หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.พาน >ต.เมืองพาน > พระธาตุจอมแว่
TL;DR: พระธาตุจอมแว่ อยู่ที่วัดพระธาตุจอมแว่ เลขที่ 1 หมู่ 11 บ้านใหม่สันผักหละ ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 57120 เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00.
พระธาตุจอมแว่

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00
พระธาตุจอมแว่ เป็นหนึ่งในพระธาตุสำคัญของจังหวัดเชียงราย และนับเป็นหนึ่งในกลุ่มพระธาตุ 9 จอมที่ผู้คนในท้องถิ่นให้ความเคารพศรัทธามาอย่างยาวนาน ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุจอมแว่ ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย แม้จะไม่ใช่จุดท่องเที่ยวที่มีความคึกคักเท่ากับแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ของจังหวัด แต่ความโดดเด่นของพระธาตุแห่งนี้อยู่ที่การเป็นปูชนียสถานเก่าแก่ที่ผูกโยงอยู่กับตำนานเมืองพาน เมืองภูกามยาว และความเชื่อเรื่องการเดินทาง การแวะสักการะ และความสำเร็จในการเจรจา ทำให้พระธาตุจอมแว่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ต่างจากวัดทั่วไปอย่างชัดเจน
เสน่ห์สำคัญของพระธาตุจอมแว่ไม่ได้อยู่เพียงที่ตัวพระธาตุ แต่ยังอยู่ที่เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ซึ่งสะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองเมืองในอดีตกับดินแดนแถบนี้ ตามตำนาน พระธาตุแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพญางำเมือง เจ้าเมืองภูกามยาว หรือเมืองพะเยา ในราว จ.ศ. 656 ตรงกับ พ.ศ. 1837 ถือเป็นช่วงเวลาที่ล้านนาและเมืองรายรอบยังอยู่ในบริบทของเมืองรัฐที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เรื่องราวดังกล่าวทำให้พระธาตุจอมแว่ไม่ใช่เพียงวัดประจำท้องถิ่น แต่เป็นสถานที่ที่โยงเข้ากับประวัติศาสตร์การเมืองและการปกครองของดินแดนภาคเหนือในยุคต้นได้อย่างน่าสนใจ
ตำนานระบุว่า พญางำเมืองได้เสด็จขึ้นดอยซางคำ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของดอยจอมแว่ เพื่อทอดพระเนตรอาณาเขตบ้านเมืองของพระองค์ว่ามีไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณใดบ้าง การขึ้นดอยเพื่อมองเขตแดนเช่นนี้สะท้อนลักษณะของผู้ปกครองในอดีตที่ต้องสำรวจภูมิประเทศจริง และผูกอำนาจการปกครองเข้ากับพื้นที่สูงซึ่งมองเห็นภูมิทัศน์โดยรอบได้ชัดเจน ต่อจากนั้นพระองค์เสด็จไปยังดอยอีกลูกหนึ่งซึ่งอยู่ทางเหนือของลำน้ำแม่คาวด้วน แล้วเสด็จเลียบต้นดอยด้วนหรือดอยงาม ก่อนจะกลับไปยังเมืองภูกามยาว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ดอยซางคำหรือดอยจอมแว่ไม่ใช่เพียงที่ตั้งของพระธาตุ แต่เป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจอาณาเขตและความเป็นเมืองในตำนานด้วย
เมื่อพญางำเมืองเสด็จถึงเมืองภูกามยาวในเดือน 4 ปีเดียวกัน จึงโปรดให้ขันฑเสนามาตย์นำผู้มีความรู้ในการก่อสร้างเจดีย์ พร้อมด้วยไพร่ฟ้าปลายแดน มาร่วมกันสร้างพระธาตุจอมแว่ขึ้นบนดอยซางคำ รายละเอียดนี้สะท้อนว่าการสร้างพระธาตุในอดีตไม่ใช่เพียงงานทางศาสนา แต่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐ การระดมแรงงาน และการยืนยันความสำคัญของพื้นที่ การสร้างพระธาตุในจุดสูงเด่นเช่นนี้ช่วยให้สถานที่กลายเป็นทั้งหลักหมายทางศาสนาและหลักหมายทางภูมิศาสตร์ของบ้านเมืองไปพร้อมกัน
