หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย >อ.เมืองเชียงราย >ต.บ้านดู่ > มูเซอดอยปูไข่
TL;DR: มูเซอดอยปูไข่ อยู่ที่บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เปิดทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น. จุดเด่นคือ หมู่บ้านบนเนินดอยที่ยังคงบรรยากาศชุมชนชาติพันธุ์ วิวเปิดโล่ง อากาศดี และมีเส้นทางเชื่อมไปยังแหล่งธรรมชาติใกล้เคียง.
มูเซอดอยปูไข่
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 - 17:00 น.
มูเซอดอยปูไข่ หรือที่คนในพื้นที่เรียกกันว่า ดอยปู่ไข่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชนและเชิงวัฒนธรรมในตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ที่ยังคงเสน่ห์ของหมู่บ้านชาวเขาบนเนินดอยไว้ได้อย่างชัดเจน จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้อยู่เพียงแค่วิวภูเขา อากาศเย็น และความสงบเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิตของชุมชนลาหู่หรือที่คนทั่วไปคุ้นในชื่อมูเซอ ตลอดจนความรู้สึกแบบเชียงรายดั้งเดิมที่ยังสัมผัสได้จริงเมื่อขึ้นไปถึงหมู่บ้าน
เสน่ห์ของมูเซอดอยปูไข่อยู่ตรงความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับนักเดินทางแบบฉาบฉวย หากเป็นชุมชนที่มีชีวิตจริง มีประวัติจริง และค่อย ๆ พัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวโดยยังรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้พอสมควร เมื่อมาถึงพื้นที่ นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของหมู่บ้านบนดอยที่รายล้อมด้วยแนวเขาและธรรมชาติ มีมุมมองเปิดกว้างเห็นทัศนียภาพเมืองเชียงรายในบางช่วง มีวิถีชุมชนที่ยังไม่ถูกกลบจนหมดด้วยความเป็นเมือง และมีรายละเอียดทางวัฒนธรรมที่ทำให้ที่นี่ต่างจากจุดชมวิวทั่วไป
ตามเรื่องเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ ชุมชนแห่งนี้มีรากมาจากการอพยพของผู้คนจากแถบเทือกเขาในประเทศพม่า แล้วเข้ามาตั้งรกรากในบริเวณดอยบ่อ เรื่องเล่านี้เป็นแกนสำคัญที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่ามูเซอดอยปูไข่ไม่ใช่เพียงจุดพักรถหรือจุดกางเต็นท์ แต่เป็นพื้นที่ที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างยาวนาน ชื่อ “ปูไข่” เองก็ผูกกับชื่อผู้นำชุมชนในอดีต คือ นายม่อนปูไข่ ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงยังมีอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเรียกกันตามชื่อผู้นำว่า “ม่อนปูแสง” จึงทำให้ชื่อสถานที่ในละแวกนี้มีความเกี่ยวโยงกับบุคคลสำคัญในความทรงจำของชุมชนโดยตรง
ต่อมาในสมัยกำนันติ๊บ พินิจ เมื่อ พ.ศ. 2525 ได้มีการรวมหมู่บ้านทั้งสองเข้าด้วยกัน และใช้ชื่อว่า มูเซอดอยปูไข่ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อของหมู่บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกทางภูมิศาสตร์ แต่ยังสะท้อนการรวมตัวของผู้คน การบริหารชุมชน และการปรับตัวของพื้นที่บนดอยให้เดินหน้าไปพร้อมกัน ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เรื่องราวของหมู่บ้านเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในฐานะชุมชนเดียวที่คนภายนอกจดจำได้
