หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.แม่สรวย
>ต.วาวี
> ดอยวาวี
TL;DR: ดอยวาวี อยู่ที่ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เปิดเปิดทุกวัน เวลา เที่ยวได้ตลอดวัน. จุดเด่นคือ บรรยากาศหนาวเย็นบนดอยสูง ชุมชนหลายชาติพันธุ์ แปลงไม้ดอกเมืองหนาว วิวพระอาทิตย์ตก และร้านชาชื่อดังในตลาดบ้านวาวี.
ดอยวาวี
วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เที่ยวได้ตลอดวัน
ดอยวาวี เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเชียงรายที่ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเป็นจุดหมายที่รวมทั้งธรรมชาติบนดอยสูง วิถีชีวิตของชุมชนหลายชาติพันธุ์ วัฒนธรรมชาและกาแฟ รวมถึงบรรยากาศเมืองหนาวที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากตัวเมืองเชียงรายอย่างชัดเจน พื้นที่แห่งนี้อยู่ในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และถือเป็นอีกหนึ่งดอยที่มีบุคลิกเฉพาะตัวมาก เพราะไม่ได้โดดเด่นเพียงเรื่องวิวเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การเกษตรบนพื้นที่สูง และชุมชนที่มีชีวิตจริงอยู่ร่วมกับภูเขาอย่างแนบแน่น
หากต้องอธิบายดอยวาวีแบบกระชับที่สุด ที่นี่คือโลกของชาบนดอยสูงที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงจะได้สัมผัสอากาศเย็นสบายตลอดปี เห็นแนวภูเขาสลับซับซ้อน รับชมทะเลหมอกในบางช่วงเวลา แวะเยี่ยมแปลงปลูกไม้ดอกเมืองหนาวภายในสถานีเกษตรที่สูง และใช้เวลาซึมซับวิถีชุมชนบนภูเขาที่ยังคงบรรยากาศสงบและเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
ดอยวาวีมีเสน่ห์มากในแง่ของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ เพราะเป็นที่อยู่ของผู้คนหลายกลุ่ม ทั้งอาข่า เย้า มูเซอ ปกาเกอะญอ ม้ง ไทยใหญ่ และชาวจีนฮ่อ ทำให้บรรยากาศของพื้นที่มีความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างเด่นชัด นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาที่นี่จึงไม่ได้แค่เห็นวิวภูเขา แต่ยังได้เห็นหมู่บ้าน ร้านชา ร้านกาแฟ ตลาดท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลายเชื้อสายบนดอยสูงแห่งนี้
ในเชิงประวัติศาสตร์ ดอยวาวีมีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก โดยชุมชนบนดอยแห่งนี้ได้รับการกล่าวถึงว่าเริ่มเป็นหมู่บ้านเล็กบนพื้นที่สูง ก่อนที่ชาวจีนฮ่อจากกองพล 93 จะอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในช่วงราว พ.ศ. 2504 และมีบทบาทสำคัญต่อการนำพันธุ์ชาอู่หลงจากไต้หวันเข้ามาทดลองปลูกในพื้นที่ จนประสบความสำเร็จและทำให้ดอยวาวีกลายเป็นพื้นที่สำคัญของวงการชาไทย โดยเฉพาะชาอู่หลงก้านอ่อน ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์เด่นของดอยวาวีอย่างชัดเจน
ความโดดเด่นของดอยวาวีไม่ได้อยู่ที่ชาเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ลักษณะภูมิประเทศซึ่งเหมาะกับการท่องเที่ยวบนดอยสูงอย่างมาก พื้นที่รายล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มองไปทางไหนก็เห็นแนวสันเขาเรียงตัวต่อเนื่องกันเป็นชั้น ๆ บางช่วงเวลาโดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังฝนจะมีหมอกลอยต่ำตามแนวหุบเขา ทำให้ภาพรวมของดอยวาวีมีบรรยากาศละมุน สงบ และเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวถามถึงดอยวาวีมากขึ้นคือ สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี หรือในชื่อปัจจุบันคือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงวาวี ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพราะภายในสถานีมีทั้งแปลงปลูกไม้ดอกเมืองหนาว แปลงพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง มุมชมวิวภูเขา และพื้นที่สำหรับพักผ่อนชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมขึ้นมาชมดอกไม้และเก็บภาพบรรยากาศของสถานี ซึ่งให้ฟีลเหมือนสวนทดลองบนภูเขาที่มองออกไปเห็นวิวกว้างไกลอย่างสวยงาม