ตามตำนาน การก่อสร้างพระธาตุจอมแว่ได้ก่อทับรอยฟานเอาไว้ และบรรจุพระเกศาธาตุ รวมทั้งแก้วแหวนเงินทองไว้ภายใน การบรรจุพระเกศาธาตุทำให้พระธาตุแห่งนี้มีสถานะเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน ขณะที่การบรรจุสิ่งของมีค่าก็สะท้อนธรรมเนียมในการถวายเครื่องสักการะและทรัพย์สมบัติเพื่อเป็นพุทธบูชา การก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน 8 และมีพิธีสมโภชฉลองพระเจดีย์เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ภาพของงานฉลองในยุคโบราณเช่นนี้ช่วยให้มองเห็นว่า พระธาตุไม่ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างเงียบ ๆ หากแต่ได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการผ่านพิธีกรรมใหญ่ของผู้คนในยุคนั้นด้วย
ต่อมาเมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะไม่สงบสุข ประชาชนจึงอพยพไปอยู่ที่อื่น พระธาตุจอมแว่จึงทรุดโทรมปรักหักพังลงจากภัยธรรมชาติและการขาดการดูแล เช่นเดียวกับวัดและพระธาตุอีกจำนวนมากในภาคเหนือ เรื่องนี้ย้ำให้เห็นว่าศาสนสถานในอดีตผูกอยู่กับความมั่นคงของบ้านเมืองและชุมชนอย่างใกล้ชิด หากชุมชนอ่อนแรงหรือผู้คนย้ายถิ่น วัดและพระธาตุก็ย่อมเสื่อมสภาพตามกาลเวลาได้อย่างรวดเร็ว ความเก่าแก่ของพระธาตุจอมแว่จึงไม่ได้หมายถึงการคงอยู่แบบราบรื่นเสมอมา แต่ผ่านทั้งช่วงรุ่งเรืองและช่วงเสื่อมโทรมเช่นเดียวกับเมืองต่าง ๆ ในล้านนา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี จ.ศ. 1199 ตรงกับ พ.ศ. 2380 เมื่อพระยาหาญ เจ้าเมืองพานคนแรก ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุขึ้นใหม่จากซากเดิม การบูรณะครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการชุบชีวิตปูชนียสถานเก่าแก่ให้กลับมาเป็นศูนย์กลางศรัทธาอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น ยังสะท้อนบทบาทของเจ้าเมืองในการฟื้นฟูบ้านเมืองผ่านการอุปถัมภ์ศาสนา ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในประวัติศาสตร์หัวเมืองภาคเหนือ เมื่อพระธาตุกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากขึ้น ความศรัทธาของชุมชนก็มีพื้นที่ให้กลับมาหยั่งรากได้อีกครั้ง
ในสมัยพญาไชยชนะสงคราม เจ้าเมืองพานคนที่ 3 ก็ได้มีการร่วมศรัทธากับชาวบ้าน 3 หมู่ บูรณะพระธาตุขึ้นใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม พร้อมบรรจุพระมหาชินธาตุเอาไว้ การฟื้นฟูครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าพระธาตุจอมแว่ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างเก่าที่ซ่อมเพื่อรักษาอดีต แต่เป็นศูนย์รวมความเชื่อที่คนรุ่นต่อมาพร้อมร่วมแรงร่วมใจกันขยายและสืบทอดให้ใหญ่โตสมเกียรติยิ่งขึ้น การบรรจุพระมหาชินธาตุยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางศาสนาให้แก่พระธาตุแห่งนี้อย่างชัดเจน
จนถึงปัจจุบัน พระธาตุจอมแว่ยังคงมีความสำคัญในฐานะพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของเมืองพาน และมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เหนือ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดความศรัทธาของชุมชนไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ประเพณีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นโอกาสที่ผู้คนในพื้นที่จะกลับมารวมตัวกัน ทำบุญ สักการะ และยืนยันความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างคนกับพระธาตุ ผู้มาเยือนที่มีโอกาสเดินทางมาตรงกับช่วงประเพณีนี้จะได้สัมผัสบรรยากาศของศรัทธาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดกว่าการมาเที่ยวตามปกติ
