หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชร >อ.เมืองกำแพงเพชร >ต.หนองปลิง > อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
TL;DR: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อยู่ที่ตำบลหนองปลิง และพื้นที่เมืองเก่ากำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ สถาปัตยกรรมศิลาแลงขนาดใหญ่ ผังเมืองโบราณชัดเจน แบ่งเป็นเขตภายในกำแพงเมืองและเขตอรัญญิกนอกกำแพงเมือง.
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร คือหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจรากฐานของเมืองโบราณ ศิลปกรรมสุโขทัย สถาปัตยกรรมศิลาแลง และบทบาทของเมืองกำแพงเพชรในฐานะเมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ภายในพื้นที่มีวัดโบราณ เจดีย์ วิหาร กำแพงเมือง ป้อมปราการ พระราชวังเดิม และร่องรอยระบบเมืองเก่าที่เชื่อมโยงกับชีวิตผู้คนในอดีตอย่างชัดเจน จุดเด่นของที่นี่คือการรวมโบราณสถานขนาดใหญ่หลายแห่งไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งวัดพระแก้ว วัดพระธาตุ สระมน วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ และวัดพระนอน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมไทยโบราณได้อย่างครบถ้วนภายในวันเดียว
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง และอยู่ไม่ไกลจากจังหวัดสุโขทัย เมืองกำแพงเพชรในอดีตมีความสำคัญในฐานะเมืองบริวารและเมืองหน้าด่านของสุโขทัย ทำหน้าที่ป้องกันเส้นทางคมนาคม ควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ และเชื่อมโยงเครือข่ายเมืองสำคัญในลุ่มน้ำปิง ลักษณะเมืองโบราณกำแพงเพชรจึงสะท้อนการวางผังเมืองที่มีทั้งเขตกำแพงเมือง เขตศาสนสถาน เขตพระราชฐาน และเขตอรัญญิก ซึ่งเป็นพื้นที่วัดป่าทางตอนเหนือของเมือง การเดินชมอุทยานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมซากโบราณสถาน แต่เป็นการอ่านแผนผังเมืองเก่าผ่านร่องรอยศิลาแลง กำแพงเมือง คูเมือง และศาสนสถานที่ยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม
ความโดดเด่นของโบราณสถานกำแพงเพชรคือการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก ศิลาแลงเป็นหินที่พบมากในพื้นที่ เมื่อถูกตัดเป็นก้อนและสัมผัสอากาศจะแข็งตัว จึงเหมาะกับการก่อสร้างกำแพงเมือง วิหาร เจดีย์ ฐานอาคาร และโครงสร้างขนาดใหญ่ วัดหลายแห่งในอุทยานสร้างด้วยศิลาแลงทั้งท่อน ทำให้มีลักษณะหนักแน่น มั่นคง และมีเอกลักษณ์ต่างจากโบราณสถานอิฐในหลายเมือง แม้เวลาผ่านไปหลายร้อยปี โครงสร้างจำนวนมากยังคงแสดงรูปทรงเดิมได้ชัดเจน โดยเฉพาะฐานเจดีย์ เสาศิลาแลง ฐานวิหาร และแนวกำแพงโบราณที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นภาพความรุ่งเรืองของเมืองกำแพงเพชรในอดีต
การเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรควรเริ่มจากการทำความเข้าใจภาพรวมของพื้นที่ก่อน เพราะโบราณสถานสำคัญแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือเขตภายในกำแพงเมืองและเขตนอกกำแพงเมืองหรือเขตอรัญญิก เขตภายในกำแพงเมืองเป็นพื้นที่ที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางเมืองเก่า มีวัดพระแก้ว วัดพระธาตุ สระมน กำแพงเมือง ป้อมปราการ ศาลหลักเมือง และร่องรอยเขตพระราชฐาน ส่วนเขตอรัญญิกตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง เป็นบริเวณวัดป่าที่มีบรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ มีโบราณสถานสำคัญอย่างวัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ วัดพระนอน วัดอาวาสใหญ่ วัดสิงห์ และวัดอื่น ๆ อีกหลายแห่ง การแบ่งพื้นที่เช่นนี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมือง พระราชฐาน และศาสนาในสังคมโบราณได้ชัดเจน