บรรยากาศบนสถานีเกษตรที่สูงวาวีมีความพิเศษตรงที่สามารถเที่ยวได้หลายอารมณ์ในวันเดียว ช่วงเช้าอากาศจะเย็นจัดและสดชื่น เหมาะกับการเดินชมแปลงปลูกและมุมวิวต่าง ๆ ช่วงสายถึงบ่ายเหมาะกับการจิบชา กาแฟ หรือเดินชมวิถีของชุมชนในหมู่บ้าน ส่วนช่วงเย็นกลับเป็นอีกเวลาที่สวยมาก เพราะดอยวาวีถือเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกที่น่าประทับใจของโซนแม่สรวย แสงเย็นที่ค่อย ๆ ทาบลงบนแนวเขาทำให้ภูมิประเทศดูนุ่มลึกและงดงามเป็นพิเศษ
อีกหนึ่งจุดหมายที่ช่วยเสริมเสน่ห์ของดอยวาวีคือ ดอยกาดผี ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกและทะเลภูเขาที่ได้รับการพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ พื้นที่นี้อยู่บนแนวเทือกดอยช้างและมีระดับความสูงประมาณ 1,500 เมตร ทำให้มีสภาพอากาศเย็นจัดในช่วงหน้าหนาว และเป็นมุมชมหมอกที่สวยมากในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม จากจุดนี้นักท่องเที่ยวจะเห็นแนวภูเขาซ้อนกันหลายชั้นอย่างน่าประทับใจ จึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการมาเที่ยวดอยวาวี
สำหรับคนที่ชอบดอกไม้ฤดูหนาว ดอยวาวีมีจุดเด่นที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากแปลงปลูกไม้ดอกเมืองหนาวภายในสถานีแล้ว พื้นที่นี้ยังได้รับการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งจำนวนมาก จนกลายเป็นหนึ่งในดงซากุระดอยขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวเฝ้ารอในช่วงฤดูหนาว สีชมพูอ่อนและขาวอมชมพูของดอกไม้ช่วยเพิ่มมิติให้กับภูมิทัศน์บนดอย ทำให้ภาพรวมของดอยวาวีดูละมุนและมีเสน่ห์มากในช่วงปลายปีถึงต้นปี
เมื่อพูดถึงดอยวาวี จะไม่พูดถึง “ชา” คงไม่ได้ เพราะที่นี่ถือเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงมากในฐานะแหล่งปลูกชาอู่หลง ชาชิงชิง และชาอัสสัมบนภูเขา นักท่องเที่ยวสามารถแวะร้านชาในตลาดบ้านวาวี นั่งชิมชาอู่หลงหอมกรุ่น และเรียนรู้เรื่องราวการปลูกชาในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด หนึ่งในร้านที่ได้รับการพูดถึงมากคือร้านชาวาวี ซึ่งมีบทบาทต่อประวัติศาสตร์การค้าชาในพื้นที่ และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะจิบชา ซื้อของฝาก และสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมก่อนเดินทางต่อไปยังจุดต่าง ๆ
นอกจากชาแล้ว “กาแฟ” ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ดอยวาวีน่าสนใจ เพราะภูมิอากาศบนดอยสูงเหมาะกับการปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดี นักท่องเที่ยวจึงมักได้สัมผัสทั้งชาและกาแฟในทริปเดียว บางคนเลือกเริ่มเช้าด้วยกาแฟสดรสละมุนท่ามกลางอากาศเย็น ก่อนจะปิดท้ายช่วงบ่ายด้วยการจิบชาอู่หลงร้อน ๆ พร้อมชมวิวภูเขา นี่คือความน่ารักของดอยวาวีที่ทำให้ประสบการณ์การเที่ยวไม่ได้มีแค่มุมถ่ายรูป แต่ยังมีรสชาติและกลิ่นของพื้นที่อยู่ในความทรงจำด้วย