จุดที่น่าสนใจมากของมูเซอดอยปูไข่ คือแม้จะได้รับการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ชุมชนก็ยังคงรักษาบรรยากาศของความเป็นหมู่บ้านชาวเขาไว้ได้ค่อนข้างมาก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องของสาธารณูปโภคและความสะดวกพื้นฐาน เช่น การมีไฟฟ้า ถนนที่ดีขึ้น การปรับปรุงบ้านบางส่วน และการพัฒนาโครงสร้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่แกนหลักของวิถีชุมชนยังคงอยู่ ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ในชุมชน การแต่งกายบางโอกาส งานประเพณี และการทำสินค้าหัตถกรรมที่สะท้อนตัวตนของคนในพื้นที่
ในเชิงชาติพันธุ์ ปัจจุบันข้อมูลท้องถิ่นของบ้านดู่และสื่อเชียงรายร่วมสมัยมักใช้คำว่า ชาวลาหู่ ควบคู่กับคำว่า มูเซอ ซึ่งเป็นคำที่คนทั่วไปคุ้นเคยมากกว่า ดังนั้นหากพูดให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านร่วมสมัย มูเซอดอยปูไข่ก็คือหมู่บ้านของชุมชนลาหู่บนดอยในเขตบ้านดู่ที่ยังคงมีบทบาทด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง และยังมีการจัดงานประเพณีสำคัญของชุมชนอยู่จริง เช่น ประเพณีเขาะจาเว หรือประเพณีกินวอ ซึ่งเป็นงานฉลองปีใหม่ของชาวลาหู่และเป็นสัญญาณชัดเจนว่าชุมชนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว แต่ยังมีชีวิตทางวัฒนธรรมที่ดำเนินอยู่ตามปฏิทินของตนเอง
สิ่งที่ทำให้มูเซอดอยปูไข่น่าสนใจสำหรับสายท่องเที่ยวเชียงราย คือการผสมกันของ 3 มิติอย่างลงตัว มิติแรกคือธรรมชาติ เพราะตัวหมู่บ้านตั้งอยู่บนเนินดอย บรรยากาศโปร่ง โล่ง และมีมุมมองที่สวยในช่วงเช้าและเย็น มิติที่สองคือวัฒนธรรม เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้เจอเพียงวิว แต่ได้สัมผัสความเป็นชุมชนชาติพันธุ์อย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องเล่า งานเทศกาล งานฝีมือ และบรรยากาศชีวิตจริง มิติที่สามคือความสะดวก เพราะจากตัวเมืองเชียงรายสามารถเดินทางขึ้นมาได้ไม่ยาก และยังเชื่อมต่อกับแหล่งเที่ยวใกล้เคียงอย่างน้ำตกโป่งพระบาทหรือพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งบ้านดู่ได้สะดวก
หากมองจากพัฒนาการของการท่องเที่ยว มูเซอดอยปูไข่เริ่มจากการที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มขอเข้าไปพักแรมเอง และเกิดการบอกต่อจากคนที่เคยเข้ามาช่วยเหลือหรือรู้จักชุมชนก่อน จนค่อย ๆ พัฒนาเป็นรูปแบบการพักแบบโฮมสเตย์ที่มีโครงสร้างดีขึ้น ภายหลังชุมชนได้ช่วยกันสร้างบ้านพักสไตล์ชาวเขา มีห้องน้ำสะอาด มีระบบน้ำประปาภูเขา และพัฒนาแนวทางต้อนรับผู้มาเยือนให้เหมาะกับการท่องเที่ยวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งภาพจำของบ้านบนดอยที่ใช้วัสดุพื้นถิ่นอย่างไม้ไผ่และหญ้าคาเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ปัจจุบันพื้นที่ดอยปู่ไข่ยังมีภาพของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการที่หน่วยงานท้องถิ่นมีโครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงเส้นทางขึ้นจุดชมวิวและโครงสร้างทางสัญจรในหมู่บ้าน นั่นทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก และช่วยให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักเดินทางหลายกลุ่ม ทั้งคนที่อยากมาสัมผัสหมอกและอากาศดี คนที่อยากพักค้างคืนในที่เงียบสงบ คนที่สนใจวิถีชาติพันธุ์ หรือแม้แต่สายคาเฟ่และแคมป์ปิ้งที่มองหาจุดใหม่ใกล้ตัวเมืองเชียงราย
อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ งานฝีมือและสินค้าชุมชน ที่สะท้อนตัวตนของคนบนดอยปูไข่ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ สร้อยแขน หรือผ้าทอและงานหัตถกรรมที่ทำขึ้นจากฝีมือของชาวบ้านเอง สินค้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของฝาก แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจชุมชนและเป็นภาพแทนของภูมิปัญญาท้องถิ่น การที่นักท่องเที่ยวแวะอุดหนุนจึงช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์การท่องเที่ยวเข้ากับการสนับสนุนชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบมีเรื่องเล่า มูเซอดอยปูไข่ยังน่าสนใจตรงที่อยู่ใกล้ น้ำตกโป่งพระบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเที่ยวธรรมชาติที่เป็นที่รู้จักของคนเชียงราย และบริเวณแนวสันเขาใกล้น้ำตกยังมีเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับร่องรอยบนก้อนหินจำนวนมากที่ผู้คนในพื้นที่ผูกโยงเข้ากับรอยเท้าสัตว์ดึกดำบรรพ์ เรื่องเล่านี้ทำให้บรรยากาศของดอยปู่ไข่ไม่ได้มีเพียงชั้นของวัฒนธรรมชาติพันธุ์ แต่ยังมีมิติของตำนานและจินตนาการจากภูมิประเทศเข้ามาเติมเสน่ห์ด้วย
ในด้านประสบการณ์เที่ยวจริง สิ่งที่หลายคนชอบเมื่อขึ้นมาถึงดอยปู่ไข่คือความรู้สึกว่าอยู่ใกล้เมืองแต่ได้อารมณ์ต่างจากเมืองอย่างชัดเจน ถนนขึ้นดอยไม่ได้ไกลมากจนเกินไป แต่เมื่อมาถึงแล้วบรรยากาศเปลี่ยนไปทันที เสียงรบกวนลดลง อากาศเปิดโล่ง มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าชัดขึ้น นักท่องเที่ยวที่ชอบช่วงเช้ามักจะประทับใจกับแสงแรกและอากาศเย็น ส่วนช่วงเย็นก็เหมาะกับการนั่งพัก มองวิว และใช้เวลากับชุมชนหรือที่พักแบบไม่เร่งรีบ
มูเซอดอยปูไข่ยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวเชียงรายแบบไม่ซ้ำเส้นทางหลัก เพราะหลายคนอาจคุ้นกับวัดร่องขุ่น สิงห์ปาร์ค หรือภูชี้ฟ้าอยู่แล้ว แต่หากต้องการแหล่งเที่ยวที่ผสมวัฒนธรรมชุมชนกับธรรมชาติและยังเดินทางง่ายจากตัวเมือง ดอยปู่ไข่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศช้า ๆ อยากพักสมอง หรืออยากเห็นเชียงรายอีกมุมหนึ่งที่ไม่เน้นความคึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก
สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือนที่นี่คือใช้เวลาอย่างเคารพชุมชน เพราะมูเซอดอยปูไข่ไม่ใช่สถานที่จัดแสดงวิถีชีวิต แต่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยจริงของผู้คน ดังนั้นการแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงรบกวน ไม่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือบ้านเรือนบางจุด จะช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นมิตรกับเจ้าของพื้นที่ อีกทั้งยังทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับมีความลึกและงดงามกว่าการมาเพียงเพื่อถ่ายรูปแล้วเดินทางกลับ