ในด้านความเชื่อ พระธาตุจอมแว่มีความหมายเฉพาะตัวที่น่าสนใจมาก คำว่า “แว่” ในภาษาพื้นเมืองล้านนามีความหมายในเชิงนัยยะอยู่ 2 ประการ ความหมายแรกแปลว่า “แวะ” จึงมีความเชื่อว่าหากผู้ใดผ่านมาทางนี้แล้วแวะกราบไหว้บูชา ก็จะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งเลวร้ายทั้งปวง ความหมายนี้ทำให้พระธาตุจอมแว่กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนจำนวนมากนิยมแวะสักการะก่อนเดินทางต่อหรือก่อนออกไปทำธุระสำคัญ เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและราบรื่น
ความหมายนัยยะที่ 2 ของคำว่า “แว่” เปรียบเหมือนเสียงเริ่มพูดหรือเริ่มเจรจา จึงมีความเชื่อว่าหากได้มากราบไหว้และตั้งจิตอธิษฐาน การเจรจาธุรกิจ การติดต่อประสานงาน หรือการพูดคุยเรื่องสำคัญต่าง ๆ จะประสบความสำเร็จ ความเชื่อนี้ทำให้พระธาตุจอมแว่มีมิติพิเศษกว่าพระธาตุทั่วไป เพราะไม่ได้ผูกอยู่แค่ความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังเชื่อมโยงกับความสำเร็จในการสื่อสารและการดำเนินชีวิตด้วย ด้วยเหตุนี้พระธาตุจอมแว่จึงเป็นสถานที่ที่ผู้คนทั้งในพื้นที่และผู้มาเยือนต่างให้ความเคารพด้วยเหตุผลที่หลากหลาย
คำบูชาพระธาตุที่ใช้สืบต่อกันมาคือ “อะหัง วันทามิ มหาชินะ เกศา ธาตุโย พุทธรูปัง โคตมัง อะหัง วันทามิ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการเคารพบูชาที่มีรากฐานอยู่ในพระพุทธศาสนาและประเพณีท้องถิ่นอย่างแนบแน่น การมีคำบูชาเฉพาะของพระธาตุช่วยให้สถานที่แห่งนี้มีบุคลิกทางศรัทธาที่ชัดเจนขึ้น และทำให้ผู้มาสักการะรู้สึกว่าการกราบไหว้ที่นี่มีพิธีและความหมายเฉพาะ ไม่ใช่เพียงการแวะถ่ายภาพหรือผ่านเข้าไปอย่างผิวเผิน
ในด้านทำเล พระธาตุจอมแว่ตั้งอยู่ในตำบลเมืองพาน ไม่ไกลจากทางหลวงหมายเลข 1 สายเชียงราย–พะเยา ทำให้เป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้จริงและเหมาะกับการแวะระหว่างเดินทาง แม้ตัวพระธาตุจะอยู่บนดอย แต่เส้นทางเข้าถือว่าไม่ซับซ้อนมากเมื่อเทียบกับแหล่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาหลายแห่งในภาคเหนือ ข้อมูลการเดินทางดั้งเดิมระบุว่า หากมาจากอำเภอแม่สรวยให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 ย้อนกลับไปทางแยกเชียงราย–แม่สรวย ที่อำเภอแม่ลาว แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1 สายเชียงราย–พะเยา มุ่งสู่อำเภอพาน ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำลาว ผ่านบ่อน้ำพุร้อนห้วยทรายขาว เมื่อเข้าเขตอำเภอพานให้เลี้ยวขวาเข้าถนนสายในตรงแยกวัดไชยมงคล เข้าไปประมาณ 300 เมตรจะพบทางเข้าพระธาตุจอมแว่ทางขวามือ รวมระยะทางประมาณ 49 กิโลเมตร
หากเดินทางจากตัวอำเภอพานเอง การเข้าถึงพระธาตุจอมแว่จะง่ายยิ่งขึ้น เพราะระยะทางจากตัวอำเภอไม่ไกลมาก และสามารถจัดเป็นหนึ่งในจุดแวะของการเที่ยวอำเภอพานได้สะดวก นักท่องเที่ยวที่สนใจแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและธรรมชาติในโซนนี้มักวางพระธาตุจอมแว่รวมกับบ่อน้ำร้อนห้วยทรายขาว น้ำตกปูแกง หรือวัดสำคัญในอำเภอพานไว้ในเส้นทางเดียวกันได้อย่างลงตัว จึงเหมาะกับทั้งสายบุญและสายเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พระธาตุจอมแว่มีเสน่ห์คือบรรยากาศของวัดที่ยังคงความสงบและความเป็นท้องถิ่นได้ดี ต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มักมีผู้คนพลุกพล่าน พระธาตุจอมแว่ให้ความรู้สึกเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาด้วยความตั้งใจจริง ทั้งเพื่อกราบไหว้ พักใจ หรือแวะขอพรในเรื่องการเดินทางและการเจรจา บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาอยู่กับสถานที่ได้อย่างเต็มที่ จะยืนมององค์พระธาตุอย่างเงียบ ๆ หรือเดินสำรวจพื้นที่วัดก็ให้ความรู้สึกสงบต่างจากวัดในเมืองใหญ่ที่มีจังหวะเร่งรีบกว่า
ในมุมของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พระธาตุจอมแว่ยังช่วยให้มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเมืองพานกับเมืองภูกามยาวหรือพะเยาได้อย่างน่าสนใจ เพราะตำนานการสร้างพระธาตุโดยพญางำเมืองทำให้สถานที่นี้มิได้เป็นเพียงวัดประจำพื้นที่เมืองพาน แต่ยังมีความเชื่อมโยงกับอำนาจทางการเมืองในภูมิภาคยุคโบราณ ผู้ที่สนใจความสัมพันธ์ของเมืองต่าง ๆ ในล้านนาจึงอาจมองพระธาตุจอมแว่เป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเครือข่ายอำนาจและศรัทธาของหัวเมืองในอดีตได้ด้วย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการไหว้พระธาตุประจำเมืองหรือชอบตามรอยพระธาตุ 9 จอมของเชียงราย พระธาตุจอมแว่ถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นหนึ่งในพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่มีเรื่องเล่าครบทั้งประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และประเพณี อีกทั้งยังมีจุดเด่นในเชิงภาษาและความหมายของชื่อที่น่าสนใจมากกว่าหลายแห่ง การมากราบไหว้ที่นี่จึงไม่ใช่แค่การเช็กอินว่ามาถึงแล้ว แต่ยังเป็นการได้เรียนรู้ความหมายของสถานที่ผ่านตำนานและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ในด้านข้อมูลใช้งานจริง วัดพระธาตุจอมแว่มีเบอร์ติดต่อ 053-721821 และมีพระครูพิมลพิพัฒนคุณเป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลสาธารณะที่ปรากฏในฐานข้อมูลการท่องเที่ยวและฐานข้อมูลพระสังฆาธิการ ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้ที่ต้องการติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานประเพณี การสักการะ หรือกิจกรรมภายในวัดสามารถวางแผนได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวสาธารณะยังระบุว่าพระธาตุจอมแว่ไม่มีค่าเข้าชม และมีเวลาเปิดถึง 17.00 น. ซึ่งเหมาะกับการวางแผนแวะเที่ยวในช่วงเช้าหรือบ่ายได้ไม่ยาก
เมื่อมองโดยรวม พระธาตุจอมแว่เป็นสถานที่ที่มีความสมบูรณ์ทั้งในฐานะวัดเก่าแก่ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ จุดหมายเชิงวัฒนธรรม และพื้นที่ความเชื่อของผู้คนในอำเภอพาน ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้มากกว่าการไหว้พระ เพราะยังได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาที่หล่อหลอมให้สถานที่แห่งนี้มีตัวตนเฉพาะ หากกำลังมองหาที่เที่ยวเชียงรายที่มีเรื่องเล่าลึก มีบรรยากาศสงบ และมีความหมายต่อคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง พระธาตุจอมแว่คือจุดหมายที่ควรค่าแก่การแวะอย่างมาก
การเดินทาง หากมาจากตัวอำเภอพานสามารถใช้เส้นทางภายในอำเภอไปยังวัดพระธาตุจอมแว่ได้สะดวก เพราะวัดอยู่ไม่ไกลจากทางหลวงหมายเลข 1 สายเชียงราย–พะเยา ผู้ที่มาจากเชียงรายหรือแม่ลาวสามารถขับตามถนนสายหลักไปอำเภอพาน แล้วเลี้ยวเข้าถนนสายในบริเวณแยกวัดไชยมงคล จากนั้นเข้าไปประมาณ 300 เมตรจะพบทางเข้าพระธาตุจอมแว่ทางขวามือ หากใช้แผนที่ออนไลน์ให้ปักหมุดชื่อวัดพระธาตุจอมแว่ ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้นมาก
| ชื่อสถานที่ | พระธาตุจอมแว่ |
| สรุปสถานที่ | พระธาตุศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในพระธาตุ 9 จอมของเชียงราย ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุจอมแว่ อำเภอพาน มีตำนานเกี่ยวกับพญางำเมือง ความเชื่อเรื่องการแวะกราบไหว้เพื่อความปลอดภัย และการอธิษฐานเรื่องการเจรจาให้สำเร็จ |