ดอยวาวียังเหมาะมากกับการเที่ยวแบบ 2–3 วันตามที่หลายคนแนะนำ เพราะพื้นที่ไม่ได้มีแค่จุดแวะถ่ายรูปไม่กี่แห่ง แต่มีหลายมุมให้ค่อย ๆ ใช้เวลา ทั้งการเที่ยวสถานีเกษตร ชมหมู่บ้านชนเผ่า แวะไร่ชา แวะจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ชมทะเลหมอกที่ดอยกาดผี และใช้เวลาพักผ่อนกับที่พักบนดอย การอยู่ค้างคืนจะช่วยให้สัมผัสบรรยากาศบนภูเขาได้เต็มที่กว่าการไปเช้าเย็นกลับ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่หมอกและอากาศเย็นช่วยทำให้ดอยวาวีดูสวยขึ้นอีกมาก
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ ดอยวาวีเป็นปลายทางที่ให้ภาพหลากหลายมาก ทั้งภาพชุมชนบนภูเขา แปลงชา แปลงดอกไม้เมืองหนาว ทะเลภูเขา ทะเลหมอก และดอกนางพญาเสือโคร่งในฤดูหนาว จุดเด่นอีกอย่างคือแสงบนดอยวาวีมักสวยทั้งตอนเช้าและตอนเย็น ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวเพื่อเก็บภาพในสองช่วงเวลาหลักได้ดีมาก โดยไม่ต้องเร่งรีบเกินไป
ในด้านการเดินทาง ดอยวาวีถือว่าเข้าถึงได้สะดวกกว่าที่หลายคนคิด จากตัวเมืองเชียงรายสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 118 สายแม่ลาว–แม่สรวย จากนั้นก่อนถึงตัวอำเภอแม่สรวยให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท ชร.3037 ตรงขึ้นไปยังดอยวาวี รวมระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร เส้นทางส่วนใหญ่สามารถใช้รถยนต์ทั่วไปได้ และมีจุดแวะตามทางหลายแห่ง ทำให้การขับรถขึ้นดอยไม่ได้ยากจนเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
การเดินทาง หากไม่มีรถส่วนตัว นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้รถสองแถวสีเหลืองสายแม่สรวย–วาวีได้ โดยท่ารถอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอแม่สรวย และมีรถให้บริการช่วงประมาณ 08.00–17.00 น. เวลาออกจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร ส่วนเที่ยวกลับจากดอยวาวีสามารถขึ้นรถได้บริเวณหน้าร้านชาศิริภัณฑ์ในตลาดบ้านวาวี วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบประหยัดหรือเดินทางแบบช้า ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศของชุมชนบนดอยมากขึ้น
สิ่งที่ทำให้ดอยวาวีมีเสน่ห์มากอีกอย่างคือความรู้สึกว่าเป็นดอยที่ยัง “มีชีวิต” ไม่ได้ถูกทำให้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงฉากถ่ายรูป ทุกอย่างที่นี่ดูเชื่อมโยงกันจริงระหว่างชุมชน เกษตรกรรม การศึกษา การค้าชาและกาแฟ และการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงไม่เพียงแค่ไปชมธรรมชาติ แต่ยังได้สัมผัสกับจังหวะชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ดอยวาวีน่าจดจำมากกว่าการเที่ยวแบบผ่าน ๆ
โดยรวมแล้ว ดอยวาวีเป็นที่เที่ยวเชียงรายที่ครบเครื่องมากแห่งหนึ่งสำหรับคนรักดอยสูง เพราะมีทั้งอากาศหนาว วิวภูเขา จุดชมพระอาทิตย์ตก ทะเลหมอก วัฒนธรรมชนเผ่า ดอกไม้เมืองหนาว ดงซากุระดอยขนาดใหญ่ และวัฒนธรรมชากาแฟที่เป็นตัวตนของพื้นที่อย่างชัดเจน หากคุณกำลังมองหาดอยในเชียงรายที่ให้ประสบการณ์ลึกกว่าแค่การขึ้นไปดูวิวแล้วกลับ ดอยวาวีคือหนึ่งในปลายทางที่ควรให้เวลาอย่างน้อย 2–3 วัน เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของพื้นที่ได้อย่างเต็มที่
| ชื่อสถานที่ | ดอยวาวี |
| สรุปสถานที่ | ดอยสูงในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย เชียงราย โดดเด่นเรื่องชาอู่หลง วิถีหลายชาติพันธุ์ ทะเลหมอก ดอยกาดผี และจุดชมพระอาทิตย์ตกบนสถานีเกษตรที่สูง |
| ที่ตั้ง | ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย |
| ไฮไลต์ | สถานีเกษตรที่สูงวาวี ดอยกาดผี ทะเลหมอก ทะเลภูเขา ชาอู่หลง กาแฟสด ดอกบัวตอง และดงนางพญาเสือโคร่งขนาดใหญ่ |