วัดพระแก้วเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมืองใกล้บริเวณพระราชวังเดิม วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาในปัจจุบัน แต่เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ที่สะท้อนฐานะของเมืองกำแพงเพชรในอดีตได้ดี โครงสร้างภายในสร้างด้วยศิลาแลงจำนวนมาก มีแนวกำแพงวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางมีเจดีย์กลมแบบลังกาเป็นองค์ประธาน รอบฐานเจดีย์เคยมีซุ้มคูหาประดิษฐานสิงห์ แม้บางส่วนชำรุดไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเห็นเค้าโครงของวัดหลวงขนาดใหญ่ที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งฐานเจดีย์ วิหาร อุโบสถ และกลุ่มพระพุทธรูปขนาดใหญ่
จากการขุดแต่งพื้นที่วัดพระแก้วพบฐานเจดีย์จำนวนมาก วิหารหลายหลัง และฐานพระอุโบสถหลายแห่ง แสดงว่าวัดนี้เป็นศูนย์กลางศาสนสถานสำคัญของเมือง ไม่ใช่วัดขนาดเล็กสำหรับชุมชนทั่วไป พระพุทธรูปหินทรายและร่องรอยสถาปัตยกรรมที่เหลืออยู่สะท้อนการผสมผสานศิลปกรรมสุโขทัยกับเอกลักษณ์ท้องถิ่นกำแพงเพชร โดยเฉพาะการใช้ศิลาแลงที่ทำให้วัดมีภาพลักษณ์แข็งแรงและสง่างาม วัดพระแก้วจึงเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวชม เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสำคัญของเมืองกำแพงเพชรในฐานะศูนย์กลางอำนาจ ศาสนา และศิลปกรรมในอดีต
วัดพระแก้วยังมีความสัมพันธ์กับประเพณีและวิถีวัฒนธรรมของชาวกำแพงเพชรในปัจจุบัน โดยเฉพาะงานประเพณีนบพระ–เล่นเพลง ซึ่งเป็นงานสำคัญของจังหวัดที่เชื่อมโยงความศรัทธาทางพุทธศาสนาเข้ากับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้จังหวัดกำแพงเพชรยังมีงานสารทไทย กล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร ซึ่งสะท้อนชื่อเสียงของผลผลิตท้องถิ่นและวิถีชีวิตของผู้คนริมลุ่มน้ำปิง การมาเที่ยววัดพระแก้วจึงไม่ได้ให้เพียงความรู้ด้านโบราณคดี แต่ยังทำให้เห็นว่ามรดกทางประวัติศาสตร์ยังมีชีวิตอยู่ในประเพณีและความทรงจำร่วมของชุมชน
ถัดจากวัดพระแก้วคือวัดพระธาตุ หรือที่มักเรียกว่าวัดมหาธาตุของเมืองกำแพงเพชร วัดนี้เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าและมีลักษณะศิลปกรรมแบบกำแพงเพชรที่ชัดเจน เจดีย์ประธานมีฐานแปดเหลี่ยมซ้อนหลายชั้น รองรับเจดีย์ทรงกลม รายล้อมด้วยระเบียงคดและองค์ประกอบทางศาสนาอื่น ๆ ภายในพื้นที่ประกอบด้วยเจดีย์ประธาน วิหาร เจดีย์ราย และสระน้ำด้านหน้า สัดส่วนของเจดีย์และผังวัดแสดงถึงการวางพื้นที่ศาสนสถานอย่างเป็นระบบ วัดพระธาตุจึงเป็นอีกจุดที่ช่วยให้เข้าใจระดับความเจริญของเมืองกำแพงเพชรในอดีต
วัดพระธาตุมีความสำคัญในฐานะวัดหลวงประจำเมืองกำแพงเพชร ร่องรอยการขุดค้นพบพระพุทธรูปทองคำและเงินขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร ช่วยยืนยันความสำคัญของพื้นที่นี้ในฐานะแหล่งศาสนาและศิลปกรรม วัดพระธาตุยังเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจรูปแบบเจดีย์และการเปลี่ยนผ่านของศิลปกรรมจากสุโขทัยสู่ท้องถิ่นกำแพงเพชร เพราะองค์ประกอบของฐาน เจดีย์ และแนวระเบียงคดทำให้เห็นทั้งความศรัทธาและความสามารถด้านช่างของผู้คนในอดีต
สระมนเป็นพื้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นเขตพระราชวังเดิมของเมืองกำแพงเพชร ตั้งอยู่ใกล้กับวัดพระแก้วและวัดพระธาตุ พื้นที่นี้สะท้อนการวางผังเมืองโบราณที่แยกเขตพระราชฐานออกจากเขตศาสนสถาน แต่ยังตั้งอยู่ใกล้กันเพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจการปกครองและศาสนา ลักษณะดังกล่าวพบได้ในเมืองสำคัญหลายแห่งของไทย การชมสระมนช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าเมืองกำแพงเพชรไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรวมวัดโบราณ แต่เป็นเมืองที่มีระบบการปกครอง มีพื้นที่พระราชฐาน และมีโครงสร้างเมืองที่ชัดเจน