หากวางแผนเที่ยวแบบ 1 วัน มูเซอดอยปูไข่สามารถจับคู่กับเส้นทางฝั่งบ้านดู่ได้อย่างลงตัว เริ่มจากขึ้นดอยช่วงเช้าหรือสาย ใช้เวลาเดินชมบรรยากาศหมู่บ้าน ดูงานหัตถกรรมหรือแวะคาเฟ่บนดอย จากนั้นลงไปเที่ยวน้ำตกโป่งพระบาทหรือขยับต่อไปพิพิธภัณฑ์บ้านดำ วัดห้วยปลากั้ง หรือแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงรายได้ไม่ยาก แต่ถ้าต้องการประสบการณ์ที่ลึกกว่า การค้างคืนในพื้นที่หรือในละแวกใกล้เคียงจะทำให้เห็นบรรยากาศอีกแบบ โดยเฉพาะช่วงเช้าและยามค่ำที่ดอยมีเสน่ห์ต่างจากตอนกลางวันอย่างชัดเจน
การเดินทาง ไปมูเซอดอยปูไข่สามารถเริ่มจากตัวเมืองเชียงรายหรือย่านสนามบินแม่ฟ้าหลวง แล้วมุ่งหน้าไปทางตำบลบ้านดู่ ใช้เส้นทางเดียวกับฝั่งน้ำตกโป่งพระบาทและพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ก่อนจะขึ้นดอยเข้าสู่บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 13 ตัวเส้นทางไม่ได้ไกลจากเมืองมากนัก และปัจจุบันมีการพัฒนาเส้นทางดีขึ้นกว่าสมัยก่อน หากใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์จะสะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะจุดต่าง ๆ ระหว่างทางได้ตามต้องการ ส่วนผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรประสานที่พักชุมชนหรือที่พักในละแวกบ้านดู่ล่วงหน้าเพื่อวางแผนให้เหมาะกับช่วงเวลาที่เดินทาง
โดยสรุป มูเซอดอยปูไข่เป็นที่เที่ยวเชียงรายที่เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสมากกว่าทิวทัศน์ เพราะที่นี่มีทั้งประวัติการตั้งถิ่นฐาน เรื่องเล่าของชุมชน ความเป็นชาติพันธุ์ลาหู่ที่ยังมีชีวิตจริง งานประเพณีที่ยังจัดต่อเนื่อง งานฝีมือที่ยังทำกันในหมู่บ้าน และธรรมชาติที่ยังช่วยค้ำเสน่ห์ของพื้นที่ไว้อย่างดี แม้จะอยู่ไม่ไกลจากเมือง แต่บรรยากาศกลับให้ความรู้สึกเหมือนได้ออกจากจังหวะเร่งรีบแล้วขึ้นไปพบเชียงรายอีกชั้นหนึ่งที่สงบ เรียบง่าย และมีตัวตนชัดเจนมาก
| ชื่อสถานที่ | มูเซอดอยปูไข่ |
| ที่ตั้ง | บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 13 บ้านหัวฝาย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100 |
| ไฮไลต์ | หมู่บ้านชุมชนลาหู่หรือมูเซอบนดอย, วิวภูเขาและวิวเมืองเชียงราย, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, โฮมสเตย์ชุมชน, งานฝีมือชาติพันธุ์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ชุมชนมีเรื่องเล่าการอพยพจากแถบเทือกเขาในประเทศพม่า และรวมหมู่บ้านเป็นมูเซอดอยปูไข่ใน พ.ศ. 2525 |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามผู้นำชุมชนเดิมคือ นายม่อนปูไข่ และมีพื้นที่ใกล้เคียงชื่อม่อนปูแสงตามผู้นำอีกหมู่บ้านหนึ่ง |
| ลักษณะเด่น | หมู่บ้านบนเนินดอยที่ยังคงบรรยากาศชุมชนชาติพันธุ์ วิวเปิดโล่ง อากาศดี และมีเส้นทางเชื่อมไปยังแหล่งธรรมชาติใกล้เคียง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงรายมุ่งหน้าไปตำบลบ้านดู่ ใช้เส้นทางเดียวกับฝั่งน้ำตกโป่งพระบาทและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ก่อนขึ้นสู่บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 13 รถส่วนตัวสะดวกที่สุด |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นชุมชนที่มีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกิจกรรมประเพณีต่อเนื่อง พร้อมมีการพัฒนาเส้นทางขึ้นจุดชมวิวในพื้นที่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08:00 - 17:00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่พักชุมชนบางจุด, ห้องน้ำ, ถนนเข้าหมู่บ้าน, จุดชมวิว, พื้นที่ชุมชนและงานหัตถกรรม |