| ประวัติ / ลักษณะพื้นที่ | เป็นชุมชนบนดอยที่มีชาวจีนฮ่อจากกองพล 93 เข้ามาตั้งถิ่นฐานราว พ.ศ. 2504 และมีบทบาทสำคัญต่อการบุกเบิกการปลูกชาอู่หลงบนดอยวาวี |
| ลักษณะเด่น | บรรยากาศหนาวเย็นบนดอยสูง ชุมชนหลายชาติพันธุ์ แปลงไม้ดอกเมืองหนาว วิวพระอาทิตย์ตก และร้านชาชื่อดังในตลาดบ้านวาวี |
| การเดินทาง | จากเชียงรายใช้ทางหลวง 1 ต่อทางหลวง 118 แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงชนบท ชร.3037 ไปดอยวาวี รวมประมาณ 90 กม. หรือใช้รถสองแถวสายแม่สรวย–วาวี |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดท่องเที่ยวตามปกติ และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวบนดอยที่ได้รับความสนใจมากขึ้นของอำเภอแม่สรวย |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เที่ยวได้ตลอดวัน / รถสองแถวแม่สรวย–วาวีมีบริการประมาณ 08.00–17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่พบข้อมูลการเก็บค่าเข้าพื้นที่ดอยวาวีโดยตรง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ ร้านค้า และร้านอาหารในโซนสถานีเกษตรที่สูงและชุมชนโดยรอบ |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี / หน่วยงานเกษตรที่สูงในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี 053-602816 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | www.wawee.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ดอยกาดผี ประมาณ 20 กม. 2. ดอยช้าง ประมาณ 12 กม. 3. พุทธอุทยานดอยช้าง ประมาณ 14 กม. 4. Akha FarmVille ประมาณ 18 กม. 5. ตลาดบ้านวาวี ประมาณ 1 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านชาวาวี ประมาณ 1 กม. โทร 095-414-8652 2. เลาลีฮิลล์รีสอร์ท (ห้องอาหาร) ประมาณ 8 กม. โทร 053-760150-152, 081-9927686 3. Akha FarmVille Cafe ประมาณ 18 กม. โทร 095-665-2339 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เลาลีฮิลล์รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร 053-760150-152, 081-9927686 2. WAWEE Retreat ประมาณ 17 กม. โทร 063-951-5974 3. บ้านพัก/ลานกางเต็นท์ในโซนสถานีเกษตรที่สูงวาวี ประมาณ 2 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ดอยวาวีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวบนดอยสูงที่มีชื่อเสียงเรื่องชา วิวภูเขา และชุมชนหลายชาติพันธุ์
ถาม: จุดเด่นของดอยวาวีคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือสถานีเกษตรที่สูงวาวี ดอยกาดผี วิวทะเลหมอก ดอกไม้เมืองหนาว วัฒนธรรมชาอู่หลง และบรรยากาศหนาวเย็นบนภูเขา
ถาม: ดอยวาวีเหมาะไปช่วงไหน?
ตอบ: เที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวเหมาะมากสำหรับชมหมอก อากาศเย็น และดอกนางพญาเสือโคร่ง
ถาม: ดอยวาวีควรใช้เวลากี่วัน?
ตอบ: ควรมีเวลาอย่างน้อย 2–3 วัน หากต้องการเที่ยวให้ครบทั้งสถานีเกษตร ชุมชน ร้านชา จุดชมวิว และจุดชมทะเลหมอกอย่างดอยกาดผี
ถาม: ถ้าไม่มีรถส่วนตัวไปได้ไหม?
ตอบ: ไปได้ โดยสามารถนั่งรถสองแถวสีเหลืองสายแม่สรวย–วาวีจากหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สรวยขึ้นไปยังดอยวาวี
ถาม: ดอยวาวีมีที่พักไหม?
ตอบ: มี ทั้งบ้านพัก จุดกางเต็นท์ในพื้นที่เกษตรที่สูง และที่พักเอกชนในโซนดอยวาวีและดอยช้างใกล้เคียง
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ดอย และภูเขา
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