เมื่อเดินออกจากเขตเมืองไปยังเขตอรัญญิก นักท่องเที่ยวจะพบกับบรรยากาศที่ต่างออกไป พื้นที่นี้มีลักษณะเป็นบริเวณวัดป่าที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้และเนินดินเตี้ย ๆ บรรยากาศสงบ ร่มรื่น และเหมาะกับการเดินชมแบบช้า ๆ วัดในเขตอรัญญิกมักมีขนาดใหญ่ ใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุสำคัญ และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สะท้อนวิถีของพระสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีหรือสายวัดป่าในอดีต การเดินชมเขตนี้จึงให้ความรู้สึกต่างจากเขตเมือง เพราะมีทั้งความสงบของธรรมชาติและความขลังของโบราณสถาน
วัดพระสี่อิริยาบถ หรือวัดพระยืน เป็นหนึ่งในโบราณสถานเด่นของเขตอรัญญิก จุดสำคัญคือมณฑปจตุรมุขขนาดใหญ่ที่เคยประดิษฐานพระพุทธรูป 4 อิริยาบถ ได้แก่ ยืน เดิน นั่ง และนอน แม้ปัจจุบันพระพุทธรูปหลายส่วนจะชำรุดไปมาก แต่พระพุทธรูปปางยืนขนาดใหญ่ยังคงเหลือให้เห็นอย่างโดดเด่น องค์พระมีความสูงใหญ่และสง่างาม สะท้อนคติการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในอดีต วัดพระสี่อิริยาบถจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด เพราะเป็นโบราณสถานที่ช่วยให้เข้าใจทั้งความเชื่อ ศิลปกรรม และเทคนิคการก่อสร้างด้วยศิลาแลง
วัดช้างรอบเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่บนเนินสูงทางตอนเหนือของเมือง จุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนฐานสูง ล้อมรอบด้วยรูปช้างปูนปั้นจำนวน 68 เชือก ช้างแต่ละเชือกหันหน้าออกจากฐานเจดีย์และทำหน้าที่เสมือนผู้ค้ำจุนพระบรมธาตุหรือศาสนสถานตามคติพุทธศาสนา ลักษณะการใช้ช้างรายรอบฐานเจดีย์มีความสัมพันธ์กับศิลปกรรมสุโขทัย แต่ที่กำแพงเพชรมีความหนักแน่นจากวัสดุศิลาแลงและการจัดวางบนเนินสูง ทำให้เกิดภาพจำที่ทรงพลังมาก
บริเวณวัดช้างรอบยังมีบันไดขึ้นสู่ฐานทักษิณ ซุ้มประตู ลวดลายปูนปั้น ร่องรอยสิงห์และทวารบาลที่ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ขององค์ประกอบสถาปัตยกรรม แม้รายละเอียดบางส่วนจะชำรุดตามกาลเวลา แต่ร่องรอยที่เหลืออยู่ยังแสดงฝีมือช่างโบราณได้ชัดเจน การขึ้นไปชมพื้นที่ฐานเจดีย์ทำให้เห็นมุมมองกว้างของเขตอรัญญิกและเข้าใจว่าทำไมวัดนี้จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการเที่ยวกำแพงเพชร
วัดพระนอนเป็นโบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งในเขตนอกกำแพงเมืองทางเหนือ ประกอบด้วยพระอุโบสถ วิหาร เจดีย์ทรงกลม และอาคารศิลาแลงหลายส่วน ภายในพื้นที่มีแท่นชุกชีสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ แม้ตัวองค์พระจะชำรุดไปมาก แต่โครงสร้างฐานและแนวอาคารยังช่วยให้เห็นขนาดและความสำคัญของวัดได้ดี วัดพระนอนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการวางผังวัดในเขตอรัญญิก และต้องการชมเสาศิลาแลงขนาดใหญ่ที่ยังคงตั้งเรียงอยู่ภายในพื้นที่โบราณสถาน
