หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เวียงป่าเป้า >ต.แม่เจดีย์ใหม่ > ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง
TL;DR: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง อยู่ที่บ้านห้วยโป่ง หมู่ที่ 13 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เปิดทุกวัน เวลา 06:00 - 18:00 น. จุดเด่นคือ พื้นที่หุบเขาที่มีความลาดชันสูง 45–90% อากาศเย็นตลอดปี เหมาะกับพืชผัก ไม้ดอก และไม้ผลบางชนิด.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06:00 - 18:00 น.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบนพื้นที่สูงของจังหวัดเชียงรายที่มีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดชมแปลงผักหรือแหล่งพักค้างแบบเรียบง่ายกลางหุบเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของชุมชนบนเขาจากอดีตที่เคยพึ่งพาการปลูกฝิ่นและไร่เลื่อนลอย ไปสู่ระบบเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ สร้างรายได้มั่นคง และช่วยให้ป่า น้ำ และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมองในมุมของนักท่องเที่ยว ห้วยโป่งจึงเป็นจุดหมายที่ให้ทั้งความรู้ ความสงบ ความเป็นธรรมชาติ และความเข้าใจต่อวิถีชุมชนบนพื้นที่สูงได้พร้อมกันในทริปเดียว
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525 บนพื้นที่ประมาณ 75 ไร่ โดยมีคณะทำงานประกอบด้วยสถาบันวิจัยชาวเขา จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป้าหมายในระยะแรกคือการดำเนินโครงการวิจัยวิธีการส่งเสริมเกษตรที่สูง ทดลองพืชไร่ พืชผัก ไม้ดอก และไม้ผล เพื่อเสาะหาพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ ก่อนนำผลการทดลองไปต่อยอดสู่การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในชุมชนอย่างจริงจัง
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยี่ยมศูนย์แห่งนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญของพื้นที่ เพราะนอกจากจะสะท้อนความสำคัญของโครงการแล้ว ยังเป็นแรงสนับสนุนให้การวิจัยและการพัฒนาดำเนินต่อเนื่องอย่างจริงจัง หลังจากนั้นงานวิจัยได้ดำเนินมาจนถึงประมาณปี พ.ศ. 2530 ก่อนจะขยายไปสู่การส่งเสริมด้านการเกษตรเต็มรูปแบบ และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งตั้งอยู่ในเขตบ้านห้วยโป่ง หมู่ที่ 13 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 780 เมตร มีพื้นที่รับผิดชอบราว 17.73 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 11,083.06 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นหุบเขาและมีที่ราบระหว่างเขาเพียงเล็กน้อย ความลาดชันอยู่ในช่วงประมาณ 45–90 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในเชิงกายภาพ แต่ก็มีศักยภาพสูงสำหรับการพัฒนาพืชบางชนิดที่เหมาะกับอากาศเย็นและภูมิประเทศบนเขา
ภูมิอากาศของห้วยโป่งถือว่าเอื้อต่อการทำเกษตรบนพื้นที่สูงพอสมควร โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 21.75 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 1,600 มิลลิเมตรต่อปี ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบมี 5 หมู่บ้าน รวม 370 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 1,549 คน ประกอบด้วยชาวมูเซอดำ คนพื้นเมือง และชุมชนที่นับถือศาสนาพุทธในหมู่บ้านใกล้เคียงอย่างบ้านป่าเมี่ยง บ้านสบโป่ง บ้านป่าตอง และบ้านโป่งน้ำร้อน ความหลากหลายของคนในพื้นที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีสีสันทั้งทางวัฒนธรรมและทางวิถีชีวิตอย่างชัดเจน
หากมองในเชิงการท่องเที่ยว จุดแข็งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งอยู่ที่การเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเห็นกระบวนการทำงานและผลผลิตจริงของศูนย์ ไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงแบบฉาบฉวย แต่เป็นพื้นที่เกษตรที่มีชีวิต มีการทดลอง มีการเรียนรู้ และเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงทดลองสาธิตผักแปลงใหม่ ซึ่งรวมพืชผักที่น่าสนใจหลายชนิด เช่น แตงหวาน โอ๊กลีฟเขียว เรดแครอล ผักกาดขาวปลีพันธุ์ใหม่ บรอกโคลี ผักกาดขาวปลีไส้ส้ม คะน้ายอดคำ ผักกาดหอมแดง ผักกาดหวาน ถั่วแขก และถั่วลันเตา การได้เห็นพืชเหล่านี้เติบโตในพื้นที่จริงทำให้เข้าใจชัดว่าการวิจัยและการส่งเสริมของโครงการหลวงส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจชุมชน
อีกส่วนที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้มาเยือนคือแปลงไม้ดอก ภายในพื้นที่มีการปลูกเฟิร์นหนัง คาล่าลิลลี่ และไม้ดอกแห้งอีกหลายชนิด เช่น ช่อดาว หญ้าไข่มุก หญ้าฟางขาว ช่อดาวอีสาน และซีทาเรีย แปลงเหล่านี้ช่วยเพิ่มสีสันและมิติให้กับศูนย์อย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่เกษตร ยังเป็นฉากธรรมชาติที่ดูสวยงามตลอดปี คนที่ชอบการถ่ายภาพหรือชอบสวนดอกไม้แบบไม่ประดิษฐ์เกินไปมักรู้สึกว่าห้วยโป่งมีบรรยากาศเป็นธรรมชาติและน่ามองกว่าหลายแห่ง
ในส่วนของไม้ผลเมืองหนาว ศูนย์แห่งนี้มีแปลงบ๊วย พลับ และเสาวรสพันธุ์หวาน ซึ่งเป็นผลผลิตที่ช่วยสร้างภาพจำให้กับพื้นที่ได้ดี เพราะสะท้อนถึงการคัดเลือกพืชที่เหมาะกับระดับความสูงและอากาศของห้วยโป่งอย่างแท้จริง การเดินชมแปลงไม้ผลจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสบาย ๆ แต่ยังเป็นการเรียนรู้ว่าโครงการหลวงใช้หลักการอย่างไรในการเลือกชนิดพืชและส่งเสริมให้ชุมชนปลูกจนกลายเป็นอาชีพที่มั่นคง
นอกจากกิจกรรมภายในศูนย์แล้ว พื้นที่โดยรอบยังเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่น่าสนใจหลายแห่ง จุดที่ใกล้ที่สุดและมีชื่อเสียงมากคือบ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดแวะพักยอดนิยมบนถนนเชียงใหม่–เชียงรายที่มีทั้งบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ พื้นที่นั่งพัก ร้านของฝาก ร้านอาหาร และบริการแช่น้ำแร่ในโซนเอกชน ทำให้ผู้มาเที่ยวห้วยโป่งสามารถจัดทริปแบบสั้นหรือแบบค้างคืนแล้วแวะเที่ยวต่อได้สะดวกมาก
อีกสองจุดธรรมชาติที่มีความสำคัญในเชิงพื้นที่คือ น้ำตกป่าผาลม และน้ำตกป่าเมี่ยง น้ำตกป่าผาลมเป็นน้ำตกขนาดเล็ก 3 ชั้น โดยชั้นที่ 2 เป็นหน้าผาสูง ส่วนชั้นที่ 3 มีลักษณะเด่นเป็นช่องลม ขณะที่น้ำตกป่าเมี่ยงถูกมองว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชุมชน เพราะเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เชื่อมโยงชีวิตคนในพื้นที่เข้ากับระบบนิเวศโดยรอบ การเที่ยวจุดเหล่านี้เหมาะกับคนที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดและไม่เร่งรีบ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเส้นทางที่ยังมีความเป็นชุมชนและไม่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์มากเกินไป
ในด้านวัฒนธรรม ห้วยโป่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากการเป็นชุมชนของชาวมูเซอดำที่ยังคงรักษาประเพณีบางอย่างไว้ได้ชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถชมวัฒนธรรมปีใหม่ของชาวมูเซอดำ ซึ่งมักจัดขึ้นช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี และยังสามารถชมภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การตีมีดแบบมูเซอ และการตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง กิจกรรมเหล่านี้ทำให้การเที่ยวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งมีมิติมากกว่าการเดินชมแปลงเกษตร เพราะเป็นการได้เห็นทั้งวัฒนธรรมการทำงานและการใช้ชีวิตของคนบนเขาไปพร้อมกัน
ของฝากของห้วยโป่งมีลักษณะเรียบง่ายแต่ตรงกับอัตลักษณ์ของพื้นที่อย่างชัดเจน ผักเมืองหนาวตามฤดูกาลเป็นของฝากที่เชื่อมตรงกับผลผลิตของศูนย์และชุมชน ส่วนมีดแบบมูเซอก็เป็นงานช่างที่สะท้อนทักษะและภูมิปัญญาที่สืบทอดมานาน การได้ซื้อของฝากจากที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการนำของกลับบ้าน แต่เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและทำให้ผู้เดินทางได้สัมผัสตัวตนของห้วยโป่งในรูปแบบที่จับต้องได้