| พื้นที่สำคัญ | หมู่บ้านบ้านหัวฝาย หมู่ 13, จุดชมวิวดอยปู่ไข่, แนวพื้นที่ใกล้น้ำตกโป่งพระบาท, โซนโฮมสเตย์และงานหัตถกรรมชุมชน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วิสาหกิจชุมชนโฮมสเตย์บ้านภูคำฟ้า@ดอยปูไข่ 081-880-2166, ชุมชนงานฝีมือดอยปูไข่ 064-963-5919 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เทศบาลตำบลบ้านดู่, วิสาหกิจชุมชนโฮมสเตย์บ้านภูคำฟ้า@ดอยปูไข่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) น้ำตกโป่งพระบาท 5 กม. 2) พิพิธภัณฑ์บ้านดำ 8 กม. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 9 กม. 4) วัดห้วยปลากั้ง 16 กม. 5) วัดร่องเสือเต้น 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) Idrin Cafe 1 กม. โทร 095-597-8384 2) มิตรภาพ Cafe & Restaurant 7 กม. โทร 084-194-2935, 094-324-6562 3) RIBS&CO Bandu 8 กม. โทร 052-059-956 4) ครัวรสโปรด บ้านดู่ 7 กม. โทร 083-871-4525, 081-118-6863 5) 9001 Cafe & Bar 8 กม. โทร 098-408-8716, 081-502-6649 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) บ้านภูคำฟ้า ดอยปู่ไข่ 1 กม. โทร 062-452-2499 2) Bandu Resort 8 กม. โทร 053-175-333 3) SC Palace Hotel 9 กม. โทร 084-488-6577 4) B2 Chiang Rai Airport Boutique & Budget Hotel 10 กม. โทร 052-009-161, 088-263-2897 5) Kokotel Chiang Rai Airport Suites 10 กม. โทร 082-291-8858 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มูเซอดอยปูไข่อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ที่บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป็นหมู่บ้านบนดอยที่เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายได้ไม่ไกลมาก
ถาม: มูเซอดอยปูไข่เป็นชุมชนชาติพันธุ์ใด?
ตอบ: ปัจจุบันพื้นที่นี้รู้จักกันว่าเป็นชุมชนชาวลาหู่ ซึ่งคนทั่วไปคุ้นในชื่อมูเซอ และยังมีร่องรอยวิถีวัฒนธรรมของชุมชนให้สัมผัสได้จริง
ถาม: ที่นี่มีอะไรน่าสนใจมากกว่าการชมวิว?
ตอบ: นอกจากวิวธรรมชาติแล้ว ยังมีเรื่องเล่าประวัติหมู่บ้าน งานหัตถกรรมชุมชน วิถีชาติพันธุ์ลาหู่ บรรยากาศหมู่บ้านบนดอย และเส้นทางเชื่อมไปยังน้ำตกโป่งพระบาท
ถาม: สามารถพักค้างคืนที่มูเซอดอยปูไข่ได้หรือไม่?
ตอบ: ในพื้นที่และละแวกใกล้เคียงมีรูปแบบที่พักชุมชนและโฮมสเตย์ รวมถึงที่พักในโซนบ้านดู่ที่เดินทางต่อถึงดอยปู่ไข่ได้สะดวก
ถาม: ไปมูเซอดอยปูไข่ช่วงไหนดี?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะมาก เพราะอากาศสบาย มองวิวได้ชัด และให้บรรยากาศของหมู่บ้านบนดอยที่น่าเที่ยวที่สุด
ถาม: มีงานประเพณีสำคัญของชุมชนที่นี่หรือไม่?
ตอบ: มีประเพณีเขาะจาเว หรือประเพณีกินวอ ซึ่งเป็นงานฉลองปีใหม่ของชาวลาหู่ และเป็นหนึ่งในกิจกรรมวัฒนธรรมสำคัญของชุมชน
โทร : 053703653
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