นอกจากวัดสำคัญเหล่านี้ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรยังมีโบราณสถานและจุดเรียนรู้อื่น ๆ ที่ช่วยเติมเต็มภาพเมืองเก่า เช่น ศาลหลักเมือง ศาลพระอิศวร ป้อมปราการ กำแพงเมือง คูเมือง และแนวประตูเมือง สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ากำแพงเพชรเป็นเมืองที่มีระบบป้องกันและการวางผังอย่างรอบคอบ กำแพงเมืองและป้อมปราการไม่ได้มีเพียงหน้าที่ทางทหาร แต่ยังเป็นเส้นแบ่งพื้นที่เมือง สร้างความมั่นคง และแสดงสถานะของเมืองสำคัญในเครือข่ายสุโขทัย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชรเป็นสถานที่ที่ควรจัดไว้ในเส้นทางเดียวกับการชมอุทยาน เพราะช่วยอธิบายสิ่งที่พบในพื้นที่จริงได้อย่างเป็นระบบ ภายในจัดแสดงพระพุทธรูป โบราณวัตถุ เครื่องประดับ ศิลาจารึก และหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบในจังหวัดกำแพงเพชร การเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์ก่อนเข้าชมอุทยานจะช่วยให้เข้าใจบริบทของเมือง โบราณสถาน และศิลปกรรมได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเริ่มจากอุทยานก่อน การไปพิพิธภัณฑ์ภายหลังก็ช่วยเติมรายละเอียดและเชื่อมโยงร่องรอยที่ได้เห็นกับหลักฐานจริงได้ดีเช่นกัน
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 การขึ้นทะเบียนนี้ยืนยันคุณค่าของกำแพงเพชรในฐานะเมืองสำคัญของโลก ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวระดับจังหวัด เพราะเมืองกำแพงเพชรเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นการขยายตัวของอาณาจักรสุโขทัย ระบบเมืองบริวาร ศิลปกรรมพุทธศาสนา และการจัดการเมืองโบราณในภูมิภาคลุ่มน้ำปิง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวแบบเข้าใจลึก ควรแบ่งเวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึง 1 วันเต็ม หากมีเวลาจำกัดสามารถเลือกชมวัดพระแก้ว วัดพระธาตุ สระมน วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดช้างรอบเป็นเส้นทางหลัก เพราะครอบคลุมทั้งเขตเมืองและเขตอรัญญิก แต่หากมีเวลามากขึ้นควรเพิ่มวัดพระนอน วัดอาวาสใหญ่ วัดสิงห์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร และศาลหลักเมืองเข้าไปด้วย การเที่ยวแบบช้า ๆ จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของเสาศิลาแลง ฐานเจดีย์ ร่องรอยปูนปั้น และตำแหน่งของอาคารต่าง ๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญของโบราณสถานกำแพงเพชร
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจนเกินไปและแสงธรรมชาติช่วยให้ภาพโบราณสถานดูสวยงามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณวัดช้างรอบและเขตอรัญญิกที่มีต้นไม้มาก นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก รองเท้าที่เดินสบาย และกล้องถ่ายภาพ พื้นที่บางส่วนกว้างและมีโบราณสถานกระจายตัว จึงเหมาะกับการเดินสลับกับขับรถหรือปั่นจักรยาน หากต้องการชมหลายจุดในวันเดียวควรวางเส้นทางล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลาและไม่ย้อนทาง
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวตามทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และนครสวรรค์ จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร ระยะทางประมาณ 358 กม. เมื่อถึงตัวเมืองกำแพงเพชรสามารถเดินทางต่อไปยังอุทยานได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถสายกรุงเทพฯ – กำแพงเพชร จากสถานีขนส่งสายเหนือ แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างไปยังอุทยาน การมีรถส่วนตัวหรือรถเช่าจะช่วยให้เที่ยวเขตอรัญญิกและจุดต่าง ๆ ภายในอุทยานได้คล่องตัวมากขึ้น
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว ช่างภาพ นักเดินทางสายวัฒนธรรม และผู้ที่ต้องการเที่ยวกำแพงเพชรแบบลึกกว่าการแวะผ่าน จุดเด่นของที่นี่คือความสงบและความเป็นธรรมชาติของโบราณสถาน หลายพื้นที่ไม่พลุกพล่าน ทำให้ผู้มาเยือนมีเวลาอยู่กับสถานที่จริงและค่อย ๆ สังเกตรายละเอียดของศิลปกรรมได้เต็มที่ ความงามของกำแพงเพชรจึงไม่ได้อยู่ที่ความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสมบูรณ์ของระบบเมืองเก่าและการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ผ่านพื้นที่จริง