อีกข้อได้เปรียบของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งคือเรื่องที่พักและการพักค้าง เพราะภายในศูนย์มีบ้านพักรับรอง 1 หลัง รองรับได้ประมาณ 15 คน ในอัตราค่าที่พัก 50 บาทต่อคนต่อคืน มีเต็นท์บริการขนาด 2–4 คน ราคา 100 บาทต่อหลังต่อคืน ถุงนอนราคา 20 บาทต่อถุงต่อคืน และในกรณีนำเต็นท์มาเองจะคิดค่าพื้นที่ 50 บาทต่อหลังต่อคืน นอกจากนี้ยังมีบ้านพักแบบเรือนชาวมูเซอแบบโบราณภายในบริเวณศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้ผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศชุมชนมากขึ้นไปอีก
เรื่องอาหารก็จัดว่าค่อนข้างสะดวก เพราะภายในศูนย์มีร้านอาหารตามสั่งให้บริการ แต่ควรโทรจองล่วงหน้า ส่วนร้านอาหารนอกศูนย์ต้องขับรถออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทำให้โดยรวมแล้วที่นี่เหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการแวะเที่ยวครึ่งวันและผู้ที่อยากพักค้างเพื่อชมบรรยากาศยามเช้าหรือออกไปต่อยังบ่อน้ำร้อนแม่ขะจานในวันถัดไป
การเดินทาง ไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งทำได้ค่อนข้างสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่–เชียงราย เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 64 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 1–2 ชั่วโมง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงศูนย์ประมาณ 67 กิโลเมตร ถนนเข้าถึงได้ด้วยรถยนต์ทุกประเภท จึงเหมาะกับทั้งการขับรถมาเองและการใช้รถรับจ้าง โดยค่ารถโดยสารโดยประมาณอยู่ที่คนละ 40 บาท ส่วนเหมาคันอยู่ที่ประมาณ 800 บาทหรือตามแต่ตกลง
จากมุมมองของการวางแผนเที่ยวจริง ห้วยโป่งถือเป็นจุดหมายที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวเชียงรายหรือเส้นทางเชียงใหม่–เชียงรายแบบไม่เร่งรีบ เพราะสามารถจัดทริปให้เชื่อมโยงกับบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน น้ำตกใกล้เคียง และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเวียงป่าเป้าได้ง่าย หากต้องการเที่ยวแบบสั้น สามารถมาเช้าแล้วกลับในวันเดียวได้ แต่ถ้าต้องการสัมผัสบรรยากาศของชุมชนบนเขาและพื้นที่เกษตรอย่างเต็มที่ การพักค้าง 1 คืนจะช่วยให้เห็นเสน่ห์ของสถานที่ได้ชัดกว่ามาก โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่อากาศเย็นสบายและบรรยากาศของหุบเขาชัดเจนเป็นพิเศษ
ในภาพรวม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติ เกษตร วัฒนธรรม และการเดินทางที่มีเรื่องราวมากกว่าการเช็กอินทั่วไป ที่นี่ให้ทั้งองค์ความรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่สูง ภาพของชุมชนที่ปรับตัวจากอดีตสู่ปัจจุบัน แปลงพืชผักและไม้ผลที่จับต้องได้จริง วัฒนธรรมมูเซอดำที่ยังมีชีวิต และแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงที่ต่อยอดการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว จึงเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเชียงรายที่ควรค่าแก่การแวะมาเห็นด้วยตาตนเองอย่างมาก
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง |
| สรุปสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติบนพื้นที่สูงในอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เด่นเรื่องแปลงผักทดลอง แปลงไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว วิถีชาวมูเซอดำ และการเดินทางที่สะดวกใกล้บ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน |
| ที่ตั้ง | บ้านห้วยโป่ง หมู่ที่ 13 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย |
| ที่อยู่ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง บ้านห้วยโป่ง หมู่ที่ 13 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260 |
| พิกัด | พื้นที่บ้านห้วยโป่ง ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย |
| ไฮไลต์ | แปลงทดลองสาธิตผัก แปลงไม้ดอก เฟิร์นหนัง คาล่าลิลลี่ ดอกไม้แห้ง แปลงบ๊วย พลับ เสาวรสหวาน วิถีมูเซอดำ และใกล้บ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน |
| ประวัติ / ยุค | ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2525 เพื่อวิจัยและส่งเสริมเกษตรที่สูง ก่อนพัฒนาเป็นศูนย์ส่งเสริมอาชีพเกษตรแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง |
| ผู้ดูแล | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง / มูลนิธิโครงการหลวง |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่หุบเขาที่มีความลาดชันสูง 45–90% อากาศเย็นตลอดปี เหมาะกับพืชผัก ไม้ดอก และไม้ผลบางชนิด |
| การเดินทาง | จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวง 118 ถึง กม.64 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กม. รถยนต์ทุกประเภทเข้าถึงได้ ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมกิจกรรมของศูนย์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06:00 – 18:00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่มีข้อมูลยืนยันค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บ้านพักรับรอง 1 หลัง, เต็นท์ให้เช่า, ถุงนอนให้เช่า, พื้นที่กางเต็นท์, ร้านอาหารตามสั่งภายในศูนย์แบบจองล่วงหน้า, เรือนชาวมูเซอแบบโบราณในศูนย์วัฒนธรรม |
| ค่าใช้จ่ายที่พักภายใน | บ้านพักรับรอง 50 บาท/คน/คืน, เต็นท์ 100 บาท/หลัง/คืน, ถุงนอน 20 บาท/ถุง/คืน, กรณีนำเต็นท์มาเอง 50 บาท/หลัง/คืน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-609568, 087-190-1272 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย (COTS) / Facebook: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน – ประมาณ 3 กม. 2. น้ำตกป่าผาลม – ประมาณ 6 กม. 3. น้ำตกป่าเมี่ยง – ประมาณ 8 กม. 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน – ประมาณ 14 กม. 5. เวียงกาหลง – ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารตามสั่งภายในศูนย์ห้วยโป่ง – ภายในศูนย์ โทร 053-609568 2. ร้านอาหารและร้านกาแฟโซนบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน – ประมาณ 3 กม. 3. ร้านน้ำเงี้ยวซี่โครง แม่ขะจาน – ประมาณ 4 กม. 4. ร้านบ่อกุ้งนงคราญ แม่ขะจาน – ประมาณ 5 กม. โทร 086-919-0063 5. Analog House Cafe n’ Craft – ประมาณ 6 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักรับรองภายในศูนย์ห้วยโป่ง – ภายในศูนย์ โทร 053-609568 2. โรงแรมเฮาฮักแม่ขะจาน – ประมาณ 6 กม. โทร 062-545-7999, 094-782-9899 3. ม่อนธารธรรมรีสอร์ท – ประมาณ 7 กม. โทร 086-792-1114, 084-378-4471 4. ฮูกโฮม Owl Homes – ประมาณ 6 กม. โทร 064-312-9769 5. Palm Hug Resort เวียงป่าเป้า – ประมาณ 14 กม. โทร 090-332-2866 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน โดยข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้ระบุเวลาเปิดทำการ 06:00 – 18:00 น.
ถาม: จุดเด่นของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือแปลงทดลองสาธิตผัก แปลงไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว วิถีชาวมูเซอดำ และความใกล้กับบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่งเหมาะกับเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: เที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงปลายฝนถึงหน้าหนาวบรรยากาศจะสดชื่น อากาศเย็น และเหมาะกับการชมแปลงเกษตรมากเป็นพิเศษ
ถาม: ภายในศูนย์มีที่พักหรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักรับรอง เต็นท์ให้เช่า พื้นที่กางเต็นท์ และยังมีที่พักเอกชนในโซนแม่ขะจานและเวียงป่าเป้าให้เลือกเพิ่มเติม
ถาม: ภายในศูนย์มีร้านอาหารหรือไม่?
ตอบ: มีร้านอาหารตามสั่งภายในศูนย์ แต่ควรโทรจองล่วงหน้า ส่วนร้านอาหารนอกศูนย์อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตรขึ้นไป
ถาม: รถยนต์ทั่วไปสามารถขึ้นไปได้หรือไม่?
ตอบ: ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท เส้นทางเข้าถึงค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับศูนย์บนพื้นที่สูงหลายแห่ง
ถาม: สามารถเที่ยวที่ไหนต่อจากศูนย์ได้บ้าง?
ตอบ: สามารถต่อทริปไปยังบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน น้ำตกป่าผาลม น้ำตกป่าเมี่ยง เวียงกาหลง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินได้
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