| ที่ตั้ง | วัดพระธาตุจอมแว่ เลขที่ 1 หมู่ 11 บ้านใหม่สันผักหละ ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 57120 |
| ไฮไลต์ | พระธาตุเก่าแก่ตามตำนานพญางำเมือง หนึ่งในพระธาตุ 9 จอม ความเชื่อเรื่องการแวะไหว้เพื่อความปลอดภัยและความสำเร็จในการเจรจา |
| ประวัติ / ยุคสมัย | ตำนานระบุว่าสร้างราว จ.ศ. 656 (พ.ศ. 1837) โดยพญางำเมือง ต่อมาทรุดโทรมและได้รับการบูรณะใหม่ใน พ.ศ. 2380 โดยพระยาหาญ เจ้าเมืองพานคนแรก และขยายบูรณะอีกครั้งในสมัยพญาไชยชนะสงคราม |
| ลักษณะเด่น | พระธาตุบนดอยจอมแว่ เชื่อว่าบรรจุพระเกศาธาตุและพระมหาชินธาตุ มีประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เหนือ |
| ความเชื่อ | “แว่” ในภาษาพื้นเมืองหมายถึง “แวะ” เชื่อว่าหากแวะกราบไหว้จะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย และยังเชื่อว่าช่วยให้การเจรจาธุรกิจหรือเรื่องสำคัญประสบผลสำเร็จ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดและสถานที่สักการะสำคัญของอำเภอพาน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 17.00 |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| เจ้าอาวาส | พระครูพิมลพิพัฒนคุณ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-721821 |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 สายเชียงราย–พะเยา เข้าสู่อำเภอพาน แล้วเลี้ยวเข้าถนนสายในบริเวณแยกวัดไชยมงคล จากนั้นเข้าไปประมาณ 300 เมตรจะพบทางเข้าพระธาตุจอมแว่ทางขวามือ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ่อน้ำร้อนห้วยทรายขาว – 14 กม. 2. น้ำตกปูแกง – 16 กม. 3. วัดห้วยทรายขาว – 15 กม. 4. ศาลเจ้าจี้กง หน่ำพิ้งฮง – 6 กม. 5. porwa farm – 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Harmony Coffee – 4 กม. โทร 065-775-8799 2. สวนหลังบ้าน – 5 กม. 3. ไม้หมอนฟาร์ม – 8 กม. 4. ครัวบ้านเลขที่เก้า – 5 กม. 5. Love Terrong Food & Coffee – 6 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เอ็ม เพลส พาน – 4 กม. โทร 099-035-1454 2. เรือนตะวัน รีสอร์ท – 9 กม. โทร 053-604549, 085-997-8132 3. ภูพานรีสอร์ท แอนด์ สปอร์ตคลับ – 10 กม. โทร 091-852-4767 4. คุ้มใต้ลื้อรีสอร์ท – 6 กม. 5. Phu Plub Phla Resort Chiang Rai – 22 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระธาตุจอมแว่ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระธาตุจอมแว่ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุจอมแว่ ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
ถาม: พระธาตุจอมแว่สร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ตามตำนานระบุว่าสร้างขึ้นราว จ.ศ. 656 หรือ พ.ศ. 1837 โดยพญางำเมือง เจ้าเมืองภูกามยาว
ถาม: พระธาตุจอมแว่มีความเชื่อเรื่องใดเด่นที่สุด?
ตอบ: เชื่อว่าหากแวะกราบไหว้จะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งไม่ดี และหากตั้งจิตอธิษฐานเรื่องการพูดคุยหรือการเจรจา ก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ
ถาม: พระธาตุจอมแว่มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม สามารถเข้าไปสักการะได้ตามเวลาที่วัดเปิด
ถาม: ประเพณีสำคัญของพระธาตุจอมแว่จัดเมื่อใด?
ตอบ: มีประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เหนือ ซึ่งเป็นงานสำคัญของชุมชนในพื้นที่
ถาม: เดินทางไปพระธาตุจอมแว่ยากหรือไม่?
ตอบ: เดินทางไม่ยาก วัดอยู่ไม่ไกลจากถนนสายเชียงราย–พะเยา และอยู่ใกล้ตัวอำเภอพาน จึงสามารถขับรถไปได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




