้มาเยือนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มหากเดินทางในวันที่มีแดดแรง และควรเผื่อเวลาเพื่อเดินชมพื้นที่วัดอย่างไม่รีบร้อน
มารยาทในการเข้าชมวัดสุขุมารามควรยึดหลักความสุภาพและความเคารพต่อสถานที่ ผู้มาเยือนควรแต่งกายเรียบร้อย ใช้เสียงเบา ไม่ปีนขึ้นไปบนองค์พระหรือฐานองค์พระในบริเวณที่ไม่อนุญาต ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่กำลังทำบุญ หากต้องการถ่ายภาพควรเลือกมุมที่เหมาะสมและรักษาความสำรวม การเที่ยววัดด้วยความเคารพจะช่วยรักษาบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของวัดและทำให้ประสบการณ์การมาเยือนมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
วัดสุขุมารามจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าหลายด้านในจังหวัดพิจิตร ทั้งด้านพระพุทธศาสนา จากพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่และปูชนียวัตถุสำคัญ ด้านประวัติศาสตร์ชุมชน จากการเกิดขึ้นของวัดด้วยแรงศรัทธาของผู้บริจาคที่ดินและชาวบ้าน ด้านการศึกษา จากการเปิดสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม และด้านสังคม จากบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ปฏิบัติธรรม สวนสาธารณะ และสถานที่พักผ่อนของคนในชุมชน วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพพระนอนองค์ใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนชีวิต ศรัทธา และความร่วมแรงร่วมใจของชาววังตะกูอย่างชัดเจน
เมื่อมองโดยรวม วัดสุขุมารามเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอำเภอบางมูลนากที่ควรค่าแก่การเดินทางมาเยือน ผู้มาเยือนจะได้สักการะพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่มีความยาวประมาณ 55 เมตร เรียนรู้ประวัติการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชุมชน ชมเสนาสนะสำคัญ และสัมผัสบรรยากาศวัดชุมชนที่สงบเรียบง่าย หากต้องการรู้จักพิจิตรในมุมของศาสนา ชุมชน และพระพุทธศิลป์ขนาดใหญ่ วัดสุขุมารามคือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม
| ชื่อสถานที่ | วัดสุขุมาราม จังหวัดพิจิตร |
| ที่ตั้ง | บ้านวังตะกู หมู่ที่ 11 ตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร |
| ที่อยู่ | 236 บ้านวังตะกู หมู่ที่ 11 ตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร 66210 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธไสยาสน์สีทองขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 55 เมตร เป็นพระนอนองค์สำคัญของจังหวัดพิจิตรและจุดสักการะหลักของวัดสุขุมาราม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมเรียกกันหลายชื่อ เช่น วัดอโศการาม วัดใหม่วังตะกู และวัดใหม่ ต่อมาใช้ชื่อวัดสุขุมาราม โดยมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินสร้างวัด และเปิดสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสุขุมารามสัมพันธ์กับนามสกุลสุขุมานนท์ของผู้มีจิตศรัทธาที่ถวายที่ดินสร้างวัด |
| ลักษณะเด่น | วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ เสนาสนะครบถ้วน พื้นที่ปฏิบัติธรรม และพื้นที่พักผ่อนของชุมชน |
| การเดินทาง | จากอำเภอบางมูลนากใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสายบางมูลนาก–วังงิ้ว ระยะทางประมาณ 12 กม. วัดตั้งอยู่บริเวณตลาดนอกวังตะกู หรือเดินทางด้วยรถไฟลงสถานีบางมูลนากแล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังวัด |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระพุทธไสยาสน์ ทำบุญ ปฏิบัติธรรม ออกกำลังกาย และพักผ่อนในพื้นที่วัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ช่วงกลางวัน |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ ลานสักการะพระพุทธไสยาสน์ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ศาลาธรรมทาน หอกลอง เมรุ พื้นที่ปฏิบัติธรรม และพื้นที่พักผ่อนภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ศาลาพระพุทธ ศาลาประดิษฐานหลวงพ่อเขียน พระพุทธชินราชจำลอง หอกัมมัฏฐาน เจดีย์พระโพธิญาณ หลวงปู่ปาน และพื้นที่สวนสาธารณะของวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูวิจารณ์วิหารกิจ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดห้วยเขน ประมาณ 8 กม. 2. สถานีรถไฟบางมูลนาก ประมาณ 12 กม. 3. พิพิธภัณฑ์มีชีวิตชาวบางมูลนาก ประมาณ 12 กม. 4. วัดท่าช้าง ประมาณ 13 กม. 5. วัดเขารูปช้าง ประมาณ 40 กม. 6. วัดเทวประสาท หลวงพ่อโตตะพานหิน ประมาณ 43 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. For-Est Cafe’ ประมาณ 12 กม. โทร. 063-518-4887 2. เจ๊ลี้ ขนมจีบซาลาเปา ประมาณ 12 กม. โทร. 094-826-8666 3. ลุงอึ่งปลาแม่น้ำ บางมูลนาก ประมาณ 13 กม. 4. ขนมจีบสถานีรถไฟบางมูลนาก ประมาณ 12 กม. 5. สวนอาหารเพื่อนใหม่ ประมาณ 14 กม. 6. KFC ปตท.โออาร์ บางมูลนาก ประมาณ 14 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ธ.ธงชัย รีสอร์ท ประมาณ 7 กม. 2. บ้านไม้งาม รีสอร์ท ประมาณ 12 กม. 3. สวนคุณยายรีสอร์ท ประมาณ 13 กม. โทร. 056-633-388, 088-282-1152, 086-327-0716 4. วีธรารีสอร์ทบางมูลนาก ประมาณ 13 กม. โทร. 081-785-2040 5. บ้านสบายใจ รีสอร์ท ประมาณ 14 กม. โทร. 082-877-8848 6. บ้านรักรีสอร์ท ประมาณ 15 กม. โทร. 083-330-3308, 056-633-336 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสุขุมาราม จังหวัดพิจิตร อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสุขุมารามตั้งอยู่เลขที่ 236 บ้านวังตะกู หมู่ที่ 11 ตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร
ถาม: วัดสุขุมารามมีจุดเด่นสำคัญอะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือพระพุทธไสยาสน์สีทองขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 55 เมตร ซึ่งเป็นพระนอนองค์สำคัญของจังหวัดพิจิตร
ถาม: พระพุทธไสยาสน์วัดสุขุมารามสร้างขึ้นเพื่ออะไร?
ตอบ: พระพุทธไสยาสน์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสุขุมารามคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสและผู้ดูแลวัดสุขุมารามคือพระครูวิจารณ์วิหารกิจ
ถาม: วัดสุขุมารามเดิมเรียกว่าอะไร?
ตอบ: ในระยะแรกมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น วัดอโศการาม วัดใหม่วังตะกู และวัดใหม่ ก่อนใช้ชื่อวัดสุขุมารามในเวลาต่อมา
ถาม: เดินทางไปวัดสุขุมารามอย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอบางมูลนากใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสายบางมูลนาก–วังงิ้ว ระยะทางประมาณ 12 กม. หรือเดินทางด้วยรถไฟลงสถานีบางมูลนากแล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังวัด
ถาม: วัดสุขุมารามเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ชมพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ ถ่ายภาพเชิงศาสนา ปฏิบัติธรรม และพักผ่อนในบรรยากาศสงบของวัดชุมชน
ถาม: เที่ยววัดสุขุมารามควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถแวะวัดห้วยเขน สถานีรถไฟบางมูลนาก พิพิธภัณฑ์มีชีวิตชาวบางมูลนาก วัดท่าช้าง และวัดเขารูปช้างได้ตามเส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดพิจิตร
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