เมื่อเทียบกับเมืองมรดกโลกสุโขทัยและศรีสัชนาลัย กำแพงเพชรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากสถาปัตยกรรมศิลาแลงและบรรยากาศเมืองหน้าด่าน โบราณสถานหลายแห่งมีโครงสร้างขนาดใหญ่ หนักแน่น และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ยังคงความรู้สึกของเมืองโบราณได้ดี นักท่องเที่ยวที่เคยชมสุโขทัยแล้วจะพบว่ากำแพงเพชรช่วยเติมภาพรวมของอาณาจักรสุโขทัยให้ครบขึ้น เพราะเมืองนี้แสดงบทบาทด้านยุทธศาสตร์ การป้องกันเมือง และการพัฒนาเมืองบริวารที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง
อีกเหตุผลที่ทำให้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรน่าเที่ยวคือการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดได้ง่าย หลังจากชมโบราณสถานแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร วัดพระบรมธาตุนครชุม ตลาดและร้านอาหารในตัวเมือง หรือวางแผนเดินทางไกลขึ้นไปยังบ่อน้ำพุร้อนพระร่วง อุทยานแห่งชาติคลองลาน และแหล่งธรรมชาติอื่น ๆ ของจังหวัด กำแพงเพชรจึงเป็นจังหวัดที่เที่ยวได้ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และธรรมชาติในเส้นทางเดียวกัน
โดยสรุป อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ครบถ้วนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งวัดโบราณ เจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป ศาลหลักเมือง ป้อมปราการ กำแพงเมือง เขตพระราชวังเดิม และพิพิธภัณฑ์ที่ช่วยเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทุกองค์ประกอบสะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองกำแพงเพชรในอดีตอย่างชัดเจน และทำให้เมืองมรดกโลกแห่งนี้ยังคงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร |
| ที่ตั้ง | ตำบลหนองปลิง และพื้นที่เมืองเก่ากำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 6 ถนนกำแพงเพชร – สุโขทัย บ้านบ่อสามแสน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร 62000 |
| พิกัด | ประมาณ 16.4871, 99.5215 |
| ไฮไลต์ | เมืองมรดกโลกที่มีโบราณสถานศิลาแลงจำนวนมาก ทั้งวัดพระแก้ว วัดพระธาตุ วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ วัดพระนอน สระมน กำแพงเมือง และป้อมปราการโบราณ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เมืองหน้าด่านและเมืองบริวารสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย มีพัฒนาการเด่นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19–20 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “กำแพงเพชร” สื่อถึงเมืองที่มีความแข็งแกร่งดุจกำแพงเมืองสำคัญ และสัมพันธ์กับบทบาทเมืองหน้าด่านในอดีต |
| ลักษณะเด่น | สถาปัตยกรรมศิลาแลงขนาดใหญ่ ผังเมืองโบราณชัดเจน แบ่งเป็นเขตภายในกำแพงเมืองและเขตอรัญญิกนอกกำแพงเมือง |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกำแพงเพชร ระยะทางประมาณ 358 กม. หรือเดินทางด้วยรถโดยสารสายกรุงเทพฯ – กำแพงเพชร แล้วต่อรถท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ผู้มีสัญชาติไทย 10 บาท ผู้มีสัญชาติอื่น 30 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | สำนักงานอุทยาน พื้นที่จอดรถ เส้นทางชมโบราณสถาน ป้ายข้อมูล และพื้นที่สำหรับเดินชมโบราณสถาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เขตภายในกำแพงเมือง ได้แก่ วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ สระมน กำแพงเมือง ป้อมปราการ และศาลหลักเมือง เขตอรัญญิก ได้แก่ วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ วัดพระนอน วัดอาวาสใหญ่ และวัดสิงห์ |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 055-854736-7 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์กรมศิลปากร อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และเพจ Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระแก้ว กำแพงเพชร ประมาณ 1 กม. 2. วัดช้างรอบ ประมาณ 2 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร ประมาณ 3 กม. 4. ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร ประมาณ 3 กม. 5. วัดพระบรมธาตุนครชุม ประมาณ 7 กม. 6. บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง ประมาณ 23 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Kayasart Cafe ประมาณ 1 กม. 2. Wara Drip Coffee ประมาณ 3 กม. 3. กำแพงเพชรโภชนา ร้านนายหยา ประมาณ 3 กม. โทร. 055-713035, 061-5544261 4. ธรรมรัตน์โภชนา ประมาณ 3 กม. โทร. 055-714247, 088-2285449 5. บะหมี่ชากังราว ประมาณ 3 กม. โทร. 055-712446 6. Mango House Resort & Cafe ประมาณ 6 กม. โทร. 092-9660991 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านดิน บารมีรีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 081-4749885 2. Navarat Heritage Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 055-711211, 055-711219 3. Chakungrao Riverview Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 055-714900-4 4. P. Paradise Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 055-741888, 092-0343747 5. La Riva Boutique Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 089-7071360 6. FIG Boutique Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 080-9583456 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรตั้งอยู่ในอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร มีพื้นที่สำคัญทั้งเขตเมืองเก่าและเขตอรัญญิกทางตอนเหนือของเมือง
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: ค่าเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมสำหรับผู้มีสัญชาติไทย 10 บาท และผู้มีสัญชาติอื่น 30 บาท
ถาม: จุดเด่นของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือโบราณสถานศิลาแลงขนาดใหญ่ ผังเมืองโบราณที่ยังเห็นได้ชัด และวัดสำคัญหลายแห่ง เช่น วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ และวัดพระนอน
ถาม: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเป็นมรดกโลกหรือไม่?
ตอบ: เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” ร่วมกับสุโขทัยและศรีสัชนาลัย ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรกี่ชั่วโมง?
ตอบ: หากชมเฉพาะจุดสำคัญควรใช้เวลาประมาณครึ่งวัน แต่ถ้าต้องการชมทั้งเขตเมืองและเขตอรัญญิกอย่างละเอียดควรจัดเวลา 1 วันเต็ม
ถาม: เดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงหมายเลข 32 และ 1 หรือเดินทางด้วยรถโดยสารกรุงเทพฯ – กำแพงเพชร แล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังอุทยาน
ถาม: เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรควรเริ่มจากจุดใด?
ตอบ: ควรเริ่มจากวัดพระแก้วและวัดพระธาตุในเขตกำแพงเมือง จากนั้นไปยังสระมน วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ และวัดพระนอนในเขตอรัญญิก
โทร : 0 5585 4736-7
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว





